“อยากได้งานทำหรือเปล่า ถ้าอยากก็ถอดออกซะ เจ๊ไม่มีเวลามาสัมภาษณ์เราทั้งคืนหรอกนะ” เปียเอ่ยพลางเอามือกอดอกปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า
คนดีเม้มปากแน่น เธอกำลังลังเลว่าจะทำดีไหม ทว่าตอนนี้เธอเหมือนหมาจนตรอก ไม่มีทางเลือกให้เดินมากนัก มีเพียงแต่ต้องลุยไปข้างหน้าเพื่อมองหาแสงสว่างที่ดูริบหรี่ หญิงสาวตัดสินใจปลดกระดุมออกทีละเม็ดแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อเชิ้ตด้านในออกเผยให้เห็นเนินอกใหญ่เกินตัวห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีขาวเด้งออกมาสู่สายตาอวดความขาวผ่อง ใบหน้าหวานแดงแปร๊ดด้วยความเขินอาย ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเปิดหน้าอกให้ใครดูมาก่อน และดูเหมือนว่าทรวดทรงของเธอจะถูกใจเจ้าของร้าน Popcorn bar อยู่ไม่น้อย
“งั้นเจ๊รับ” เจ้าของร้านสาวตอบรับด้วยความพึงพอใจ เธอดูไม่ผิดจริงๆว่าเด็กคนนี้ซ้อนรูป หากจับแต่งองค์ทรงเครื่องหน่อยขี้คร้านลูกค้าต้องต่อคิวกันเป็นพรวน
“เจ๊รับหนูแล้วใช่ไหมคะ ขอบคุณมากเลยนะคะเจ๊ หนูจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลยค่ะ” คนดีพูดพร้อมกับพนมมือไหว้ฉีกยิ้มจนเห็นฟันด้วยความดีใจ ตอนนี้เธอมีที่ซุกหัวนอน มีงานให้ทำแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็กคนนึง
“ใช่...ที่เจ๊รับเพราะเจ๊สงสาร อีกอย่างสภาพของเราตอนนี้คงไม่พร้อมที่จะเริ่มงานหรอก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ค่อยมาทำงานแล้วกัน”
“แต่หนูไม่มีที่ไปจริงๆ นะคะเจ๊ ให้หนูนอนที่นี่ได้ไหมคะ ถ้าห้องนี้ว่างให้หนูนอนที่นี่ก็ได้” พูดอ้อนวอนขอที่ซุกหัวนอนในค่ำคืนนี้ คิดเพียงว่านอนที่นี่ก็ยังดีกว่าต้องนอนข้างถนน
เปียชะงักไป พลันคิดว่าเด็กคนนี้ช่างเหมือนกับตัวเธอเสียจริงๆ ในวัยรุ่นเธอก็เคยหนีออกจากบ้าน ไม่มีที่ซุกหัวนอนจนต้องมาทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์อยู่พักใหญ่ ด้วยความสาวความสวยของเธอทำให้หนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ต่างติดเธองอมแงม ค่าทิปวันๆ หนึ่งเหยียบแสน จนเธอสามารถเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งแล้วออกมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง
“เจ๊มีห้องอยู่ที่แฟลตใกล้ๆ ปกติต้องผ่านโปรก่อนเจ๊ถึงให้พักฟรี แต่เอาเถอะเจ๊เห็นว่าหนูไร้ที่พึ่งจริงๆ เจ๊จะยอมให้เราอยู่ไปก่อนก็ได้” เห็นใบหน้าเศร้าของเด็กสาวก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้จริงๆ
“จริงเหรอคะเจ๊ ขอบคุณนะคะเจ๊” ฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจพร้อมกับพนมมือไหว้ขอบคุณ อย่างน้อยวันนี้เธอจะมีที่ซุกหัวนอนแล้ว
“อืม งั้นเดี๋ยวเจ๊โทรบอกปันให้แล้วกัน แล้วอย่ามีปัญหากันล่ะ ถ้าเจ๊รู้ เจ๊ไม่ให้อยู่ทั้งคู่”
คนดีพยักหน้างึกๆก่อนจะเข้าไปกอดร่างบางด้วยความดีใจ
“ขอบคุณนะคะเจ๊ บุญคุณครั้งนี้หนูจะไม่ลืมเลยค่ะ” พูดพร้อมกับพนมมือไหว้อีกครั้ง
“เอาล่ะๆ เดี๋ยวเจ๊เอากุญแจห้องมาให้ แล้วก็รีบกลับไปพักผ่อนก่อนที่พรุ่งนี้ต้องมาลุยงานจริง เข้าใจไหม”
“ค่ะ”
เจ้าของร้านสาวพยักหน้าน้อยๆพร้อมกับหมุนตัวเดินออกไป ไม่นานเธอก็เอากุญแจสำรองอีกดอกมาให้คนดี ก่อนที่คนดีจะรีบเดินไปยังแฟลชที่อยู่จากร้านเพียงหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น อาคารขนาดห้าชั้น ไม่มีลิฟต์ ทุกการสัญจรใช้การเดินเท้าเท่านั้น แฟลชแห่งนี้ส่วนใหญ่คนที่มาพักก็ทำงานอยู่แถวๆ นี้ด้วยกัน ส่วนห้องที่เปียซื้อไว้ให้เด็กของเธอนั้นอยู่ชั้นสี่ทั้งชั้น
ร่างบางเคาะประตูห้องก่อนจะออกมายืนห่างๆ รอคนมาเปิดให้ ไม่นานก็มีหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับคนดีออกมาเปิดประตู เธออยู่ชุดเดรสหนังสีดำ ผมสั้น ตัวเล็ก ตาเฉี่ยว ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางหนา ท่าทางเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก สีหน้าเธอดูไม่ค่อยพอใจคนดีเท่าไหร่นัก
“คนดีใช่ไหม” หญิงสาวเอ่ยถาม
“ใช่...เธอชื่อปันใช่ไหม”
“อืม...เข้ามาสิ ฉันกำลังจะออกไปพอดี แต่ว่านะ...อย่าพึ่งมายกเค้าห้องของฉันเหมือนรูมเมทคนก่อนล่ะ ฉันขี้เกียจไปโรงพักอีก”
คำทักทายรูมเมทที่เจอกันครั้งแรกทำให้คนดีถึงกับยิ้มแห้ง ก่อนที่เธอจะถูกอีกฝ่ายเดินชนไหล่
เธอทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่านะ ถึงจะสงสัยแต่ก็ช่างมันเถอะ หญิงสาวถอนหายใจยาว ตอนนี้เธอเหนื่อยเกินกว่าที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ร่างบางเดินเข้าไปสำรวจห้องด้านใน ภายในห้องเป็นห้องขนาดใหญ่ มีห้องนอนหนึ่งห้อง มีห้องน้ำหนึ่งห้อง และห้องรับแขกหนึ่งห้อง ทั้งชั้นจะเป็นห้องของเปียทั้งหมด เธอเช่าไว้ให้เด็กในร้านของเธอ ถึงจะอยู่ฟรี แต่ค่าน้ำค่าไฟจะต้องออกกันเอง ส่วนกฎเหล็กของการอยู่ร่วมกันนั้นไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการห้ามพาแขกหรือแฟนเข้ามาหลับนอนเป็นอันขาด อีกทั้งรวมถึงการทะเลาะวิวาท ซึ่งเจ้าของร้านสาวไม่อยากมีปัญหากับพวกตำรวจมากนัก ถ้าหากจับได้ ก็มีแต่เชิญออกสถานเดียว
คนดีเดินเข้าไปยังห้องนอน ซึ่งมีเตียงสองชั้นตั้งอยู่ เตียงด้านบนดูเหมือนจะว่างไร้เจ้าของเพราะไม่ให้มีการปูผ้าปูที่นอน ตัดสินใจปีนขึ้นไปล้มนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน หันมองดูนาฬิกาแขวนผนัง บ่งบอกว่าเป็นเวลาเกือบจะตีสองแล้ว วันนี้ช่างเป็นวันที่แสนยาวนานสำหรับเธอเหลือเกิน
เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงพร้อมปล่อยน้ำใสๆ ไหลลงที่นอน งอตัวกอดตัวเอง และตั้งคำถามซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น อีกแค่ไม่กี่เดือนชีวิตของเธอก็จะดีขึ้นแล้วเชียว อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบแล้ว อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะมีชีวิตที่สดใส ทำไมกันนะ ทำไมเธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้ด้วย
แต่ถึงชีวิตเธอจะบัดซบเพียงใด...ยังไงซะคนดีก็ไม่มีวันที่จะละทิ้งความฝันของเธอไปอย่างแน่นอน ของเพียงโอกาส หากใครสักคนหยิบยื่นมาให้ เธอก็จะรับมันเอาไว้โดยไม่ลังเล