CHAPTER 02
เมียจดทะเบียน คำนี้ทำให้อีมีนกลัวมากทำไมฉันจะไม่รู้เสี้ยวใบหน้าของมันที่แสดงออกมาเมื่อกี้ไม่สามารถหลบสายตาของฉันไปได้ ฟาดมาก็ฟาดกลับแล้วฉันจะเน้นแรงๆ เอาให้ปวดแสบปวดร้อนไปตามๆ กันนี่แหละ
ตกนรกก็ตก
“ต่ำ”
“จริงต่ำมากโดยเฉพาะแกในเวลานี้ ตกต่ำมากเหลือเกิน”
“ตาลพอแม่ขอ ตาลๆ” และแล้วเสียงของแม่ก็ทำลายทุกอย่างลงน้ำเสียงอ่อนให้อีกฝ่ายยิ่งทำให้ฉันปวดหัวเป็นที่สุดไม่รู้อะไรนักหนากับคนอย่างอีมีน รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้นก็ยังจะดีกับมันอีก “นะตาลนะ เอา...”
“อย่าฝันไม่มีปัญญาทำให้เจ้าของบัตรให้ก็อย่าสะเออะเสร่อเสนอหน้ามาเอาไป” รู้ไหมตอนนี้บัตรใบนั้นเข้ามาอยู่ซุกในบราเซียของฉันเป็นที่เรียบร้อยที่ที่ไม่มีใครกล้าเข้ามาเอาไปแม้กระทั่งแม่ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าทั้งนั้นข้อนี้หลายคนมักรู้ดีว่าถ้าตัวฉันเป็นรอยแม้แต่เล็กน้อยอะไรจะเกิดขึ้น “จำเอาไว้แล้วนำไปคิดวิเคราะห์ด้วย”
“ตาลแต่คุณมีน...”
“พึ่งบอกไปเองว่าเป็นแค่ของเก่า ของเก่าคือไม่มีสิทธิ อย่าทำให้ตาลโกรธไปกว่านี้นะ” ฉันส่งเสียงแข็งให้แม่ที่เข้าใกล้อีกด้านหนึ่ง แม่ส่งสายตาอ้อนวอนให้ฉันเอาการ์ดดำให้อีมีนแค่นี้ก็รู้แล้วว่าแม่ไม่เคยคิดถึงใจของฉันเลยสักนิดเดียว ใจที่กำลังจะแตกกระจายแค่ไหนกับคำพูด “ไม่งั้นจะฟ้องเจ้าของบัตรแน่คงรู้ดีว่าถ้าฟ้ารู้เรื่องอะไรจะเกิดขึ้นแล้วใครกันแน่ที่จะโดนหนักแต่ที่แน่ๆ ยืนหนึ่งเลยว่าคนป่วยแบบตาลไม่โดนแน่นอน”
“คิดว่าสายฟ้าจะถือหางได้ตลอดเหรออีตาล”
“ก็มั่นหน้าในระดับสูงเลยแหละไม่งั้นคนแบบอีมีนที่ยืนตรงหน้าจะกล้าเข้ามาตบมั้ยล่ะ” เมื่อก่อนหน้ามันน็อคหลุดถ้าพยาบาลไม่เข้ามาป่านนี้มันตามแผนฉันไปแล้วน่าเสียดายที่สุดเช่นกัน “อ่ะๆ ตบได้นะ”
“...”
เห็นไหมมันก็ไม่กล้า ใบหน้าฉันฉีกยิ้มกว้างแถมยังนั่งเอียงหน้ารอฝ่ามือเข้ามาตบทว่ามันกับยืนนิ่งตัวสั่นเกร็งอยู่แบบนั้น คงอัดอั้นมากแทบระเบิดอีกหน่อยคงเป็นบ้า
“คนประเภทแบบแกไม่ดีพอสำหรับใครหรอก”
“ฉันดีพอสำหรับสายฟ้าแล้วกัน”
เหอะกรอกตาบนแป๊บ
คิดว่าโลกหมุนรอบกะลาที่ครอบตัวเองอยู่หรือไง
ในเมื่อตอนนี้มันหมุนไปไหนต่อไหนแล้วอีกอย่างบัตรที่อยู่ในการครอบครองของฉันมันควรเป็นของฉันคนเดียว
ใครหน้าไหนไม่มีสิทธิทั้งนั้น
“จะบอกว่าตัวเองดีเหรอแต่ฉันว่าฟ้าเขามีทุกอย่างในชีวิตเพอร์เฟคหมดเลยนะ วันนั้นอาจอยากหาจุดต่ำสุดแสนด่างพร้อยเข้าใส่ตัวเองบ้างมั้งเลยเลือกสิ่งเลวร้ายเข้ามาในชีวิตแต่บังเอิญวันนี้ตาสว่างแล้วเลยหมดเคราะห์หมดทุกข์กับเขาเสียที ดีใจกับฟ้าจัง” ว่าแล้วก็ทำท่าทางเอาฝ่ามือข้างที่ว่างเปล่าจากสายน้ำเกลือทาบหน้าอกประกอบประดุจดั่งอิ่มอกอิ่มใจที่สุด “ความเฮงซวย คนเฮงซวยหายไปได้เสียที”
“ฝากไว้ก่อนเถอะอีตาล”
แค่นั้นร่างมันก็หายออกไปจากห้องฉันเหลือคงไว้แค่แม่ที่ถอนหายใจโล่งอกให้เห็น ความกลัวความเกรงใจของแม่ไม่ธรรมดาหรอกเพราะมีมากเหลือเกิน แม่บูชาคนพวกนั้นราวกับพวกมันเป็นเทพเจ้าเป็นแสงสว่างให้กับชีวิตทั้งที่เป็นแค่สวะเท่านั้น ความใจดีใช้กับคนพวกนั้นไม่ได้หรอกยิ่งทำก็ยิ่งทำให้ได้ใจ
ควรใจร้ายบ้าง
ไม่ควรใจดี
“ตาลแม่ขอลูกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำแบบนั้นกับคุณมีน”
“รักมันมากเหรอ รักมากใช่มั้ยผู้ชายคนนั้น” ฉันเลือกมองข้ามคำถามของแม่ไปเพราะอย่างอื่นที่มันเข้ามาในจิตใจมากกว่า คงเป็นคำถามที่จะไม่ถามอีกเลยถ้าได้คำตอบแบบมั่นใจ “แล้วรักตาลบ้างมั้ย”
“...”
“รักบ้างหรือเปล่า”
“...”
“ก็ไม่มีคำตอบออกมาจากแม่เช่นเคยแล้วตาลต้องทำยังไงถึงจะถูกใจแม่แต่บอกเลยว่าที่แม่ขอร้องตาลทำให้ไม่ได้จริงๆ เทียบกันแล้วผู้ชายคนนั้นกับตาลแม่เลือกเขาตลอดแหละ ให้ตายยังไงแม่ก็เลือกเขา”
“ตาลคุณมีนเขาเป็นยังไงตาลก็รู้”
“ตาลแตะไม่ได้เลยสินะ งั้นแม่ตบตาลแทนอีมีนมั้ยล่ะ”
“...”
“เห็นมั้ยขนาดแม่ยังไม่กล้าเลย คิดว่าอีมีนลูกรักแม่จะกล้าทำอะไรตาลมั้ย”
“...”
“ตาลอยากพักผ่อนค่ะ”
ท้ายสุดฉันก็เลือกตัดบทด้วยประโยคนี้ก่อนล้มตัวนอนหันหลังให้กับแม่โดยไม่พูดหรือว่ามองไปที่ท่านอีกกระทั่งได้ยินเสียงประตูปิดลงคงเป็นคำตอบได้ชัดเจนว่าแม่ออกไปแล้ว
เป็นแบบนี้เสมอไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือว่าตอนนี้มันเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกคำว่าลูกเมียน้อยตราหน้าฉันมาตั้งแต่เกิดทั้งที่ความจริงไม่ใช่
แม่ ฉันมาก่อนคนพวกนั้นแล้วพอผู้ชายคนนั้นต้องการเป็นลูกที่ดีตามเส้นทางที่พ่อแม่ขีดไว้
ก็เลยไปแต่งงานกับแม่อีมีน
แต่งพร้อมจดทะเบียนออกหน้าออกตา
เป็นเพราะความเกรงใจหรือการยอมเกินไปของแม่
สภาพเหี้ยๆ แบบนี้จึงเกิดขึ้นมา
สภาพที่ไม่มีใครรับได้
ไม่เว้นแม้แต่ฉัน
~ติ้ง!~
Application Line
รักกูอย่าพูดมึงมัน (6)
______________________________________________
SAY (R):@NAM.MM เป็นไงบ้างพี่สะใภ้
SAY (R):@NAM.MM ไส้ทะลุไปแล้วหรือยัง
(read 6)
SAY (R): อ้าวกวนตีนละอ่านครบเสือกไม่ตอบกัน
NAM.MM: อยากกินปูไข่ดอง กรรเชียงปู ปูดอง กุ้งแช่น้ำปลาตบท้ายด้วยตำปูปลาร้า
อยากมีชีน: จะทะลุจริงก็คราวนี้แหละ
S.S: มึงพักก่อนมั้ยอีตาล แขนยังคาสายน้ำเกลือขนาดนั้น
NAM.MM: ร่างกายต้องการปะทะ
SAY (R): เดี๋ยวจะการให้น้า
จะแตงอะไรก็ได้: กูไม่เกี่ยวแล้วหนึ่ง
อยากมีชีน: +1
S.S: +1
NAM.MM: อีขิมๆ ช่วยเพื่อนด้วย
Khim.G: ไม่เกี่ยวเช่นกัน
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเพื่อนรักกลุ่มนี้รักฉันมากขนาดไหน ‘สายรุ้ง’ หายไปด้วยประโยคที่ว่าเดี๋ยวจัดการให้น้า เน้นคำว่าน้าที่แสนกวนแต่ผลมันไม่ได้เป็นแบบนั้นอีกแล้วเมื่อชื่อไลน์หนึ่งเด้งขึ้นหน้าจอ
~ติ้ง!~
คนเลี้ยงหมา CHAT
S.F>N: ฝันอยู่เหรอ?
S.F>N: ง้างปากรอยาเลย
(read )
หน้าจอโทรศัพท์ตัวเองเปิดค้างแชตนี้เอาไว้โดยที่ลมหายใจถอดถอนออกมาเองนาทีต่อมาสมองก็พร่ำบอกคิดว่าไม่น่ากดอ่านด้วยซ้ำ อยากตีมือตัวเองซ้ำๆ กับความรวดเร็วเมื่อในเวลาได้ยินเสียงไลน์ก็ชอบเอามาเปิดโดยไม่นึก
สายรุ้งนะสายรุ้งทำเรื่องขึ้นอีกจนได้ สายรุ้งเอาไปฟ้องพี่ชายตัวเองอีกแล้วให้ตายเถอะ สองประโยคของอีกคนทำเอาฉันคิดหนักเหมือนทุกครั้งทว่าครั้งนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลเนื่องจากได้รับรู้รูปประโยคพวกนี้ว่าถ้ามันมีเสียงออกมาได้จะทรงพลังมากขนาดไหนไม่อยากจะคิด
‘สายฟ้า รัตติกาล อักษรสิทธิ’ นี่คือชื่อเต็มของเจ้าของประโยคนี้ ชื่อนี้แหละคนใกล้ตัวมักเอ่ยขึ้นมาเมื่อฉันแสดงอาการดื้อดึงหรือว่าบ้าพลังไม่ฟังใคร
คนเดียวเท่านั้นที่จะกำจัดความรั้นจากฉันได้คือเขา
‘คุณตาลให้คุณสายฟ้ามาดูนะคะ’
‘เดี๋ยวครูบอกสายฟ้าให้นะพิมมาดา’
‘อีตาลไม่ฟังกูอีกแล้วดื้อนะกูบอกสายฟ้าแน่’
‘ถ้าตาลยังไม่ฟังแม่คราวนี้ถ้าแม่บอกสายฟ้า ก็ไม่รู้ด้วยนะ’
ทุกคนรอบตัวฉันไม่ว่าใครก็มักเอ่ยชื่อนี้ออกมาให้ได้ยินเสมอยิงยาวจากแม่บ้าน คุณครูในโรงเรียน เพื่อนและไม่เว้นแม้กระทั่งแม่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่สายฟ้าทั้งนั้น ทุกคนทำราวกับว่าสายฟ้าคือผู้กุมซะตาชีวิตของฉันไม่มีชื่ออื่นเข้ามาหรอกขนาดผู้ชายคนนั้นยังบอกแล้วแต่สายฟ้าจัดการเลย
แบบนี้ฉันจะหันหลังให้ได้ยังไงกัน
ยิ่งห่างยิ่งหนีก็ทำให้ยิ่งเจอ
แล้วฉันจะทำอะไรได้เมื่อเป็นแบบนั้นจึงกดปรับเตียงให้นั่งได้เสร็จแล้วก็โยนโทรศัพท์ไปไกลจากตัวเองอีกทั้งเคลื่อนสายตามองไปอีกด้านหนึ่งจะเห็นวิวจากชั้นนี้เป็นมุมกว้าง เมืองใหญ่ในช่วงกลางวันที่ไม่ได้สวยเด่นเท่ากับตอนกลางคืนมีแต่ความเบื่อหน่ายวุ่นวายไม่รู้จักจบจักสิ้น
แกร็ก...
เสียงประตูดังขึ้นทำให้ฉันหันไปมองก็พบว่าเป็นแม่เองนึกว่าไปแล้ว แม่หอบหิ้วถุงผ้าในมือขึ้นมาวางไว้บนตักของฉันในนั้นมีแต่ขนมต่างๆ ที่ไม่ใช่ขนมกรุบกรอบแบบที่ฉันชอบเลยสักชิ้นเดียว
“หรือว่าจะกินส้มแม่จะแกะให้”
“…”
“งั้นกินส้มนะ”
“นึกว่าไปแล้วเสียอีก” ก็รู้สึกผิดนิดหนึ่งอ่ะแต่ในเวลาต่อมาฉันก็ต้องเบือนหน้าไปอีกทางเมื่อเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของแม่ที่วางไว้บนเตียงตั้งแต่เมื่อกี้ก่อนหน้าแสดงขึ้นชื่อถึงผู้ติดต่อมา ณ เวลานี้ ผู้ติดต่อที่ฉันรู้ดีว่าเป็นใครมีไม่กี่คนหรอกที่จะติดต่อมาหาแม่ในเวลาแบบนี้ แบบที่ว่าเขาไม่ห่วงอะไรใครเอาแต่ใจตัวเองซึ่งนั่นก็คือเขาคนนั้นเอง “เบื่อ”
“พ่อคงโทรมาถามหาตาลแน่ลูก” แม่โทรศัพท์ต่อหน้าฉัน รอยยิ้มที่ก่อนหน้ามีบัดนี้มันจืดจางลงจากใบหน้าของแม่ไปแล้วฉันก็รับรู้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งเป็นลูกมาก่อนแล้วยังไง ป่าวประกาศว่าพ่อมีฉันก่อนมีแม่อีมีนแล้วยังไงในเมื่อเขาเชิดชูคนนั้นไม่ใช่ฉันกับแม่ที่ต้องหลบซ่อนมา 20 กว่าปี “ตาล...”
“แม่ไปเถอะ ตาลอยู่คนเดียวได้” แล้วนี่ก็เป็นประโยคครั้งที่ล้านสำหรับฉันที่พูดให้แม่พูดตั้งแต่เด็กเล็กจนโต พูดมันแบบนี้ออกมาเสมอ ฝ่ามืออุ่นของแม่เอื้อมเข้ามาแตะลูบศีรษะของฉันอย่างแผ่วเบาแต่มันแผ่ความอบอุ่นไปสุดขั้วหัวใจ ความนุ่มนวลของฝ่ามือแม่ที่ทำแบบนี้ทีไหร่ฉันมักรู้สึกจุกเสมอ อัดอั้นไปหมดยิ่งสบสายตากับแม่ฝ่ามืออีกข้างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าห่มก็บีบกระชับกำแน่นเข้าหากันทันทีไปโดยปริยาย “ตาลรักแม่ ตาลไม่เป็นอะไรหรอกอย่าห่วงเลย”
“ตาล... สุขสันวันเกิดนะลูก”
“แม่”
“น้ำตาลคนสวย น้ำตาลคนเก่ง น้ำตาลที่แม่รักที่สุด” แล้วน้ำตาของฉันก็เอ่อล้นออกมาเมื่อแม่ค่อยๆ เอาสร้อยข้อมือสีทองเด่นออกมาจากตลับทรงกลมมีป้ายชื่อว่าเป็นร้านทองแห่งหนึ่ง สร้อยเส้นเล็กในมือแม่ค่อยบรรจงมาสวมใส่ไว้ตรงข้อมือของฉัน สร้อยเส้นนี้มีจี้สีทองรูปเหมือนสายฟ้า “ขอให้ลูกแม่โชคดีในทุกๆ เรื่อง ขอให้ลูกเจอแต่สิ่งดีๆ ขอให้พระคุ้มครองลูกและขอให้ศัตรูแพ้พ่ายให้กับลูกของแม่นะ”
“แม่... ครั้งนี้ตาลขอของขวัญอีกอย่างได้มั้ย”
“ตาล...”
“ออกจากบ้านหลังนั้นนะแม่ ออกมากัน มาอยู่ที่มีแค่ตาลกับแม่”
“...”
“ทำไมอ่ะ ทำไมต้องทนอยู่ในบ้านหลังนั้นอีก”
“แม่รักตาลนะ รักตาลมากกว่าใครทั้งนั้น”
แล้วฉันก็ได้ยินประโยคแบบนี้อีกครั้งจากแม่
แกร๊ก...
แต่แล้วเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออกจากใบหน้าที่เอ่อล้นด้วยน้ำตาของฉันก็เบนมองไปทางอื่นพร้อมกับใช้มือเกลี่ยอย่างรวดเร็วไม่อยากให้ผู้มาใหม่ได้เห็นแต่มันคงไม่ทันหรอก แม่กุมมือด้ายซ้ายของฉันเอาไว้แบบนั้นไม่ปล่อยแต่แม่หันหน้าไปมองอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้แล้วหยุดตรงนั้น
“แม่กลับก่อนนะตาล” และมันก็ไร้เสียงตอบจากฉันเช่นกัน ไม่รู้สิไม่ใช่ไม่อยากตอบแต่มันจุกไปหมดเหมือนโดนล้อเล่นกับความรู้สึกให้ดีขึ้นจากนั้นไม่นานนักก็โดนฉุดลงมาที่เดิมอีกครั้ง รู้ไหมว่าที่ยิ่งไปกว่านั้นคือตลอดเวลา 20 ปี ฉันได้รับคำอวดพรจากแม่คนเดียวไร้ซึ่งผู้ที่ได้ชื่อว่าพ่อ “ฝากตาลด้วยนะฟ้า”
“ครับแม่”
“...”
“ไหนดูหน้าดิ ดื้อจนได้น้ำตาอีกแล้วเหรอลูกหมา”