“แกแต่งงานมากี่ปีแล้วล่ะยัยมี่”
“สามปีกว่าแล้ว แกถามทำไมวีน่า” มิรันดากระเซ้าเพื่อนที่เปลี่ยนชื่อเล่นจากวินเป็นวีน่ายกเว้นอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของเพื่อนที่บอกว่ากลัวท่านจะเสียใจไปมากกว่านี้แม้ท่านจะยอมรับแล้วก็ตาม
“ก็สมควรแหละที่แกถูกกดดัน แล้วพี่เดียวว่ายังไงล่ะแก” ไรวินถามเพื่อนเพราะรู้ดีว่าอดิกันต์มีลูกไม่ได้แน่นอนเหมือนกับเขาและโชคดีที่ยังมีพี่ชายกับพี่สาวที่มีครอบครัวและมีหลานให้พ่อแม่เขาห้าคนสมใจแล้ว
“ก็รอดูว่าพวกท่านจะฟังพี่เดียวหรือเปล่าน่ะ” รอบนี้เธอคิดว่าอาจจะยากหน่อยเพราะพวกท่านให้เวลามาสามปีแล้วตอนนี้เธอมีร้านสปาสามสาขาที่กรุงเทพ หัวหินและเพิ่งร่วมหุ้นเปิดที่ภูเก็ตกับเพื่อนรักเมื่อสามเดือนก่อนและกำลังไปได้สวยเพราะมีเพื่อนรักอีกคนเป็นดาราดังเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สปาของเธอทั้งสามร้านซึ่งที่กรุงเทพเธอดูแลเอง ส่วนหัวหินมีพ่อกับแม่ดูและภูเก็ตร่วมหุ้นกับไรวินเพราะเป็นคนในพื้นที่และพ่อของเพื่อนเป็นคนกว้างขวางและเป็นที่รู้จักในเมืองภูเก็ตเป็นอย่างดี
“ฉันขอให้หล่อนได้เป็นไทเสียทีนะอามี่ แต่งงานทั้งทีไม่ได้สัมผัสความฟินเสียดายแย่เลยแกเอ้ยเป็นคนอื่นถูกจิ้มพรุนไปแล้ว” ไรวินว่าเพื่อนที่แต่งงานมาสามปีกว่ายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
“ก็ดีกว่าฉันเสียจิ้นให้เกย์ไม่ใช่เหรอแก” มิรันดายิ้มให้เพื่อนขำๆเพราะเธอรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอดิกันต์เป็นเกย์ต่างก็แต่งงานเพื่อผลประโยชน์ซึ่งเขาก็นชรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้านและยังให้เงินเดือนเธอเดือนละหนึ่งแสนไม่รวมให้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแต่ต้องมีแฟนเขาไปด้วยซึ่งเธอก็ชอบและล่าสุดยังให้เงินเธอไปลงทุนทำสปากับเพื่อนอีกตั้งแต่แต่งงานกันมาไม่เคยมีปัญหาเลยยกเว้นเรื่องมีทายาทเท่านั้น
“ก็จริงของแก ไม่งั้นแกจะไม่รู้ว่ามันมันสุดยอดแค่ไหน ฮิฮิๆๆ..”
“พอๆๆ แกจะพูดแต่เรื่องใต้สะดือหรือไงล่ะ เอาไว้เสร็จเรื่องแล้วฉันจะโทรบอกแกอีกทีว่าจะไปวันไหน” มิรันดาบอกเพื่อนซึ่งเธอต้องจัดการเรื่องร้านสปาที่กรุงเทพกับหัวหินให้เรียบร้อยก่อน
“โอเคจ้ะอามี่ ฝันดีนะจ้ะเพื่อนรัก”
“ฝันดีจะวีน่าคนสวย” มิรันดาวางสายจากเพื่อนแล้วบิดขี้เกียจไปมาแล้วลุกขึ้นเดินขึ้นไปชั้นบนปล่อยให้แม่บ้านกับลูกสาวปิดบ้านแล้วเข้านอนคนเดียวเหมือนทุกวัน
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
พรุ่งนี้วิรันดาจะไปภูเก็ตตามที่ได้นัดเพื่อนไว้และคืนนี้เธอต้องไปรับประทานอาหารที่บ้านของพ่อแม่สามีที่บอกว่าจะมารับเธอที่ร้านไปด้วยกันและร้านสปาของเธอก็อยู่กลางเมืองแหล่งเศรฐกิจมีทั้งห้างหรูโรงแรมพลุกพล่านตลอดเวลาเธอจึงเปิดสิบนาฬิกาสายและปิดห้าทุ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและต่างชาติมาใช้บริการ
“มี่ไปก่อนนะวิม” เจ้าของร้านคนสวยเดินมาบอกเพื่อนที่นวดอโรม่าอยู่ในห้องส่วนตัว
“โอเคแก เสร็จแล้วจะโทรหานะ” วิมวิภา มานะสวัสดิ์ หรือ วิม ดาราสาวคนดังที่รับทั้งบทนางเอกและบางทีก็รับบนนางร้ายที่เป็นตัวเอกของเรื่องและแต่งงานกับนายตำรวจหนุ่มหล่ออนาคตไกลลูกชายอดีตผบ.ตร.มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนวัยหนึ่งขวบครึ่ง
“โอเคจ้ะ” เมื่อบอกเพื่อนแล้ววิรันดาก็เดินเข้าไปในห้องทำงานเล็กของเธอแล้วเดินออกมาบอกผู้จัดการร้านที่บุกเบิกมาตั้งแต่เปิดร้านมาถึงตอนนี้ก็ห้าปีแล้ว “มี่กลับก่อนนคะพี่โบว์”
“ค่ะคุณมี่” โบว์ตอบเจ้านายสาวแล้วยิ้มหลังจากเลิกกับสามีที่หนีไปอยู่กับเมียน้อยเธอก็ไม่มีงานทำหากตอนนั้นมิรันดาไม่ให้โอกาสเธอตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงลูกชายคนเดียวไหวหรือเปล่าจึงสำนึกบุญคุณทำงานอย่างซื่อสัตย์มาตลอดห้าปีและจะทำต่อไปจนกว่าเจ้านายสาวจะเลิกจ้าง
มิรันดาเดินออกไปหน้าร้านก็ขึ้นรถของสามีที่จอดรอแล้วทั้งสองก็ตรงกลับบ้านพ่อแม่ของอดิกันต์และทิ้งรถของตัวเองจอดไว้ที่ร้านแต่มีรปภ.ดูแลอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจึงไม่ต้องกลัวหาย
“พรุ่งนี้มี่จะไปภูเก็ตนะคะพี่เดียว” มิรันดาบอกสามีกลัวเขาจะลืม
“จริงสิถ้าอามี่ไม่บอกพี่ลืมไปแล้วนะเนี่ย”
“เรื่องของมี่ พี่เดียวก็ลืมตลอดแหละค่ะ” เสียงหวานกระเซ้าสามียิ้มๆ
“ก็ไม่ได้ทุกเรื่องหรอกน่าน้องสาวที่รัก เดี๋ยวพี่โอนเงินให้นะอามี่จะได้เที่ยวให้สนุก” อดิกันต์ใจป้ำเสมอกับภรรยาเพราะมิรันดาเข้าใจเขามากกว่าใครคอยช่วยเหลือเขามาตลอด
“ไม่ต้องค่ะพี่เดียวมี่แค่บอกเฉยๆมี่ยังมีอยู่ค่ะ”
“ไม่เป็นไรพี่เต็มใจให้เรา แล้วเดี๋ยวพี่พูดอะไรอามี่ก็เออออตามละกันนะครับ”
“ได้ค่ะ” ถึงเธอจะปฏิเสธเดี๋ยวเขาก็โอนเงินให้อยู่ดี
เมื่อถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ย่านตากสินอดิกันต์ก็จอดรถที่ลานจอดแล้วทั้งสองก็เข้าไปในบ้านก็เจอพ่อแม่และพี่สาวพี่เขยนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นมีหลานสาวหลานชายนั่งเล่นของเล่นอยู่มุมห้อง
“สวัสดีครับ/คะคุณพ่อคุณแม่ พี่ดิว พี่ก้อง น้องกานต์ น้องเกล” สองสามีภรรยายกมือไหว้พ่อแม่พี่สาวพี่เขยและทักทายหลานทั้งสอง
“สวัสดีครับ/ค่ะน้าเดียวน้าอามี่” เด็กน้อยทั้งสองยกมือไหว้น้าชายน้าสะใภ้อย่างน่ารัก
“นี่ถ้าพ่อไม่โทรไปตามแกก็ไม่มากินข้าวด้วยสินะตาเดียว งานน่ะเพลาๆลงบ้างสนใจครอบครัวด้วยไม่ใช่ผัวบ้างานเมียก็บ้าตามกันแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะมีลูกกันสักทีล่ะ” นายอติเทพบ่นลูกชายที่บ้างานไหนจะที่บริษัทของครอบครัวไหนจธุรกิจที่ลูกชายทำเองอีกแล้วจะเอาเวลาไหนมีลูก
“โธ่คุณพ่อครับงานของผมกำลังขยายตลาดผมยังไม่พร้อมจะมีลูกตอนนี้และอามี่เองก็ยุ่งผมคิดว่าปีหน้าเราน่าจะพร้อมครับตอนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็มีหลานตั้งสองคนแล้วนี่ครับ” อดิกันต์ตอบพ่อสบายๆเขาไม่คิดจะมีลูกอยู่แล้ว
“ปีที่แล้วแกก็พูดแบบนี้นะตาเดียว” อติเทพว่าลูกชายเมื่อปีที่แล้วก็พูดแบบนี้
“นั่นสิลูกเดียว ลูกกับหนูอามี่ไม่มีเวลาพ่อกับแม่จะช่วยเลี้ยงให้เองลูก” สรัญญาพูดกับลูกชายลูกสะใภ้เพราะแต่งงานกันมาสามปีแล้วขนาดลูกสาวแต่งงานมาหกปีตอนนี้มีลูกสองคนแล้ว
“เอาไว้ผมพร้อมเมื่อไหร่ผมจะมีหลานให้คุณพ่อคุณแม่นะครับ อาจจะปีหน้าก็ได้ครับใช่มั้ยอามี่” อดิกันต์หันไปถามภรรยาที่นั่งฟังเพลิน
“ค่ะพี่เดียว”
“ถ้าแกทำไม่ได้พ่อจะยกสมบัติให้น้องกานต์ น้องเกลให้หมดเลยคอยดู” อติเทพขู่ลูกชายหากยังไม่มีหลายให้เขาจะไม่ยกสมบัติให้
“ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมเกาะน้องกานต์น้องเกลกินก็ได้ครับ น้องกานต์น้องเกลเลี้ยงน้าเดียวได้มั้ยครับ” อดิกันต์ถามหลานทั้งสองยิ้มๆ
“ได้เลยครับน้าเดียว” คนเป็นหลานก็ไม่รู้ว่าน้าจะให้เลี้ยงขนมก็ตอบรับอย่างยินดี
“ไปกินข้าวกันเถอะลูก” สรัญญาบอกลูกสาวและลูกสะใภ้
จากนั้นทุกคนก็ย้ายไปที่ห้องอาหารและบ้านหลังนี้มีอรกานต์กับสามีอาศัยอยู่กับพ่อแม่เพราะกษิดิชเป็นเด็กกำพร้าและเขาตั้งใจเรียนจนกระทั่งได้เป็นหมอสมใจและรักกับอรกานต์มาตั้งแต่สมัยเรียนและแต่งงานกันเมื่อหกปีก่อนจึงย้ายมาอยู่บ้านภรรยาตามคำขอของพ่อแม่ภรรยา ส่วนอดิกันต์ซื้อบ้านใหม่ขอแยกไปอยู่กับภรรยา เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้วก็ไปนั่งคุยกันต่อพักใหญ่สองสามีภรรยาก็ขอตัวกลับบ้าน
“ถ้าว่างก็มากินข้าวกับแม่อีกนะหนูอามี่”
“ค่ะคุณแม่ มี่กลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” มิรันดายกมือไหว้พ่อแม่และพี่สาวพี่เขยของสามี
“แล้วเจอกกันจ้ะอามี่” อรกานต์ยิ้มให้น้องสะใภ้อย่างเอ็นดูและเห็นใจที่ถูกกดดันให้มีลูก
“ค่ะพี่ดิว น้ามี่ไปก่อนนะคะน้องกานต์ น้องเกล” มิรันดารับไหว้หลานทั้งสองแล้วเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นพร้อมสามี
เมื่อขึ้นรถแล้วสองสามีภรรยาก็ถอนหายใจขึ้นพร้อมกันที่ครั้งนี้รอดไปอีกสิบเดือนกว่าจะถึงปีหน้าก่อนจะมองหน้ากันแล้วยิ้มที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีก็แค่วันนี้ตราบใดที่อดิกันต์ไม่สารภาพความจริงก็จะถูกพ่อแม่ของเขากดดันทุกปี
“ดีนะคะที่คุณพ่อคุณแม่ยอมตามที่พี่เดียวขอ ไม่งั้นเราสองคนแย่แน่ๆค่ะ” มิรันดาพูดกับสามีอย่างโล่งใจที่ไม่ต้องกลัวพ่อแม่สามีกดกันอีกสิบเดือนก่อนจะถึงปีใหม่
“ถ้าปีหน้าถูกถามอีกพี่คงต้องบอกความจริงกับคุณพ่อคุณแม่ ยกเว้นอามี่เจอผู้ชายที่ใช่แล้วอยากใช้ชีวิตครอบครัวด้วยกันพี่ก็จะหย่าให้ครับ” เขาก็รอว่าเมื่อไหร่ภรรยาสาวจะเจอคนที่ใช่เพราะเขาเอาเปรียบเธอมานานแล้วอยากให้มิรันดามีความสุข
“มี่ยังสนุกกับงานอยู่ค่ะ ยังไม่คิดจะมีใครตอนนี้เอาเป็นว่าพี่เดียวว่ายังไงมี่ก็ว่าตามค่ะ” ก็ลงเรือลำเดียวมาด้วยกันแล้วว่าไงก็ต้องว่าตามกัน
“ขอบใจมากนะอามี่”
“มี่ก็ขอบคุณพี่เดียวด้วยค่ะ ถ้าพี่เดียวไม่สนับสนุนมี่ป่านนี้ร้านสปาของมี่คงเจ้งไปแล้วค่ะ” มิรันดายิ้มให้สีหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอทุกอย่างจนสามารถเลี้ยงครอบครัวได้และพ่อแม่ของเธอก็ย้ายไปอยู่หัวหินเพราะพี่ชายแต่งงานกับดารัตน์และไปช่วยดูแลรีสอร์ทของพ่อตาเพราะมีลูกสาวคนเดียวและพ่อกับแม่ก็ดูแลร้านสปาให้เธอจึงซื้อบ้านหลังเล็กอยู่ที่หัวหินใกล้บ้านพี่ชาย
“อามี่ก็ช่วยพี่มาตลอดนี่นาถือว่าเจ้ากันไปละกัน” เขาไม่ได้เสียดายเงินถึงมิรันดาจะแต่งงานเพราะเงินเขาก็รู้ว่าพ่อแม่ของหญิงสาวปฏิเสธพ่อแม่ของเขาไม่ได้และเขาจำเป็นต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานและตกลงกันได้จึงแต่งงานกันมาถึงตอนนี้ก็สามปีกว่าแล้วก็รักเหมือนน้องสาวและอยากให้เธอเจอผู้ชายดีๆสักคนมาดูแล
เช้าวันถัดมา
มิรันดาตื่นแต่เช้าก็เดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินไปภูเก็ตตามที่ได้นัดกับเพื่อนรักไว้ว่าจะดูแลความเรียบร้อยที่ร้านส่วนของใช้ในสปาจำพวกน้ำมันนวดทั้งหลายเธอส่งไปทางขนส่งเธอจึงเดินทางด้วยกระเป็นเดินทางใบเล็กใบเดียวเธอเลือกเสื้อผ้าเนื้อบางใส่สบายไม่ต้องรีดส่วนที่พักก็พักที่คอนโดของเพื่อนและในอนาคตก็อยากมีคอนโดเป็นของตัวเองสักห้องก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาซื้อหรือเปล่าเพราะแพงมาก เมื่อถึงสนามบินภูเก็ตสาวสวยหุ่นนางแบบอรชรอ้อนแอ้นหน้าตาสะสวยผมยาวสลวยคลอเคลียแผ่นหลังใบหน้าสวยหวานซึ้งมีลักยิ้มทั้งสองแก้มริมฝีปากรูปกะรจับอิ่มสีชมพูระเรื่อใส่แว่นตาดำปกปิดดวงตาใส่เสื้อดรอปสีดำกางเกงยีนส์เอวสูงเข้ารูปสวมรองเท้าส้นสูงสีดำสะพายกระเป๋าเป้ใบขนาดพอดีตัวลากกระเป๋าเดินทางสีเหลืองเดินออกมาจากทางออกผู้โดยสารมองหาเพื่อนรักที่บอกว่าจะมารับและเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าตกอยู่ในสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มองเธออย่างสนใจ
“ไหนบอกว่าจะมารอไง แล้วอยู่ไหนล่ะ” เสียงหวานบ่นเบาๆกวาดสายตามองหาเพื่อนก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาเพื่อนรัก
“อามี่”
“อุ้ยนังบ้าตกใจหมดเลย” มิรันดาอุทานออกมาด้วยความตกใจเพราะจดจ่อกับโทรศัพท์เพื่อโทรหาเพื่อน
“โอ๋ๆขวัญมานะแก” ไรวินกอดเพื่อนสาวอย่างขำๆความจริงเขามานั่งรอเพื่อนที่ร้านกาแฟได้ครึ่งชั่วโมงแล้วปวดปัสสาวะก็เลยไปห้องน้ำพอออกมาเห็นเพื่อนหันซ้ายหันขวาจึงแกล้งเรียกเสียงดัง
“ปล่อยเลยแกดูสิคนมองทั้งสนามบินแล้ว” มิรันดาว่าเพื่อนเมื่อเห็นทุกคนมองกับเพื่อนรัก
“เอ่อลืมไปแก ไปกันเถอะ” สองหนุ่มสาวก็เดินออกไปจากสนามบินตรงไปคอนโดของไรวินที่อยู่ทางใต้สุดของหาดป่าตองซึ่งมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติเป็นเจ้าของซึ่งมีราคาแพงเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้
เมื่อถึงคอนโดหรูไรวินก็เลี้ยวรถเข้าไปวนขึ้นไปจอดในที่จอดของเขาที่อยู่ชั้นสองและกำลังจะเลี้ยวไปยังช่องจอดก็มีรถหรูขับสวนออกเลนออกมาทำให้เบรกไม่ทันก็ชนกันเสียงดัง
“โครมม..”
“ว้ายย!!../เอ้ยยย!!..”
“กรี๊ดดด...”
คนในรถทั้งสองฝ่ายต่างก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจเมื่อรถทั้งสองคันปะทะกันแม้ไม่แรงมากแต่ก็พอประมาณเพราะคันที่ขับย้อนศรมาขับเร็ว
“แกเป็นไรมั้ยอามี่ ฮ่าๆๆ..” ไรวินหันไปมองเพื่อนที่ตกใจจนแว่นตาเอียงกระเท่เร่ด้วยความขำอย่างกลั้นไม่อยู่
“มะ ไม่เป็นไรแล้วแกล่ะนังวิน รถถูกชนยังหัวเราะได้อีก" มิรันดาได้สติหันไปมองเพื่อนและโชคดีที่ทั้งสองไม่เป็นไรเพราะถูกชนหน้ารถฝั่งคนขับแต่ยังหัวเราะออกมาได้อีก
“ฉันโอเคแก” ไรวินสะบัดศีรษะไปมาแล้วเปิดประตูรถลงไปดูความเสียหายของรถที่ถูกชน
ฝ่ายเจ้าของรถที่ขับย้อนศรไปชนเขายังมึนเพราะแรงกระแทกทำให้ถุงลมเด้งออกมากระทกหน้าพอหายตกใจก็เปิดประตูรถลงมาดูรถของเธอเช่นกัน
“นี่นายขับรถประสาอะไรถึงไม่ดูทางฮ้ะ” สาวสวยสุดเซ็กซี่ในชุดสีขาวอวดสองเต้าแทบทะลักออกมาจากบราเซียลงมาดูรถขอตัวเองแล้วปรี๊ดแตกเพราะรถคันนี้ราคาสิบเอ็ดล้านเพิ่งขับได้ไม่ถึงสามเดือน
“ฉันนี่นะขับรถไม่ดูทาง” ไรวินชี้มือเข้าหาตัวเองทั้งที่ตัวเองเลี้ยวตามลูกศรอย่างถูกต้องแต่ถูกยังไฮโซปอนด์ว่าผิด
“ถ้าไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครล่ะ” ปาริตาพูดอย่างไม่พอใจที่ทำให้รถของเธอเสียหายแล้วจะขับได้ยังไงเธอไม่ชอบขับรถมีตำหนิ
“ไม่ทราบมีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ” รปภ.เดินมาถามหลังจากแจ้งเจ้าหน้าที่ของคอนโดและจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนของเจ้านาย
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขอโทรหาประกันก่อนแล้วช่วยกันรถให้ออกทางอื่นก่อนนะครับ” ไรวินบอกรปภ.หนุ่มแล้วโทรหาประกันของเขา
“คุณก็โทรหาประกันสิคะ” มิรันดามองสาวสวยตรงหน้าที่โทษว่าเพื่อนเธอผิดแล้วถอนหายใจทั้งที่หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่
“ไม่ต้องมาบอกฉันรู้แล้ว” ปาริตาพูดจบก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเจ้าของคอนโดก่อนแทนที่จะโทรหาประกัน “คุณครามคะ รถปอนด์ถูกชนที่ลานจอดรถของคนโดค่ะ”
“เรียกประกันหรือยัง”
“ยังค่ะ”
“งั้นคุณโทรเรียกประกันนะเดี๋ยวผมให้พงษ์ลงไปดู” เสียงห้าวบอกสาวสวยคู่ควงที่เมื่อคืนมานอนค้างที่ห้องของเขาก่อนจะวางสายก่อนจะเดินออกจากห้องนอนหลังจากอาบน้ำแต่ตัวเสร็จเพราะเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดของคอนโดเขาไม่อนุญาตให้ผู้หญิงคนไหนขึ้นมาแต่เขามีเพนท์เฮ้าส์อีกห้องอยู่ถัดลงไปอีกหนึ่งชั้นที่แยกสองฝั่งสำหรับนัดสาวๆมาหาความสุขอีกฝั่งเป็นที่พักของคนสนิททั้งสอง
