หยางลู่ออกไปแล้ว ซูซิ่วหลานปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ฤทธิ์ยากำหนัดในไขผึ้งเริ่มทำใหนางเคลิ้มฝัน เมื่อครู่หยางลู่กระทำบุ่มบ่ามยิ่งนัก รูจีบนางถูกเขาตักตวงไปไม่รู้จะมีเรื่องร้ายแรงตามมาหรือไม่ จะอย่างไรแท่งชำเราปลอมกับท่อนเอ็นบุรุษย่อมไม่เหมือนกัน
ได้ยินว่าบุรุษที่มาประมูลนางเป็นพวกแม่ทัพ หากพวกเขาตกลงกันได้ย่อมตรงใจนางนัก ซูซิ่วหลานติดใจเรือนร่างกำยำกับฤทธิ์เดชท่อนเอ็นดุดันพวกนั้น
ร่างน้อยนั่งใจลอยอยู่บนเตียงไม่ทันสังเกตว่า มีร่างกำยำของผู้มาเยือนยืนอยู่ ดวงตาคมเข้มของเหอเล่ยจับจ้องใบหน้าเย้ายวนของซูซิ่วหลานไม่วางตา
“เจ้านั่งใจลอยถึงเพียงนี้เชียว” ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยกับปลายเสียงดุดันทำเอาซูซิ่วหลานสะดุ้ง
“ท่านเหอเล่ย”
“ข้าทันเห็นหยางลู่กลับออกไป เขาเอาไขผึ้งมาให้เจ้าแล้วใช่หรือไม่”
ดวงตาคมแลมองไปยังจุดสงวนในร่มผ้าใต้ท้องน้อยซูซิ่วหลาน ใบหน้างามเพียงพยักหน้ารับ
“ให้ข้าดูสักหน่อย”
เหอเล่ยเป็นผู้ดูแลที่อายุมากที่สุด ปีนี้เขาเพิ่งฉลองอายุครบสามสิบห้าไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน น้ำเสียงเข้มกับท่าทางดุดันของเหอเล่ยผิดกันกับผู้ดูแลอีกสองคนลิบลับ ซูซิ่วหลานยกขาขึ้นแต่โดยดี ถึงอย่างไรเรื่องที่หยางลู่ทำเมื่อครู่ปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด เหอเล่ยเพ่งมองเม็ดติ่งกระสันสีอมชมพู กับรูจีบบวมช้ำพลันถอนหายใจ
“หยางลู่เขาเอาแต่ใจหนักข้อขึ้นทุกวัน”
“คืนสำคัญของเจ้ายังทำเช่นนี้ได้”
เหอเล่ยได้แต่ก่นด่าด้วยหยางลู่นั้นเป็นหลานชายของตนเอง จะให้ไปเอาผิดเขาก็ไม่อาจกลบรอยบวมที่รูจีบซูซิ่วหลานได้ มือหนาล้วงเอาแท่งหยกชำเราขนาดพอดีมือออกมาสองอัน ซูซิ่วหลานได้แต่หน้าแดงนางต้องสอดใส่ไว้สองอันเชียวหรือ
“รูจีบเจ้ามองเห็นรอยบวมชัดเกินไป ข้าจำต้องทำเช่นนี้"
"หากท่านแม่ทัพทั้งสองเกิดไม่พอใจเจ้าขึ้นมา จะพากันรับผิดชอบไม่ไหวเสียเปล่า”
“เมื่อครู่ท่านหยางลู่ทาไขผึ้งให้ข้าที่รูจีบเจ้าค่ะ ไม่ได้ทาให้ที่เหลือเจ้าค่ะ”
ยามนี้ซูซิ่วหลานซึมซับยาปลุกกำหนัดจนเรือนร่างนางต้องการปลดปล่อย ดวงตาเย้ายวนเว้าวอนขอความเห็นใจจากเหอเล่ย
“ท่านเหอเล่ยช่วยทาที่เหลือให้ข้า ได้ไหมเจ้าคะ”
"...ร่อง..ร่องรักเสี่ยวซิ่วเจ้าค่ะ"
“เมตตาเสี่ยวซิ่วนะเจ้าคะ”
เหอเล่ยมองดวงหน้างดงามเย้ายวนของซูซิ่วหลาน ในใจนึกอย่างช่วยเหลือนางกลับไม่ตอบตกลง
“ใช้ปากของท่านนะเจ้าคะ เสี่ยวซิ่วขอร้องท่านเหอเล่ยนะเจ้าคะ”
ดวงตากลมโตร่ำจะหลั่งน้ำตาออกมาอยู่แล้ว เห็นเช่นนั้นเหอเล่ยได้แต่ยอมตามใจซูซิ่วหลาน ท่านผู้ดูแลเหอเล่ยยามปกติท่าทางดุดันคมเข้ม หากแต่ซูซิ่วหลานรู้ดี บุรุษดุดันผู้นี้ช่างใจอ่อนกับนางเป็นที่สุด
เหอเล่ยควักเอาไขผึ้งบางส่วนป้ายเข้าที่ริมฝีปากหนา สัมผัสเบาหวิวปัดผ่านกลีบบุปผาจนซูซิ่วหลานสั่นสะท้าน กลีบบุปผาสีน้ำนมโดนยากำหนัดเคลือบย้อมเปลี่ยนเป็นสีออกชมพู ปลายลิ้นเหอเล่ยแยงเข้ารูสวาทสีน้ำนมจนซูซิ่วหลานส่งเสียงครางหวานหู ปลอกเล็บสีแดงจิกลงท้ายทอยเหอเล่ย
“...อ๊าห์!!!...ท่านเหอเล่ย”
“อึก!!!”
ในขณะที่ซูซิ่วหลานใกล้ถึงฝั่งปรารถนานั้น เหอเล่ยเสียบแท่งชำเราเข้ารูสวาทนางพร้อมกันทั้งสองรู ร่างน้อยทั้งร่างกระตุกถี่แตะสรวงสวรรค์ทันที น้ำหวานหยาดเยิ้มอัดแน่นอยู่ในร่องสวาทด้วยถูกแท่งชำเราเสียบคาไว้
เหอเล่ยอุ้มร่างอ่อนยวบของซูซิ่วหลานมาที่ตั่งใหญ่ด้านหน้าห้อง เขาวางนางลงไปทั้งยังเอาหมอนนุ่มรองหลังให้ เรียวขาสองข้างของซูซิ่วหลานถูกเหอเล่ยแหวกออกจากกันมีหมอนนุ่มใบย่อมพยุงไว้ ชายกระโปรงบางพริ้วของนางระปิดส่วนสงวนหมิ่นเหม่
เหอเล่ยเพ่งมองรูสวาททั้งสองของซูซิ่วหลานเต้นตุ้บตอดรัดแท่งชำเรา ใบหน้าคมเข้มฉายแววพึงพอใจ เขาเป็นบุรุษคนแรกของนาง ต้องปรนเปรอซูซิ่วหลานถึงสรวงสวรรค์เช่นไรมีแต่เขาที่ทำได้
เหอเล่ยกลับออกไปแล้วซูซิ่วหลานถึงได้หายใจทั่วท้อง ใบหน้าเย้ายวนเคลิ้มฝันกับเรือนร่างอรชรแอ่นอ้าอยู่บนตั่งใหญ่เช่นนี้พร้อมเชื้อเชิญสองบุรุษให้ตักตวงเอาตามใจ
พวกเขาคงใกล้มาถึงแล้วกระมัง ซูซิ่วหลานเฝ้ารอด้วยใจเต้นระทึก นางต้องการบุรุษมากกว่าหนึ่งมาปรนเปรอสวาทให้ตั้งนานแล้ว ติดแต่เพียงไม่อาจกระทำโจ่งแจ้งได้ หาไม่แล้วชีวิตของนางอาจพบจุดจบที่ไม่ดีนัก
...พวกบุรุษนั้นต้องให้แย่งชิงแก่งแย่งกันถึงจะดี...
………………………………………
หากชื่นชอบโปรดติดตาม
จะได้ไม่พลาดตอนสำคัญนะคะ