ญาดาวัย 22 ปี ตั้งแต่เธอเรียนจบมาเธอได้ทำงานเพียงไม่กี่เดือนเธอก็ต้องออกจากงาน เพราะแม่ของเธอดันเกิดอุบัติเหตุระหว่างเข็นรถเข็นขายของ จนต้องผ่าตัดรักษาตัวที่โรงพยาบาล อีกทั้งต้องใช้เวลาพักฟื้นรักษาตัวนานและการรักษาตัวก็มีค่าใช้จ่าย
แต่ญาดาเธอก็ไม่ได้โทษแม่เธอที่ทำให้เธอต้องออกจากงานแล้วต้องมาดูแลแม่อยู่แบบนี้ แต่เพราะแม่ต้องหาเงิน จึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราสองคนมีกันอยู่แค่นี้ จึงลำบากกว่าคนอื่นเป็นไหนๆ
ญาดาอาศัยอยู่กับแม่สองคนแม่ของเธอชื่อปุณ นอกจากเธอแล้วแม่เธอก็ไม่มีใคร เวลาเจ็บป่วยก็มีกันอยู่แค่นี้ เธอไม่สามารถลางานบ่อยๆได้ เธอจึงตัดสินใจออกจากงานแล้วดูแลแม่ระหว่างที่ต้องมีญาติดูแล
แม่ของเธอเลิกกับพ่อตั้งแต่เธอยังเด็กจากนั้นไม่นานพ่อของเธอก็เสียชีวิตลง แม่จึงเลี้ยงดูเธอมาเพียงลำพัง เธอรักแม่มากเธอทำงานตั้งแต่เด็กตอนเรียนเธอพยายามตั้งใจเรียน เธอคิดว่าการศึกษาจะทำให้ชีวิตเธอและแม่ดีขึ้น
เธออยากเรียนแต่ไม่มีเงิน จนแม่เธอต้องหากู้เงินนอกระบบมา แต่ตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าเงินที่ส่งเสียเธอเรียนมาจากเงินกู้ มารู้อีกทีก็เรียนไปแล้ว ถ้าเธอรู้ว่าแม่กู้เงินมาเธอจะไม่ดิ้นรนที่จะอยากเรียนเลย มันเป็นเพราะเธอแท้ๆที่ทำให้บ้านต้องมีหนี้สิน
ตอนนี้แม่ของเธออาจจะต้องอยู่ที่โรงพยาบาลอีกเดือนสองเดือนต้องพักฟื้นร่างกายให้หายดีและกายภาพบำบัดร่างกาย แต่ดีที่แม่เริ่มดีขึ้น เธอจึงไม่ต้องดูแลใกล้ชิดเหมือนที่ผ่านมา
แต่ปัญหาของเธอตอนนี้ คือเงินเก็บของเธอเริ่มหมดแล้ว ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ช่วงที่แม่ป่วยก็ใช้เงินเยอะ หลังจากนี้ก็ต้องใช้เงินอีก เพราะตอนนี้เงินเธอก็ต้องหาจ่ายดอกเงินกู้อีก
เธอจึงเริ่มหางานทำอีกครั้ง แต่งานปัจจุบันหายากเหลือเกิน ตอนนี้เธอต้องการเงินด่วน ไม่มีงานบริษัทที่ไหนสามารถจ่ายเงินล่วงหน้าให้เธอได้ อย่างน้อยก็ต้องผ่านงานก่อนถึงจะได้เงิน และยังไม่มีงานที่ไหนรับเธอเข้าทำงานคงเป็นช่วงที่คนแย่งงานกัน
เพราะเธอเป็นเด็กจบใหม่ไม่มีประสบการณ์ถึงแม้จะเรียนได้ดีแค่ไหนก็ตามก็ยังหางานยากเหลือเกิน
ร่างบางเดินถือแฟ้มเอกสารเดินออกจากชุมชนแออัดที่เธออาศัยอยู่ตั้งแต่เด็ก เธอกับแม่ไม่มีเงินพอจะไปหาที่อยู่ที่ดีกว่านี้
ตอนกลางวันก็มีคนพลุกพล่านอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นกลางคืนที่นี่ค่อนข้างอันตราย เธอเคยฝันอยากทำงานหาเงินให้ได้เยอะๆเธออยากมีบ้านหลังเล็กๆพอให้แม่ได้อยู่สบายขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป
"เฮ้อ ร้อนจัง"
เธอหยุดพักเหนื่อย พร้อมยกมือเล็กมาบังแสงแดด วันนี้ก็เป็นเหมือนอย่างเคย ที่เธอตระเวนหาสมัครงาน
"อ๊ะ"
นอกจากอากาศจะร้อนแล้ว เท้าเธอก็เริ่มเจ็บ รองเท้าคู่เก่าเริ่มกัดเท้า เพราะวันนี้เธอเดินเยอะไปหน่อย เธอคิดว่าถ้าได้งานได้เงินเธอค่อยหาซื้อรองเท้าดีๆอีกสักคู่แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็น
วันนี้ก็ยังไม่มีที่ไหนรับเธอทำงาน มีแค่ให้รอติดต่อกลับ เธอพ่นลมหายใจออกอย่างสิ้นหวัง พร้อมล้วงมือเข้าไปหยิบมือถือเครื่องเก่าในแฟ้มเอกสาร ถึงจะเก่าแต่ยังพอหาข้อมูลได้อยู่บ้างหว่าเธอจะได้เครื่องนี้มาก็ลำบากเหมือนกัน
"วันนี้ขอไปสมัครอีกสักที่แล้วกัน แล้วค่อยไปหาแม่ที่โรงพยาบาล" เธอพึมพำกับตัวเอง
"พอจะมีทางลัดเดินไปไหมนะ"
เธอก้มมองแผ่นที่ในมือถือเพื่อเดินไปยังบริษัทที่เธอจะเข้าไปสมัครงาน เมื่อเจอทางที่จะเดินไปแล้ว เธอเก็บมือถือใส่ไว้ในแฟ้มเช่นเดิมจากนั้นก็เดินตามทางไป
ทางลัดที่เธอเดินไป เป็นเหมือนซอยหมู่บ้าน แต่ถนนค่อนข้างกว้างและสองข้างทางมีต้นไม้ ไม่ค่อยมีรถวิ่งเหมือนถนนใหญ่ ซึ่งช่วยให้อากาศไม่ร้อนมาก ระหว่างที่เธอเดินตามทางนั้น เธอก็อดมองบ้านเรือนตามสองข้างทางไม่ได้เลย บ้านแต่ละหลังสวยงามใหญ่โตมีรั้วกำแพงปิดกั้นสูง แต่ก็มองเห็นบ้านที่โผล่พ้นออกมา
"สวยจัง"
เธอเดินไปชื่นชมบ้านไป บางครั้งเธอนึกอิจฉาชีวิตคนอื่น แต่ชีวิตเธอตอนนี้ก็ไม่ได้แย่ถึงขีดสุด แต่ถ้าเธอยังหางานไม่ได้ก็แย่ไม่ใช่น้อย เพราะยุคปัจจุบันทุกอย่างต้องใช้เงิน
'รับสมัครคนงาน ติดต่อ XXX'
"เอ๊ะ"
ระหว่างทางที่เธอเดินระหว่างที่เธอมองตามบ้านเรือนไปเรื่อยเปื่อย เธอต้องสะดุดกับป้ายรับสมัครงานที่แขวนอยู่ตรงประตูบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง แต่ป้ายไม่ได้เป็นทางการมากนักไม่ได้เหมือนตามบริษัทที่ประกาศรับพนักงาน
และในป้ายระบุไว้ว่าติดต่อบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเธอ เธอพยายามชะเง้อมองบ้านที่ใหญ่โตนี้ บ้านหลังนี้เหมือนจะใหญ่โตกว่าบ้านที่เธอเดินผ่านๆมา ย่านนี้คงเป็นย่านคนรวย เธอชั่งใจมองป้ายอยู่นาน
"จะลองดูดีไหมนะ"
เธอคุยกับตัวเอง เธอไม่รู้ว่างานอะไร แต่ถ้าทำแล้วได้เงิน ตอนนี้เธอก็อยากทำหมด
"ลองดูไม่เสียหาย"
เธอพูดกับตัวเอง จากนั้นเธอก็ตัดสินใจเดินไปกดกริ่งตรงประตู
*ฝากกดเข้าชั้น กดหัวใจ คอมเมนต์ให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ??