พายุถึงกับเบิกตากว้างตกใจเมื่อเจด้านั้นล้มทับมาจูบปากเขาเช่นเดียวกันกับเจด้าที่ตกใจไม่ต่างจากพายุจึงรีบผละหน้าแล้วลุกขึ้นทันที เจด้าถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อตัวเองได้เสียจูบแรกให้กับผู้ชายตรงหน้า ส่วนพายุก็ได้แต่มองเจด้าด้วยความไม่พอใจที่ต้องมาเสียจูบแรกให้กับผู้หญิงที่เขาไม่ใช่แฟนแบบนี้
“เธอตั้งใจหาเรื่องจูบฉันหรอ”
พายุลุกขึ้นยืนถามเจด้าด้วยความไม่พอใจ จนเจด้าถึงกับหันไปมองหน้าพายุอย่างงงๆ
“เปล่านะคะ เมื่อกี๊หนูสะดุดขาพี่ล้มนะ พี่ก็เห็นนิ ใครจะไปรู้ว่าจังหวะมันจะเหมาะเจาะขนาดนั้นกัน สรุปจะไม่ไปเปลี่ยนเสื้อกับหนูใช่มั้ยคะ งั้นหนูไปนะคะ”
พูดจบเจด้าก็รีบวิ่งไปทันทีเพราะกำลังเขินจนทำตัวไม่ถูกที่ได้จูบกับพายุ ทำเอาพายุถึงกับคิ้วขมวดมากกว่าเดิม
“คิดจะไปก็ไปดื้อๆ เวรกรรมจริงๆ เจอกันทีไรเจ็บตัวตลอดเลย”
พายุพูดขึ้นอย่างหัวเสียแล้วเดินไปยังยิมที่เป็นที่ฝึกซ้อมบาสเกตบอลซึ่งในยิมก็มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ด้วยเพราะเป็นเวลาที่เขาต้องไปซ้อมบาสพอดี
“พี่พายุคะ”
จังหวะที่พายุกำลังจะเดินเข้าไปในยิมก็ต้องชะงักหันหลังกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของแพรไหมที่เป็นลูกสาวเพื่อนของพ่อเขาโดยทั้งสองนั้นสนิทกันพอสมควรเพราะเป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่เด็กจนพายุนั้นเห็นแพรไหมเป็นน้องสาวคนหนึ่งแต่พอโตขึ้นพายุก็เว้นระยะห่างจากแพรไหมเพราะไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดว่าเธอกับเขาจะคบกัน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นไม่พูดด้วย พายุยังให้คำปรึกษากับแพรไหมทุกอย่างในฐานะพี่ชาย ซึ่งแตกต่างจากแพรไหมที่ภายนอกถึงจะเป็นคนเรียบร้อยแต่ในใจกลับคิดทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองหัวใจของพายุ แต่ก็ไม่ได้ออกตัวให้พายุเห็นว่าตัวเองชอบเขาอยู่เพราะกลัวพายุจะตีตัวออกห่างมากกว่าเดิม จึงทำตัวเป็นน้องสาวที่เรียบร้อยว่านอนสอนง่ายขอคำปรึกษาเรื่องเรียนกับพายุตลอดตั้งแต่เรียนปีหนึ่งจนตอนนี้เธอนั้นอยู่ปีสองคณะเดียวกันกับพายุ
“มีอะไรรึเปล่าแพรไหม”
พายุเอ่ยถามแพรไหมเสียงเรียบ
“คือรถหนูเสียสตาร์จยังไงก็ไม่ติด หนูรบกวนติดรถพี่พายุกลับด้วยได้มั้ยคะ หนูไม่กล้านั่งรถกลับคนเดียว”
แพรไหมพูดขอร้องพายุด้วยน้ำเสียงเกรงใจ เพราะเธอนั้นอยู่คอนโดเดียวกันกับพายุแต่คนละชั้น
“แต่พี่มีซ้อม กว่าจะเสร็จก็เกือบหกโมงเย็นเลย”
พายุตอบแพรไหมไปตามตรง
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูรอได้อยากไปดูพี่พายุซ้อมพอดี”
แพรไหมพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องเข้าไปดูหรอก ถ้าจะรอก็รอแถวๆ นี้แล้วกันนะ ข้างในมีแต่ผู้ชายมันไม่เหมาะสม”
พายุพูดกับแพรไหมไปตามตรงเพราะเขาไม่ชอบพาใครเข้าไปในสนามตอนซ้อม จนแพรไหมถึงกับหุบยิ้มทำหน้าเศร้าเมื่อพายุไม่ยอมให้เธอเข้าไปในสนามซ้อม แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเพราะกลัวเขาจะมองเธอไม่ดี
“เอางั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปนั่งรอใต้ตึกคณะเรานะคะ มีคนเยอะไม่น่ากลัวเท่าไหร่”
“อืม”
พายุตอบแพรไหมสั้นๆ แล้วเดินเข้าไปในยิมทันที จนแพรไหมได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจเมื่อโดนพายุปฏิเสธอีกแล้ว
“จะใจแข็งไปถึงเมื่อไหร่กัน ชิ”
แพรไหมพูดพึมพำคนเดียวด้วยความไม่พอใจได้แต่เตือนตัวเองให้อดทนแล้วไปนั่งรอพายุที่ใต้ตึกคณะ ส่วนพายุเมื่อเปลี่ยนชุดซ้อมเสร็จแล้วก็เดินตรงไปที่สนามซ้อมยืดเส้นยืดสายเตรียมความพร้อมก่อนลงซ้อม พายุนั้นเป็นตัวเต็งของทีมเป็นตัวทำแต้มจนได้แชมป์กีฬามหาลัยมาสามปีซ้อนตั้งแต่เขาอยู่ปีหนึ่งจนถึงปีสามและปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่เขาจะลงแข่งในนามมหาลัย มีสโมสรมาทาบทามชวนเขาไปเล่นหลายครั้งแถมยังมีคนติดต่อเชิญไปคัดเลือกทีมชาติแต่พายุก็ยังไม่ตัดสินใจเข้าสโมสรไหนเพราะอยากโฟกัสเรื่องเรียนก่อน ถ้าถึงตอนเขาเรียนจบยังมีคนสนใจฝีมือการเล่นบาสของขาตอนนั้นเขาถึงจะตัดสินใจไปเล่นในนามนักกีฬาอาชีพ
“ไงครับหลวงพี่ หายไปเป็นชั่วโมงกูก็คิดว่าโดนสาวที่ไหนฉุดไปข่มขืน ที่ไหนได้ไปนั่งทาสีช่วยสาวสวยนี่เอง เจอเนื้อคู่แล้วหรอวะ”
มาร์คพูดแซวพายุขณะที่กำลังวอร์มร่างกายข้างๆ พายุ เพราะตอนบ่ายพวกเขาไม่มีเรียนจึงมานอนเล่นที่ยิมตามปกติของทุกวันที่ไม่มีเรียนแต่พายุที่ขอแยกไปเข้าห้องตอนออกจากโรงอาหารก็หายไปนาน มาร์คและนิวจึงเดินตามหาไปทั่วจนมาเจอพายุกำลังนั่งทาสีฟุตบาทกับสาวสวยคณะวิศวะทั้งสองจึงได้แต่ตกใจเมื่อเห็นพายุอยู่ใกล้ผู้หญิงแต่ก็ไม่เข้าไปกวนเพราะกลัวพายุจะเดินหนีจึงพากันมารอพายุที่ยิมเหมือนเดิม
“กูไปช่วยลุงยามทาสี ไม่ได้ไปช่วยยัยนั่น”
พายุตอบเพื่อนเสียงเรียบ ยิ่งคิดถึงหน้าเจด้าก็ทำให้เขานั้นหงุดหงิดขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงภาพที่เจด้านั้นขโมยจูบแรกเขาไป
“งั้นหรอ ที่แท้มึงก็ไปทาสีช่วยลุงยามนี่เอง ว่าแต่สาวสวยคนนั้นชื่ออะไรอะ”
มาร์คถามพายุด้วยความอยากรู้
“เจด้า”
พายุตอบกลับสั้นๆ เสียงเรียบ ทำเอามาร์คกับนิวถึงกับยิ้มให้กัน
“ไปช่วยลุงยามทาสีแป๊บเดียวถึงกับจำชื่อสาวกลับมาด้วย ไอ้พายุปกติมึงไม่เคยสนทนากับผู้หญิงนะครับ มึงรู้ชื่อเค้ามาแบบนี้แสดงว่ามึงทำความรู้จักกับสาวสวยคนนั้นมาสินะ ตอบพวกกูมาเลยนะคไอ้หลวงพี่ มึงชอบสาววิศวะคนนั้นใช่มั้ย”
