"ไอ้มอน"
เซนเรียกหาคนที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเจอเป็นคนแรก ไม่ตกใจเลยที่เป็นมันด้วยพอจะจำได้บางว่าช่วงที่ถูกพิษไข้เล่นงานนั้น มีมันเนี้ยแหละคอยอยู่ข้างและก็หมอกับพยาบาล
"จำกูได้ไหม"
เอมอนลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งพักอยู่เดินขึ้นมาหาคนป่วยในทันที เอ่ยคำถามแรกออกไป
ด้วยตลอดหนึ่งคืนหนึ่งวันที่เซนมันนอนซมเพราะพิษไข้ มันเพ้อจนฟังไม่ได้ศัพท์ตลอดเวลา เพ้อไปถึงพ่อกับแม่มันที่เสียชีวิตไปตั้งแต่มันเพิ่งจะเกิดนู้น
นี่พอมันหายไข้เขาก็นึกห่วงมันกลัวว่ามันจะสมองเสื่อมไปด้วย กลัวมันจะจำผัวอย่างเขาไม่ได้
"จำได้ แล้วนี่กูอยู่ที่ไหน"
ทำไมเขาจะจำมันไม่ได้ เขาไม่ได้สมองเสื่อมสักหน่อย เขาก็แค่เป็นไข้เพราะถูกมันทำรุนแรงเท่านั้นเอง
"โรงบาลของนาย นายให้พามึงมาที่นี่"
"กูอยากกลับบ้าน"
"มึงเพิ่งหายไข้ รอให้อาการดีกว่านี้ก่อนถึงจะได้กลับ"
พอได้ยินคำว่าโรงพยาบาลคนป่วยก็เริ่มที่จะลุกออกจากเตียง พร้อมกับคำว่าอยากกลับบ้าน
คนเฝ้าถึงกับต้องจับกดคนไข้ให้นอนนิ่งๆ บนเตียงตามเดิมก่อนที่พิษไข้มันจะกลับมาเล่นงานเอาอีก
นี่กว่าไข้จะลดได้เขาก็ใจหายใจคว่ำไปตั้งหลายหน นึกว่ามันจะไม่รอดซะแล้ว
"ไม่ กูจะกลับ"
เซนดิ้นไม่ได้เพราะสู้แรงไอ้หมีขาวไม่ไหว แต่ยังคงส่งเสียงอยากกลับบ้านทั้งที่ร่างกายก็ยังอ่อนแออยู่
"หมอเขาไม่ได้ตรวจร่างกายมึงหรอก ยังไม่มีใครรู้เรื่องของมึงกับกู"
เอมอนมองดูอีกฝ่ายด้วยสายตาดุๆ แต่แล้วก็ต้องรีบเปลี่ยนแววตากลับมาปกติ ก็ไอ้เซนมันดันทำตาเหมือนจะร้องไห้ตอบโต้เขามา แล้วใครมันจะกล้าไปดูมันล่ะ
แล้วที่มันดิ้นเนี้ยก็คงเป็นเพราะมันอายล่ะมั้งที่เป็นเมียเขา ไอ้นี่โดนไปขนาดนั้นยังไม่ยอมรับอีก
แต่เขาก็ไม่ว่าอะไรมัน แถมยังช่วยปลอมมันให้สงบลงอีกด้วย
"ไอ้มอนมึงเงียบเลยนะ"
"แต่ถ้ามึงโวยวายมากไม่แน่ หมอเขาอาจมาจับมึงพลิกตัว ดูนู้นดูนี้ ดูตรงนั้นตรงนี้"
หมอเขาก็ตรวจร่างกายมันนิดหน่อยนั่นแหละและก็มีพยาบาลช่วยกันเช็คตัวลดไข้
เขาไม่รู้ว่ามีใครรู้ไหมว่าไอ้เซนโดนเ ย็ ดจนไข้ขึ้น แต่ทว่าก็ไม่เห็นมีใครพูดออกมา
แล้วเขาเองก็พยายามจะไม่ให้ใครเข้าใกล้มันมาก ก็ดูแลมันอย่างใกล้ชิดมากที่สุดนั่นแหละ
ปกปิดความลับของมันที่ยังไม่อยากเปิดเผย แต่สำหรับเขาพร้อมเสมอที่จะเปิดเผยออกมา
"ไอ้มอนมึงหยุดเลยนะ"
คำพูดของไอ้บอดี้การ์ดนั้นทำเอาคนป่วยที่กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ถึงกับหน้าแดงขึ้นมาราวกับไข้ขึ้นมาอีกรอบ
ก็มันดันมาพูดให้เขานึกถึงคืนนั้นทำไมล่ะ ใครใช้ให้มาพูดแบบนี้กันว่ะ
"นอนพัก"
เอมอนดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ไอ้คนตัวเล็กนั้นเมื่อเห็นว่าหน้ามันแดงขึ้น คงเป็นเพราะเริ่มจะหนาวสั่นล่ะซิ
ก็บอกแล้วว่าอย่าดื้อให้มันมากนักก็ไม่ฟัง เห็นไหมว่าไข้มันจะกลับมากินเอา
"อืม"
พ่อบ้านเซนยอมจำนนแต่โดยดีกับไอ้บอดี้การ์ดหน้าโหดนั้น
เพราะก่อนหน้านี้พยายามที่จะหนีจากเงื้อมมือของมันแล้วแต่ทว่าก็ดูจะไม่สำเร็จ ถูกมันจับกดไว้กับเตียงจนขยับตัวแทบไม่ได้
คนอย่างเขานั้นแรงน้อยเกินไปสู้กับไอ้หมีขาวตัวใหญ่นั้นไม่ไหว แถมยังป่วยจนแทบไม่มีแรงอีก
นอนพักรักษาตัวให้หายสักวันสองวันก่อนค่อยกลับบ้านก็ได้
แล้วเอมอนก็ทำหน้าที่บุรุษพยาบาลที่โคตะระพิเศษดูแลพ่อบ้านตัวน้อยของเขาเป็นอย่างดีจนกระทั่งหมออนุญาตให้กลับบ้านได้
"พักให้หายดีก่อนค่อยกลับมาเริ่มงาน"
เอ็ดวูลฟ์กล่าวต้อนรับพ่อบ้านเซนที่เขารักและเอ็นดูเหมือนลูกคนหนึ่งกลับบ้าน เมื่อรายนั้นรักษาตัวจนหายดี
เป็นคำกล่าวที่มาเฟียอย่างเขานึกหวั่นใจไม่น้อยว่าอีกฝ่ายที่ดื้อมาตั้งแต่เด็กๆ จะไม่ทำตาม
ด้วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่อีกฝ่ายลืมตาดูโลกได้ไม่นาน รู้จักนิสัยของมันดี ว่ามันดื้อแค่ไหน
"ครับ"
เซนก้มหัวเล็กน้อยรับคำสั่งเจ้านาย
"มึงก็อย่าหักโหม ไม่ต้องเตรียมมื้อดึกให้กูทุกวันหรอก เดี๋ยวเรื่องนี้ให้ไอ้มอนมันจัดการ"
เอ็ดวูลฟ์ยังเอ่ยต่อไปอีกด้วยกล่าวว่าอีกคนจะไม่พักตามที่สั่ง จะฟื้นร่างกายอยู่จนดึกดื่นไม่พักเพื่อทำมื้อดึกให้เขาได้กินก่อนจะเข้านอน จนทำให้ร่างกายอ่อนแอเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วก็พาลเป็นไข้อย่างที่เห็น
"ผมทำได้ครับ"
"มึงอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กๆ กว่ากูจะชุบเลี้ยงมึงจนโตพอจะใช้งานได้ขนาดนี้ มึงรู้ไหมกูหมดเงินไปเท่าไหร่"
เขาไม่ได้จะเอ่ยทวงบุญคุณของลูกน้องหรอก แต่ที่เอ่ยออกมาก็เพราะเป็นห่วงมันกันทั้งนั้นแหละ ทั้งไอ้เซนทั้งไอ้เอมอนนั่นแหละเพราะเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะรักเหมือนลูก ไม่อยากให้เป็นอะไรไปทั้งนั้น
"ผมถึงอยากดูแลรับใช้นาย ทดแทนบุญคุณที่นายมีให้กับผม"
เซนยังคงมีความตั้งใจจริงที่จะทำงานรับใช้เจ้านายแม้ร่างกายจะอยู่ในช่วงอ่อนแอก็ตาม
อยากตอบแทนบุญคุณของเจ้านายที่ชุบเลี้ยงเขามา
"ไม่ต้อง แค่มึงอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว"
เอ็ดวูล์ฟ์พ่อหมาป่าตัวใหญ่ถึงกับคำรามดังเพื่อปราบเด็กดื้อตรงหน้า
พูดกับมันดีๆ ไอ้พวกนี้มันไม่เคยฟังเขา ต้องให้ตะคอกราวกับเป็นจ่าฝูงของพวกมันถึงจะยอมฟังกันแต่โดยดี
"ครับ"
"ไอ้มอน"
แล้วเขาก็หันไปเรียกลูกน้องอีกคนให้มารับคำสั่ง
"ครับนาย"
"พาไอ้เซนไปพัก"
โดยการพาไอ้คนป่วยดื้อๆ ที่ดื้อจนคล้ายกับเขาให้ไปพักได้แล้ว
"ครับนาย"
เอมอนรีบไปประคองไอ้คนตัวบางเข้ามาในอ้อมกอดทันทีตามคำสั่งเจ้านาย
"กูเดินเองได้"
เซนส่งเสียงขู่เล็กๆ ใส่ไอ้คนฉวยโอกาส
"เลิกดื้อกับกูสักสิบนาทีมึงจะตายไหม"
เอมอนดุอีกฝ่ายกลับไปเมื่อมันทำตัวดื้อใส่เขาไม่เลิกตั้งแต่ขับรถออกจากโรงพยาบาลจนมาถึงบ้านเนี้ย
"ไอ้เหี้ยมอน"
คนตัวเล็กก็ไม่มีทางยอมถกเถียงกันไปเรื่อยๆ ตลอดทางเดินนั้น
"ไอ้สองคนนี้ทะเลาะกันตั้งแต่เด็กจนโต เฮ้อ"
เอ็ดวูลฟ์ยิ้มตามทั้งสองคนที่ยังคงทำตัวเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด
ยังคงทะเลาะกัน หยอกกันเลย แม้อีกคนจะอายุสามสิบ อีกคนหนึ่งจะอายุยี่สิบเจ็ดแล้วก็ตาม
นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่าเด็กเลี้ยงยังไงก็ไม่เคยโตในสายตาของพ่อ