bc

ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้น่ารัก

book_age18+
1.1K
ติดตาม
8.1K
อ่าน
like
intro-logo
คำนิยม

ชะพลูหรือ กันสิตา เลิศคุณวงส์ เธอฟื้นขึ้นมาในร่างขององค์หญิงหยางอ้ายฉิง องค์หญิงองค์เล็ก และองค์เดียว แห่งราชวงศ์หยาง แคว้นหยาง ซึ่งเป็นแคว้นขนาดกลาง ไม่มีใครรู้ถึงการมีอยู่ของพระองค์นอกจากฮองเฮาของแคว้น เพราะมารดาถูกขังอยู่ในตำหนักเย็นก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ มีเพียงฮองเฮาที่คอยให้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ วันหนึ่งในฤดูหนาวแคว้นหยางเกิดพายุหิมะพัดถล่มเมืองชาวบ้านล้มตายกันเป็นเบือ องค์หญิงน้อยที่ทนอากาศหนาวไม่ไหวก็ล้มป่วยลงเช่นกัน เด็กน้อยต้องนอนซมไปหลายวันก่อนจะฟื้นขึ้นมากลายเป็นคนใหม่ที่สรรหาอะไรมาทำไม่มีหยุด เดี๋ยวก็อยากปลูกผัก เดี๋ยวก็ขอให้มารดาทำอาหารตามสูตรของตน บางวันก็พาพี่ชายหนีเที่ยวโดยที่ไม่บอกใคร ทั้ง ๆ ที่ตัวเองอายุเพียงแค่สี่หนาวเท่านั้นเอง ถึงแม้จริง ๆ แล้วจะอายุมากกว่านั้นก็เถอะ เรื่องราวขององค์หญิงตัวน้อยจะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามได้ใน ทะลุมิติมาเป็นองค์หญิงผู้น่ารัก

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่1องค์หญิงอ้ายฉิง
องค์หญิงน้อยผู้เกิดมาจากความรักของผู้เป็นมารดา มีนามแห่งรักว่า อ้ายฉิง แต่เป็นเพราะมารดาได้กระทำความผิดเนื่องจากหลง มัวเมาอยู่กับลาภยศ และความรักที่ได้รับ จึงทำให้ต้องถูกจองจำเอาไว้ในตำหนักเย็น ถูกผู้คนลืมเลือนถึงการมีอยู่ ต้องอยู่เพียงลำพังกับ นางกำนัลคนสนิทนามว่า มี่ฮวาที่ติดตามข้างกายมาตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่บ้านเดิม ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักเย็นมีเพียงหวังฮองเฮาผู้เป็นเพื่อนสนิทเท่านั้นที่คอยให้การช่วยเหลืออยู่เสมอ แม้ไม่ได้มาบ่อยนัก แต่ก็พอให้คนทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ได้แบบไม่ขัดสนนัก กระทั่งวันหนึ่งอดีต ไป๋เต๋อเฟย หรือก็คือไป๋ฮุ่ยเจิน ได้พบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์อยู่ โชคดีที่ได้หวังฮองเฮาคอยเป็นธุระจัดหาหมอจากนอกวังมาตรวจให้ อีกทั้งยังคอยช่วยเป็นธุระหาหมอตำแยมาคอยดูแลจนกระทั่งคลอดให้อีกด้วย เมื่อครั้งแรกเกิด องค์หญิงน้อยอ้ายฉิงเกิดมาพร้อมกับฤดู ใบไม้ผลิ ดอกไม้ทั่วทั้งเมืองต่างแข่งกันเบ่งบานส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ และนับเป็นเรื่องอัศจรรย์ใจยิ่งนักที่หลังจากถือกำเนิด องค์หญิงน้อยก็มีกลิ่นกายที่หอมเสียจนผู้คนหลงใหล กลิ่นกายของนางหอม ดังกลิ่นของดอกหมู่ตานที่แข่งกันผลิบานอยู่ภายนอกตำหนักเย็นนั่น ครั้นเด็กน้อยถือกำเนิดแล้วหวังฮองเฮาก็คิดว่าควรจะต้องบอกให้ฝ่าบาทได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของบุตรสาวเพียงคนเดียวของราชวงศ์หยาง แต่ไป๋ฮุ่ยเจินผู้เป็นมารดากลับไม่ยินยอม เพราะนับตั้งแต่ถูกผู้เป็นสวามีสั่งจองจำที่ตำหนักเย็นไม่มาเหลียวแลแล้ว นางก็ไม่คิดที่จะให้บุตรสาวของตนต้องออกไปพบเจอกับเรื่องราวของวังหลังที่แสนโสมมเช่นที่นางเคยพบเจอเป็นอันขาด องค์หญิงน้อยอ้ายฉิงถูกเลี้ยงดูโดยมารดา และพระพี่เลี้ยงมี่ฮวา นอกจากนี้ยังมีเสด็จป้าฮองเฮาแวะมาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราว กระทั่งทารกน้อยในวันวานเติบโตขึ้นเป็นเด็กน้อยวัยสี่หนาว ผู้เป็นที่รักของมารดา และคนรอบข้าง โดยเฉพาะหวังฮองเฮาที่มีเพียงบุตรชายจึงทั้งรักทั้งหลงองค์หญิงอ้ายฉิงเป็นอย่างมาก หากพบเจออะไรที่ดี และสวยงามก็จะนึกถึงนางเป็นคนแรก และมักจะแอบเอาของขวัญล้ำค่ามาให้นางเสมอ วันหนึ่งในช่วงฤดูหนาวของปีเกิดพายุหิมะพัดถล่มแคว้นหยาง ผู้คนต่างเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า ชาวบ้านตาดำ ๆ ทนอากาศหนาวไม่ไหวต่างพากันล้มตายทีละคนสองคน องค์หญิงน้อยในตำหนักเย็นอันรกร้างเองก็เช่นกัน เป็นเพราะยังเด็กทนอากาศหนาวเย็นไม่ไหว ตำหนักเย็นก็ผุพังทำให้บังลมหนาวได้ไม่ค่อยดี เด็กน้อยจึงล้มป่วยนอนหลับไม่ได้สติไปหลายวันทำเอาผู้เป็นมารดาร้อนใจไปหมด “ทำอย่างไรดีมี่ฮวา เหตุใดอ้ายเอ๋อร์จึงตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้เล่า นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วไยลูกข้าจึงมิดีขึ้นเลย” ไป๋ฮุ่ยเจินผู้เป็นมารดาพูดขึ้นด้วยความร้อนใจ เมื่อเห็นว่าบุตรสาวป่วยหนักมาหลายวันแล้ว จะออกไปตามหมอ พายุหิมะก็ปิดกั้นเส้นทางไว้หมด ทำให้ไปไหนไม่ได้ จึงทำได้เพียงต้มยาที่มีให้บุตรสาวกินประทังชีวิตไปก่อนเท่านั้น “องค์หญิงน้อยเป็นผู้มีบุญสูง ป่วยหนักครานี้ต่อไปในภายภาคหน้าจักต้องมีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นแน่นอนเพคะพระสนม” มี่ฮวานางกำนัลคนสนิทกล่าวในแง่ดี เพื่อมิให้ผู้เป็นนายต้องคิดมาก และทุกข์ใจไปมากกว่านี้ แม้ในใจของนางเองจะรู้สึกหวาดกลัวด้วยก็ตาม “ข้าบอกไปแล้ว มิให้เรียกข้าว่า พระสนมอีก ให้เรียกข้าว่าคุณหนูเช่นเดิมเจ้าลืมไปแล้วรึมี่ฮวา” ผู้เป็นนายหันมาเอ็ดบ่าวของตนเมื่อนางเผลอเรียกตนด้วยสรรพนามที่ไม่ชอบอีกแล้ว “บ่าวขออภัยเพคะ เอ่อ เจ้าค่ะคุณหนู” มี่ฮวารีบเปลี่ยนคำทันทีที่เห็นสายตาไม่พอใจของผู้เป็นนาย “อ้ายเอ๋อร์ลูกแม่ รีบตื่นขึ้นมาพูดเจื้อยแจ้วให้แม่ฟังเถิดนะลูกรัก แม่คิดถึงเสียงของเจ้าเหลือเกินยอดรักของแม่” ไป๋ฮุ่ยเจินจับมือเล็กของบุตรสาวขึ้นมาแนบแก้มตนพร้อมร้องไห้น้ำตารินไหลดูแล้วช่างน่าสงสารนัก บุตรสาวของนางหลับใหลไม่ได้สติมาหลายวันจะให้นางไม่รู้สึกอะไรเลยได้อย่างไรกัน - กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 25xx - ทางด้านหนูน้อยอ้ายฉิงตั้งแต่วันแรกที่หลับใหลไม่ได้สติเพราะพิษไข้ วิญญาณของหนูน้อยก็หลุดออกจากร่าง ก่อนจะล่องลอยไปยังที่ที่ไกลแสนไกล ดวงวิญญาณของหนูน้อยอ้ายฉิงล่องลอยมาติดอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งนามว่า ชะพลูหรือ กันสิตา เลิศคุณวงศ์ เธอเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ ในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หนูน้อยอ้ายฉิงได้แต่ลอยตามหญิงสาวไปยังที่ต่าง ๆ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมพอจะคุยด้วยก็คุยไม่ได้ เพราะไม่มีใครมองเห็นนางเลยจึงได้แต่ลอยตามชะพลูไปเรื่อย ๆ เท่านั้น ชีวิตชะพลูเองก็น่าเบื่อมากเช่นกัน ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน พอเลิกงานกลับบ้านก็เอาแต่นั่งอ่านหนังสือ หรือบางทีก็จ้องมองผู้คนที่อยู่ในจอสี่เหลี่ยมได้ทุกวัน อ้ายฉิงไม่รู้ว่ามันคือหนังสืออะไรแต่หน้าปกงดงามมาก ซ้ำชะพลูยังทำตัวเหมือนคนเสียสติทุกครั้งที่อ่านหนังสือเหล่านั้น บางครั้งก็หัวเราะ บางครั้งก็ร้องไห้เหมือนคนบ้าที่พี่มี่ฮวาเคยเล่าให้ฟัง องค์หญิงน้อยตามติดชีวิตชะพลูอยู่หลายวันกระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวได้มีการนัดแนะกับเพื่อนไปสังสรรค์ข้างนอก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอทำอย่างอื่นนอกจากทำงาน และอ่านหนังสือ ทำเอาองค์หญิงน้อยตื่นเต้นมากที่จะได้ไปที่อื่นบ้างนอกจากที่บ้านกับที่ทำงานของหญิงสาว วันนี้ชะพลูมีนัด กับเพื่อนที่ผับดังย่านสาทร นาน ๆ ทีจะได้ออกมาเจอเพื่อน ๆ ทำเอาเธอจัดหนักแบบไม่กลัวร่างพังกันเลยทีเดียว “ไงมึงอีพลูกว่าจะเสด็จมาได้นะมึงมัวทำอะไรอยู่วะ” พัดโบกเพื่อนชายหัวใจหญิงของหญิงสาวทักขึ้นทันทีที่เพื่อนมาถึง เพราะนัดกันสองทุ่มนางมาถึงสามทุ่มไม่เรียกลีลาจะเรียกว่าอะไรดี “โธ่เพื่อน ก็คนมันเลิกงานช้านี่จ้ะ พอเลิกงานปุ๊บเพื่อนก็รีบแต่งสวยมาเลยนะเนี่ย” ชะพลูรีบแก้ต่างให้ตัวเองทันที ถึงแม้ว่าความจริงเธอจะมัวแต่อ่านนิยายตอนใหม่ที่ไรท์พึ่งอัปเสร็จก็เถอะ “พอจ้ะพอเลิกเถียงกันได้แล้วจ้า อีพลูเอาอะไรดีวันนี้” ใบตองเพื่อนสนิทอีกคนถามขึ้นเพื่อหยุดการถกเถียงระหว่างสองสาว “จัดมาเลยแรง ๆ เพื่อน พรุ่งนี้วันหยุดกู เต็มที่โว๊ยยยย!” ชะพลูว่า ก่อนจะยื่นมือไปรับเครื่องดื่มที่เพื่อนยื่นให้ขึ้นมากระดกประหนึ่งไม่ได้ดื่มน้ำมาเป็นปี ๆ แล้ว “จัดไปเลยเพื่อน!” แสง สี เสียง ที่ได้เห็นเรียกความสนใจขององค์หญิงน้อยผู้อยู่แต่ในตำหนักเย็นได้เป็นอย่างดี เธอรู้สึกตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่เห็นเต็มไปหมด ถึงแม้ว่าจะไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ามันคืออะไรก็ตาม หนูน้อยลอยวนรอบ ๆ ตัวชะพลูด้วยความสนใจใคร่รู้ไปหมด พี่ชะพลูดื่มน้ำอะไรกันไยจึงดูน่าอร่อยเยี่ยงนี้ดื่มไปก็หัวเราะ เอิ้กอ๊าก ประหนึ่งคนบ้าที่เคยได้ยินมาไม่หยุด เฮ้อ ช่างน่าเวทนานัก งานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างหมู่เพื่อนยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทุกคนต่างพากันเมามายไม่มีชิ้นดี ต่างฝ่ายต่างจัดหนักจัดเต็มชนิดที่ไม่มีใครห้ามใครเลยสักคน ทำเอาองค์หญิงน้อยได้แต่มองด้วยความปลงตก อยากบอกกล่าวกับพี่สาวนักว่ากิริยาการเต้นแร้งเต้นกาอย่างนั้นไม่ใช่สิ่งที่สตรีพึงทำกัน หากท่านแม่มาเห็นท่าทางเช่นนี้เข้าคงต้องโดนอบรมกันยกใหญ่ งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราในที่สุดก็ถึงเวลาที่ทุกคนต้องแยกย้ายกันไปคนละทาง เพราะนี่ก็เกือบจะเช้าอยู่แล้ว พวกเขาดื่มกันเกือบทั้งคืนจนต้องเรียกรถกลับกันเอง เพราะเมามายจนเดินแทบไม่ตรงทาง เรียกได้ว่า เมาอย่างหมากันเลยทีเดียว หลังจากรถที่เธอเรียกมาแล้วชะพลูก็เดินขึ้นไปนั่งบนรถเตรียมตัวกลับบ้าน กระทั่งรถออกมาได้สักพักในขณะที่กำลังผ่านสะพานแห่งหนึ่ง เธอก็ดันตาดีเหลือบไปเห็นคนกำลังจะกระโดดสะพานเข้าพอดี ฉับพลันเลือดคนดีที่อยู่ในร่างก็เต้นเร่า ๆ ให้ลงไปช่วยเขาเดี๋ยวนี้! “พี่!จอด!!” ชะพลูตะโกนบอกให้คนขับจอดรถเสียงดัง ด้วยความตกใจเสียงตะโกนของเธอเขาจึงจอดรถทันที ไม่ทันฟังเสียงร้องเรียกของคนขับรถ ชะพลูก็วิ่งไปยังคนที่กำลังจะกระโดดสะพานอย่างรวดเร็ว เมื่อไปถึงยังไม่ทันได้เริ่มเอ่ยปาก เกลี้ยกล่อม ผู้หญิงคนนั้นก็ทิ้งตัวลงจากบนสะพานไปแล้ว ชะพลูที่เลือดคนดีมันวิ่งพล่านก็รีบวิ่งเข้าไปพยายามจะช่วยผู้หญิงคนนั้นให้ได้ แต่ด้วยความเมาหรือ อะไรก็แล้วแต่ทำให้เธอทรงตัวไม่อยู่ร่างทั้งร่างจึงร่วงลงไปในแม่น้ำตามผู้หญิงคนนั้นไปติด ๆ ‘ตู้ม!!’

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

เก็บขยะจนรวย ด้วยระบบรักษ์โลก

read
1K
bc

สงครามรักในเงามืด

read
1K
bc

ข้าก็แค่ภูตน้อยจอมเกียจคร้านคนหนึ่ง

read
1.5K
bc

สร้างเนื้อสร้างตัวในยุคจีนโบราณ

read
19.4K
bc

เกิดใหม่มีสามีตาบอด

read
2.4K
bc

เซียนสาวเกิดใหม่ขอไลฟ์สดทำนายดวง

read
1K
bc

เสมือนหนึ่งใจเคยรัก

read
2.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook