“ว้าย!”
เจด้าถึงกับร้องตกใจเมื่อเธอตั้งใจจะหันหลังวิ่งไปเทสีเพิ่มก็ต้องมาชนพายุที่เดินมาข้างหลังเธอจนเขานั้นล้มหงายหลังลงพื้นโดยมีเจด้านอนทับไว้แถมเนื้อตัวเขาตอนนี้ก็เปื้อนไปด้วยสีจากฝีมือเจด้าเรียบร้อย ส่วนพายุที่ตั้งใจจะเดินมาหาเธอก็ได้แต่แสดงสีหน้าเจ็บออกมาเมื่อโดนเจด้านั้นล้มทับตัวเขาเต็มๆ
“ขอโทษค่ะๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เอ้า! คุณนั่นเอง”
เจด้ารีบพูดขอโทษคนที่ตัวเองล้มทับด้วยความรู้สึกผิดแต่ก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าคนที่ตัวเองนอนทับไว้อยู่ก็คือคนหล่อที่ทำให้เธอนั้นมองไม่วางตาที่โรงอาหาร
“ลุกออกไปสักที ฉันหนัก”
พายุพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายเพราะเขาเจอเธอทีไรมักจะเจ็บตัวตลอด เมื่อได้ยินคำพูดของพายุ เจด้าก็รีบลุกออกจากตัวเขาแล้วช่วยพยุงแขนพายุขึ้นแต่ก็ต้องตกใจเมื่อพายุนั้นสลัดแขนออกจากมือเธอแล้วลุกขึ้นยืน เจด้าจึงลุกขึ้นยืนตามทันที
“โอ้ยๆ เลอะหมดเลยพ่อหนุ่ม เสื้อขาวซะด้วย”
ลุงยามพูดขึ้นด้วยความตกใจจนเจด้านั้นรู้สึกผิดที่ทำให้เสื้อนักศึกษาเขาเปื้อนสี
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เดี๋ยวฉันไปหาเสื้อมาให้เปลี่ยนนะคะ”
เจด้าพูดขอโทษพายุอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไร รีบทาสีช่วยลุงจะได้เสร็จ เสื้อเดี๋ยวฉันไปหาเปลี่ยนเอง”
พูดจบพายุก็แบมือมาหาเจด้า จนเจด้าถึงกับงงว่าเขาแบมือมาให้เธอทำไม
“อะไรคะ”
เจด้าถามพายุด้วยความสงสัย
“เอาแปรงทาสีมา”
พายุตอบกลับเจด้าสั้นๆ เสียงเรียบ เจด้าจึงยื่นแปรงทาสีให้เขาแล้วตั้งท่าจะไปหยิบแปรงทาสีอันใหม่แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของพายุ
“เธอไปกินข้าวแล้วค่อยมาทำ”
พายุพูดขึ้นเสียงเรียบเมื่อเห็นเจด้าตั้งท่าจะไปหยิบแปรงทาสีอีกอัน
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวทาสีเสร็จค่อยกินก็ได้”
เจด้าพูดกับพายุด้วยรอยยิ้มแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นพายุมองมาที่เธอด้วยสายตาดุดัน
“กินข้าวซะ รีบกินแล้วรีบมาช่วยทำ”
พายุพูดเสียงดุใส่เจด้า แต่เจด้าไม่ได้มีท่าทีตกใจกลัวเสียงดุของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ฉันกินก็ได้ค่ะ แต่คุณต้องตอบคำถามฉันสองข้อก่อน”
“คำถามอะไร”
พายุถามเจด้ากลับด้วยความสงสัย
“คุณชื่ออะไรคะ”
เจด้าเริ่มคำถามแรกขึ้นทันที เพราะเธอรู้สึกถูกชะตากับพายุเป็นอย่างมาก ยิ่งพายุมีท่าทีนิ่งๆ ไม่สนใจเธอยิ่งทำให้เธอชอบเขามากกว่าเดิม
“ไม่ต้องรู้หรอก”
พายุบอกปัดเจด้าไป เพราะคิดว่าไม่จำเป็นที่ต้องทำความรู้จักกัน
“งั้นฉันไม่กิน ทำงานต่อดีกว่า”
เจด้าพูดขึ้นด้วยสีหน้าชิวๆ แล้วก้มหยิบแปรงทาสีตั้งท่าจะเดินไปทาสีอีกจุดหนึ่งแต่ก็ต้องหยุดชะงักยิ้มกว้างขึ้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยินคำพูดของพายุ
“พายุ”
พายุตอบชื่อตัวเองสั้นๆ เสียงเรียบเมื่อเห็นเธอไม่ยอมกินข้าว
“แล้วเรียนคณะไหนคะ ปีไหนหรอคะ”
เจด้าถามพายุอีกครั้งด้วยความอยากรู้
“วิทย์กีฬา ปีสี่”
“เป็นรุ่นพี่หรอกหรอเนี่ย หนูชื่อเจด้านะคะ เรียนวิศวะคอม ปีสาม ว่าแต่...”
“เธอถามครบสองข้อแล้ว ไปกินข้าว”
พายุพูดตัดบทเจด้าทันทีเมื่อได้ยินเธอจะถามต่อ จนเจด้าถึงกับอ้าปากค้างกลางอากาศเมื่อเขาเดินไปทาสีโดยไม่สนใจเธอ แต่ก็เปลี่ยนมายิ้มกว้างขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“คนอะไรโคตรนิ่ง แต่ก็โดนใจ อิอิ”
เจด้าพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแล้วนั่งลงกินข้าวด้วยความเร่งรีบเพราะอยากไปช่วยทาสีให้เสร็จเร็วๆ เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วเจด้าก็รีบมาช่วยลุงยามและพายุทาสีต่อทันที
“พี่ไม่มีเรียนหรอคะ ถึงได้มาช่วยลุงยาม”
เจด้าถามพายุขึ้นขณะที่ทั้งสองกำลังทาสีอยู่ เพราะอยากหาเรื่องชวนพายุคุย
“ไม่มี”
พายุตอบกลับสั้นๆ เสียงเรียบ
“ใช่หรอคะ พี่โกหกรึเปล่า ถ้าไม่มีเรียนก็ต้องกลับบ้านแล้วสิ จะเดินมาทางตึกเรียนทำไมกัน”
เจด้าถามพายุต่อด้วยความสงสัย
“พี่พายุ พี่โดดเรียนมาใช่มั้ยคะ”
“อยู่บ้านไม่มีเพื่อนคุยรึไง ถึงพูดไม่หยุด”
พายุพูดใส่เจด้าด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อเธอนั้นถามเซ้าซี้เขาไม่เลิก
“ทำไมพี่รู้ งืออ หนูอยู่คอนโดคนเดียวเหงาปากมากเลย”
พายุถึงกับส่ายหน้าเอือมระอาเมื่อได้ยินคำพูดของเจด้า เพราะเขานั้นตั้งใจพูดประชดเธอ แต่เธอกลับตอบเขาโดยไม่มีท่าทีโกรธเลยแม้แต่น้อย จึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อแล้วก้มหน้าก้มตาทาสี
“พี่คงจะไม่ชอบพูดกับใครสินะคะ”
เจด้าถามพายุอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม
“อืม”
พายุตอบเจด้าสั้นๆ โดยไม่ได้หันไปมองเธอ
“ทำไมหรอคะ พี่พูดไม่เก่งหรอ”
“อืม”
“พูดไม่เก่ง แสดงว่าพี่ไม่ชอบความวุ่นวายใช่มั้ยคะ”
“อืม”
“แล้วเวลาอยู่ห้องเรียนพี่ก็เงียบๆ ไม่คุยกับใครเลยหรอคะ”
“อืม”
“ไม่รู้สึกอึดอัดหรอคะ ที่ไม่ค่อยคุยกับใคร”
“ไม่”
“แล้วพี่มีแฟนรึยังคะ”
“เธอจะถามอะไรนักหนา ทาสีแบบเงียบๆ ไม่ได้เลยรึไง”
พายุหยุดทาสีแล้วหันไปถามเจด้าด้วยความไม่พอใจเมื่อความอดทนเขาหมดขีดจำกัดแล้ว เขาพยายามตอบเจด้าอย่างไม่สนใจแต่เธอก็ไม่ละความพยายามถามนุ่นถามนี่เขาไม่เลิกจนคนที่ชอบความเงียบอย่างเขาถึงกับหมดความอดทน
“พูดยาวได้สักที อิอิ นึกว่าจะอดทนได้นานกว่านี้ซะอีก โอเคๆ ค่ะ ไม่แกล้งแล้ว หนูจะไปทาสีทางนู้นต่อนะคะ”
