หลังจากกลับมาจากเทศกาลล่าสัตว์ มู่หนานหนานก็นอนพักผ่อนที่ตำหนักเฟยไม่ได้ออกไปไหน เพราะว่านางเหนื่อยล้า จากการที่สองพี่น้องเคี่ยวกรำนาง
พวกเขาช่างไม่ใช่คนเเล้ว เอาแรงจากไหนมีอะไรกับนางในกระโจม ตลอดสามวันให้หลัง วันนี้นางขอให้พวกเขาทั้งสองไม่ต้องมากวนใจนางอีก
ในระหว่างที่มู่หนานหนานนอนในตำหนักเฟยอย่างสบายใจ เสียงโหวกเหวกที่หน้าตำหนักก็ดังขึ้นอย่างแรง
"เรียกนังแพศยามู่หนานหนานออกมาสิ ข้าไม่ยอมหรอกนะ นังสารเลวคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้ครอบครองฝ่าบาทไว้คนเดียว"
สนมเสิ่นโมโหตั้งเเต่เทศกาลล่าสัตว์แล้ว ที่มู่หนานหนานอยู่ในกระโจมกับฝ่าบาทสามวันสามคืน สนมเสิ่นเเค้นมาก
เสี่ยวไหนที่เฝ้าหน้าตำหนักยามนี้มอง สนมเสิ่นอย่างไร้มารยาท
"สนมเสิ่น ข้าเป็นนางกำนัลของแม่นางมู่ มิอาจเรียกเเม่นางมู่ให้มาพบท่านได้ ข้าเป็นแค่ข้ารับใช้ ไม่มีสิทธิ์มาสั่งเจ้านาย"
"เจ้า !!!" สนมเสิ่นชี้นิ้วสั่นระริกไปทางเสี่ยวไหนอย่างโกรธเคือง โกรธเพราะไม่คิดว่า ข้ารับใช้ต่ำ ๆ จะตีฝีปากกับนางได้
มืองามสะบัดไปที่หน้าของเสี่ยวไหนอย่างแรง หน้าเสี่ยวไหนสะบัดไปตามแรงตบ สนมเสิ่นยกมือขึ้นจะตบอีกครั้ง
ร่างงามของสนมเสิ่นต้องล้มลงกับพื้นไปตามแรงกระโดดถีบของมู่หนานหนาน
"พระสนม!!!" นางกำนัลทั้งสองคนรีบประคองเจ้านายขึ้นมา เสิ่นเฟยพลันปวดที่ท้องยิ่งนัก ไม่คิดว่านังแพศยากล้าทำร้ายนาง
"เจ้ากล้าทำร้ายข้า"
"ข้าจะทำมากกว่านี้ ถ้าเกิดว่าเจ้า ยังมาหาเรื่องข้าที่ตำหนัก" มู่หนานหนานเองมองเสี่ยวไหนใบหน้าบวมราวกับหัวหมูเส้นไหว้เจ้า
นางเองเป็นถึงเทพธิดาเผ่าหูเกอ หาใช่ลูกพลับอ่อนให้ผู้ใดมารังแกได้ง่าย
"ฝากไว้ก่อนเถอะ"
"ไม่รีบมาเอาคืนไปด้วย" มู่หนานหนานมองกลุ่มสตรีสมองสุนัขเดินออกไปไกลจากตำหนักเฟยเเล้ว นางเบนสายตามองเสี่ยวไหน
"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" มู่หนานหนานนึกสงสารเสี่ยวไหนมากที่โดนทำร้าย โชคดีที่มู่หนานหนานมาช่วยนางกำนัลตัวน้อยได้ทัน
"บ่าวไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านมาก" เสี่ยวไหนเอ่ยอย่างซาบซึ้ง
มู่หนานหนานนั้นเองก็รู้สึกผิดตอนนี้นางนั่งที่ตั่งเตี้ยจิบชาในตำหนัก หญิงสาวสั่งให้เสี่ยวไหนไปพักผ่อน วันนี้ทั้งวันนางคิดดีเเล้วเรื่องจะเป็นกุ้ยเฟยของเจ้าสมองสุนัข