นิวถามพายุพร้อมกับมองด้วยสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ จนพายุนั้นได้แต่ถอนหายใจอย่างเอือมระอาเมื่อโดนเพื่อนถามจี้ไม่เลิก
“กูไม่ได้ชอบ เลิกถามสักทีแล้วไปตั้งใจซ้อม ถ้าปีนี้พวกมึงเอาสมาธิไปสนใจแต่เรื่องอื่นจนแข่งแพ้กูเอาพวงมึงตายแน่ ไปซ้อม”
พายุพูดเสียงดุใส่เพื่อนทั้งอย่างอารมณ์เสีย
“ครับ คุณกัปตันทีม พวกผมจะตั้งใจซ้อมเลยครับ เชิญคุณกัปตันทีมคิดถึงหน้าสาววิศวะคนนั้นได้ตามสบายเลยครับ ฮ่าๆ”
“ไอ้สัส”
พายุได้แต่ทำท่าวิ่งไล่เตะมาร์คกับนิวอย่างอารมณ์เสียเมื่อโดนเพื่อนทั้งสองแซวไม่เลิกจากนั้นทั้งสามก็หันมาตั้งใจซ้อมอย่างจริงจังเมื่อโค้ชบอกให้เริ่มซ้อมแล้ว หลังจากซ้อมเสร็จพายุก็ส่งข้อความบอกให้แพรไหมมาที่รถเพื่อกลับคอนโดด้วยกันเมื่อได้รับข้อความแพรไหมก็ดีใจเป็นอย่างมากเพราะเป็นครั้งแรกที่พายุยอมให้เธอขึ้นรถด้วยสองต่อสองเพราะปกติถ้าเธอขอขึ้นรถไปด้วยพายุจะบ่ายเบี่ยงปฏิเสธตลอดเพราะไม่อยากนั่งรถกับเธอสองต่อสอง เมื่อแพรไหมมาถึงรถพายุก็รีบเปิดประตูรถฝั่งคนขับเมื่อเห็นพายุสตาร์จรถรอแล้วแต่ก็ต้องชะงักตกใจเมื่ออยู่ดีๆ นิวก็ลดกระจกรถลง
“สวัสดีครับน้องแพรไหม บังเอิญมากเลยนะครับรถพี่ก็เสียเหมือนกันเลยต้องให้ไอ้พายุไปส่ง”
นิวพูดกับแพรไหมด้วยรอยยิ้มเพราะซ้อมเสร็จพายุก็ขอให้เขาขึ้นรถกลับเป็นเพื่อนเพราะไม่อยากนั่งไปกับแพรไหมสองคนโดยให้นิวจอดรถไว้ที่ยิมพรุ่งนี้เขาก็ให้นิวมาเรียนด้วย เพราะคอนโดของนิวนั้นอยู่ใกล้กับคอนโดของเขา เมื่อได้ยินคำพูดของนิวทำเอาแพรไหมถึงกับหัวเสียไม่น้อยเพราะแผนที่แกล้งรถเสียของเธอนั้นผิดพลาดไปหมด แต่ก็ปั้นหน้ายิ้มไม่แสดงอาการโกรธออกมาเพราะอยากให้พายุเห็นว่าเธอเป็นคนอ่อนโยนเรียบร้อย
“สวัสดีค่ะพี่นิว แล้วพี่นิวเรียกช่างซ่อมรึยังคะ ให้หนูเรียกให้มั้ย”
แพรไหมยกมือไหว้สวัสดีนิวอย่างนอบน้อมแล้วเดินไปเปิดประตูรถเข้าไปนั่งเบาะหลังทันที
“เรียกแล้วครับ”
นิวตอบแพรไหมด้วยรอยยิ้ม เมื่อแพรไหมขึ้นรถแล้วพายุก็ขับรถออกไปทันทีโดยระหว่างทางแพรไหมก็พยายามชวนพายุคุยแต่คนที่คุยกับแพรไหมกลับเป็นนิวซะมากกว่า ส่วนพายุก็ถามคำตอบคำตามประสาคนพูดน้อย เมื่อมาถึงหน้าคอนโดพายุก็จอดรถจนแพรไหมได้แต่ทำหน้างง
“พี่พายุไม่เข้าไปจอดในคอนโดหรอคะ”
แพรไหมเอ่ยถามพายุด้วยความสงสัย
“แพรไหมลงไปก่อนเลยพอดีพี่จะไปส่งไอ้นิวน่ะ”
พายุตอบแพรไหมเสียงเรียบ
“งั้นเดี๋ยวหนูนั่งรถไปเป็นเพื่อนพี่พายุก็ได้ค่ะ แล้วค่อยกลับมาคอนโดด้วยกัน”
แพรไหมพูดเสนอพายุด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้องหรอกลงไปเถอะ”
“ค่ะ”
แพรไหมตอบพายุเสียงเบาแล้วลงจากรถเดินคอตกเข้าคอนโดทั้งที่ในใจกลับอยากร้องกรี๊ดออกมาด้วยความโกรธที่โดนพายุไล่ลงรถ
“น้องแพรไหมน่ารักขนาดนี้มึงไม่รู้สึกชอบน้องเลยหรอวะ”
นิวเอ่ยถามพายุทันทีเมื่อแพรไหมลงจากรถไปแล้ว
“ไม่ชอบ”
พายุตอบนิวสั้นๆ
“แม่ง มึงมันไม่มีหัวใจจริงๆ แก่จนขึ้นปีสี่แล้วยังไม่ยอมคบใครสักคน ลูกชายมึงฝ่อไปหมดแล้วมั้งไม่ได้ใช้งานสักที”
นิวพูดแซวพายุอย่างกวนๆ เมื่อเพื่อนไม่ยอมคบสาวสักที ขนาดชวนให้แค่เอาเล่นๆ เพื่อปลดปล่อยพายุก็ยังไม่ยอมทำ
“พูดมาก มึงลงรถไปได้แล้วกูจะขับรถเข้าไปจอดในคอนโดกู”
“เอ้า! ไอ้หลวงพี่ ไหนมึงบอกกับน้องเค้าว่าจะไปส่งกู”
นิวถามพายุอย่างงงๆ
“กูแค่ไม่อยากเดินเข้าคอนโดพร้อมแพรไหม คอนโดมึงเดินไม่ร้อยเมตรก็ถึงจะให้กูขับรถกลับไปกลับมาทำไมเสียเวลากู ลงไปได้แล้ว”
พายุพูดไล่เพื่อนตัวเองไปอย่างไม่ใยดี
“แม่ง หมดประโยชน์แล้วไล่กูเลยนะไอ้สัส ไปก็ได้วะ”
นิวแกล้งพูดประชดพายุอย่างกวนๆ แล้วเดินลงจากรถเดินกลับคอนโดตัวเอง ถึงคำพูดพายุจะพูดดูแรงแต่นิวก็ไม่ได้โกรธอะไรพายุเลยแม้แต่น้อยเพราะรู้ว่าพายุแค่พูดกวนเขาเล่นๆ และเขาเองก็แค่อยากกวนพายุกลับเหมือนกัน เมื่อนิวลงรถไปแล้วพายุก็ขับรถขึ้นไปจอดในคอนโดตัวเองทันที ทางด้านเจด้าที่วิ่งหนีพายุมาก็ขับรถกลับคอนโดทันทีเพราะวุ้นเส้นโทรมาบอกว่าเลิกเรียนแล้วพอดี เมื่อกลับมาถึงคอนโดเจด้าก็ได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมานึกถึงแต่ตอนที่จูบกับพายุไม่หยุด
“งืออ คิดอะไรเนี่ยยัยด้า เฮ้ออ ถึงจะเป็นอุบัติเหตุแต่รู้สึกดีจัง อย่างน้อยจูบแรกก็ถูกคนที่ชอบเอาไป พอๆ ยัยด้าเลิกคิดๆ เค้าไม่ชอบคนอย่างเราหรอก”
เจด้าถึงกับพูดห้ามความคิดตัวเองเมื่อนอนคิดฟุ้งซ้านไม่เลิกจึงเดินออกไปสูดอากาศยังระเบียงด้านหลัง
“อากาศดีจริงๆ คิดถูกแล้วที่เลือกอยู่ชั้นสูงๆ”
เจด้าพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้สูดอากาศเข้าเต็มปอด
เมี๊ยว เมี๊ยว
เจด้าถึงกับรีบหันไปมองระเบียงข้างห้องเมื่อได้ยินเสียงร้องของแมวก็เห็นมีแมวตัวอ้วนกลมสีน้ำตาลอ่อนกำลังร้องเรียกเธออยู่
“งืออ เจ้าเหมียวทำไมน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ลูก”
เจด้าที่เป็นทาสแมวอยู่แล้วถึงกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดูจนทนเห็นใบหน้าอ้อนของเจ้าแมวไม่ได้จึงตัดสินใจปีนระเบียงเพื่อไปนั่งเล่นกับแมวตัวนั้น เมื่อเธอปีนไปถึงแล้วเจ้าแมวก็เดินเขามาออดอ้อนขาเธอ เจด้าจึงรีบนั่งให้เจ้าแมวเข้ามานั่งบนตักจากนั้นก็เล่นกับเจ้าแมวอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ได้รู้ว่าเจ้าของห้องและแมวตัวนี้เป็นของใคร