[เหนือ]
ดวงตาคู่คมเอาแต่จ้องมองเบอร์มือถือที่ตนพึ่งเพิ่มรายชื่อของคนน้องเข้ามาในเครื่องเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนี่เอง ถึงการเข้าหาของเขาอาจจะดูแปลกไปบ้างแต่ทุกนาทีมีค่าเกินกว่าจะปล่อยผ่านถึงเจตนาแรกของเขาจะเข้าหาน้องเพราะต้องการตอบแทนบุญคุณเรื่องเหตุการณ์ในวันนั้น แต่ก็กลัวว่าคนน้องจะจำตัวเองไม่ได้เพราะเรื่องมันก็ผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว อีกทั้งสภาพเขาในตอนนั้นก็ไม่ได้น่าจดจำสักเท่าไหร่ด้วยแต่ครั้งแรกที่ได้กลับมาเจอกันอีกเขาก็รู้ใจตัวเองทันทีว่าคนคนนี้แหละที่เขอยากดูแลไปตลอดชีวิต
เด็กบื้อ... นั่นคือชื่อที่เหนือเลือกพิมพ์ลงไปในเครื่องโดยไม่ใส่ชื่อจริงของอีกฝ่ายเพราะต้องการให้เป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นแค่นั่นเอง
“พี่จะไม่ปล่อยให้เราหายไปไหนอีกแล้วน้องนาย...พี่จะดูแลเราตลอดไป”
ระหว่างนั้นเขาเองก็ฉุดคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนที่เขาเอาแต่ออกตามหาเด็กผู้ชายแปลกหน้าที่ช่วยชีวิตเขาไว้ที่โรงเก็บไม้เก่า ซึ่งเขาเองก็รู้แค่ชื่อเล่นของอีกฝ่ายกับใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถึงตอนนี้ใบหน้าของคนน้องจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลาแต่ที่ทำให้เขามั่นใจมากตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอก็คือแววตาของอีกฝ่ายนั่นเอง
เขานั่งรออยู่ในรถพักใหญ่นนายก็เดินลงมาจากตึกของหอพักในชุดเสื้อยืดกางเกงห้าส่วนที่เผยให้เห็นขาที่ดูเรียวเล็กนวลเนียนถึงจะเป็นเพียงชุดธรรมดาที่ดูไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่พอมาอยู่บนตัวของอีกฝ่ายแล้วมันกลับดูน่ารักเข้ากันไปหมดเขาไล่พิจารณาคนที่กำลังเดินมา พร้อมเผยรอยยิ้มบางออกมาอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
‘น้องผอมไปไหมวะ ต้องขุนเยอะ ๆ แล้ว…’
‘ยิ่งใส่ชุดนี้ยิ่งตัวเล็กเข้าไปอีก’ เขาเอาแต่พร่ำบ่นในใจเพราะเห็นน้องผอมแห้งแรงน้อยเกินไปก่อนจะรีบลงจากรถเพื่อไปเปิดประตูรถให้อีกฝ่าย
“รอนานไหมครับ” เขาส่ายหน้าแทบคำตอบแล้วลอบมองคนที่ไม่ยอมมองหน้าเขาสักทีเอาแต่ก้มหน้ามองเท้าตัวเองอยู่อย่างนั้นคงเพราะเรื่องเมื่อครู่ที่เขาอุกอาจเกินไป
“ไปกันเลยไหมครับ”
‘ยังยังไม่มองหน้ากันอีก’ เขาได้แต่ยกยิ้มให้อย่างเอ็นดูกับความเขินอายที่อีกฝ่ายแสดงออกมาอย่างไม่ปรุงแต่ง
“ไปกันเลยเนาะ”
“คะ... ครับ...เดี๋ยวผมบอกทาง” นนายก็ยังคงแสดงท่าทีเขินอายอยู่ อีกทั้งยังไม่กล้าหันกลับมามองคนข้าง ๆ เลยแม้แต่น้อย
นนายก็ยังคงเอาแต่ก้มหน้าหรือไม่ก็หันออกนอกหน้าต่างนิ้วเรียวชี้บอกทางทั้งปากที่พูดงุ้ย ๆ กับเขาบางจังหวะก็มีถามกลับไปบ้าง และเขาอยากบอกเหลือเกินว่าเขาจำทางได้แม่นมากไม่ได้สนใจในสิ่งที่น้องกำลังบอกเลยสักนิดแต่ก็ชอบฟังเสียงน่ารักนั้น เขาลอบมองหน้าของน้องสลับกับมองทางอยู่อย่างนั้นตลอดเส้นทางไม่นานก็มาถึงร้านคาเฟ่ที่น้องทำงาน
เหนือลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปกางร่มให้อีกคนถึงตอนนี้ฝนจะเบาลงมากแล้วแต่ก็กลัวว่าน้องจะไม่สบายเอาได้ ถึงในใจของเขาอยากให้อีกฝ่ายนอนห่มผ้าอุ่น ๆ ในห้องมากกว่าแต่ตอนนี้ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปห้ามอะไรน้องได้ ที่สามารถทำได้ตอนนี้ก็คงเพียงได้ดูแลแบบนี้เท่านั้น
"พี่รอรับกลับนะครับ" เขาบอกคนตรงหน้าที่ยังมีสีหน้าเหลอหลาอยู่ และไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอเขามก็เดินไปหาที่นั่งรอทันที
"ห๊า!! ... ไม่ ไม่เป็นไ-…ครับพี่" นนายเองไอ้แต่ร้องประท้วงคนที่เอาแต่ใจ ส่วนเหนือก็เอาแต่ยกยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะเอามือถือขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาเพื่อน ๆ เพื่อเปลี่ยนสถานที่ติว
….
ทางด้านของนนายที่ยืนอึ้งอยู่นานก็เริ่มดึงสติตัวเองกลับมาพร้อมชักสีหน้าใส่คนที่ชอบทำอะไรตามใจโดยไม่ถามความเห็นเขาเลยสักคำ
‘พี่จะให้ผมตายลงตรงนี้จริง ๆ ใช่ไหมอะไรของเขานะ จะมารอทำไมไหนจะกางร่มมาส่งในร้านอีก’
‘วุ๊ย ... อะไรของพี่เขาแล้วสายตาเมื่อกี้นั่นอีกมองแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ’ นนายบ่นได้แค่ในใจก่อนจะเลิกสนใจคนที่มาป่วนแล้วหันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
“ใครมาส่งเหรอน้องนาย” เติร์ดเองเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วน้องจะใช้รถจักรยานยนต์แล้วรถราคาแพงแบบนี้ไม่น่าใช่รถน้องอย่างงแน่นอน
"รุ่นพี่ที่รู้จักกันครับพี่" เขาพยายามตอบเลี่ยงไป
"เหมือนจะเป็นหมอเหนือนที ใช่ไหม? " คนถูกถามพยักหน้าแทนคำตอบเพราะ
"พี่รู้จักด้วยเหรอ"
"ครับ" เติร์ดตอบกลับเพียงสั้น ๆ เท่านั้นแล้วเดินเลี่ยงเข้าครัวไป
นนายเริ่มลงมือทำงานไปได้สักระยะซึ่งตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาถึงสามทุ่มแล้วก่อนหน้านี้รุ่นพี่ก็เดินมาบอกกับเขาว่าเพื่อน ๆ จะมาติวกันที่นี่และขอเหมาชั้นสองของร้านเอาไว้ แล้วเจ้าตัวก็สั่งเครื่องดื่มไว้และบอกว่าให้เอาขึ้นไปเสิร์ฟพร้อมเพื่อนได้เลย
“คงเป็นพวกพี่หมอนั่นแหละ” ไม่ปล่อยให้เขาได้สงสัยนานรถหรูสามคันสามสีก็ขับเข้ามาจอดหน้าร้านเรียกความสนใจจากลูกค้าในร้านให้หันไปมองกันหมดไม่ว่าจะเป็น ปอร์เช่ เฟอร์รารี่หรือเบนซ์ ที่จอดเทียบรัศมีกันอยู่หน้าร้าน
“รวยกันไปไหนวะพวกพี่แม่งเลือกคบกันแน่ ๆ เลย” ได้แต่บ่นให้กับความหล่อรวยของพวกรุ่นพี่แล้วรีบมายืนปั้นหน้าสลอนรอรับออเดอร์ที่เคาท์เตอร์อย่างรู้งาน
"เฮ้...ไอ้น้องนาย...ทำงานที่นี่ด้วยเรอะ!" รุ่นพี่คนร่าเริงขาเก่าเจ้าประจำเอ่ยทักทายเขาก่อนเลยแต่นนายเองก็ชอบรุ่นพี่คนนี้มากกว่าทุกคนเพราะดูเข้าถึงง่ายดูสบาย ๆ คุยด้วยได้แบบไม่เกร็งเท่าคนอื่น
"จะไอ้ก็ไอ้...จะน้องก็น้องไหมพี่เลือกสักอย่างไหมวะ...ครับ" เขาแกล้งบ่นพลางยิ้มขำส่งไปให้
"อะ...ไอ้นายละกันกูชอบ มึงทำงานที่นี่? ...กูว่าแล้ววววว"
“ครับ ... ผมทำงานที่นี่เป็นงานพาสท์ไทม์น่ะพี่ทำแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์” เมื่อไม่เกร็งก็พูดคุยกันสะดวกใจขึ้น
"เออ กูชักชอบมันแล้วว่ะ ... มึงมาเป็นน้องชายกูไหมกูลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง ที่สำคัญกูรวยมากด้วยมรดกหารครึ่งเลยเอาปะ..." เพลงหันไปพูดกับเพื่อนที่เดินตามหลังมาพร้อมหันมาชวนเขาอย่างไม่จริงจังนัก
‘คนบ้าอะไรวะจะหารครึ่งมรดกกับคนอื่น’ นนายคิดในใจพลางยิ้มบางออกมากับคพูดของรุ่นพี่เมื่อครู่
"ก็เว่อร์ไป...อีกอย่างผมกินเก่งนะพี่เลี้ยงไม่ไหวหรอก"
"กูว่าแล้วอยู่ ๆ ก็เปลี่ยนที่ติว...ไอ้นี่มันเสือร้าย มันแผนสูงไอ้สัด กูก็อุตส่าห์เอากุญแจห้องสมุดกับอาจารย์ไว้แล้วด้วย" เป็นแดนสรวงที่บ่นอุบพร้อมกลอกตามองบนอย่างเซ็ง ๆ ปกติเขาชอบติวในที่เงียบ ๆ ไม่ชอบมาร้านกาแฟที่เปิดเพลงแบบนี้
"พวกพี่ขออเมริกาโน่เย็นหวานน้อยสามแก้วนะครับน้องนาย... อ่อ...แก้วหนึ่งใส่มะนาวหั่นบาง ๆ ลงไปด้วย 1 ชิ้นนะครับของไอ้พี่เพลงมันน่ะ ส่วนของพี่สองคนชงปกติเลยครับไม่เรื่องมากเหมือนมันหรอก...ไอ้เหนือสั่งแล้วใช่ไหม"
“ครับพี่หมอ” เขาชอบพี่คนนี้ที่สุด
‘ละมุนอย่างกับสายไหมงานวัดเลยพี่อ่ะ ละมุนสมชื่อ’ เมื่อแอบชื่นชมจนพอใจก็รีบบอกทางรุ่นพี่ต่อ
“อ่อ...พี่เหนือรออยู่ชั้นบนแล้วครับเดินขึ้นไปทางนี้เลย...อีกเดี๋ยวกาแฟตามไปเสิร์ฟครับผม" เขาผายมือเพื่อบอกทางสายหมอกเองก็ยิ้มรับพร้อมพยักหน้าก่อนจะลากเพื่อนทั้งสองให้เดินขึ้นบันไดไป
"รู้จักพวกเขาด้วยเหรอน้องนาย ดูท่าไม่น่าจะรู้จักกันได้นะพี่ว่า" เติร์ดทำหน้าสงสัยพร้อมหันมาถามลูกน้องอย่างเขาด้วยความแปลกใจ
"อ้อ...พี่เหนือเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทผมครับเรียนคลาสเดียวกัน ผมเลยรู้จักแก๊งก์เพื่อนเขาไปด้วยโดยปริยายน่ะพี่" แล้วเติร์ดก็ไม่ได้ถามอะไรต่ออีกแล้วหันกลับไปทำเครื่องดื่มต่อเพราะไม่อยากให้ลูกค้ารอนานซึ่งวันนี้เขาอยู่กับแค่สองคนเพราะลูกน้องอีกคนขอลาหยุดปกติน้องคนนั้นจะเข้ากะดึกช่วงเสาร์อาทิตย์เสมอ
นนายนำเครื่องดื่มของรุ่นพี่ที่สั่งเมื่อครู่ขึ้นมาเสิร์ฟบนชั้นสองโดยชั้นนี้จะมีมุมโต๊ะญี่ปุ่น มีโต๊ะกลมเล็ก ๆ อยู่กลางห้อง และโซนโซฟาชุดใหญ่ที่สามารถนั่งได้เกินแปดคน ซึ่งผนังโดยรอบตกแต่งด้วยชั้นหนังสือหลากหลายประเภท แล้วมุมห้องที่มีเจ้าแมวเหมียวจอมขี้เกียจนอนอยู่ที่พี่เติร์ดบอกว่ามันอาวุโสสุดในรุ่นแล้วเลยชอบแอบมานอนตัวเดียวบนนี้
‘เจ้าอ้วนเอ้ย! หลับปุ๋ยเลยนะมึงไม่ตื่นมารับลูกค้าช่วยเลย สบายเกินไปแล้ว’ เขายกยิ้มพร้อมส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับความขี้เกียจของเจ้าเหมียวสีเทา
"กาแฟได้แล้วครับ" กาแฟของแก้วแรกถูกวางลงที่โต๊ะกลมตรงกลางของหมอแดนสรวงและหมอสายหมอก
"ที่มีมะนาวอ่ะของกูไอ้น้องนาย"
'กินแปลกเหมือนบุคลิกเลย ' ได้แค่บ่นในใจบ่นออกเสียงมาไม่ได้เดี๋ยวเจอทุบกลับ หน้าตาดูร่าเริงก็จริงแต่เวลานิ่งก็น่ากลัวอยู่เหมือนกัน
"ผมไม่ลืมหรอกน๊า อะของพี่" เพลงยื่นมือมารับแก้วในมือของรุ่นน้อง
ส่วนแก้วสุดท้ายของหมอเหนือเขาที่นั่งอยู่ตรงโซฟาคนเดียวเหมือนจะนั่งลอกงานอะไรอยู่
‘คิ้วขมวดเชียวซึ่งหน้าพี่ ๆ แต่ละคนก็เครียดพอ ๆ กันขนาดพี่เพลงที่ขี้เล่นยังดูจริงจังจนผมประหลาดใจเวลาที่พี่เขาทำงาน’ เขาเดินไปยังโซฟาที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อยเพื่อเสิร์ฟกาแฟแก้วสุดท้ายแล้วจะได้กลับลงไปแอบงีบเสียหน่อย
"ส่วนแก้วนี้ของพี่ครับ"
"ขอบคุณครับ" หมอเหนือละสายตาจากหนังสือตรงหน้าแล้วส่งยิ้มหวานให้
'ยิ้มแบบนี้อีกแล้ว...ยิ้มทำลายล้างมากอ่ะพี่คนนี้...หัวใจจะวาย'
"เรียนหนักมากเลยเหรอครับ" นนายชะโงกหน้าดูงานที่รุ่นพี่เขียนก็มีแต่ภาษาหมอทั้งนั้นดูแล้วก็อ่านไม่ออกหรอก
"หนักครับ แต่ได้กำลังใจดีแค่นี้พี่ไหว" พูดพร้อมรอยยิ้มหวานจนเห็นเขี้ยวเสน่ห์ทั้งสองข้าง ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำจนรู้สึกเจ็บเขาถึงกับต้องยกมือขึ้นมากุมไว้อย่างไม่รู้ตัว
'เขาแค่ยิ้ม...เราน่ะใจเต้นทำไมบ้าไปแล้วไอ้นายมึง'
"งั้น...พี่ขออาหารเพิ่มอีกสักสามสี่อย่างนะครับดูท่าคงหิวแล้ว" เขาระบายยิ้มพร้อมเงยหน้าขึ้นมองนนายที่ตอนนี้หน้าร้อนผ่าวไปหมดแล้ว
"อะ...อาจจะช้าหน่อยนะครับเพราะพี่เติร์ดทำคนเดียว"
ปกติครัวก็ปิดสี่ทุ่มแต่วันนี้พ่อครัวก็หยุดทุกอย่างเลยหนักอยู่ที่เจ้าของร้านคนเดียวเขาเองก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะพึ่งทำงานได้ไม่นาน
"ครับ...พี่รอได้...นานก็ว่านี้พี่ก็เคยรอมาแล้ว" เขาตอบมาด้วยท่าทีสบาย ๆ ทั้งที่สายตาที่ดูเหนื่อยล้าแต่ก็ยังยิ้มให้ไม่หยุด
‘รออะไรของพี่เค้าวะ ช่างเถอะ’ รีบสะบัดความคิดนั้นทิ้งแล้วรีบวิ่งลงมาข้างล่างเพื่อสั่งพ่อครัวสุดหล่อทำ
