CHAPTER 03
“...”
“หันมา”
“…”
“หันมาหน่อย”
มือใหญ่ที่ทั้งสองมือมีถุงต่างๆ ติดมือในทีแรกนั้นขณะนี้เหลือแค่สองมือเปล่ามีกลิ่นหอมโชยมาจากมือขาวคู่นี้ที่บัดนี้ใช้แรงบังคับใบหน้าฉันให้หันไปยังทิศทางเขา ผลสรุปศึกครั้งนี้ฉันก็พ่ายให้กับอีกคนที่แรงเยอะกว่าตัวเองหลายเท่าตัว คนๆ นี้
เขามีชื่อว่าสายฟ้า
สายฟ้า... สายฟ้าที่นานๆ ทีจะปรากฏตอนพายุกระหน่ำลมกรรโชกแรงทั่วทุกสารทิศปกคลุมไปด้วยความมืดมัว ระดับความปั่นป่วนของท้องฟ้ามักจะสร้างสายฟ้ามาเยือนเสมอถึงแม้ในบางครั้งจะสามารถปรากฏตัวได้ไม่กี่วินาทีก็ตามทว่าทุกครั้งที่สายฟ้ามักปรากฏออกมาเสมือนกับเป็นความโกรธเสมอมีทั้งเสียงคำรามมีทั้งแสงแบบนี้ไม่มีใครชอบท้าทายหรอกแม้กระทั่งตัวฉันเอง
ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งร้อยแปดสิบกว่าทั้งจมูกและสันกรามเด่นยกใบหน้าขาวเรียวกระแทกสายตาคนอื่นเสมอยามเจอะเจอ สีผิวขาวสว่างสะท้อนกับเรือนผมสีน้ำเงินอ่อนอีกทั้งใบหูข้างซ้ายนั้นรูแรกมีจิวสีน้ำเงินเด่นถัดมาอีกรูก็เป็นห่วงสีเงินประดับอยู่ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นที่ถูกใจของผู้หญิงหลายคนในสมัยนี้
วันนี้สายฟ้าอยู่ในลุคเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบปลดกระดุมถึงหน้าอกโชว์รอยสักนิดๆ หน่อยๆ ในยามเคลื่อนไหวตัวส่วนด้านล่างนั้นเป็นกางเกงสีฟ้าอ่อนสวมทับชายเสื้อเชิ้ตอยู่โดยที่แขนด้านซ้ายมีโรแลกซ์ประดับเข้ากับแหวนเพชรในนิ้วชี้ข้างขวาเป็นลักษณะคล้ายปีกนางฟ้า
“อื้อเจ็บ!”
“แล้วทำไมไม่หันมาดีๆ ตาแดงจริงๆ นะลูกหมา”
“ไม่ใช่ลูกหมา”
“ไม่เหมือนนางฟ้านางจะบอกให้ นางฟ้าน่ารักกว่า”
ยิ่งได้ยินแบบนี้คิดเหรอว่าฉันจะหยุดตัวเองนิ่งได้รีบปัดป้องมือใหญ่ออกจากตัวเองด้วยความบ้าคลั่ง นางฟ้าใช่สิใครจะไปน่ารักทำให้สายฟ้าหลงได้ขนาดนั้นกัน นางฟ้าคือหมาพันธุ์ปั๊กตัวอวบอ้วนตักยิ่งกว่าหมูทั้งที่อายุสองขวบ นางฟ้าเป็นหมาของฉันที่ถูกสายฟ้าตามใจโคตรๆ
รักมากถึงขนาดพาเข้าสปาหมาทุกวันอาทิตย์
รักมาถึงขนาดใครแตะไม่ได้เลย
“ไม่ต้องมาแตะ”
“งอนอีกนะลูกหมา”
“ก็บอกว่าไม่ใช่ไงโว้ย!”
“น้ำตาล” ทุกอย่างหยุดชะงักค้างตึงไว้แบบนั้นเมื่อน้ำเสียงจากคนตรงหน้าฉันเข้มขึ้น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของสายฟ้าบ่งบอกว่าไม่พอใจมาก “เคยบอกว่าไง”
“ไม่ใช่ลูกหมา”
ฉันแก้ประโยคด้านบนเพราะไม่เคยขัดใจอีกฝ่ายได้อีกอย่างหนึ่งก็ไม่อยากมีปัญหาในเมื่อตัวเองยังไม่พร้อมต่อกรกับอีกคนเอามากๆ เลยในตอนนี้ สายฟ้าไม่ชอบเอามากๆ สำหรับการพูดไม่เพราะออกมาให้เขาได้ยินไม่ว่าจะตอนไหนก็ตามและไม่ใช่แค่กันฉันเท่านั้น
หลายคนก็เคยถูกดุ
“แล้วเคยหยุดเรียกมั้ยก็ไม่ อย่าปฏิเสธเลยลูกหมา... มันน่ารักนะ”
“ไม่ ไม่ๆๆ” ไม่รู้แหละฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้นกระหน่ำตีสายฟ้าจนไม่ลืมหูลืมตาขึ้นมาท้ายสุดแล้วก็ถูกมือใหญ่บังคับเอาไว้หน้าตักจากนั้นตาของฉันก็เบิกกว้างขึ้นหลายเท่าเมื่อเลือดสีแดงสดไหลย้อนเลอะเทอะออกมาจากหลังมือข้างที่ถูกเจาะสายน้ำเกลือ “ฟ้า...”
รู้ไหมว่าฉันแทบไม่ขยับตัวนั่งนิ่งราวกับเป็นหุ่นยนต์ปล่อยแขนอีกข้างกอดร่างใหญ่แน่น แน่นชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมปล่อยจนสายฟ้าต้องหย่อนตัวลงมานั่งบนเตียงกับฉันด้วย
กลัว...
กลัวมาก
“ดื้อไม่เข้าเรื่อง อยู่นิ่งๆ”
เป็นอีกครั้งที่พอสายฟ้าเรียกพยาบาลมาดูปรากฏว่าต้องเจาะใหม่แทบทำให้ฉันร้องไห้โฮออกมาต่อหน้าทั้งสายฟ้าแล้วก็พยาบาลต่อให้จะฮึบแล้วฮึบอีกแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้หรอก ฉันกลัวเข็ม ฉันกลัวโดนเจาะหรือฉีดยาทุกชนิด ฉันกลัวเครื่องมือแพทย์ ไม่ไหวแล้วทว่าเสียงประตูกับถูกเปิดออกมาอีกครั้งคราวนี้มีทั้งแม่ ผู้ชายคนนั้น อีกานดาแล้วก็อีมีนพ่วงตบท้ายอีเนียร์เพื่อนรักมันอีกคน
“น้ำตาลลูก” แม่รีบเข้ามาใกล้ฉันอีกฟากหนึ่งของเตียงจากนั้นก็หันไปพูดกับสายฟ้า “เกิดอะไรขึ้นฟ้า”
“คือตาลต้องเจาะสายน้ำเกลือใหม่ครับแม่”
“สายฟ้าหลีกให้พยาบาลเร็วค่ะ” แล้วเสียงอีมีนก็ดังขึ้น
“นั่นสิตาฟ้าลุกมาเร็วลูก” ตบท้ายด้วยอีกานดาแม่อีมีน
“สวัสดีครับพ่อ” สายฟ้าไม่ได้ลุกไปเพียงแค่หันใบหน้าไปทางผู้ชายคนนั้นประจวบกับฉันขยับตัวเข้าไปซุกใบหน้ากับอกแกร่งทันที ทุกอย่างในห้องนี้จึงเงียบเพิ่มขึ้นอีก “สวัสดีครับคุณกานดา”
“สวัสดีลูก ตาฟ้ารีบมาเร็วให้พยาบาลเขาทำหน้าที่ให้สะดวก”
“ตาลปล่อยฟ้าก่อนนะลูก นะตาลนะ”
หึ...
ทำตามก็โง่แล้ว
“ไม่” ฉันปฏิเสธทั้งที่ใบหน้าซุกกับอกของสายฟ้า ไม่มีวันปล่อยแน่ใครหน้าไหนก็สั่งไม่ได้เมื่อความกลัวโลกแล่นเข้ามาร่างกายก็ยิ่งกอดร่างของสายฟ้าแน่นขึ้นถึงจะมือเดียวก็เถอะ “กลัว...”
ประโยคสุดท้ายมันแผ่วเบามากคงได้ยินแค่สองคนเท่านั้น
อย่าลุกนะสายฟ้า
อย่าไป
“ไม่เป็นไรครับผมอยู่แบบนี้ดีกว่า ตาลไม่ปล่อยก็ช่างเถอะครับ” สายฟ้ายกมือขึ้นมาวางไว้บนศีรษะฉันเบาๆ จากนั้นมือเขาอีกข้างก็แตะมือฉันไว้เพื่อให้พยาบาลเจาะ “ไม่ต้องกลัวหน่า ไม่เจ็บ”
“เมื่อคืนเจ็บนะฟ้า” อดเถียงไม่ได้เลย
“เจ็บก็กอดแน่นๆ โอเคมั้ย ฟ้าก็กอดลูกหมาแน่นๆ เหมือนกัน”
เจ็บ...
นาทีที่เข็มแทงเข้าเนื้อแน่นอนฉันกอดสายฟ้าแน่นเข้าไปอีก พยายามไม่ส่งเสียงหรือว่าขยับตัวเพราะกลัวกลัวทุกอย่างที่เป็นแบบนี้ เมื่อก่อนตอนเข้ามานอนโรงพยาบาลแล้วโดนเจาะแม่บอกว่าอย่าดิ้นไม่งั้นเข็มที่แทงจะหักคาเนื้อ สิ่งนี้ทำให้ฉันจำมาทุกวันนี้ไม่เคยลืม
“โอ๋”
โอ๋ไม่ไหวแล้ว
“อือ...”
ไม่เจ็บบ้าอะไรหลังมือพรุนไปหมดแล้วใช้เวลาไม่นานกับการเจาะสายน้ำเกลือใหม่รอบสองคราวนี้รู้ไหมว่าอาการหลังจากที่โดนเจาะฉันปฏิบัติตัวแบบไหนบ้าง ไม่กระดุกกระดิกตัวเลยถึงแม้จะผละออกจากตัวสายฟ้านานแล้วพอเตียงปรับให้เป็นปกติฉันนอนนิ่งส่งตาแป๋วไปหาเขาแบบนั้นเพราะไม่อยากให้ห่างสายตาไปไหนทั้งนั้น สายฟ้าก็รู้ดีเขาจึงนั่งบนเตียงพับผ้าขนหนูสีขาวผืนพอประมาณให้มันมีขนาดเล็กลงจากนั้นก็ยกมือข้างที่โดนเจาะของฉันอย่างแผ่วเบาเพื่อสอดผ้าเข้าไปให้มือวางไว้
“หายดื้อแล้วมั้ยลูกหมา”
“...” พอฉันไม่ตอบสายฟ้าก็ยิ้มออกมาอย่างขำๆ แต่ฉันไม่ขำด้วยหรอกนะ เขาไม่ได้เป็นคนโดนจะไปรู้อะไรล่ะว่าการโดนเจาะเข้าไปในเนื้อมันเจ็บขนาดไหน “คืนนี้ผมเฝ้าตาลเองครับไม่ต้องห่วงกัน”
“เอาอย่างงั้นเหรอสายฟ้า”
“ครับพ่อ”
สายฟ้ารับคำผู้ชายคนนั้นที่เปลี่ยนมานั่งโซฟาห่างออกไปหน่อย ผู้ชายคนนี้เป็นครั้งแรกมั้งที่เข้ามานั่งในห้องโรงพยาบาลมาให้ฉันเห็นหน้ามาให้รับรู้ว่ามาแล้วทั้งที่ไม่จำเป็นสักนิด ไม่ได้โหยหาถึงขนาดต้องทำว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยมาสักครั้งเลือกมาตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร
แค่มีแม่คนเดียวก็พอแล้ว
“มีอะไรบอกพ่อได้นะสายฟ้า”
“ไม่มีอะไรครับ ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
“ถ้าตาฟ้ามีงานก็กลับไปเคลียร์ก่อนได้นะลูก ตาลยุพินคงดูแลได้”
“นั้นสิคะสายฟ้า” ตบท้ายด้วยประโยคของอีมีนศัตรูคู่ขวัญฉันเอง “ดูตาลก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย”
“ไม่มีอะไรให้เคลียร์แล้วครับทุกอย่างเสร็จหมดตั้งแต่บ่ายแล้ว” สายฟ้าที่ยังคงทำตัวตามปกติไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขารับรู้ถึงการสื่อสารที่ไม่ใช่แค่ประโยคธรรมดาแต่มีความหมายว่าไม่อยากให้เฝ้าฉันเป็นกลายๆ จากอีกานดาแล้วก็อีมีนแต่สายฟ้าก็ไม่สนใจปล่อยละไปไม่ใยดี แบบนี้แหละไม่มีใครสามารถคอนโทรลคนแบบสายฟ้าได้ทั้งนั้น “อีกอย่างเป็นวันเกิดตาลผมอยากอยู่ด้วยครับ อยู่แบบทุกปีที่ไม่มีคนอื่น”
จากห้องที่ค่อนข้างเงียบกริบเจอประโยคนี้เข้าไปกับกลายเป็นว่าเงียบกว่าเดิมแทบได้ยินเสียงหายใจคลอแต่ใครจะรู้ไหมว่าฉันแอบยิ้มเยาะให้อีมีนกับอีเนียร์อย่างลับๆ อยู่
“งั้นพ่อกับคุณกานดาแล้วก็ยุพินกลับก่อนนะ”
“ครับพ่อสวัสดีครับ สวัสดีครับคุณกานดา” สายฟ้าลุกจากเตียงแล้วไหว้สองคนนั้นถึงแม้สายฟ้าจะดูเหมือนเย็นชา ดื้อเงียบทุกคนเกรงขามทว่าทุกครั้งเขามีมารยาทเสมอ “สวัสดีครับแม่”
“ฝากตาลอีกครั้งนะฟ้า ดื้อนักตีได้เลย”
“แม่... ”
“หื้ม?”
“ขอบคุณค่ะสำหรับทุกอย่าง” พอฉันเอ่ยประโยคนี้ไปร่างของแม่ก็หยุดนิ่งเดินเข้ามาที่เดิม “ตาลก็รักแม่”
“แม่ไปนะตาล”
สามคนนั้นออกไปแล้วคงเหลือในห้องที่รวมฉันกับสายฟ้าแล้วก็อีสองคนนั้นที่ยังหน้าตั้งเชิดเหมือนไม่มีอาการปวดคอ พวกมันไม่เอ่ยอะไรออกมาแต่อีมีนมันขยับตัวเข้ามาตรงหน้าสายฟ้า
“คุยกันแป๊บหนึ่งได้มั้ยสายฟ้า”
“ได้”
สายฟ้ารับคำแล้วเดินออกไปจากห้องตามไปด้วยอีมีนที่รั้งท้ายมันหันใบหน้ามามองฉันบ้าง ถ้าจะบุญน้อยขนาดนี้จะยอมให้ก็แล้วกัน
เผื่อได้บุญกลับ
“เขาไปรื้อฟื้นเรื่องราวเก่าๆ กันแล้วหล่อนไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไงกัน”
“แล้วต้องรู้สึกยังไง” ยังมีอีเนียร์ที่ยืนหัวโด่จีบปากจีบคอพูดขึ้นทั้งที่ฉันกะจะไม่ใส่ใจแล้วแท้ๆ “ในเมื่อแกเป็นคนบอกเองว่ามันเป็นเรื่องราวเก่าๆ ต่อให้รื้อยังไงก็ยากอ่ะเอาน้ำมันราดสิบถังก็ยังไม่ติดด้วยซ้ำ”
“เอาอะไรมามั่นใจขนาดนั้นกัน”
จะทำให้ฉันเขวละสิ
“ขนาดแกมั่นอย่างงี้ฟ้ายังไม่มองตอนอ่อยเลยแล้วกับอีมีนที่ได้ชื่อว่าเป็นของเก่าฟ้ายังจะมองมั้ยล่ะ”
“อีน้ำตาล!”
“นึกว่าเนียนกว่ารองพื้นสามรอบบนหน้าเหรอถึงได้มั่นขนาดนี้กัน” ถ้าไม่โง่ก็คงมองออกอ่ะว่าอีเนียร์มันคิดอะไรอยู่แล้วใช่ฉันคือหนึ่งในนั้นที่มองออก “ระวังนะอีมีนจะไม่เลี้ยงแกไว้”
“...”
“เพราะอสรพิษยังไงมันก็คืออสรพิษเลี้ยงไม่เชื่องหรอก”
“อย่ามาขู่หลอกให้ยากเลย หล่อนมันก็แค่หนึ่งในผู้หญิงของสายฟ้าก็แค่นั้น”
“ใช่ อันนี้ไม่เถียงหรอก” เถียงทำไมเพราะมันคือความจริง ฉันฉีกยิ้มส่งออกไปให้อีเนียร์กะปั่นประสาทมันก่อนทำท่าคิด “ผู้หญิงที่คนบางคนอยากเป็นให้ตายก็ทำไม่ได้เลยได้แต่คอยเห่าไง”
“...”
“โอ๊ะโอ๋... คงไม่ใช่แค่แกที่อิจฉานะขนาดอีมีนมันยังได้ไม่เท่าฉันเลย”
“อีน้ำตาล อี...”
“เขาเรียกกันว่าอะไรนะ ได้ไม่เท่าก็อย่าเห่าได้ป่ะ แบบนี้หรือเปล่านะสงสัยจัง”
ก็ไม่ได้เป็นคนเรื่องมากอะไรขนาดนั้นถึงแม้ว่าจะมีหมู่มารเข้ามาไซโคด้วยเรื่องราวต่างๆ ความหนักแน่นของฉันมันมีน้อยซะเมื่อไหร่บอกไว้เลยไม่น้อยไปว่าอีเนียร์แน่ๆ รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งคำนี้มักใช้ได้เสมอถ้าเราอยู่ให้เป็นแล้วเย็นให้พอ ชีวิตของฉันผ่านอะไรมามากมายนับภาษาอะไรจะมาอ่อนหัดในเรื่องแบบนี้
“ก็ได้จะถือว่ามาเผื่อแผ่บุญให้”
“อย่าลืมแผ่ให้เพื่อนรักอย่างอีมีนแล้วก็ตัวเองด้วยเผื่อบุญกำลังจะหมดลงแล้ว”
“...”
“คราวนี้ใครหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้นะ”