1/2

1170 คำ
“ก็เพราะเธอเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเพชรแดนไตร” “เท่านั้นเองหรือคะ นี่หรือเป็นสาเหตุที่อาปูนมารับลูกชุบ” น้ำตากลิ้งลงมาจากหน่วยตาคู่สวยจนได้ ลรันดากระพริบตาปริบๆ ไล่หยาดน้ำตาที่พาลจะหลั่งไม่หยุด จะร้องไห้เสียน้ำตาไร้ค่าไปทำไม ร้องไปก็เท่านั้น “จะร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ การที่เธอถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำก็เป็นผลดีอย่างหนึ่ง แม้มันจะดัดนิสัยเสียๆ ไม่ได้ แต่มันก็น่าจะทำให้เธอเข้มแข็งขึ้น หยุดร้องและเผชิญหน้ากับความจริงได้แล้วลรันดา เธอยังมีหน้าที่สำคัญรออยู่” “หนูรู้ค่ะ คุณพ่อจะให้หนูไปเรียนเมืองนอก ท่านคิดจะส่งหนูไปให้ไกลหูไกลตา คุณพ่อไม่อยากเห็นหน้าหนู อาปูนก็เหมือนกันสินะคะ เกลียดขี้หน้าหนูนักนี่คะ ทุกคนพากันเกลียดขี้หน้าหนู ก็ดีเหมือนกันค่ะ ส่งหนูไปไกลๆ ก็ดี หนูจะได้ไม่ต้องอยู่ขวางหูขวางตาทุกคน อาปูนกับคุณพ่อจะได้สบายใจ” “หยุดร้อง!” ธามไทตะคอกก่อนที่มือเขาจะกระตุกผ้าม่านกั้นระหว่างคนขับและผู้โดยสารซึ่งทำขึ้นมาเพื่อความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ “ก็ลูกชุบเจ็บ ลูกชุบปวดใจ ลูกชุบสิ้นหวัง แล้วแบบนี้จะไม่ให้หนูร้องได้ยังไงคะ ในเมื่อมีแต่คนรังเกียจหนูทั้งนั้น” “ฉัน...บอก...ให้หยุดร้องไงเล่า!!!” ลำคอเล็กเรียวของลรันดาถูกตรึงไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่ที่เหนี่ยวเข้าหา ริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริกถูกบดคลึงด้วยเรียวปากหนาสีเข้ม ลรันดาเบิกตากว้างอย่างตกใจ อาเขยกำลังจูบเธออย่างหนักหน่วง เรียวลิ้นของเขากำลังหาทางแทรกเข้ามาในอุ้งปากของเธอ สาวน้อยวัย 18 ปี พ่ายแพ้ต่อความต้องการที่ฝังอยู่ลึกๆ ในหัวใจมานานแล้ว เรียวปากเล็กแย้มรับเรียวลิ้นที่แทรกซอนเข้าหาตวัดพันลิ้นเล็กๆ ของเธออย่างบ้าคลั่ง ใช่...เขาบ้าไปแล้วที่จูบคนน่ารังเกียจอย่างเธอ ธามไทถอนใจเฮือกผละริมฝีปากออกห่างเพียงนิด ตาคมหลุบมองริมฝีปากเห่อบวมสีชมพูระเรื่อ ลมหายใจของเขาเหมือนจะกระแทกกำแพงอารมณ์ให้พังครืน แต่แล้วเขาก็บดคลึงเรียวปากกับริมฝีปากเห่อบวมน้ำอย่างติดใจในความหวาน มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเหมือนดังว่าจะปลอบใจเมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือครางฮือออกมา ก่อนที่มืออีกข้างจะวกมาด้านหน้าเพื่อสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อแล้วลูบคลึงเต้าทรวงกลมกลึงนุ่มหยุ่น “อะ...อา...อาปูนขา” ทว่าเมื่อเธอเผลอครางเรียกชื่อเขา ธามไทก็รู้สึกตัว เขาหยุดทุกการกระทำแล้วผลักเธอออกห่าง ใบหน้าของเขาแดงกว่าปกติ แววตาที่เมื่อครู่อ่อนเชื่อมบัดนี้มันแข็งกร้าวดังเดิม ลรันดากัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บเมื่อเห็นกิริยาท่าทางรังเกียจเธอหลังจากกระทำการอันลืมตัว เธอกลั้นสะอื้นแล้วซุกตัวกับซอกประตูรถ เขาจะรู้ไหมว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร อาเขยจูบหลานเมียแบบนี้ มันทำให้เธอใจเต้นแรงแค่ไหน “อย่าคิดว่าฉันคิดอะไรกับเธอเข้าล่ะ ระหว่างเราคืออากับหลาน ขอให้เธอคิดซะว่าเมื่อกี้นี้เป็นจูบทักทาย” “อ๋อ ค่ะ ลูกชุบก็เพิ่งรู้ว่าคนไทยนิยมวัฒนธรรมต่างชาติขนาดนี้ อาปูนก็หน้าไทยนะคะ หล่อแบบไทยๆ ไม่ใช่อินเตอร์นี่นา คิดไม่ถึงว่าจะรับวัฒนธรรมต่างชาติมาเต็มกระแสเลือดแบบนี้” “หยุดนะลรันดา ถ้าเธอไม่หยุดล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” คิดหรือว่าคนอย่างลรันดาจะกลัวคำขู่จากผู้ชายอย่างเขา ผู้ชายที่ทำให้เธออ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟและทำให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจได้ในเวลาเดียวกัน “ทำไมล่ะคะ อาปูนทนฟังไม่ได้หรือคะ ถ้าทนไม่ไหวก็เอามืออุดหูไว้นะคะ จะได้ไม่เสียสติไปซะก่อน” ถ้าเป็นเมื่อ 8 ปีก่อน ลรันดาคงไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงเขาแบบนี้ แต่นั่นมันเลยมาแล้วตั้ง 8 ปี เธอเองก็เปลี่ยนไปมากแล้ว เข้มแข็งขึ้นมากแล้ว จะอยู่เฉยๆ ให้เขาดุว่าเหมือนเก่าไปทำไม ในเมื่อพวกเขากล้าทิ้งเธอไว้ตามลำพัง 8 ปี การพบกันอีกครั้งพวกเขาจะได้รู้จักเธอคนใหม่ “ลรันดา!!” “โอ๊ย!” สาวน้อยร้องโอดครวญเมื่อการทำโทษคนปากดีอย่างเธอครั้งนี้หาใช่การจูบ แต่อาเขยของเธอกลับขยับเต้าทรวงอวบใหญ่แล้วจงใจลงน้ำหนักบีบเคล้นจนเจ็บ หน้าอกไม่เคยรู้จักสัมผัสชาย เจอความรุนแรงเข้าหน่อยเธอก็หน้าเหยเก “อย่าคิดว่าฉันจะจูบเธอ อย่าหวังว่าจะได้มันเป็นครั้งที่สอง ถ้าเธอขืนปากดีอีกล่ะก็...” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วส่งเสียงกระซิบ “ฉันจะฝากรอยนิ้วมือไว้ทั่วทุกตารางนิ้วบนร่างเธอ” ‘ฝากรอยนิ้วมือ’ ไม่ได้มาจากการกระทำที่เป็นบทแรกของรสสวาท แต่มันคือการลงทัณฑ์ที่เขาหมายถึง...ความไร้ค่า เธอเป็นสิ่งไร้ค่า ร่างกายเธอก็เช่นกัน ลรันดาน้ำตารื้นเม้มปากแน่น เธออาฆาตเขาแน่ๆ ดวงตากลมวาวเรืองรองเหมือนเปลวไฟ แค้นนี้จะต้องถูกชำระ เธอขอสาบาน! ธามไทเลิกสนใจเธอนับแต่บัดนั้น เขาทำเหมือนไม่มีเธอนั่งมาด้วย นึกจะสูบบุหรี่ก็สูบแถมยังจงใจพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเธอ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่มีความเกรงใจใดๆ หญิงสาวเองก็ได้แต่โบกมือปัดไล่ควันบุหรี่ ไอ้จะออกปากขอร้องให้เลิกสูบก็พูดไม่ออก เพราะแน่ใจว่าสิ่งที่เขากำลังทำคือการดูแคลน แม้เธอจะขอร้องก็อย่าหวังจะได้รับ   กว่ารถจะจอดลงหน้าคฤหาสน์หลังงาม บ้านมหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลของนายจักรกฤษ เพชรแดนไตร พ่อของเธอ พ่อที่ทิ้งลูกไว้ในโรงเรียนประจำนานถึง 8 ปี ลรันดามองคฤหาสน์ตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า มันไม่ทรุดโทรมไปกว่าเก่าเลย สภาพในความทรงจำเคยเป็นอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยน                 ศรหิ้วกระเป๋าคุณหนูเข้าบ้าน ลรันดามองอาเขยตัวโตใจร้ายที่ยังรีรอเธอ นี่เขาจะเอาหน้าล่ะสิ แกล้งทำดีกับเธอให้คุณพ่อเห็น                 “อาปูนกลับไปได้แล้วค่ะ ส่งหนูแค่นี้ก็พอ” สิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรรู้ ลรันดาเป็นเด็กมีปัญหาการพูดการจาก็เลยแตกต่างจากเด็กปกติ เธอจะเรียกแทนตัวเองสลับไปมาอย่างคนที่มักจะเกิดความสับสน และเพราะความโดดเดี่ยวนั่นแหละที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม