ดวงจันทร์ในม่านเมฆ ตอนที่ 4 2/2

1487 คำ
“เรื่องนี้ผมไม่รู้หรอกครับว่าเธอไปอยู่ไหนแต่ดูท่าคุณเองก็น่าจะรู้จักเธอดีกว่าผมน่าจะติดตามข่าวสารกันได้ไม่ยากใช่มั้ยครับ” เมฆินทร์มองคนตรงหน้าด้วยสายตาประเมินค่าจิตใจด้านสกปรกคิดนำไปแล้วว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ชายของผู้หญิงแพศยาคนนั้นแน่ๆ “คุณดูเหมือนไม่พอใจอะไรเจ้าขาแต่ก็ช่างเถอะครับเดี๋ยวผมหาข่าวน้องจากเพื่อนเก่าๆ ของเธอเอาก็ได้ถ้าโชคดีเจ้าขาคงติดต่อมา อ้อ ถ้าคุณคิดว่าผมจะอะไรๆ กับน้องก็เสียใจด้วยนะครับเพราะผมแต่งงานแล้วไม่ต้องใช้สายตาแบบนั้นมองกันเลย ถ้าคุณจะเกลียดใครสักคนผมว่าไม่ใช่จันทร์เจ้าขาหรอกครับมีจันทร์อีกดวงที่คุณต้องกังวล ลาล่ะครับแล้วก็อย่าลืมหมั่นกายภาพให้คุณท่านด้วย” นักกายภาพหนุ่มพูดทิ้งท้ายก่อนจะลากลับทิ้งให้เจ้าของบ้านยืนบื้อเหมือนโดนฟาดกลางแสกหน้าอยู่ตรงนั้น และจันทร์อีกดวงของนักกายภาพบำบัดก็ทำให้เมฆินทร์แทบจะกุมขมับเพราะสองวันต่อสัปดาห์ตามวันที่เธอต้องมาดูแลคุณอัญชิสานั้นเธอเหมือนจะอยากทำงานเกินหน้าที่อยู่ตลอดเวลาจนเขารู้สึกรำคาญ “อ้าว เพิ่งกลับมาเหรอคะคุณ จันทร์เพิ่งเดินขึ้นไปหยิบสายชาร์ตมาค่ะพอดีลืมไว้บนห้อง” ทันทีที่เมฆินทร์ก้าวขาเข้ามาในบ้านก็พบกับคุณพยาบาลจันทร์แรมมาเดินลับๆ ล่อๆ อยู่แถวๆ บันไดขึ้นชั้นสองในมือมีสายชาร์ตโทรศัพท์อยู่เขาเลยไม่ได้สนใจอะไรนอกจากพยักหน้าทักทายแล้วพยายามเดินเลี่ยงขึ้นห้องนอน “ดื่มอะไรอุ่นๆ ก่อนนอนหน่อยมั้ยคะเดี๋ยวจันทร์ชงไปเสิร์ฟให้” เมื่อเห็นเป้าหมายทำท่าจะเดินหนีหญิงสาวก็รีบคว้าแขนเขาไว้พร้อมถามด้วยน้ำเสียงเชิญชวนที่ไม่ว่าจะใช้เมื่อไหร่เป้าหมายคนอื่นก็จะเดินมาตกหลุมที่เธอดักไว้ทุกครั้ง “ไม่รบกวนดีกว่าฉันอยากพักผ่อนคุณพยาบาลก็กลับไปดูคุณแม่เถอะเผื่อท่านจะตื่นขึ้นมากลางดึก” ชายหนุ่มขยับแขนให้บิดออกจากการเกาะกุมก่อนจะเดินหนีขึ้นชั้นสองของบ้านโดยไม่หันกลับมามองใบหน้าสวยที่งอง้ำเพราะความขัดใจของพยาบาลพิเศษที่มีหน้าที่ดูแลมารดา หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยเมฆินทร์ก็ตาสว่างหลับไม่ลงอีกแล้วซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะเมื่อบ่ายเขาดื่มกาแฟเข้าไปหลายแก้วจึงเกิดอาการตาค้างเมื่อไม่มีอะไรทำเขาจึงเดินออกไปที่ห้องของน้องชายที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามหวังจะไปหาเบาะแสเพิ่มเติมที่ทำให้ชายหนุ่มที่แสนอบอุ่นอย่างเมฆาตัดสินใจฆ่าตัวตายอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ห้องนอนของน้องชายก็ยังเรียบร้อยเหมือนปกติเพราะไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายนอกจากป้าสมจิตที่จะเข้ามาทำความสะอาดวันเว้นวันเมื่อมองเห็นเตียงนอนเมฆินทร์ก็คิดถึงเกมที่เขาสองคนพี่น้องชอบเล่นกันตอนเด็กๆ คือการเขียนไดอารีเล่มเดียวกันและแลกกันอ่านชายหนุ่มจึงเริ่มต้นเดินหาไดอารีเล่มที่ว่าเพื่อนำมาอ่านให้หายคิดถึงน้องชาย ถึงจะเรียกว่าไดอารีแต่มันก็เป็นเพียงสมุดปกสีน้ำตาลเล่มบางๆ ที่พวกเขาเก็บเงินแล้วซื้อมาเป็นโหลเพราะหน้าปกมันเป็นกระดาษคราฟธรรมดาน้องชายที่มีหัวด้านศิลปะก็มักจะลงมือออกแบบและวาดปกสมุดบันทึกนั้นด้วยตัวเองแม้จะเป็นแค่รูปลายเส้นที่วาดขึ้นมาจากหมึกกันน้ำแต่ความงดงาม ความเด็ดขาดและความอ่อนโยนของคนวาดก็แสดงผ่านทุกเส้นสายที่ปรากฏเป็นรูปวาดทั้งหมด ค้นหาอยู่พักใหญ่ชายหนุ่มก็พบสมุดไดอารีสอดปนอยู่กับหนังสือบนชั้นเขาหยิบมันออกมาทุกเล่มเท่าที่มองเห็นแล้วก็ไล่อ่านความทรงจำในวัยเยาว์ที่กลับมาแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ และรูปแบบการบันทึกของเมฆาก็แสนจะแตกต่างจากคนพี่เพราะน้องชายเขามักจะเขียนไปพร้อมกับวาดรูปประกอบส่วนตัวเมฆินทร์นั้นเขียนแต่ตัวหนังสือล้วนๆ ดูทึ่มทื่อไม่มีสีสันอะไรเลย อ่านเรื่องราวที่บันทึกไว้ในอดีตแล้วก็ได้แต่ขำเพราะตอนสมัยมัธยมนั้นสองคนพี่น้องก้อนเมฆเอาแต่บ่นเรื่องเรียนหนังสือและเรียนพิเศษจนเต็มหน้ากระดาษช่วงเวลาที่เป็นเหมือนสวรรค์ก็คือวันเสาร์อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดเพราะทั้งบิดามารดาจะชดเชยให้เขาทั้งคู่อย่างเต็มที่พาไปเที่ยวเล่นชดเชยช่วงเวลาที่ลูกชายต้องเรียนหนักในวันจันทร์ศุกร์ ความสุขและความอบอุ่นในวัยเยาว์พาเมฆินทร์ย้อนอดีตกลับไปอยู่ช่วงเวลาที่มีความสุขไดอารีเล่มเล็กถูกเปิดอ่านไปได้สองสามเล่มดวงตาคมปลาบก็เริ่มปรือปรอยจนหลับผล็อยทั้งๆ ที่มือยังเปิดหน้าไดอารีค้างอยู่ “คุณเมฆินทร์มาอยู่นี่เองค่ะป้าก็หาคุณตั้งนาน เช้าแล้วจะลงไปใส่บาตรกับคุณแม่หรือเปล่าคะ” เช้าวันใหม่ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาเพราะเสียงของแม่บ้านเก่าแก่ที่เข้ามาปลุกโดยชายหนุ่มลุกขึ้นมานั่งงัวเงียหัวฟูอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นมาทำท่าจะพับผ้าห่มแต่คนแก่ที่ยืนรออยู่ก็ปราดเข้าไปแย่งมาทำเสียเอง “ไปล้างหน้าล้างตาเถอะค่ะคุณแม่รออยู่กินข้าวเช้ากันแล้วจะได้ออกไปรอพระท่านกัน” “ขอบคุณครับป้า” เมฆินทร์เลี่ยงไปหอบไดอารีทั้งหมดไปเก็บเข้าชั้นเมื่อออกมาจากห้องน้องชายก็รีบรุดไปล้างหน้าแปรงฟันสำรวจตัวเองว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยดีแล้วจึงเดินลงไปชั้นล่างที่โต๊ะกินข้าวมีมารดานั่งอยู่ก่อนแล้วพร้อมพยาบาลส่วนตัวที่ฉีกยิ้มกว้างทันทีที่เห็นหน้าเขา “ขอโทษที่สายครับคุณแม่เมื่อวานดื่มกาแฟไปเยอะเกินตาเลยค้างนอนไม่หลับพอได้หลับเลยยาวไปหน่อย เช้านี้เรากินอะไรกันครับ” ผิวแก้มของมารดาถูกลูกชายคนโตประทับจุมพิตก่อนที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่จะทรุดกายลงนั่งข้างๆ แล้วให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าของมารดา “ไม่ใช่ว่าคุณแม่ต้องกินมื้อเล็กๆ เหรอครับคุณจันทร์แรม” แค่เห็นข้าวต้มปลาเต็มชามพร้อมด้วยนมอีกหนึ่งแก้วใหญ่ชายหนุ่มก็มีอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะมันดูต่างจากที่พยาบาลคนก่อนๆ ที่มาดูแลมารดาของเขาต่อให้เป็นพยาบาลคนใหม่ก็ยังจัดตารางอาหารตามที่จันทร์เจ้าขาจัดไว้ไม่มีใครเอาข้าวทั้งชามมาวางแม่เขากินในมื้อเดียวเลยสักคน “ก็กินปกติไปเถอะค่ะมาแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ ทำไมเสียเวลา” คำตอบที่ได้รับทำเอาเมฆินทร์ลมออกหูตวัดสายตาไปมองเหมือนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่พยาบาลวิชาชีพพูดออกมา “เธอมีเวลาทั้งวันที่จะดูแลคนป่วยและฉันแน่ใจว่าสี่สิบแปดชั่วโมงนี้ฉันจ่ายค่าเสียเวลาให้เธอแล้ว กรุณาทำตามหน้าที่ด้วยถ้าทำไม่ได้ก็บอกมาฉันยินดีหาพยาบาลคนใหม่อยู่แล้ว” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบก่อนจะเดินเอาถาดอาหารไม่น่ากินนั้นไปเปลี่ยนในครัวให้สาวใช้ช่วยตักข้าวต้มให้ใหม่แบ่งนมและผลไม้อย่างละนิดอย่างละหน่อยมาเพิ่มด้วย และมื้ออาหารเช้าเมฆินทร์ก็เป็นคนรับหน้าที่ดูแลมารดาแทนพยาบาลทุกอย่างสิ่งที่เขาทำมันแสดงออกมาชัดเจนว่าไม่เห็นจันทร์แรมมีตัวตนซึ่งทุกคนในบ้านล้วนแต่ขยิบตาให้กันเพราะสะใจที่พยาบาลหัวสูงถูกสั่งสอนหลังจากที่มีคุณเมฆาให้ท้ายจนเธอทำตัวไม่รู้จักหน้าที่กินแรงคนอื่นมาเสียนาน “ถ้าคุณแม่อาการดีขึ้นครั้งหน้าที่ไปพบหมอผมจะปรึกษาเรื่องการพาคุณแม่ไปออกกำลังกายนอกบ้านนะครับสวนสาธารณะน่าจะคิดถึงคุณแม่แย่แล้ว” เพราะเมื่อคืนเขาอ่านเจอในไดอารีว่าที่บ้านเราชอบออกไปนั่งปิกนิกแล้วก็ออกกำลังกายกันที่สวนสาธารณะถ้ามีโอกาสพาท่านออกไปอีกครั้งน่าจะทำให้จิตใจที่ห่อเหี่ยวของท่านแช่มชื่นขึ้นมาได้ “แม่ ดี จายย” แค่รอยยิ้มของมารดาก็พาให้คนเป็นลูกหัวใจพองโตไม่คิดเสียดายเวลาที่ต้องใช้ทุ่มเทให้ท่านเลยสักวินาทีเดียว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม