เคอร์ติสรู้สึกดีใจ จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ถ้างั้นคุณก็ไปอยู่กับผมที่แคนาดาสิครับ”
“แล้วครอบครัวคุณล่ะคะ” แม้ดลยาจะรู้สึกยินดี แต่เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่ได้ถูกหลอก
เคอร์ติสเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังว่าเขามีพ่อแม่อยู่เมืองแวนคูเวอร์ ทำงานที่ควิเบก และอยากกลับไปสร้างครอบครัวที่แวนคูเวอร์ ถึงจะเป็นเช่นนั้นดลยายังคงปฏิเสธ พร้อมบอกกับเขาว่าถ้ากลับไปแล้วยังรักเธออยู่ค่อยกลับมา รอยยิ้มอ่อนโยนมอบให้คนที่ชอบตน รู้สึกดีไม่น้อยที่ชีวิตเด็กกำพร้ามีใครสักคนต้องการ
“ผมเข้าใจ ต่อให้ผมมั่นใจในความรู้สึกตัวเอง แต่หน้าที่การงานทำให้ผมไม่สามารถรับปากได้ ว่าผมจะได้กลับมาอีกหรือไม่” ดวงตาเขาสลดลงยามบอกความจริงเรื่องนี้
เวลาที่ผันผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเศษ เท่ากับเวลาที่จะพบกันลดน้อยลง ทำให้หัวใจของหนุ่มแคนาดาหดหายไป พร้อมกับเวลาที่หมดไปเรื่อยๆ แทบไม่อยากนึกถึงวันที่ต้องกลับประเทศตัวเอง ในที่สุดเขาก็ขอให้สาวไทยไปเที่ยวกันตามลำพัง ในวันหยุดที่จะถึงนี้
ดลยาทบทวนความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วภายใต้ความถูกต้อง ซึ่งเขาไม่เคยทำกิริยาไม่เหมาะสมกับตน จึงยอมตกลงไปเที่ยวกับเขาตามลำพัง และในครั้งนี้เคอร์ติสเป็นฝ่ายพาไปเที่ยว ซึ่งเขาจองห้องพักที่มัดหลังรีสอร์ทบนเกาะมัดหลังไว้เรียบร้อยแล้ว
“ผมรักคุณ ดอลลี่ รักตั้งแต่แรกเห็น” พูดพลางเข้ามากอดร่างเล็กไว้แน่น ก้อนเนื้อเนียนขาวถูกเบียดกับอกกว้าง มีเพียงเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อบางขวางกั้น
กระแสประหลาดแทรกซึมมาตามผิวเนื้อนวลของหญิงสาว ร่างเล็กบางสัมผัสกล้ามอกแข็งเต็มๆ สร้างความตระหนกให้กับเธอซึ่งไม่อาจปฏิเสธเสียงเรียกจากหัวใจได้เลย ว่าช่วงเวลาเดือนเศษ หลังจากหนุ่มแคนาดาสารภาพ ทำให้เธอรู้ใจตัวเองว่า ได้เกิดความรู้สึกแบบเดียวกับเขา
“ปล่อยฉันค่ะ” เสียงห้ามปรามไม่มั่นคงนัก
“ผมรักคุณนะดอลลี่ คุณไม่รักผมบ้างเลยหรือ”
เจอคำถามแบบนี้หญิงสาวถึงกับอึ้ง จะบอกได้อย่างไรว่าไม่ได้รัก ในเมื่อเธอเองก็หลงรักหนุ่มเคนาดาเต็มหัวใจ จมูกโด่งและริมฝีปากเลื่อนลงมาชื่นชม และทำให้เจ้าของเนื้อนวลได้สติ
“ฉันก็รักคุณค่ะ แต่ทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ผู้หญิงไทยจะปล่อยตัวให้คนรักก่อนแต่งงานไม่ได้นะคะ” อธิบายพร้อมกับปัดป้อง สองมือเล็กผลักใบหน้าคมเอาไว้
“เฮ้อ...ผมขอโทษ” ถอนหายใจออกมาอย่างแรงแล้วเดินหนีเธอเข้าห้องน้ำ
ดลยานั่งลงบนเตียงด้วยอาการสั่นไหวหัวใจยังเต้นแรง จนได้ยินเสียงตึกตักดังอยู่ในอก พลางคิดว่าจะทำอย่างไรดี หลวมตัวมาพักห้องเดียวกับเขาแล้ว เธอจะรอดไหม แต่ชีวิตของเด็กกำพร้าคนหนึ่งจะมีความหวังอะไรนักหนา เมื่อพบคนที่ตัวเองรักและผู้ชายคนนั้นก็รักตอบ แล้วทำไมถึงไม่เก็บเกี่ยวความสุขเอาไว้กับตัว
แต่...อีกสองเดือนเขาก็กลับประเทศเขาไปแล้วนะ ความคิดที่ไม่เห็นด้วยดังขึ้น ถ้าคิดว่ารักเขาหมดหัวใจก็ไม่ควรรีรอ ความคิดหนึ่งยังคงสนับสนุน ใช่แล้ว...ฉันขอเลือกทำปัจจุบันให้ดีที่สุด จะไม่คิดถึงอนาคต สำหรับชีวิตเด็กกำพร้าอย่างฉัน แค่ได้รักและเขารักตอบก็น่าจะเพียงพอแล้ว ฉันจะต้องมีความสุขกับคนที่ฉันรัก
เย็นวันเดียวกัน เคอร์ติสสั่งชุดดินเนอร์มาเซอร์ไพรส์ผู้หญิงที่ตนรัก และแน่นอนว่าจะต้องมีไวน์ มาด้วย สองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าระเบียงบ้านพักหลังเล็ก ซึ่งมีเพียงห้องนอนกับห้องน้ำ และระเบียงติดชายหาด
ดวงตาสองคู่สบตากัน แม้จะมีเทียนขวางกั้นอยู่ ก็ไม่อาจปิดความในใจที่ทั้องสองมีให้กันได้ เคอร์ติสหยิบแก้วไวน์ชูขึ้นและยื่นมาหาดลยา เธอจึงทำตามเขาและชนแก้วกันก่อนจะดื่ม และนั่งรับประทานอาหารที่เขาเป็นผู้สั่งมา
หลังจบดินเนอร์แสนหวาน ดลยารู้สึกมึน เคอร์ติสจึงพาเข้าห้องพัก สองร่างนอนเบียดกัน ก่อนหน้านี้ที่หญิงสาวตัดสินใจแล้วว่าจะขอมีความสุขกับผู้ชายที่เธอรัก แขนเรียวจึงโอบกอดร่างหนาพร้อมกับพลิกตะแคงหันเข้าหาชายหนุ่ม
ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์กับหัวใจที่เรียกร้องหากัน หนุ่มแคนาดาโน้มใบหน้าเข้าหา แล้วประกบจุมพิตที่เรียวปากนุ่ม อย่างอ่อนโยนและอ่อนหวาน
สาวไทยเผยอริมปากรับด้วยความเต็มใจ ลิ้นของทั้งสองกระหวัดรัดเกี่ยวหยอกล้อดูดดื่มอยู่ในโพรงปากอ่อนนุ่ม มือชายเริ่มสอดเข้าใต้เสื้อ ขึ้นมาลูบไล้เนินอกอิ่ม เมื่อสัมผัสความอึดอัดจากบรา เขาจึงสอดมือใต้แผ่นหลังของเธอปลดตะขอ ปล่อยก้อนเนื้อทั้งสองให้เป็นอิสระ ก่อนจะดึงเสื้อออกทางศีรษะของหญิงสาว
แล้วใบหน้าคมเข้มก็ฝังลงกลางทรวงคลุกเคล้า และปากร้อนก็ครอบครองยอดสีอ่อน ส่งลิ้นรัวลากส่วนปลาย ตามด้วยดูดเม้ม