ธามไทไม่สนใจเดินนำเข้าบ้าน ลรันดาเดินตามไปติดๆ บุคคลแรกที่เธอไม่คิดว่าจะเจอ เพราะเขาไม่น่าจะอยู่รอเธอแบบนี้ นายจักรกฤษลดหนังสือพิมพ์ในมือลงแล้วกวาดตามองบุตรสาว 8 ปี นานทีเดียวที่เขาตัดสินใจตัดขาดจากลูกสาว ทั้งนี้ก็เพื่อทำโทษและปรับเปลี่ยนนิสัยเอาแต่ใจของลรันดา
เมื่อตอนลรันดาเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 เธอก็โดดเรียนถึงสามครั้ง เขารู้ว่าลรันดาทำไปเพื่อประชดเพราะตอนนั้นเธอเพิ่งจะเสียแม่ไป ส่วนคนเป็นพ่ออย่างเขาก็มีงานมากมายไม่มีเวลาใกล้ชิดลูกเท่าที่ควร เด็กหญิงลรันดาจึงกลายเป็นเด็กเหลือขอ พูดสอนอะไรไม่เคยฟัง พอพูดมากลูกสาวก็จะแสดงให้เห็นว่าไม่กลัว ไม่เชื่อ และไม่ยอมทำตาม สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับเขาและทุกคนในบ้านเพชรแดนไตร
เมื่อน้ำฟ้าแต่งงานกับธามไท เขาก็ส่งลรันดาเข้าเรียนในโรงเรียนประจำ มันเป็นการทำโทษหนักหนาสาหัสไปหน่อยสำหรับเด็กหญิงตัวน้อยๆ แต่คุณจักรกฤษก็มองไม่เห็นทางอื่นแล้วจริงๆ
“สวัสดีค่ะคุณพ่อ” ลรันดาพนมมือไหว้พ่อ คุณจักรกฤษลุกขึ้นเดินไปหาลูก รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากหนา
“ลูกชุบเป็นไงบ้างลูก” พร้อมกันนั้นสองมือของคนเป็นพ่อก็จับต้นแขนทั้งสองของของลูกคล้ายจะดึงเข้ากอด
“หนูหนังเหนียวค่ะ ไม่ตายง่ายๆ”
“พ่อไม่ได้ส่งหนูไปตาย พ่อแค่อยากให้หนูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม”
“เลยทิ้งลูกชุบไว้ในโรงเรียนประจำตลอด 8 ปีหรือคะ อย่าบอกนะคะว่านี่คือการแสดงความรักลูกของคุณพ่อ”
ธามไทมองทั้งคู่เงียบๆ โดยเฉพาะคุณจักรกฤษคนที่เขารักเหมือนพี่ชายแท้ๆ เขารู้ว่าจริงๆ แล้วคุณจักรกฤษรู้สึกอย่างไร และจริงๆ แล้วเป็นอย่างที่ลรันดาพูดหรือเปล่า แต่สำหรับเด็กดื้ออย่างเธอก็ไม่จำเป็นต้องรู้ ถึงรู้ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น
“ขึ้นไปพักเถอะลูกชุบ เอาไว้ให้หายเหนื่อยแล้วค่อยคุยกัน”
จากที่คิดว่าจะกอดกลายเป็นปล่อยมือจากต้นแขนเล็ก ลรันดาถอยห่างท่าทีหมางเมิน เธอหมุนตัวเดินขึ้นบันไดเพื่อจะไปห้องนอนเก่าของตนเมื่อ 8 ปีที่แล้ว
“ลูกชุบ พ่อรักหนูนะลูก”
ก่อนที่ร่างอิ่มจะก้าวผ่านบันไดขั้นสุดท้าย เธอก็ได้ยินเสียงของพ่อแว่วเข้ามาในหู ปลายเท้าเล็กสะดุดกึกแต่แล้วก็ก้าวต่อไปจนถึงห้องนอน เพียงแค่ประตูห้องนอนสีชมพูปิดลงอีกครั้งน้ำตาใสๆ ก็ร่วงเผาะผล็อย
“ขอบใจมากนะปูน อุตส่าห์เสียเวลาไปรับลูกชุบ” คุณ จักรกฤษนั่งลงที่เดิม ธามไทหย่อนสะโพกลงข้างๆ
“ไม่เป็นไรครับ”
“ยัยน้ำติดต่อมาบ้างหรือเปล่า” ถามถึงน้องสาวเพียงคนเดียว น้ำฟ้า เพชรแดนไตร
“ไม่ครับ” ไม่มีความกระอักกระอ่วนใดๆ ยามที่ธามไทต้องพูดถึงเรื่องนี้
“ฉันขอโทษนายแทนยัยน้ำด้วย ฉันไม่คิดว่ามันจะทำตัวแบบนี้” พูดถึงน้องสาวด้วยความหนักใจ
“ช่างเถอะครับพี่จักร ผมเองก็ไม่ได้อะไรแล้ว”
“ดีแล้ว อย่าไปจมปลักกับผู้หญิงอย่างยัยน้ำเลย ต่อให้เป็นเมียแต่งถ้าทำตัวไม่ดีก็เลิกรากันได้”
“ครับพี่จักร”
“ปูน ฉันจะไม่อยู่ 3 วัน ฝากงาน ฝากลูกชุบด้วยนะ” คุณจักรกฤษยังนึกห่วงลรันดาหากจะต้องปล่อยให้อยู่ตามลำพังอีกครั้ง
“พี่จักรจะไปมาเลเซียหรือครับ”
ธามไทพอจะรู้แพลนการเดินทางไปต่างประเทศของจักรกฤษอยู่บ้าง เพราะธามไทเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น เขาถือหุ้นพี.ดี.ที.อยู่ 40% ธามไทมีธุรกิจหลายอย่างในกำมือ ถ้าจักรกฤษเป็นผู้มีอิทธิพล ธามไทก็เหมือนกันหรือถ้านับกันจริงๆ คนหนุ่มกว่าอย่างธามไทอาจจะมีมากกว่า
“ใช่ ห่วงลูกชุบ เพิ่งจะออกมาพ่อก็จะไม่อยู่อีกแล้ว เดี๋ยวจะคิดมากหาว่าพ่อทิ้งอีก”
“พี่จักรไม่เคยทิ้งลูกชุบนี่ครับ” ธามไทพูดอย่างรู้ดี
“อย่าพูดเลยปูน ไม่มีประโยชน์ สักวันเค้าจะต้องรู้เอง”
“ไม่ต้องห่วงลูกชุบนะครับพี่จักร เดี๋ยวผมจะช่วยดูแลให้เอง”
สามวันที่ผ่านมา ลรันดาได้ปรับความเข้าใจกับพ่อของเธอได้ระดับหนึ่ง ทั้งคู่กินข้าวด้วยกันทั้งสามมื้อ คุณจักรกฤษแสดงให้เห็นว่าตั้งใจจะให้เวลาเธอเต็มที่ และดูเหมือนสายสัมพันธ์ที่ห่างเหินจะดีขึ้นตามลำดับ
“พ่อจะไปดูงานหลายวัน ลูกชุบต้องอยู่กับอาปูนนะลูก”
“ทำไมหนูต้องอยู่กับอาปูนล่ะคะ หนูอยู่คนเดียวได้ค่ะ อยู่มานานแล้วคงไม่มีอะไรน่ากลัวกว่าที่เจอแล้วมั้งคะ” แต่เธอยังตัดความน้อยใจไม่ขาด
“ลูกชุบ...พ่อรู้ว่าผิด แต่พ่ออยากจะไถ่โทษ พ่ออยากขอโอกาสจากหนู ลูกชุบจะให้พ่อได้มั้ยลูก”
กระแสเสียงอ่อนเอื้อยทำให้เธอใจอ่อน ความรักที่มีให้พ่อกับแม่มากมายเท่าแผ่นฟ้า แต่เมื่อความสูญเสียมาเยือนและเธอต้องขาดแม่ไป ช่องโหว่ในหัวใจก็เกิดขึ้น ครั้นพ่อไม่ค่อยจะมีเวลาให้ความเหงาก็เข้ามาเติมเต็ม
ลรันดาเมื่อครั้งนั้นยังอ่อนด้อยทางความคิด ความเหงาและว้าเหว่ทำให้เธอหลงเตลิดไปกับเพื่อนแย่ๆ และนั่นก็นำพาความทุกข์ใจให้มาเยือนอย่างแสนสาหัส เมื่อบิดาส่งให้ไปอยู่ในโรงเรียนประจำนานถึง 8 ปี หัวใจดวงน้อยๆ เจ็บปวดยังไม่หายก็เลยกลัดหนองเป็นแผลที่ฝังแน่นอยู่กลางใจ
“ให้เวลาลูกชุบ 8 ปีนะคะ”
คุณจักรกฤษคอตก 8 ปีที่ผ่านมาก็นานจนแทบจะหายใจไม่เป็น ไม่มีความสุขเลยแม้แต่วันเดียว หากต้องรอไปอีก 8 ปีก็คงจะ...
“พ่อจะรอจนกว่าหนูจะให้อภัยพ่อ จะนานจนวันตายของพ่อ พ่อก็จอรอ”
ลรันดาเม้มปากลุกขึ้นยืน ดวงหน้าหวานมีแต่ความเย็นชายกเว้นแววตาที่เหลือบไปทางอื่นอย่างปิดบัง คุณจักรกฤษไม่ร้องห้ามแต่พูดต่อด้วยความเป็นห่วง
“ระหว่างที่พ่อไม่อยู่ อาปูนจะมาดูแลหนู ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอกอาเขานะลูก”
ลรันดาไม่ตอบรับ และขี้คร้านจะปฏิเสธเรื่องนี้ เธอจึงเดินขึ้นห้องนอนไปเงียบๆ คุณจักรกฤษถอนใจก่อนจะวางช้อนส้อมแล้วดื่มน้ำตาม
“ปูน พี่ฝากลูกชุบด้วยนะ” เขาบอกปลายสายหลังโทร.ติด เมื่ออีกฝ่ายรับปากก็วางหูแล้วขึ้นห้องนอน