
เพราะแววตาคู่นั้น หรืออาจจะเพราะความกล้าหาญของเขา ที่ถูกผมเอาปืนจ่อหน้าแท้ ๆ ยังไม่คิดจะวิ่งหนี แต่กลับเลือกที่จะช่วยคนที่คิดจะฆ่าตัวเองแทน...นนาย ใช่ไหมชื่อของนาย ฉันจะไม่มีวันลืม ...
#เหนือนาย
“อึก...แฮ่ก ๆ ...” เหนือที่เหนื่อยล้าจากการหลบหนีแก๊งก์ลักพาตัวมาตลอดทั้งคืนทั้งวันซึ่งตอนนี้แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะวิ่งหนีได้อีกต่อไปแล้ว เขาฮึดเอาแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อจะไปให้ถึงอีกฝั่งให้ได้เมื่อสังเกตเห็นโรงเก็บไม้เก่า ๆ ก็คิดว่าจะเข้าไปหลบซ่อนที่นั่นก่อนเพื่อรอให้คนของที่บ้านตามมาช่วย
‘มีคน!!’ ผมรีบเข้าไปประชิดตัวอีกคนทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว
ฟึบ!
แกร่ก!
ในโรงไม้เก่า ๆ แบบนี้ใครจะไปคิดว่าจะมีใครอยู่ด้วยความระแวงบวกกับความตกใจแขนที่แทบจะหมดแรงก็กลับมามีแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ เมื่อรู้สึกถึงอันตราย เขาจ่อปืนลูกโม่พร้อมที่จะลั่นไกปืนไปที่เด็กผู้ชายตรงหน้าทุกเมื่อ ก่อนจะชะงักมือค้างตึงอยู่อย่างนั้นเมื่อเห็นแววตาใส ๆ คู่นั้นที่จ้องมองมาที่เขาด้วยความหวาดกลัว
“หะ...หัวนาย...ขะ...แขนนายด้วยทำไมถึงมีเลือดเต็มเลย” น้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกได้ว่าเขากำลังตระหนกอยู่แต่ก็ยังพยายามถามถึงอาการเจ็บของเขาอยู่ เหนือจึงค่อย ๆ ลดปืนในมือลงเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นเพียงเด็กนักเรียน มอ.ปลายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น จากนั้นเด็กคนนั้นก็ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองออกมามัดปิดปากแผลที่ต้นแขนของเขาก่อนเป็นอันดับแรก พร้อมมองสำรวจบาดแผลของคนเจ็บไปทั่วตัวจากสายตาที่ดูหวาดกลัวในคราวแรกกลับถูกแทนที่ด้วยความเป็นกังวล และนั่นมันทำให้หัวใจที่แทบจะขาดเหลือดตายแล้วแท้ ๆ กลับรู้สึกว่ามันกำลังถูกสูบฉีดขึ้นมาอีกครั้งอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้สาเหตุของมันเช่นกัน
“ฉันพึ่งจ่อปืนใส่หน้านายนะเมื่อกี้ แล้วมาช่วยฉันทำไมไม่กลัวฉันฆ่าเหรอ” อาการของเขาดูกลัวอย่างเห็นได้ชัดแต่กลับยังพยายามจะช่วยเหลือเขาต่อ โดยปกติของมนุษย์ที่เห็นคนที่โชกเลือดมาขนาดนี้ก็ต้องเอาตัวออกห่างไม่กล้าเข้ามายุ่งแล้วทำให้ตัวเองเดือดร้อนแน่แต่กลับเด็กผู้ชายคนนี้กลับต่างออกไป
“กลัว...แต่กลัวนายตายมากกว่า”
‘คนดีขนาดนี้ยังมีอยู่เหรอวะ!’ เหนือได้แต่คิดในใจแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาต่อจากนั้นเลย เพราะปกติแล้ววงการที่เขาอยู่ก็อยู่กันร่วมกันด้วยผลประโยชน์ทั้งนั้น นี่เขาเองก็พึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก คนที่จะยอมช่วยเหลือคนอื่นโดยที่ไม่รู้ว่าคนนั้นอาจจะเป็นงูเห่าที่อาจจะแว้งกลับมากัดตนได้
‘แค้นต้องชำระ บุญคุณต้องทดแทน ฉันจะตอบแทนนายอย่างแน่นอน’
***
2 ปีต่อมา
@หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์
ผมนนายหรือนาย นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ เอกคอมฯ มอ. ดัง ผมเข้ามาเรียนที่นี่ได้ 1 สัปดาห์แล้วครับ ตอนนี้ก็กำลังนั่งฟังรุ่นพี่แจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ในช่วงรับน้อง หลังจากรับป้ายห้อยคอพร้อมชื่อที่เขียนด้วยปากกาเคมีง่าย ๆ ว่า 'นนาย' รับมาแล้วต้องแขวนไว้ตลอดการอยู่ใน มอ.จนกว่ากิจกรรมรับน้องจะจบลงพี่ ๆ ก็พูดไปเรื่อย ๆ ส่วนผมก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างด้วยความง่วงก็เริ่มหันไปหาคนข้าง ๆ เขาเป็นผู้ชายตัวโตผิวขาว จัดว่าขาวมากด้วย
มันกินหลอดไฟเข้าไปรึยังไงวะขาวสัด ๆ หน้าตานี่อย่างกับลูกครึ่งจะจีนก็ไม่จีนฝรั่งก็ไม่ฝรั่งผมเป็นผู้ชายมองมันยังรู้สึกหลงใหลเลยสาว ๆ ไม่ต้องพูดถึงแอบยกมือถือขึ้นมาถ่ายกันยกใหญ่ ผมมาเรียนที่นี่คนเดียวด้วยผมเองก็เป็นคนที่เข้ากับคนง่ายการจะเป็นฝ่ายเข้าหาใครก่อนจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผม ผมใช้ศอกกระทุ้งคนข้าง ๆ เบา ๆ เพื่อเรียกความสนใจจากคนตัวโตกว่า
"นี่เรานายนะเอกคอมฯ " ผมเริ่มแนะนำชื่อตัวเองก่อนเลย
"อื้อ คิม...คิมหันต์ เอกคอมฯ ห้อง B" ได้ผลเขาตอบกลับผมด้วยน่าทางเป็นมิตรแบบสุด ๆ
"เอกเดียวกันห้องเดียวกันเลยวะ ... คิมหันต์เนาะ ชื่อก็เท่ด้วย" ผมระบายยิ้มส่งให้เพื่อนใหม่อย่างดีใจ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีเพื่อนเรียนน้องเดียวกันแล้ว
"เรียกคิมเฉย ๆ ก็ได้แล้วแต่มึงจะเรียกเลย กูไม่ติด" คิมหันต์หันหน้ามาตอบผมด้วยท่าทีสบาย ๆ พร้อมขยิบตาให้เล็กน้อยเรียกเสียงหวีดเบา ๆ จากสาว ๆ ใกล้ ๆ ผมด้วย
เออคุยกันครั้งแรกก็กูมึงเลยผมชอบนะ ดูเป็นกันเองดี
"คิม ไอ้คิมเฉย ๆ " ด้วยความกวนตีนของผมก็หยอดมันไปเล็กน้อยเพื่อความสนิทสนม
"สัด ... กวนตีน " คิมหันต์หันกลับมาด่าให้ผม แต่หน้าก็ยังยิ้มอยู่
“สำหรับวันนี้พี่ก็มีเรื่องที่จะแจ้งเพียงเท่านี้วันจันทร์เจอกันที่นี่เวลาเดิมนะคะ ห้ามสายแล้วพาเพื่อนมาให้ครบด้วยค่ะ วันนี้ขอบคุณน้อง ๆ มากเที่ยงแล้วคงหิวกันแล้วเชิญพักกันได้ตามสบายค่ะ...ไว้เจอกันขอบคุณค่ะ”
“ขอบคุณคร้าบ / ขอบคุณค่ะ” ทุกคนกล่าวขอบคุณรุ่นพี่แล้วก็แยกย้ายกันไป
"ไม่กินข้าว? " คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้มลงมาถามนายที่ยังไม่ยอมลุกสักที เพราะกำลังคิดอยู่ว่าจะไปไหนดี ระหว่างไปกินข้าวกลับไปหาเพื่อนสนิทที่คณะเภสัชฯ
"กินสิ โรงอาหารคณะปะ ใกล้ ๆ !? "
"อื้อ...ได้หมด " คิมหันต์ตอบกลับมาเพียงสั้น ๆ แล้วเราทั้งคู่ก็เดินตีคู่กลับไปที่โรงอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก
"คนเยอะฉิบหาย...กว่าจะได้กินมีหวังหมดเวลาพักก่อนพอดี " ผมเริ่มบ่นเมื่อเห็นคนแน่นทั้งโรงอาหารไปหมดก็ไม่แปลกเพราะเป็นช่วงเที่ยงใครจะเสี่ยงออกไปหาร้านอาหารข้างนอกกันให้เสียเวลาโรงอาหารจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของทุกคนในเวลาเร่งรีบแบบนี้
"งั้น...ก็ช่วยไม่ได้ ไปกินที่อื่นละกัน...ไปเถอะ" เพื่อนร่างยักษ์บอกกับผมก่อนจะเดินนำออกไป แล้วปล่อยให้ผมวิ่งตามแบบงง ๆ เพราะเจ้าตัวก็ไม่ได้บอกว่าจะพาไปที่ไหน
"ไปไหนวะ? เวลาแบบนี้คงเต็มหมดอะ" ผมเงยหน้าถามคนตัวสูง นอกจากเขาจะไม่ตอบยังใช้แขนคล้องคอผมที่ตัวเล็กกว่าให้เดินตามมาที่รถ เมื่อมาถึงรถมันผมก็ต้องตกตะลึงให้กับความรวยของเพื่อนที่เพื่อนใหม่เพราะรถที่มันขับมาก็ราคาไม่ธรรมดาเลย
ที่บ้านต้องรวยขนาดไหนวะถึงให้ลูกขับออดี้มาเรียนได้ แต่ปล่อยความสงสัยไว้ไม่นานผมจึงถามไปเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าไม่ผิดคันแน่ใช่ไหม
"รถมึงจริงเหรอคิม" มันไม่ตอบแต่กดปลดล็อกรถแทน โอเครถมึงนั่นแหละเพื่อน
หล่อ แล้วยังรวยอีกโว้ย เพื่อนใหม่คนนี้กูเกาะมึงแดกตลอดไปเลยเพื่อนผมยกยิ้มกับความคิดต