เจด้าพูดกับพายุด้วยรอยยิ้มแล้วเดินไปอย่างอารมณ์ดีเมื่อทำให้พายุยอมพูดยาวๆ กับเธอได้ ถึงจะเป็นประโยคที่ไม่พอใจก็ตามทำเอาพายุถึงถอนหายใจใส่เจด้าอย่างเอือมระอาเพราะเขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนจึงพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองแล้วตั้งใจทาสีต่อจนผ่านไปสักพักพายุก็หันไปมองเจด้าเพราะไม่ได้ยินเสียงพูดของเธอ เมื่อหันไปมองก็เห็นเธอนั้นทาสีอย่างตั้งใจใบหน้าดูจริงจัง รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูมีฐานะอย่างเธอจะทำงานแบบนี้โดยไม่บ่นสักคำซึ่งเขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน ทางด้านเจด้าเมื่อรู้ว่าพายุกำลังจ้องมองเธออยู่ก็หันไปส่งยิ้มหวานให้จนพายุรีบหันหน้าหนีด้วยความตกใจทำเอาเจด้านั้นถึงกับหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างชอบใจเมื่อแกล้งเขาได้ พายุและเจด้าช่วยลุงยามทาสีฟุตบาทจนถึงบ่ายสองก็เสร็จ
“เย้! เสร็จแล้ว ทันเวลาเลยค่าลุง”
เจด้าพูดกับลุงยามด้วยความดีใจเมื่องานเสร็จก่อนเวลา
“ขอบใจทั้งสองมากเลยนะที่มาช่วยลุง ไม่งั้นลุงคงทำไม่ทันแน่ๆ ไว้ลุงจะเลี้ยงข้าวตอบแทนนะ”
ลุงยามพูดขอบคุณเจด้ากับพายุด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องเลี้ยงข้าวก็ได้ แค่ลุงดูแลความปลอดภัยให้นักศึกษาอย่างเราก็เป็นการตอบแทนแล้วค่ะ”
เจด้าพูดกับลุงยามด้วยรอยยิ้ม ส่วนพายุก็ได้แต่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไร
“ขอบใจมากจริงๆ นะ งั้นลุงไปก่อนนะพ่อหนุ่มแม่หนู”
“ค่า/ครับ”
เมื่อคุยกันเสร็จลุงยามก็เดินไปทันที พายุก็ตั้งท่าจะเดินไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเจด้า
“เดี๋ยวก่อนสิคะพี่พายุ ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวหนูออกไปซื้อเสื้อข้างนอกให้”
“ไม่เป็นไร”
พายุปฏิเสธเจด้าแล้วตั้งท่าจะเดินไปแต่ก็ต้องตกใจเมื่อเจด้านั้นมากอดแขนเขาไว้
“นี่เธอทำบ้าอะไร ปล่อยฉันนะ”
พายุพูดโวยวายใส่เจด้าด้วยความไม่พอใจเมื่อเขาสลัดแขนยังไงเธอก็ไม่ยอมปล่อยแขนออก
“หนูไม่ปล่อยจนกว่าพี่จะยอมไปเปลี่ยนเสื้อกับหนูค่ะ”
“ปล่อยฉัน”
พายุพูดเสียงดุใส่เจด้าด้วยความไม่พอใจ
“ไม่ปล่อยค่ะ”
เจด้าพูดตอบพายุพร้อมกับกอดแขนเขาไว้แน่นกว่าเดิมอย่างไม่ยอม
“ฉันบอกให้ปล่อย”
“ไม่ปล่อยค่ะ ว้าย...อุ๊บ”
เจด้าที่กำลังดื้อไม่ยอมปล่อยพายุก็ต้องตกใจเมื่อเขานั้นพยายามออกแรงจับแขนเธอออกจนเธอนั้นต้องขยับตัวไปชิดเขามากกว่าเดิมแต่ขากลับไม่รักดีสะดุดขาเขาจนทำให้ทั้งสองเสียหลักล้มทั้งคู่และตัวเธอก็เป็นฝ่ายล้มทับเขาอีกตามเคยแถมตอนนี้ปากเธอยังไปประกบกับปากเขาอย่างไม่ตั้งใจอีกด้วย