ตอนที่ 1
10 กุมภาพันธ์ 1984 เมืองอิงถาน มณฑลเจี่ยงซี
อวี่จือหลินลืมตามองเพดานไม้บนห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่ ผ่านมุ้งกระดำกระด่างที่ถูกปะชุนมากกว่าสิบจุด เป็นสวัสดิการห้องคนใช้เท่าที่เจ้านายใจดีครอบหนึ่งนะให้ได้
นัยน์ตาสะท้อนความสับสนอันเลือนรางขณะเรียงลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมาของทั้งสองชาติภพ!
เสียงเพลงกระหึ่มบนเรือสำราญแล่นบนแม่น้ำหลูซี ในลุ่มแม่น้ำแยงซี เมื่อวานเธอยังดื่มด่ำชื่นชมความงามของภูเขาหลงหู่ซาน สถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดลัทธิเต๋า และศาสนาพุทธของจีน
ความสำเร็จที่เรียกได้ว่าเริ่มจากมือเปล่า กลายเป็นซีอีโอสาวแห่งวงการธุรกิจขนส่งที่รุ่งเรืองในยุคสองพัน ด้วยหน้าตาที่เรียกได้ว่าจืดจางออกจะขี้เหร่ด้วยซ้ำ แต่ความสามารถที่ไม่เป็นรองใครทำให้จือหลินเลื่อนขั้นขึ้นเป็นผู้บริหารในที่สุด
เป็นเพราะความมึนเมา หรือคลื่นที่แรงเกินไปในช่วงเย็น แต่แม่น้ำจะมีคลื่นขนาดนั้นหรือไม่ ยังคงเป็นปริศนาที่ไร้คำตอบในความรู้สึก แต่เธอที่ออกมายืนรับลมบริเวณหัวเรือได้ร่วงดิ่งลงไปในแม่น้ำนั้น คือความจริงแน่นอน
นี่ไม่ใช่การย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต แต่เป็นการสิงสู่? หรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจนัก อวี่จือหลินเป็นเด็กที่เกิดในยุค 90 ที่ใช้ชีวิตมาจนถึงยุคสองพันยี่สิบ มีความอดทนบนความทะเยอทะยานทุกวัน ขาดพ่อแม่ที่อุ้มชู แต่ก็ได้เติบโตมากับญาติที่ก็ต้องรับผิดชอบครอบครัวตนเองในหางโจว
เก็บความรู้สึกน้อยใจในวัยเยาว์เป็นแรงผลักดันเพื่อมุ่งมั่นที่จะต้องมีชีวิตที่ดี ไม่มีเงินส่งเรียนหรือ? ไม่เป็นไร เธอจึงสมัครเป็นพนักงานช่วยร้านขายของได้ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า สารพัดงานขอแค่เป็นงานสุจริตที่ได้เงิน เธอพร้อมทำ
ไม่รู้ว่าเพราะสังคม หรือสภาพแวดล้อมต่างบอกเธอเองว่า ต้องเรียนจบปริญญาเท่านั้น จึงจะเป็นจุดเริ่มต้นของการประสบความสำเร็จในชีวิต และในที่สุดความพยายามไม่เคยทรยศใคร อวี่จือหลินสามารถเรียนจบ ด้วยเกียรตินิยมในคณะเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยฟูตันของเซี่ยงไฮ้
เหตุผลน่ะหรือ หนึ่งคืออยากออกจากหางโจว และสองก็เพราะคิดว่าต้องการทำงานด้านการเงินเท่านั้น
สรุปง่ายๆก็เพราะเงินน่ะสิ
ไม่ใช่ว่าที่เรียนไม่ดี แต่โลกความเป็นจริงของตลาดแรงงานในปีที่จบ มีบัณฑิตมากกว่าสิบล้านคนวิ่งแย่งชิงงานที่ดี บริษัทที่คิดว่ามั่นคงกันอย่างโหดร้าย
แล้วบัณฑิตปีแล้ว และปีที่แล้วๆอีกล่ะ? ด้วยเพดานรายได้และฐานเงินเดือนอันน้อยนิด ใครจะให้เด็กจบใหม่อย่างเธอได้บริหารเงินอย่างที่เรียนมา
จือหลินตัดสินใจเลือกที่จะกลับมาพนักงานขาย ในหางโจวของบริษัทอีคอมเมิร์ซเจ้าดัง เพราะหน้าตาที่ไร้เสน่หา จึงต้องเตรียมตัวมากว่าคนอื่น ทั้งยังต้องศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา เพื่อสามารถมีเรื่องคุยกับลูกค้าที่เป็นเจ้าของธุรกิจได้ กว่าจะเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการสาขา
ใช้โปรไฟล์ทั้งหมดเพื่อย้ายสายงาน มายังบริษัทเอาท์ซอร์ซ ดูแลระบบขนส่งที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจอย่างแท้จริง
ขณะทำงานก็จำต้องต่อโทบริหารเพื่อเข้ารับตำแหน่งที่สูงกว่า กระทั่งเข้าใจภาพรวมระบบทั้งในและระหว่างประเทศ จนกระทั่งเหล่าป่าน[1] ไว้วางใจมอบตำแหน่งซีอีโอให้ในท้ายที่สุด
ความเหนื่อยยากตลอดสิบปีในสายงานธุรกิจขนส่งที่เธอเพิ่งได้ดื่มด่ำความสำเร็จไม่กี่วัน จบลงด้วยการเมาเหล้าตกเรือ แล้วกลายมาเป็นอวี่จือหลินอายุ 17 ปี ในปี 1984 นี่น่ะหรือ
“จือหลิน ตื่นแล้วหรือลูก”
ประตูเก่าๆในห้องเล็กคับแคบนี้ ถูกมือด้านมีรอยบาดและแห้งกร้านเหมือนคนทำงานหนักเปิดออก
พร้อมการปรากฎตัวของสตรีที่เหมือนหญิงวัยกลางคน หน้าตาซูบผอมหมองคล้ำ ดวงตายังมีรอยแดงช้ำที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ในชุดเหมาเก่าๆที่เคยนิยมในยุค 70 ชายเสื้อมีรอยขาดเหวิน และถูกปะชุนหลายรอย
จือหลินลุกนั่งช้าๆ ด้วยยังมีอาการมึนหัวเพราะเจ้าของร่างเดิมก็เสียชีวิตไปเพราะตกน้ำเช่นกัน
หากแต่อวี่จือหลินคนนี้ ตั้งใจกระโดดลงแม่น้ำเพื่อประชดรักชายคนรักที่ดูถูกตัวเองว่าเป็นลูกคนใช้ ปัญหาหนักใจที่ไม่อาจคิดได้ตก จึงกลายเป็นการเลือกที่จะจบชีวิตอย่างน่าเสียดายเบ้าหน้าอันงดงามเช่นนี้
“แม่แอบเอามันเผามาให้ รีบกินเถอะ”
แม่พูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา และรีบยัดมันเผานั้นให้เธอ เพราะไม่กล้าจุดเตาทำอาหารที่อาจจะเป็นแค่ต้มข้าวมาให้ลูกสาวกินได้ มีแต่มันเผาที่มักถูกโยนไว้ในกองไฟ เธอจึงแอบหยิบออกมาให้ลูกสาว
อวี่จือหลินเรียก แม่ ไปหนึ่งคำ สร้างความสะเทือนใจให้ทั้งคนฟังและคนพูด ด้วยเธอเองก็ไม่เคยได้เรียกใครว่าแม่ตั้งแต่จำความได้ หรือจำได้ก็เลือนลางเต็มที อีกทั้งจากความทรงจำของร่างเดิมที่เรียกได้ว่า ไม่สนใจใยดีมารดาทั้งยังดูถูกแม่ที่อ่อนแอคนนี้ด้วยซ้ำ
นอกจากหน้าตาที่ทะลุสิบดาว แตกต่างจากมันสมองที่สวนทางอย่างคิดไม่ได้ ต้องการความยอมรับจากคนภายนอก กระทั่งชายคนรักยังแอบทำอะไรลับหลังกับคุณหนูของบ้านเธอไม่พอ ยังเลือกที่จะดูถูกเจ้าของร่างเดิมที่มีปมเรื่องการมีแม่เป็นคนใช้อยู่ จึงกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายในชีวิต
ส่วนฟางเจินที่ได้ยินเสียงแหบๆของลูกสาวอีกครั้ง ความตื่นกลัวก่อนหน้าจึงได้สงบลง เพราะนอกจากอวี่จือหลิน เธอก็ไม่เหลือใครให้รักอีกแล้ว
ตระกูลอวี่หลังแม่เฒ่าอวี่ตายไปก็ได้แยกบ้านกันนานแล้ว และยิ่งบิดาของอวี่จือหลินตายไปด้วยโรคไข้ป่าเมื่อห้าปีก่อน เมื่อไร้ซึ่งเสาหลักของบ้าน เธอจึงต้องหางานทำในเมือง กลายมาเป็นคนใช้ของครอบครัวเจ้าหน้ารัฐครอบครัวหนึ่ง
ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเจ้านายที่เอาแต่ใจและชอบวางอำนาจแบบนี้ แต่ข้อดีเดียวคือยอมให้ลูกสาวเธอได้เรียน นั่นทำให้ฟางเจินยอมรับใช้มาตลอดห้าปี
ยังไม่ทันที่จะหักมันเผาเพื่อกินเนื้อด้านใน ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรง ก่อนมีคนตามเข้ามาด้วยท่าทางไม่พอใจเกรี้ยวกราด
“นังลูกคนใช้ไร้ยางอาย ปล่อยให้ผู้ชายลูบคลำไปทั่วไม่พอ ยังสำส่อนหมายปองว่าที่เขยของเจ้านาย นี่หล่อนยังกล้าขโมยมันเผามาให้มันกินอีกหรือ ทำไมไม่จมน้ำตายๆไปเสีย”
คุณนายของบ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจ นัยน์ตาแข็งกร้าว สาดวาจาไร้ความเมตตาต่อคนใต้อาณัติจนเคยชิน อย่างแม่มดชั่วร้าย
“คุณนายคะ จือหลินเพิ่งฟื้นขึ้นมา เมตตาลูกของฉันด้วย…”
ฟางเจินคุกเข่าอ้อนวอนตัวสั่น
“เมตตามันทำไม หน้าตาก็เหมือนนังจิ้งจอกยั่วยวนผู้ชาย จิตใจก็ไม่อยู่กับร่องกับรอยอยากแย่งแฟนคนอื่นเขา”
อวี่จือหลินมองหัวมันที่ถูกแย่งกลับไปอย่างพูดไม่ออกอยู่บ้าง มองแม่ที่คุกเข่าขอร้องแทนเธอด้านข้างอย่างเวทนา
ความทรงจำนับไม่ถ้วนที่เกิดเหตุการณ์คล้ายกัน ทุกครั้งที่คุณนายของบ้านไม่พอใจเจ้าของร่าง ก็มักจะมีมารดาอ่อนแอผู้นี้คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาให้เสมอมา
แต่อวี่จือหลินผู้นี้กลับตอบแทนด้วยความสมเพชดูถูกมารดาอย่างไม่เคยเห็นใจสักครั้ง เพราะเธอก็รับไม่ได้กับการที่มีแม่เป็นคนใช้
นอกจากความหมกมุ่นเปรียบเทียบกับผู้อื่นตลอดมา ก็เป็นความซื่อสัตย์มั่นคงต่อกงลู่เจ๋อนักศึกษาหนุ่มอนาคตไกลที่สอบติดมหาลัยได้
ทั้งยังมีพ่อทำงานเป็นพนักงานรัฐในสำนักอุตสาหกรรมทองแดงของเมืองอิงถาน เรียกได้ว่าเป็นชายในฝันของนักเรียนทุกคนในโรงเรียนเทียนลู่
อวี่จือหลินมีหน้าตาที่โดดเด่นเหนือนักเรียนทั่วไป ย่อมไม่แปลกที่เธอจะกลายเป็นดอกไม้งามที่กงลู่เจ๋อสะดุดตา
แต่เมื่อเทียบกับเหอซูเมิ่งที่หน้าตาเรียบง่ายธรรมดาลงมาหน่อย แต่มีกิริยาที่อ่อนโยนอ่อนหวาน เป็นดั่งแม่ดอกบัวขาวที่น่าถนุถนอม ทั้งยังมีผลการเรียนยอดเยี่ยมในโรงเรียนจนกระทั่งสอบติดด้วยกัน
ที่สำคัญคือเป็นลูกข้าราชการพนักงานรัฐในสำนักอุตสาหกรรมทองแดงด้วยกัน ย่อมมีภาษีมากกว่าลูกคนใช้ที่มีแค่ความสวยคนนี้
นี่มิใช่คู่รักฟ้าประทานหรอกหรือ
กับสตรีโง่งมที่เดินตามเขาอย่างไร้สมอง เมื่อต้องตัดสินใจเลือกก็ไม่ยากเลย
อวี่จ่ง[2]ที่ถูกสายตากดดันจนอยากกลอกสายตาขึ้นไปข้างบนบ้าง
พฤติกรรมหลายอย่างของเจ้าของร่างก็ชวนให้ถูกคนเขาตามด่าจริงๆ ด้วยสตรีเช่นเจ้าของร่างเดิมที่มีแม่อ่อนแอที่ได้เข้าเรียนโรงเรียนในเมือง ไม่มีคนคอยชี้แนะย่อมไม่อาจทันเล่ห์กล แบบหมาหยอกไก่เช่นกงลู่เจ๋อ ที่เพียงอยากบริหารเสน่ห์ตัวเองเท่านั้น
เพียงได้รับคำหวานเล็กน้อยก็กลายเป็นรักฝังใจ คอยตามราวีผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ จนผู้ชายเขาเอือมระอา ท้ายที่สุดจนมารักกับคุณหนูของตัวเองเป็นสิ่งที่เจ้าของร่างไม่อยากจะยอมรับ และเมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างนี้ก็ไม่อยากสนใจด้วย
หากแต่ทุกคนกลับรับรู้ว่าทั้งสองคือคู่รักชูชื่นตุนาหงัน สตรีหน้ามืดตามัวคนนี้จึงต้องกลายเป็นนังแพศยา ใฝ่สูงที่อยากแย่งแฟนของคนอื่นอย่างไม่อาจยอมรับได้
แต่คำว่า สำส่อน นั้นอวี่จ่งขอเถียงขาดใจ แม้พฤติกรรมที่ปฏิบัติต่อกงลู่เจ๋อนั้น เกินคำว่ารักนวลสงวนตัวแต่ก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์เกินเลย และที่ปล่อยให้ผู้ชายลูบคลำไปทั่ว เจ้าของร่างตัดสินใจกระโดดน้ำตายประชดชีวิตไปแล้ว ยังจะสนใจอยู่หรือว่าชายที่งมไปลากตัวเองขึ้นมานั้นเป็นใคร
อวี่จ่งผู้ยิ่งใหญ่ที่กลายมาเป็นอวี่จือหลินไร้สมองคนนี้ไปแล้ว ชะตากรรมดังกล่าวเธอคงต้องฝืนรับมันทั้งหมดเสียแล้ว
“จือหลิน ขอโทษคุณนายสิลูก”
ฟางเจินสะกิดลูกสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ แน่นอนว่าเธอต้องมีความรู้สึกอับอายต่อสายตาของทุกคน แต่นี่คือลูกสาวเพียงคนเดียวที่เธอรักสุดหัวใจ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเพื่อให้คุณนายของบ้านให้อภัย และให้ที่ซุกหัวนอน เธอต้องรองรับอารมณ์ของเธอจนกลายเป็นเรื่องที่คุ้นชิน
“ไม่ต้องมาขอโทษฉัน คนที่ควรขอโทษคือลูกสาวของฉันต่างหาก ที่ต้องมาตกใจเพราะนังลูกคนใช้ชั้นต่ำอย่างเธอ”
ซ่งซูฮวาแผดเสียงใส่ด้วยคำด่าที่ไม่ซ้ำ
อวี่จ่งที่ได้ยินเสียงแล้วรู้สึกเสียดเข้าไปในหัวจนต้องย่นหน้าผาก หากแต่เมื่อกอปรบนในหน้านี้ ไม่ว่าจะขมวดคิ้วหรือย่นหน้าผากมากเพียงใดก็ยังให้ความรู้สึกงดงามชวนมอง จนน่าริษยาขัดสายตาคุณนายเหอ
“คุณนาย! เรื่องที่มันเกิดขึ้นแล้วฉันก็ไม่อยากพูดให้มันมากความ แต่ถ้าว่าฉันให้คนทั้งอิงถานได้ยินว่าตระกูลเหอมีลูกคนใช้สำส่อน แพศยา ไร้ยางอาย แล้วฉันจะทำอะไรได้ แต่คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองที่อยู่ในวัยออกเรือน ต้องบ้านเดียวกับฉันก็ไม่ได้ต่างกันนักหรอกจริงไหม”
แน่นอนว่าคุณหนูใหญ่ตัวดีของเธอย่อมเป็นเหอซูเมิ่งอายุ 20 ปี ส่วนคุณหนูรองก็คือเหอหรงซิงอายุ 17 ปีเท่ากับเธอ
เหอซูเมิ่งที่ได้ชื่อว่ามีคนรักที่เพียบพร้อมอย่างกงลู่เจ๋อแล้ว กับเหอหรงซิงที่ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องออกเรือนกับใครย่อมได้รับผลกระทบที่สุด สิ้นคำพูดของอวี่จือหลิน คุณนายย่อมมีหน้าตาน่าเกลียดจนไม่อาจระงับได้
หากสายตาฆ่าคนได้ อวี่จ่งคงได้ตายไปนับพันครั้งแล้ว
[1] เหล่าป่าน เจ้านาย, ในที่นี้หมายถึงเจ้าของบริษัท
[2] จ่ง มาจาก "จ่งไฉ" ****ǒng-cái = ประธานผู้บริหาร
การใช้งานที่เป็นที่นิยมมากคือการนำแซ่มาวางไว้หน้าตัวอักษร "จ่ง" ***ǒng
ใช้ในการเรียกขาน รูปแบบ "(แซ่) + **จ่ง" เช่น อวี่จ่ง = ประธานอวี่
ติชมอย่างสุภาพ ขอคอมเม้นท์ และกำลังใจ ด้วยนะคะ