เวลาผ่านไปนานเกือบ 40 นาทีอาหารทุกอย่างก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟ นนายยกถาดอาหารขนาดใหญ่มาแล้วนำมาวางที่โต๊ะที่หมอเหนืออยู่เพราะเป็นโต๊ะที่กว้างที่สุดแล้ว หมอเหนือเห็นอย่างนั้นก็รีบเก็บเอกสารหลบทางให้อย่างรู้งาน
"อาหารที่สั่งได้แล้วครับ...ทานให้อร่อยนะครับ" เมื่อวางจานอาหารเสร็จก็ไม่อยากรบกวนเวลาของลูกค้าเขาจึงขอตัวลงไปข้างล่างน่าจะดีกว่า
หมับ !
อ๊ะ!! …
แต่ต้องเผลอร้องประท้วงออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ เขาก็ถูกรั้งไว้แล้วคนพี่ก็ออกแรงดึงให้เขาลงไปนั่งบนตักของอีกฝ่ายแบบไม่ทันตั้งตัว
อุ๊บ!
มือเล็กรีบยกมือขึ้นมาป้องปากตัวเองเพราะกลัวจะหลุดส่งเสียงดังรบกวนคนอื่นในห้องไปด้วยเมื่อถูกรัดจากคนด้านหลังอีกรอบ
ตึกตัก! ตึกตัก!! ตึกตัก!!!
หัวใจที่เริ่มเต้นแรงจนแทบทะลุออกมามันคงได้ยินออกมาถึงข้างนอกและคาดว่าอีกฝ่ายก็ได้ยินมันชัดเจนเช่นกัน วันนี้หัวใจเขาต้องทำงานหนักไปไม่รู้กี่รอบแล้วเพราะผู้ชายคนนี้ ใบหน้าเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามคาดว่าตอนนี้ก็คงกำลังแดงไปหมดแล้วด้วยความเขินอาย
'ใจผม...ตอนนี้จะทะลุออกมาเต้นข้างนอกอกแล้วพี่... ทำอะไรของพี่วะ...พลู่' ได้แต่ประท้วงแค่ในใจเพราะตอนนี้ใบ้แดกผมไปอีกรอบแล้ว
หมอเหนือกระชับกอดให้แน่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อคนบนตัวเริ่มขัดขืนพร้อมวางคางลงตรงไหล่มนของคนน้องที่กำลังสั่นเทา คล้ายว่าเขากำลังขอชาร์ตพลังจากอีกฝ่ายหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน
'แม่!!...ผู้ชายกอดหนู'
"พะ...พี่จะทำอะ ... อะไร!!" นนายเอ่ยถามเมื่อเริ่มหาเสียงของตัวเองเจอหลังจากที่อึ้งอยู่นานหลายนาที
"วันนี้พี่เหนื่อยจังครับ"
'เหนื่อยแล้วเกี่ยวอะไรกับโผมมมมมมม...ปล่อยผมก่อนผมก็เหนื่อยครับเหนื่อยเพราะใจเต้นแรงเนี่ยแหละ...พี่ปล่อยผมก่อนค่อยมาคุยกันดี ๆ ได้ไหมพี่...งื้อจะร้องไห้' ได้แต่ร่ำไห้แค่ในใจเพราะอยากจะพูดก็ไม่กล้าพูดจะขยับก็ไม่กล้าขยับ
"พี่เปาะ...ปล่อยก่อนครับ" เขาพยายามแกะมือปลาหมึกของอีกคนออกแต่ไม่เป็นผลยิ่งแกะก็ยิ่งกระชับแน่นกว่าเดิม
หมอเหนือเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำอะไรลงไปเพียงแค่อยากกอดอยากสัมผัสร่างกายของน้องเท่านั้น ร่างกายมันก็ไวกว่าความคิดอยู่ ๆ เขาถึงได้กล้าฉุดน้องลงมากอดแบบนี้ได้ ใจหนึ่งก็แอบกลัวว่าน้องจะตกใจกลัวแล้วหนีเขาไปอีกแต่อีกใจมันก็ต้องการอยากจะกอดคนน้องซะเหลือเกิน
"ไอ้เหนือโว๊ย!... พวกกูอยู่ตรงนี้มองเห็นกูม้ายยยย...ไอ้สัด" เพลงลากเสียงยาวเพื่อประท้วงเพื่อนที่กล้าทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่เหนือคลายอ้อมกอดออกจเลยแม้แต่น้อย
"เดี๋ยวน้องก็ได้หัวใจวายตายก่อนหรอก...มันเร็วเกินไปรึเปล่าเหนือมึงควรใจเย็น ๆ นะสงสารน้อง..." สายหมอกรีบห้ามก่อนที่เพื่อนจะทำให้คนที่ตามจีบหวาดกลัว พาลจะทำให้ตกใจเสียน้องไปอีกครั้ง
“มึงคงคิดว่าทุกคนจะง่ายเหมือนกันหมดใช่ปะ...มึงเปลี่ยนความคิดเลยเพื่อนน้องไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้นไอ้เวร…กูล่ะสงสารน้องมันที่มาเจอคนแบบมึงไอ้เหนือ” เสียงแดนสรวงว่าขึ้นอย่างจริงจังพร้อมน้ำเสียงติดดุเล็กน้อย
‘ขอบพระคุณมากครับพี่ ๆ ที่ช่วยกันห้ามถึงผมจะไม่เข้าใจที่พวกพี่พูดเท่าไหร่ก็เถอะ’
เมื่อถูกเรียกสติจากเพื่อน ๆ แขนแกร่งก็ค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกอย่างช้า ๆ ถึงจะรู้สึกเสียดายแต่สิ่งที่เพื่อนพูดมาก็ล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น
พลู่! ....
‘เกือบตายไหมล่ะมึงไอ้นาย’
ตอนนี้ไม่รู้ว่าแสดงสีหน้าอะไรออกมาบ้างรู้แค่ว่าร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าแล้ว ขนก็ลุกซู่ชูชันไปทั้งตัวทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะทำตัวยังไงได้เขาแต่ยืนเคอะเขินอยู่อย่างนั้นเพื่อเรียกสติตัวเอง หากจะเดินออกไปก็เหมือนมีสายตาที่คล้ายกำลังร้องห้ามว่าอย่าไปเลยนนายจึงได้แต่ยืนมองหน้าคนตรงหน้าสลับกับรุ่นพี่ในห้องด้วยความรู้สึกอึดอัด
"กินสิครับ...พี่สั่งมาให้เรานั่นแหละตั้งแต่เย็นคงไม่ได้กินอะไรเลยเหมือนกันนี่" หมอเหนือรีบแก้สถานการณ์เพราะไม่อยากให้น้องรู้สึกอึดอัดไปมากกว่านี้
'คือกูอายจนจะมุดพื้นหนีแล้วพี่โว๊ย...ใครจะกินลงวะ' นนายยังนิ่งอยู่ไม่ไหวติงจนหมอเพลงได้ลุกขึ้นมาหาเขาแล้วนั่งลงที่พื้นตักสปาเกตตีเข้าปากทันทีโดยไม่ต้องมีใครเชื้อเชิญ
"กูก็หิวปะวะไอ้เหนือ สั่งมาให้แต่ไอ้นายรึไงเพื่อนอ่ะไม่เคยจะมีหรอก" เพลงพูดทั้งที่เส้นยังเต็มปากจากนั้นก็ดึงมือนนายเป็นการบอกให้นั่งลงกินด้วยกันในใจเขาก็อยากจะทำให้น้องหายจากอาการเขินอายเมื่อครู่นี้นั่นแหละ
ตอนนี้บอกให้ทำอะไรก็ทำครับคือหัวใจผมทำงานหนักจนไม่มีแรงต่อต้านแล้วตอนนี้พี่เพลงก็ยื่นจานนั้นจานนี้มาให้ผมชวนผมคุยตลอดจนผมเริ่มผ่อนคลายขึ้น ส่วนคนที่ทำให้หัวใจผมปั่นป่วนก็ไม่แตะอาหารเลยสักคำ ได้แต่ลอบมองผมกับพี่เพลงที่นั่งคุยกันไปกินไป พอได้คุยกันจริงจังผมว่าพี่เพลงมันก็เป็นพี่ที่ดีเลยล่ะครับ คุยกันไปสักพัก เบอร์โทรฯ ไลน์ ไอจี เฟสบุ๊ค เราก็แลกกันไปแล้วเรียบร้อย พอหนังท้องตึงหนังตาผมก็เริ่มหย่อน ผมเดินไปนั่งลูบเจ้าเหมียวอ้วนเล่นที่ผมชอบเรียกมันว่า เจ้าขี้เซา มันมีชื่อครับแต่เรียกยากผมเลยตั้งให้มันใหม่เพราะมันขี้เซาเอาแต่นอนทั้งวัน ผมลูบหัวลูบตัวมันไปมาตาผมก็เริ่มจะปิดตามมันแล้วเหมือนกัน
อื้อ ..... หาว นายปิดปากหาว
ครอก .... ฟี่ Zzzz
...
[เหนือ]
ผมเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารตรงหน้าเหลือบไปเห็นคนตัวเล็กที่นอนกอดแมวเหมียวตัวกลมอยู่ เมื่อเห็นภาพที่น่ารักๆ ก็อดที่จะเก็บภาพไว้ไม่ได้
ขอเก็บภาพไว้หน่อยละกัน
แชะ...แชะ... แชะ ยกยิ้มอย่างพอใจหลังจากได้ภาพที่ต้องการ
เพราะความน่ารักทั้งแมวทั้งคนที่นอนกอดกันกลมเหนือจึงอดใจไม่ไหวที่จะโพร์ทลงโซเชียลให้โลกได้รับรู้ในใจจริง ๆ ของเขาอยากประกาศให้ทุกคนรู้ด้วยซ้ำว่าคนนี้ของเขาใครก็ห้ามยุ่ง แต่ยังทำอย่างนั้นไม่ได้จึงขอแค่โพร์ทภาพนิดนึงก็ยังดี
Nueanatee Ariyasakool ได้โพร์ทรูป
'แยกไม่ออกเลยว่า อันไหนแมวอันไหนคน'
แคปชั่นไม่มีความหวานหรือบ่งบอกเลยว่าคนในภาพมีความสำคัญยังไงเขาทำแต่เพียงให้น้องได้ใบอยู่ในไอจีเขาก็พอแล้วที่เหลือรอให้ชัดเจนแล้วเขาจะประกาศให้โลกรู้แน่นอน
NNPP : ใครนะใครคือคนที่นอนกอดแมวคนนั้นสืบมาที ... พลีส
ซาลาเป่าแก้มยุ้ย : พี่หมออย่าบอกนะว่า ไม่นะ! ไม่ เราจะอกหักกันแล้วหรอทุกคน
TUNYA : หมอมาแบบนี้เมียมโนตายเรียบยกเลย มอ.นะคะ
NUNGNING : @เพื่อนพี่หมอ ขอคนปลอบใจทีค่ะหมอเหนือไม่เคยอัพรูปใครลงไอจีส่วนตัวแบบนี้เลย แสดงว่าคนนี้ตัวจริงแล้วใช่ไหม! ม้ายยยยยยนะ ขอให้ไม่จริง
ผมเลิกอ่านคอมเม้นท์แล้วเหลือบไปดูเวลาตอนนี้ก็จะตี 2 สมควรแก่การปลุกคนตัวเล็กให้กลับไปนอนดี ๆ ที่ห้องได้แล้ว
เหนือเดินไปปลุกนายที่หลับปุ๋ยอยู่กับแมวอ้วนเพื่อให้กลับไปนอนต่อที่ห้องสบาย ๆ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วควรพักผ่อนได้แล้วนั่นคือสิ่งที่เขาเป็นห่วงคนตัวเล็ก
"นายครับ ... น้องนายตื่นได้แล้วครับ " เหนือเขย่าตัวน้องเบาๆ เพื่อเรียกคนที่กำลังหลับอยู่ให้ตื่น
"ผมเผลอหลับไปนานแค่ไหนแล้วเนี่ย" นายยกขึ้นมือที่กำลังขยี้ตาเหมือนเด็กเลยให้ตาย
"อย่าขยี้ตาแบบนี้สิครับ" ผมจับมือน้องไว้เป็นการห้าม
"กลับกันเถอะครับ...จะตี 2 แล้ว" ผมบอกคนตรงหน้าน้องพยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นเดินตามผมอย่างว่าง่าย
"งานพี่เสร็จแล้วเหรอ" คนตัวเล็กเอียงคอถามทั้งที่ตายังลืมไม่เต็มหน่วย
"ครับ ... เสร็จแล้ว"
ผมหันมาบอกเพื่อนว่าขอตัวกลับก่อนแล้วทิ้งบัตรไว้ให้เพื่อให้พวกมันจ่ายผมต้องรีบพาคนตัวเล็กกลับไปนอนก่อนนี่ก็ดึกมากแล้ว
ระหว่างทางแทบไม่มีบทสนทนาอะไรเลย เงียบจนแอบระแวงว่าผมทำให้น้องกลัวรึเปล่าวันนี้ผมก็เข้าหาน้องเร็วเกินไปจริงๆ อย่างที่หมอกเตือนนั่นแหละผมลืมไปว่าน้องจำผมไม่ได้ แต่ผมมั่นใจว่าน้องไม่ได้รังเกียจผมแต่จะชอบไหมคงต้องพิสูจน์กันอีกที
...
[นาย]
ในความเงียบ เงียบจนน่าอึดอัดเหมือนพี่เหนือกำลังคิดอะไรอยู่ผมแอบเห็นคิ้วที่ขมวดกันจนเป็นเส้นตรงในบางครั้ง ผมจึงชวนคุยเพื่อทำลายความอึดอัดนี้
"ผมเปิดเพลงได้ไหม? ครับ" อย่างน้อยมีเสียงเพลงก็น่าจะดีกว่าความเงียบนั่นคือสิ่งที่นายคิดได้ในตอนนี้
"ได้ครับ...ฟังเพลงอะไรดี" เหนือหันไปส่งยิ้มละมุนให้คนน้อง
"เพลงอะไรก็ได้ครับ...ผมฟังได้ทุกแนว" พี่เหนือเอื้อมมือมาเปิดให้ในรถก็มีเสียงเพลงคลอเบา ๆ เพื่อลดบรรยากาศที่น่าอึดอัดลงไปได้บ้างแต่เราก็ไม่มีบทสนทนาใด ๆ หลังจากนั้น ใช้เวลาไม่นานนักรถก็มาจอดที่หน้าหอพักของนายในเวลาตี 2 กว่า ๆ ที่ค่อนข้างเงียบและเปลี่ยวแถมยังมืดไฟในหอก็ติด ๆ ดับ ๆ ถึงจะขัดใจคนพี่เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
"ขอบคุณที่มาส่งนะครับแล้วก็ขอบคุณสำหรับเรื่องวันนี้ด้วย" จริง ๆ วันนี้พี่เหนือช่วยผมเอาไว้มากเลยไม่งั้นโน้ตบุ๊กเครื่องแก่ของผมได้พังก่อนได้ส่งงานแน่ ๆ
"ไม่ต้องเกรงใจ...พี่เต็มใจครับ" นายไม่ตอบกลับเขาทำแค่เพียงพยักหน้ารับแล้วรีบวิ่งเข้าหอพักไป
เมื่อเข้ามาในห้องพักก็เห็นเจียร์ที่หลับอยู่จากที่จะเปิดไฟกลางห้องก็เลือกที่จะเปิดไฟในห้องน้ำแทนเขาเอาแต่นั่งคิดถึงคำพูดของเหนือเมื่อกี้อยู่ ๆ ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวแล้วกดส่งข้อความหาคนที่อยู่ในความคิดตอนนี้ทันที
NANINE : ผมถึงห้องแล้วนะครับ
Nueanatee : ครับ ... ฝันดีครับผม
พี่เหนือบอกฝันดีแล้วผมควรตอบกลับว่ายังไงวะหรือไม่ตอบดีไม่ตอบหรอกอาบน้ำ ๆ ผมบอกตัวเองอย่างนั้นแต่มือเจ้ากรรมมันดันไม่รักดี
ส่ง
NANINE : สติ๊กเกอร์ฝันดี
อ่าน