ยามพลบค่ำอวี้ฉีในฉลองพระองค์สีเหลืองทองย่างกรายเข้ามาในตำหนักเฟย เพื่อมารับประทานอาหารเย็นร่วมกับมู่หนานหนาน
หญิงสาวปรายตามองอาหารชาววังเต็มโต๊ะ ทั้งอาหารคาวอาหารหวาน กินแค่สองคนทำไมมันช่างสิ้นเปลืองโดยเเท้ ภาษีประชาชนล้วน ๆ นางคิดในใจแต่มิได้เอ่ยออกมา
กลัวคนตรงหน้าจะมิพอใจ
มู่หนานหนานพุ้ยข้าวเข้าปากอย่างช้า ๆ อาหารในวังหลวงแตกต่างจากชนเผ่านางมาก แคว้นหนานส่วนมากจะเป็นอาหารรสจัดเสียมากกว่า
ชายหนุ่มมองดวงหน้างามที่กินข้าวอย่างไม่สนใจเขา วันนี้ได้ยินมาว่าสนมเสิ่นมาหาเรื่องนาง
ใจเขาก็อยู่ไม่เป็นสุขเเล้ว สนมเสิ่นน่าตายนัก เขาสั่งให้คนเป็นเฝ้สตำหนักสนมเสิ่น ไม่ให้นางออกมาจนกว่าเขาจะพอใจ
"วันนี่ได้ยินมาว่า สนมเสิ่นมากวนเจ้า"
"เพคะ ตอนนี้หม่อมฉันคิดว่า ตกลงจะเป็นกุ้ยเฟยของท่าน"
แววตาดอกท้อที่เเสนจะเย้ายวนมองดวงหน้างามนกลงที่จะเป็นหนึ่งในสี่สนมเอกของเขานั่นคือกุ้ยเฟยนั่นเอง
อวี้ฉีดีใจจนจะเก็บอาการไม่อยู่
"จริงรึ"
"เพคะ ยังไงก็ไม่สามารถกลับเผ่าหูเกอได้ หม่อมฉันอยากจะมีฐานะในนี้ เเม้จะอยู่ในกรงทองก็ตาม แต่ตำแหน่งนี้ จะต้องคุ้มครองหม่อมฉันจากสนมระดับล่าง"
สนมระดับล่างที่นางหมายถึงสนมเสิ่นเเน่นอน
"แน่นอนตำแหน่งกุ้ยเฟย สนมคนอื่น ๆ ไม่สามารถทำอันใดเจ้าได้ รังเจ้าได้ ขอเพียงเจ้ายังเป็นคนที่ข้าโปรดปราน"
"เพคะ หม่อมฉันจะเชื่อฟังท่าน"
"เด็กดี คืนนี้ ทำให้เราพอใจได้หรือไม่" อวี้ฉีใช้สายตาหื่นราคะมองนางแทบทะลุเสื้อผ้าเเล้ว
คนบ้าจริง ๆ
"เพคะ" มู่หนานหนานรับปาก ในเมื่อไปไหนมิได้ก็อยู่ให้เขารักเถอะ
หลังจากนั้นทั้งสองพลันสาวเท้าไปที่เตียงนอนหลังใหญ่ มู่หนานหนานถอดอาภรณ์ของอวี้ฉีอย่างช้า ๆ มือเรียวงามค่อย ๆสัมผัสที่โคนขาอันหนักแน่นของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มมองใบหน้างามภายใต้เเสงเทียน มู่หนานหนานงดงามเสียจริง ราวกับว่าคือเทพธิดาหานหวี่ลงมาจากสวรรค์จริง ๆ
ดวงตางามใสกระจ่างราวกับสายธาร ทอดมองลำดุ้นขนาดใหญ่ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้น ชายหนุ่มขนลุกกับสัมผัสที่นางมอบให้ มืองามลูบไล้ไปมาอย่างช่ำชอง
อวี้ฉีถึงกับขนลุกอย่างบอกไม่ถูก นางให้เขานั่งบนเตียง ส่วนนางนั่งอยู่ที่พื้นด้านล่าง