บทที่2 เกิดใหม่

1519 คำ
“อ้ายเอ๋อร์...” เสียงแผ่วเบาลอยเข้ามากระทบโสตประสาทของชะพลูทำให้เธอรู้สึกกรำคาญเล็กน้อยกับเสียงที่ได้ยิน “อื้อ!” ชะพลูที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจอยู่ส่งเสียงประท้วงต่อสิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นข้างแก้มตนอย่างขัดใจ “อ้ายเอ๋อร์…” แรงสะกิดที่แขนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้าพลิกตัวไปมาแต่ไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นเสียที “ขออีกห้านาทีค่ะแม่~” เสียงเล็กยังคงเอ่ยต่อ ชะพลูที่คิดว่าแม่มาปลุกก็พลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิด เพราะก่อนไปเที่ยวเธอก็บอกแม่แล้วว่า จะตื่นสายไม่ต้องมาปลุก เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ แต่แม่ก็ยังมาปลุกเธออยู่ได้ ทางด้านคนที่เข้ามาปลุกเด็กน้อยก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่บุตรสาวของตนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เด็กน้อยเอาแต่นอนซมด้วยพิษไข้แท้ ๆ ถึงแม้จะไม่เข้าใจความหมายที่ลูกสาวตัวน้อยพูดก็ตาม แต่นี่ก็นับเป็นลางดีแล้ว บุตรสาวของนางกำลังจะฟื้นขึ้นมาแล้ว “อ้ายเอ๋อร์ ตื่นเถิดหนาลูกสาวแม่ แม่คิดถึงเสียงเล็ก ๆ อันเจื้อยแจ้วของเจ้าเหลือเกิน...” หืม อ้ายเอ๋อร์เหรอ ชะพลูที่เริ่มมีสติแล้วก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางงง ๆ ทันที เธอนึกว่ามันคือความฝัน เธอนึกว่าที่ปวดหัวปวดเนื้อปวดตัวเป็นเพราะว่า เธอยังมีอาการเมาค้างอยู่ เธอหันมองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะพบเข้ากับสาวสวยคนหนึ่งที่อายุไม่น่าเกินยี่สิบปี กำลังยืนมองเธอด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขแต่นัยน์ตากลับมีหยาดน้ำรื้นอยู่ ม...ไม่ใช่ฝัน ย้อนกลับไปหลังจากที่เธอพลัดตกลงไปในแม่น้ำ ชะพลูพยายามตะเกียกตะกายเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด เธอว่ายน้ำเป็นนะ แต่ว่ายเป็นในน้ำตื้น ถ้าเจอน้ำลึกเมื่อไหร่เธอจะกลายเป็นคนว่ายน้ำไม่เป็นทันที แล้วยิ่งตอนนี้เธอมีอาการเมาอย่างหนัก ทำให้ตั้งสติไม่ได้เหมือนยามปกติ เรี่ยวแรงที่เคยมีก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงเรื่อย ๆ ร่างค่อย ๆ จมลงไปในความมืดมิดของแม่น้ำอย่างช้า ๆ สายน้ำอันเย็นยะเยือกค่อย ๆ ดึงรั้งหญิงสาวลงไปใต้แม่น้ำ ร่างที่เคยตะเกียกตะกายก็หยุดชะงัก ลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ค่อย ๆ หยุดลง ก่อนที่ร่างบางจะกระตุกเบา ๆ พร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่ปลิดปลิวหายไป กับความคิดที่ว่า ไม่น่าอยากเป็นคนดีเลยกู ฮือ ๆ พลูขอโทษที่ต้องไปก่อน พ่อแม่ไม่ต้องเป็นห่วงพลูนะ พลูจะไปให้สบายเหมือนที่คนเขาชอบพูดกัน ลาก่อน… “เฮือก” ชะพลูสูดหายใจเข้าออกอย่างแรง เพราะเมื่อครู่เธอไม่สามารถหายใจได้เลย ยิ่งหายใจก็ยิ่งสำลักน้ำ ทำให้ตอนนี้เธอทำได้เพียงพยายามหายใจเข้าปอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ “พี่สาว...” อยู่ ๆ ชะพลูก็ได้ยินเสียงเรียกดังอยู่ข้าง ๆ หู ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เฮ้ย! เราตายแล้วนี่หว่า ชะพลูค่อย ๆ หันมองต้นเสียงก่อนจะเจอเข้ากับดวงตาใสแป๋วของเด็กน้อยแก้มกลมหน้าตาน่ารักกำลังยืนมองเธอพร้อมรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า “เอ่อ หนูคือ…” ชะพลูถามขึ้นอย่างสงสัย “ยมทูตเหรอ! เออใช่เราตายไปแล้วนี่หว่า โธ่เอ๊ย แฟนก็ยังไม่เคยมีกับเขาสักคน เวอร์จิ้นก็ยังไม่ถูกทำลาย นี่ฉันตายแล้วเหรอเนี่ย ฮือ ๆ ” ชะพลูไม่ได้สนใจเด็กน้อยตรงหน้าอีก เธอเอาแต่ร้องไห้เสียใจกับชีวิตที่น่าสงสารของตัวเอง เกิดมาตั้งยี่สิบห้าปี แฟนสักคนก็ยังไม่เคยมี นึกว่าตายแล้วจะได้ไปเกิดใหม่ต่างโลกแบบในนิยายไหงกลายเป็นงี้ไปได้ ฮือ ๆ “เอ่อ…พี่สาวข้าไม่…” อ้ายฉิงพยายามจะอธิบายว่าตนไม่ใช่ยมทูต ข้าเป็นแค่เด็กน้อยน่ารักคนหนึ่งเองนะ ทำไมถึงคิดว่าข้าเป็นยมทูตไปได้ล่ะ “เฮ้อ เลิกคร่ำครวญเสียทีแม่นาง แม่หนูอ้ายฉิงนางมิใช่ยมทูต เจ้าเห็นยมโลกเป็นอย่างไร จึงคิดว่าเราจะใช้แรงงานเด็กได้ลงคอ” อยู่ ๆ ก็มีเสียงของชายชราดังขึ้นใกล้ ๆ ชะพลูค่อย ๆ เช็ดน้ำตา เธอมองตรงขึ้นไปตามต้นเสียง ก่อนจะพบเข้ากับชายชราคนหนึ่งในชุดจีนโบราณกำลังยืนถือพัดโบกไปมาอยู่ตรงหน้าของเธออยู่ “ข้ามีนามว่าอวี่ไป๋ ข้าเป็นเทพเซียนอยู่บนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า” เทพอวี่ไป๋ที่เห็นหญิงสาวตรงหน้ามองมาด้วยท่าทางสงสัยจึงเอ่ยปากอธิบาย “เทพอวี่ไป๋...” ชะพลูครุ่นคิดว่า ทำไมเทพจีนถึงมาปรากฏตัวตรงหน้าเธอได้ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงจะพูดจีนได้ เพราะไปเรียนมาก็เถอะ แต่ก็ไม่น่าใช่เหตุผลในการมาของเทพตรงหน้าได้ หรือว่า… “นี่…หนูกำลังจะได้ไปเกิดใหม่ในโลกจีนโบราณเหรอคะ!” ชะพลูถามขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้นยินดี “ใช่ เหตุใดเจ้าจึงดูไม่ตกใจเลย ซ้ำยังดูดีใจเสียอีกที่จะได้ไปเกิดใหม่” เทพชราถามขึ้นอย่างแปลกใจ “ก็หนูอ่านนิยายมา โอ๊ย! หนูภาวนาทุกวันเลยนะคะท่านว่า อยากไปเกิดใหม่แบบในนิยาย โอ๊ยความฝันเป็นจริงแล้วโว๊ย ว่าแต่…หนูจะได้ไปเกิดเป็นใครคะ ชาวนาบ้านป่ากลางหุบเขา หรือว่าหญิงสูงศักดิ์ในตระกูลขุนนาง” ชะพลูถามอย่างตื่นเต้น ความฝันของเธอกำลังจะเป็นจริงแล้ว “เอ่อ…เจ้าจะได้ไปเกิดในร่างขององค์หญิงอ้ายฉิง องค์หญิงเพียงพระองค์เดียวในราชวงศ์หยาง” ชายชราตอบอย่างไม่ปิดบัง “โอ้โห! วาสนาหนูมันดีขนาดนี้เลยเหรอคะ แม่เจ้า คนอื่นได้เกิดใหม่ไปเป็นชาวนาผู้แร้นแค้นต้องอยู่อย่างอด ๆ อยาก ๆ เราได้เกิดใหม่ไปเป็นเจ้าหญิง ไม่เสียแรงที่ทำบุญทำทานรักษาพรหมจรรย์มาตลอดชีวิต (ความจริงคือไม่มีใครเอา) สัมฤทธิผลแล้วสินะ” ชะพลูโห่ร้องด้วยความดีใจ “เอาล่ะ เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง” ชายชราที่เห็นว่าหญิงสาวดูจะยอมรับอะไรได้ง่าย ๆ ก็มีความคิดที่จะรีบส่งนางไปเกิดเสียที ก่อนที่นางจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ เพราะถ้านางฉุกคิดถึงเหตุผลที่ตนต้องได้ไปเกิดใหม่แล้วมันจะแย่เอา ความจริงแล้วชะพลูควรจะได้ไปเกิดเป็นองค์หญิงอ้ายฉิงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เพราะความผิดพลาดบางประการของตำหนักสวรรค์ ทำให้นางต้องไปเกิดเป็นชะพลูในโลกนั้น แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่นางจะต้องกลับไปเป็นตัวเองแล้ว ส่วนหนูอ้ายฉิงที่เป็นเด็กน้อยแท้จริงแล้วก็คือดวงวิญญาณอีกเสี้ยวหนึ่งของชะพลูนั่นเอง หากว่าดวงวิญญาณทั้งสองไม่ได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน องค์หญิงอ้ายฉิงก็ต้องสิ้นชีพตั้งแต่เด็ก ซึ่งนั่นนับว่าไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง “พร้อมค่ะ แต่เดี๋ยวก่อน! ท่านเทพมีของวิเศษอะไรให้หนูไหมคะ” ชะพลูถามขึ้นอย่างมีความหวัง ไหน ๆ ก็จะได้ไปเกิดใหม่แล้วเธอก็ควรได้อะไรติดไม้ติดมือไปสักหน่อย “มีสิ นี่คือมิติวิเศษของเจ้ามีไว้เพื่อเก็บของเท่านั้น มันจะอยู่ในรูปลักษณ์ของปานรูปดอกหมู่ตานตรงข้อมือของเจ้า” ชายชราว่าพร้อมปัดมือผ่านร่างบางหนึ่งครั้ง ก่อนจะเกิดปานรูปดอกหมู่ตานบนข้อมือเล็กดูงดงามเป็นอย่างมาก เอาจริงเขาผู้เป็นเทพมีฤทธิ์มากก็เตรียมของวิเศษไว้ให้เธอแล้วเรียบร้อย เพียงแต่ไม่ได้เวอร์วังเหมือนในนิยายที่เธออ่านก็เพียงเท่านั้นเอง “อ่อ และปานนี่จะมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่มองเห็นมัน เอาล่ะไปได้แล้วตอนนี้มารดาของเจ้าเป็นห่วงเจ้าแทบแย่แล้ว” พูดจบก็พลันมีแสงสว่างจ้าเกิดขึ้น ก่อนที่ชะพลูจะรู้สึกเหมือนถูกดูดวิญญาณเข้าหาร่างของเด็กน้อยที่เห็นก่อนหน้า วิญญาณสองดวงค่อย ๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งก่อนจะลอยกลับเข้าสู่ร่างเจ้าของไปในทันที ไป๋ฮุ่ยเจินได้แต่นั่งมองบุตรสาวด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่ฟื้นขึ้นมานางก็เอาแต่นั่งเหม่ออยู่บนตั่งเตียงมากว่าหนึ่งเค่อแล้วไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวไปไหนเลย “อ้ายเอ๋อร์…” นางร้องเรียกบุตรสาวอีกครั้ง “อ้ายเอ๋อร์!!” ครั้งนี้นางตะโกนเรียกให้ดังกว่าเดิมเพื่อเรียกสติของบุตรสาวให้กลับคืนมา “ฮะ! เอ่อ…”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม