เช้าวันรุ่งขึ้น
วันนี่เป็นวันเทศกาลลอยโคมที่แม่นางน้อยทุกคนรอคอยมานาน โอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่พวกนางจะได้แสดงความสามารถ เป็นการเปิดตัวเพื่อให้สกุลต่าง ๆ ได้หมายตาและตบแต่งพวกนางออกไป
บริเวณที่ครึกครื้นมากที่สุดก็คือเวทีขนาดใหญ่ที่ทางการเพิ่งตั้งขึ้นมา เวลานี้อยู่ติดแม่น้ำสายหลักทางทิศใต้ เป็นแม่น้ำสายเดียวที่ไหลผ่านเข้าไปในวัง
แน่นอนว่าเหล่าองค์ชายและเชื้อพระวงศ์เกือบทุกคนจะต้องปลอมตัวออกมาเพื่อเที่ยวชมงานนี้ หากพูดให้สวยหรู สตรีคนใดที่ถูกตาต้องใจพวกเขาก็จะเรียกว่าผู้ร่วมวาสนา แต่ถ้าพูดตามตรงนี้เป็นการเลือกสินค้าของบุรุษต่างหากเล่า พี่สาวทั้งสี่ของข้าก็เป็นหนึ่งในจำนวนสินค้าเหล่านั้น
ชาติก่อนข้าไม่ได้ขึ้นแสดงฝีมือบนเวที เนื่องจากใบหน้าที่ยังบวมฉึ่งจึงต้องสวมใส่ผ้าคลุมหน้าอยู่ตลอดเวลา หงเฉียนฟางตั้งใจทำให้ข้าอับอาย นางให้สาวใช้ของนางมาทำทรงผมที่ซับซ้อนให้ข้าตั้งแต่เช้าตรู่ กระทั่งชุดที่สวมใส่ก็ยังเป็นชุดของนาง
รูปร่างของข้ากับพี่ใหญ่ไม่ได้แตกต่างกันนักยกเว้นตรงนั้น ส่วนที่อวบอิ่มของข้าทั้งบนและล่าง เมื่อต้องสวมใส่เสื้ออาภรณ์แพรไหมที่ไม่พอดีตัว ก็ยิ่งขับเน้นให้บริเวณส่วนนั้นดูเย้ายวน มองไปทางไหนก็เจริญหูเจริญตา
ข้าในอดีตมีความรู้สึกอับอายต่อรูปร่างที่ยั่วตัณหาได้ง่ายของตัวเอง จึงเอาแต่หลบเลี่ยง พยายามไม่ให้ตัวเองเป็นที่น่าสนใจ ข้ามัวแต่ถอยห่างจากฝูงชน ไม่พยายามไปอยู่ใกล้เวทีการแสดงฝีมือหรือใกล้แม่น้ำ ข้าตั้งใจแยกตัวไปนั่งที่โขดหินก้อนหนึ่งอย่างเงียบ ๆ ทว่ากลับโชคร้ายเดินไปเจอสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเข้า
ที่หลังโขดหิน นางร้ายหมายเลขหนึ่งกับนางเอกของเรื่องกำลังจะเปิดฉากเพื่อแย่งชิงบุรุษกัน ข้าหมุนตัวเพื่อเดินจากไป แต่กลับถูกนางร้ายที่กำลังหงุดหงิดเรียกเข้าไประบายอารมณ์แทน
เมื่อนางได้เห็นรูปร่างของข้า แม้ใบหน้าของข้าจะมีผ้าแพรปกปิดเอาไว้ แต่นางก็ยังไม่ชอบอยู่ดี
ข้าถูกนางใช้ให้ลงไปในแม่น้ำ เพื่อความหาแหวนหยกวงหนึ่งขึ้นมา แหวนวงนี้เป็นแหวนที่พระเอกให้นางเอกไว้เป็นของดูต่างหน้าในสมัยเด็ก ถูกนางร้ายแย่งชิงด้วยความอิจฉาก่อนที่จะปาลงแม่น้ำไป
ข้าเป็นแค่เพียงคุณหนูตัวเล็ก ๆ ไม่อาจขัดคำสั่งของคุณหนูขั้นหนึ่งได้ จึงได้แต่ลงไปในแม่น้ำโดยไม่จำยอม
เมื่อข้าย่อตัวลงเพื่องมหาของที่นางร้ายต้องการ ข้าก็สะดุดอากาศที่ไม่มีอยู่จริง เอาหน้าทิ่มน้ำ สำลักน้ำตาย
ข้าแค่เดินผ่านมาเท่านั้น มีความผิดอะไรนักหนานักเขียนจึงทำกับข้าเช่นนี้ อาจเป็นเพราะว่ารูปโฉมของข้างดงามจนเกินไปจนทำให้นักเขียนรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา หรือเป็นเพราะว่าส่วนนั้นของข้าใหญ่โตเกินไปจนมันกระแทกตานักเขียนเข้า
ข้ามัวแต่คิดถึงอดีตจนกระทั่งสาวใช้ข้างกายหงเฉียนฟางเดินมาพบข้า แม้ตอนนี้ใบหน้าของข้าไม่ได้ถูกท่านพ่อตบจนหน้าหันเหมือนในอดีต แต่เหตุการณ์อื่น ๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนไป
ข้ายอมให้สาวใช้ของพี่ใหญ่จัดการกับร่างกายของข้าตามที่นางต้องการ ไม่นานแม่นางน้อยของสกุลหงทุกคนก็มาพร้อมกันที่หน้าจวน
"พวกเรารีบไปกันเถิด ปีนี้ข้าจะทำให้ทุกคนรู้ว่าความสามารถในการปักผ้าของข้าโดดเด่นเพียงใด" หงเฉียนฟางมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหอง นางเดินออกไปเป็นคนแรกโดยมีสาวใช้ข้างกายถึงสองคนคอยตามนางไป
"พี่ใหญ่ช่างมั่นใจนัก ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าปีนี้จะมีผู้ใดสามารถเป็นที่หนึ่งในการดีดพิณแทนข้าได้" หงม่านฮวาพี่สาวคนรองของข้ามีมารดาเป็นถึงหญิงคณิกาอันดับหนึ่งที่นอกด่าน ดังนั้นฝีมือในการดีดพิณของนางย่อมได้รับการสืบทอดมาจากมารดาจนหมดสิ้น
ความสามารถในการดีดพิณของคนนอกด่านดีกว่าคนในเมืองหลวงเสียอีก ข้าคิดว่ามารดาของพี่รองจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
ไม่นานพี่สามกับพี่สี่ก็รีบเดินตามพี่รองไป พวกนางมีสาวใช้กันคนละคน เพื่อคอยถืออุปกรณ์แสดงความสามารถให้กับพวกนาง ชาติก่อนข้าไม่ได้ขึ้นไปบนเวทีเพื่อแสดงฝีมือ ดังนั้นจะมีสาวใช้หรือไม่ก็ไม่ต่างกัน
เมื่อมาทางแม่น้ำทางทิศใต้ ข้าสูดลมหายใจเข้าปอด แม้เตรียมใจมาแล้วบ้าง แต่ก็ยังมีความกลัว
ทันทีที่การแสดงความสามารถบนเวทีเริ่มต้นขึ้น ข้าจึงเริ่มเดินเลียบแม่น้ำไปยังโขดหินก้อนเดิมก้อนนั้น ข้ามาถึงก่อนเวลาในชาติก่อนถึงสองถ้วยชา (30 นาที) หากบอกว่าข้าต้องการเผือกเรื่องชาวบ้าน ข้าขอน้อมรับด้วยความเต็มใจ
ข้าอยากรู้ว่านางร้ายหมายเลขหนึ่งกับนางเอกของนิยายเรื่องนี้ทะเลาะกันด้วยเหตุใดกัน
ข้ารออยู่สองอึดใจในที่สุดนางเอกก็เดินผ่านมา นางแต่งกายด้วยอาภรณ์สีขาว ดูราวกับดอกบัวน้อย ๆ ที่ต้องการการปกป้อง ขอเพียงแต่นางเอ่ยปากว่าอยากอยู่ใต้การดูแลของใคร บุรุษคนนั้นจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองนาง
พี่ชายบุญธรรมของข้าก็เช่นเดียวกัน ชาติกำเนิดของวั่งเซียวสงยังเป็นความลับ เขามีนิสัยประหลาด ชอบทรมานศัตรูให้ตายอย่างช้า ๆ และสาวใช้ข้างกายนางเอกก็เป็นหนึ่งในนั้น
ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าหลิวหว่าหวาก็น่าจะย้อนอดีตกลับมาเหมือนกับข้า ข้ารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้พบนางอีกครั้ง ไม่รู้ว่าแม่นางน้อยแก้มป่องคนนี้จะจำข้าได้หรือไม่
ข้ามองหาหลิวหว่าหวาในที่สุดก็เห็นนางกำลังเดินตามหลังนางเอกของเรื่องมาติด ๆ ในมือน้อย ๆ ถือพิณโบราณมาด้วยหลังหนึ่ง คาดว่าจ้าวเหลียนฟางก็คงมาร่วมการเป็นสินค้าให้บุรุษหมายตาในค่ำคืนนี้
ข้านั่งลงบนโขดหิน โบกมือให้หลิวหว่าหวาเพื่อพิสูจน์ดูว่านางจำข้าได้หรือไม่
หลิวหวาหว่าไม่แม้แต่จะมองหน้าข้า หรือมีเพียงข้าคนเดียวที่ตายซ้ำตายซากมาแล้วหลายครั้งที่สามารถจดจำอดีตทั้งหมดได้
ไม่นานนางร้ายของเรื่องก็เดินเข้ามา นางเอกมองไม่เห็นข้า แต่นางร้ายจ้องหน้าข้าด้วยแววตาที่จริงจัง "เจ้ามานี่"
หัวคิ้วของข้าขมวดเข้าหากันทันที ช้าก่อนพี่สาว ตอนนี้ยังไม่ถึงคิวของข้า เช่นนั้นข้าจะขอหลบฉากออกไป
ข้าย่อกายลงให้คุณหนูจากจวนอำมาตย์ ก้มหน้าเลี่ยงไปอีกทาง
จางเยว่ชิงปรี่เข้ามากระชากข้อมือของข้าทันที ข้ายังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกคุณหนูผู้นี้ผลักตกน้ำไป
ข้ากำลังงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ได้เปลี่ยนไปแล้วเช่นกัน ข้าไม่ต้องลงไปหาแหวนหยกของพระเอกอีกแล้ว มิหนำซ้ำเวลาการตายของข้าก็เร็วขึ้นกว่าเดิม แม้จะยังไม่ทันตั้งตัว แต่ข้าก็ไม่ได้เสียใจ
โทษทัณฑ์ของการอยากเผือกเรื่องของชาวบ้าน ใต้เท้าพยายมท่านคงตั้งใจเร่งเวลาให้ข้าตายเร็วขึ้น ข้าคิดว่านี่เป็นของขวัญมากกว่าการลงโทษเสียด้วยซ้ำ
ข้าอดไม่ได้ที่จะมองไปทางอีกฝั่งของริมแม่น้ำ ทุก ๆ ชาติที่ข้าจากไป จะมีบุรุษสวมหน้ากากคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ชาตินี้ข้าตกน้ำเร็วขึ้นกว่าเดิม เขาก็คงยังไม่เดินมา
ทันทีที่ร่างของข้ากำลังจมลงไปในแม่น้ำ ข้าเห็นเงาร่างของอาภรณ์ชุดเกราะเงินสะท้อนเข้าตาของข้าทันที
และในยามที่ข้ากำลังหมดลมหายใจจมดิ่งลงไป ผู้ใดกันบังอาจดึงร่างของข้าขึ้นมา ช้าก่อนเจ้าค่ะผู้มีพระคุณ ท่านรีบปล่อยมือเร็วเข้า ขอร้องท่านแล้วไม่ต้องมาช่วยข้า
ข้าไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะสลัดให้หลุดจากอ้อมแขนนั้น ในที่สุดร่างอันอวบอิ่มของข้าก็ถูกช่วยขึ้นมา เห็นทีว่าดวงชะตาของข้าในชาติภพนี้คงไม่อาจเหมือนเดิมอีกต่อไป