“พงษ์นายลงไปดูปอนด์หน่อย เธอบอกว่าเกิดอุบัติเหตุที่ลานจอดรถน่ะ” ชายหนุ่มบอกคนสนิทเขาไม่ได้รีบร้อนลงไปเพราะปาริตาไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเพราะต่างก็ต้องการแค่ความสุขและเขาก็รู้ว่าเธอต้องการเป็นมากกว่านั้นก่อนจะนั่ง
“ครับคุณคราม” พงษ์รับคำสั่งเจ้านายแล้วเดินออกไปจากเพนท์เฮ้าส์ของเจ้านาย
“ครามคะ ครามเดี๋ยวก่อนค่ะ บ้าจริง..” ปาริตามองโทณศัพท์ด้วยความไม่พอใจเธอคิดว่าเขมินทร์จะลงมาดูเธอแต่ผิดคาดเขาให้ลูกน้องคนสนิทมาดูแทนจึงหงุดหงิดมองคู่กรณีอย่างไม่พอใจก่อนจะโทรแจ้งประกัน
พงษ์ลงลิฟต์ส่วนตัวมาถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วหลังจากโทรถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดก็เห็นรถหรูสองคันจอดอยู่ในลักษณะเดิมหน้ารถของเพื่อนเจ้านายยุบเพราะชนกับรถอีกคันและยังเป็นฝ่ายขับรถย้อนศร
“นายมาก็ดีแล้วช่วยจัดการให้ฉันด้วย” ปาริตาเห็นลูกน้องของครามมาถึงก็วางอำนาจใส่พงษ์ทันที
“คุณปอนด์โทรเรียกประกันหรือยังครับ”
“เรียกแล้วเดี๋ยวคงมา นายจัดการด้วยฉันต้องรีบไป”
“ไม่ได้ครับ ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์คุณปอนด์ต้องคุยกับประกันเองเพราะคุณปอนด์เป็นฝ่ายผิด” พงษ์บอกเพื่อนของเจ้านายตามความจริงที่เห็นว่าปาริตาเป็นฝ่ายผิดเพราะขับรถย้อนศร
“ฉันไม่ผิด นายนั่นต่างหากเลี้ยวรถไม่ดูทำให้ฉันเบรกไม่ทัน” ปาริตาเถียงทันทีว่าตัวเองไม่ผิดทั้งที่ขับรถย้อนศรทางออก
“นี่คุณผู้หญิงกรุณาแหกตาดูให้ดีสิคะว่าใครกันแน่ที่ผิดไม่ใช่ว่าหลับหูหลับตาถูกอยู่คนเดียวแล้วนี่ลูกศรแล้วนี่ป้ายบอกทางค่ะ” มิรันดาอดไม่ได้ที่คู่กรณีของเพื่อนโบ้ยความผิดให้ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกก็ชี้ให้สาวสวยดูป้ายบองทางและลูกศรที่ติดเสาและพื้นคอนกรีตเป็นลูกศรชี้ไปทางไหน
“นี่เธอรู้มั้ยว่ารถของฉันราคาเท่าไหร่พวกเธอจะมีปัญญาซ่อมมั้ย” ปาริตามองคู่กรณีของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอย่างดูถูกแต่ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆไม่ว่าอกเอวสะโพกหุ่นอรชรหน้าตาก็สวยน่ารักอย่างที่เธอปฏิเสธไม่ได้และรถที่เธอชนจะเป็นรถ BMW Series 4 430i Convertibie M Sport ราคาแค่สี่ล้านกว่าแต่เที่ยบกับรถของเธอไม่ได้
“แล้วทำไมเพื่อนฉันต้องซ่อมให้คุณด้วยล่ะ คุณเป็นฝ่ายผิดก็ต้องชดใช้เพื่อนฉันสิแค่นี่ก็คิดไม่ได้” มิรันดาตอบกลับทันควันเรื่องอะไรจะยอมให้ยัยนี่กัน
“นี่แกรู้มั้ยว่าฉันเป็นลูกใคร” ปาริตาชี้หน้ามิรันดาอย่างไม่พอใจและไม่ยอมรับผิด
“มุกนี้อีกล่ะ ทำไมถึงชอบอวดอ้างบารมีพ่อกันจังเลยนะมันบอกให้รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อเอาแต่ใจทำอะไรถูกอยู่คนเดียวเหมือนเด็กปัญญาอ่อน ขนาดผิดถูกยังไม่รู้แล้วจะรู้อะไรบ้างล่ะคุณ” มิรันดาไม่สนใจเพื่อนที่ดึงแขนไว้ยิกๆเพราะไม่อยากปะทะกับปาริตาที่ใครๆก็รู้ว่าหล่อนขี้อวดและเบ่งใส่ทุกคนเพราะพ่อเป็นนักธุรกิจชื่อดังของเมืองภูเก็ตและมีอิทธิพลทำธุรกิจทั้งถูกกฎหมายและธุรกิจสีเทา
“กะ แก กรี๊ดดดด...” ปาริตาชี้หน้าสาวสวยหุ่นนางแบบตรงหน้าแล้วกรีดร้องเสียงดังที่เถียงไม่ทัน
“พอแล้วแก” ไรวินบอกเพื่อนเบาๆและขำสาวสวยกรีดร้องยังกับชะนีเรียกหาผัว
“เอ่อ,คุณปอนด์ครับ คุณปอนด์หยุดก่อนครับ” พงษ์เรียกสติเพื่อนของเจ้านายที่กรีดร้องเสียงดังจนทุกคนตกใจ
“แกไม่ต้องมาพูดฉันจะฟ้องคุณคราม” ปาริตาอ้างชายหนุ่มเจ้าของคอนโดและคิดว่าเขาต้องเข้าข้างเธอแน่
“ลำบากหน่อยนะคะคุณที่เจอเด็กเอาแต่ใจ” มิรันดามองสาวสวยแล้วส่ายหน้าไปมาไม่รู้ว่าพ่อแม่จะรู้มั้ยว่าลูกสาวเป็นแบบนี้
“คุณให้คนเอากรวยไปตั้งไว้อย่าเพิ่งให้ใครมาทางนี้” พงษ์ยิ้มให้สองหนุ่มสาวและบอกรปภ.ของคอนโด “ไม่ทราบว่าคุณสองคนพักที่นี่หรือเปล่าครับ”
“ครับ,ผมพักที่เพนท์เฮ้าส์ชั้นสิบห้าครับ” ไรวินตอบหนุ่มใต้หน้าตาดีที่ถามอย่างสุภาพเขาก็ตอบตามมารยาทอย่างสุภาพเช่นกัน
ปาริตามองไรวินที่บอกว่าพักที่นี่อย่างไม่อยากเชื่อว่าจะมีปัญญาซื้อเพนท์เฮ้าส์ที่นี่ได้เพราะราคาต่ำสุดห้าสิบล้านบาทและสูงสุดถึงหนึ่งร้อยห้าสิบล้านขนาดเธอว่าพ่อรวยแล้วท่านยังไม่ซื้อให้เลยท่านบอกว่าเอาไปเงินไปสร้างบ้านดีกว่าและชั้นสิบห้านี่มันราคาเท่าไหร่กัน
“ประกันของผมน่าจะมาแล้วครับ” ไรวินเห็นรถประกันแล่นมาจอดใกล้ๆก็บอกพงษ์เพราะไม่อยากคุยกับปาริตา
หลังจากนั้นประกันก็มาถ่ายรูปและสอบถามไรวินและจดบันทึกประเมินความเสียหายรอคู่กรณีที่ยืนเชิดหน้าใส่ทั้งสองหนุ่มสาวอย่างไม่พอใจรวมถึงคนสนิทของเขมินทร์ที่ไม่ยอมให้เธอกลับ
“ผมต้องการค่าเสียเวลาด้วยนะครับเพราะผมต้องใช้รถขับไปทำงานทุกวัน” ไรวินพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้ถ้าปาริตาพูดดีๆเขาก็ให้ประกันเคลียร์ให้จบไปเลยแต่นี่จะยัดเยียดความผิดให้เขาก็จัดให้ซะเลย