CHAPTER 04
“คราวนี้ใครหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้นะ”
สายฟ้า รัตติกาล อักษรสิทธิ : TALK
บนโลกนี้มีความสัมพันธ์หลายประเภท
บนโลกนี้มีอะไรแปลกเยอะแยะ
และบนโลกนี้ก็ไม่มีใครเหมือนใคร
“สายฟ้าคะ” คนที่เดินตามมาด้านหลังผมก็เหมือนกันไม่มีใครเหมือนแล้วก็ไม่เหมือนใครหรอก อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับใครทั้งนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ผมเดินมาหยุดตรงทางเดินที่ด้านหน้าเป็นระเบียงมองออกไปเป็นสวนดอกไม้เยื้องกันก็มีบันใดลงไปทางลานจอดรถแต่ผมเลือกหยุดตรงนั้นแล้วหันกลับไปก็มีรอยยิ้มส่งมาให้ “ไปฉลองปีใหม่ด้วยกันนะคะ นะคะมีนอยากให้สายฟ้าไปด้วยกัน”
“ที่ไหน”
“ดาดฟ้าโรงแรมค่ะ มีนอยากไปที่แบบนั้น”
“งั้นเหรอ”
เธอมีชื่อมีน มีนา โชติภพลา หนึ่งในผู้หญิงที่ใครก็บอกว่าเป็นเด็กผมทั้งที่มันเป็นแค่อดีต มีนเป็นผู้หญิงที่ถ้ามองด้วยสายตาเพียงแค่ครั้งหนึ่งไม่เกินนาทีทุกคนมักบอกว่าหยิ่ง โคตรหยิ่งและผู้หญิงแบบนี้มักร้ายเพราะพอไม่ได้อะไรดั่งใจมักโวยวายจ้องคิดทำร้ายโดยไม่สนใจใครและมักปักใจกับเรื่องนั้นจนกว่าจะได้คำว่าชัยชนะ
ชัยชนะแบบที่ทำให้อีกฝ่ายแค้นกลับ
ชัยชนะที่บอกเลยว่ามันไม่มีคำว่าภูมิใจ
ความมั่นใจของมีนไม่มีใครลบล้างได้ถ้ามันไม่มากพอ
นัยน์ตาคมต่างจดจ้องมองมาที่ผมเป็นจุดเดียวจากที่ยืนธรรมดาผมต้องเอาสองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง
“แต่พวกเราไม่เคยฉลองด้วยกันเลยนิมีน”
นี่คือความจริงผมไม่เคยฉลองกับเธอเลยแม้สักครั้งเดียวก็เหอะ ไม่มีความทรงจำใดๆ ด้วยกันทั้งนั้น ความจริงในตอนนี้ก็เหมือนแค่บุคคลร่วมโลกเท่านั้น
แต่มีนเธอไม่คิดเช่นเดียวกับผม
“ครั้งนี้ไงคะ”
“อืม...”
“นะคะ” มีเข้ามาใกล้ผมอีกนิดหนึ่งพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนตามประสาเวลาผู้หญิงชอบทำเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ “ดาดฟ้าโรงแรงมีพลุด้วย”
“อ่า” คำนี้ไม่ใช่การยอมรับในคำชวนหรือและก็ไม่ใช่การปฏิเสธเมื่อเป็นแบบนั้นมีนก็เข้ามาคล้องแขนผมแล้วดึงให้เดินตามไปยังลานจอดรถกระทั่งถึงรถของเธอผมก็ยั้งตัวเองเอาไว้ “ยังไม่ได้ตกลงมีน”
“แต่สายฟ้าก็ยอมเดินตามมานะคะ” เธอเปิดประตูรถทางด้านที่นั่งข้างคนขับแล้วเข้าไปนั่งส่วนผมนั้นยังยืนอยู่ด้านนอกใช้แขนท้าวกับประตูรถส่วนอีกข้างนั้นล้วงไว้ในกระเป๋ากางเกง
“เพราะอะไรถึงอยากไป” ผมตั้งคำถามเพิ่มเพื่อมองดูปฏิกิริยาของคนตรงหน้าไม่ปล่อย มีนเป็นคนมองประเมินจากสายตาแล้วไม่พลาดหรอกกับเรื่องจุดมุ่งหมายของเธอ ดาดฟ้าโรงแรมงั้นเหรอเดาได้ไม่ยากหรอกเพราะมันเคยเป็นที่ประจำของลูกหมาน่ารักตัวหนึ่งในทุกปีใหม่ต้องได้ไปนั่ง “อยากให้ใครคลั่ง?”
“สายฟ้าคิดแบบนั้นเหรอ”
“ใช่และมันก็ถูกต้องใช่มั้ย เลิกปั่นได้แล้ว”
“มีนอยากไปต่างหากค่ะ ไม่ได้อยากทำให้ใครคลั่ง”
“โอเคงั้นก็ไปเถอะ”
“เดี๋ยวค่ะสายฟ้า” พอผมจะเดินกลับก็มีมือหนึ่งเกี่ยวรั้งแขนเอาไว้ “กับอี... กับน้ำตาลจะอะไรนักหนาคะ”
“แล้วเธอจะอะไรนักหนาคนที่เป็นฝ่ายคลั่งคือตัวเอง รู้ตัวมั้ยตอนนี้?”
“เหอะ สายฟ้าไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่ดูแลขนาดนั้นก็ได้ค่ะ พ่อยังไม่สนใจมันเลย” หน้าที่ ความรับผิดชอบ ความสงสาร การจำใจหรือว่าจะเป็นการเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งหมดมันไม่ได้อยู่ในขณะนี้ไม่เกี่ยวข้องกันสักนิด ไม่เกี่ยวข้องกับช่วงวัย ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผมนั้นยอมเองทั้งนั้น “ทิ้งไปได้แล้วน้ำตาลอ่ะ”
“พูดดีๆ นะมีน อย่าทำให้โมโหเป็นครั้งที่สี่”
“ดีสุดแล้วเช่นกัน”
หมับ!
“อื้อ!”
“ครั้งนี้แค่เตือน อย่ายุ่งอีก” ผมรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวว่าตอนนี้กำลังใช้กำลังกับเพศแม่ตัวเอง การส่งมือเข้าไปบีบกรามมีนจนใบหน้าอีกฝ่ายไร้สีซีดเผือดลงก็ยังไม่หยุดยิ่งส่งแรงออกไปอีกละรอบหนึ่ง “อย่าแตะอีกไม่ว่าจะใช้มือใครแทน เธอไม่ได้ฉลาดเลยมีนรู้เอาไว้ซะ”
ติ้ง!
ผมปล่อยมือจากใบหน้าของมีนจากนั้นก็เดินออกจากตรงนั้นพอได้ยินเสียงไลน์เข้าหูมารอยยิ้มเยาะของตัวเองมันก็แสดงออกมาจากริมฝีปากประจวบกับก้าวเท้าให้ช้าลงเพราะรู้ว่าอะไรดี กำลังจะมาในไม่ช้านี้
“สายฟ้า!
“...”
“นี่มันอะไรกัน” ใบหน้าของมีนดูตื่นตระหนกว่าทุกครั้งที่ผมเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่สนใจตราบใดที่ไม่ได้แตะตัวลูกหมาผมใจดีเสมอไม่เปลี่ยนแต่ถ้าร่างกายลูกหมาเป็นร่องรอยเมื่อไหร่ใครหน้าไหนก็ไม่เว้น “สายฟ้าทำอะไร”
“ก็ทำให้ไอ้คนที่กล้าเป็นหน้าม้าตบน้ำตาลมันได้กระอักเลือดไง”
“...”
“จำเอาไว้นะมีนน้ำตาล... สายฟ้าคนนี้แตะได้คนเดียว”
พูดก็ให้จำ
แค่นี้เท้าผมก็มุ่งหน้าเดินออกจากลานจอดรถย้อนกลับมาทิศทางเดิม ต้นเหตุของคนที่มันทำให้น้ำตาลต้องมานอนแช่อยู่โรงพยาบาลมากกว่าแต่งตัวสวยนั่งยิ้มแฉ่งทานอาหารที่ชอบบนดาดฟ้าในคืนเคาน์ดาวน์บวกวันเกิดผมไม่ได้ทำแค่นี้หรอกนะ ถึงตัวต้นเหตุแบบมีนยังคงลอยนวลเพราะยังไงเธอก็เลือกปฏิเสธแน่ถ้าถามและผมก็คงไม่เสียเวลาคาดครั้นให้มันไร้ประโยชน์หรอก
“มาละ ไปดูมั้ยเฮียฟ้า”
เสียงนี้ทำให้ผมหยุดแล้วหันไปมอง เจ้าของเสียงมันยืนนิ่งท้าวแขนสองข้างกับระเบียงยกรอยยิ้มส่งมาให้ ‘สายน้ำ’ ชื่อของมันน้องชายลำดับสองห่างกันแค่ปีเดียวของตัวเองไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าของอีกคนมาสมทบหยุดยืนข้างสายน้ำ คนนี้สายตานิสัยเย็นชากับทุกสิ่งอย่างมันแค่ยกยิ้มให้ผมโดยปราศจากคำพูดใดๆ ออกมา ‘สายลม’ ชื่อของมันเป็นน้องชายคนสุดท้องห่างกับผมสี่ปีด้วยกัน
“อยู่ที่นี่เหรอว่ะ”
“อ่าฮะ มัวรีบมาหาเมียเกินเหรอถึงไม่รู้”
“มึงนี่มัน... แล้วไงบ้าง”
สามคำแรกอยากว่าให้ไอ้น้ำส่วนสามคำหลังผมถามอาการซึ่งไอ้น้ำมันรู้ดีว่าหมายถึงใคร ไม่ได้ถามเพราะห่วงแต่ที่ถามเพราะกำลังคิดว่ามันน้อยเกินไปหรือเปล่าสำหรับการโต้กลับในรูปแบบสกปรก
ไม่ได้คิดหรือชื่นชมว่าตัวเองคนดีหรือว่าเลวแต่สิ่งที่ทำนั้นมันเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้หลายคนรับรู้ว่าไม่ควรมาหาเรื่องกับอีกคนหนึ่งก็เท่านั้น
การแสดงจุดยืนไม่ใช่เรื่องแปลก
“ร่องรอยเต็มตัว เฮียส่งไปห้ารุมหนึ่งนิ”
“หึ” ผมไม่สนใจว่าพวกนั้นจะเป็นยังไงมีร่องรอยเท่าไหร่ผมสนใจแค่มือไหนที่พวกนั้นใช้ตบเข้าแก้มข้างซ้ายของลูกหมาตัวเองจนมันขึ้นเป็นปื้นแดงเด่นชัดขนาดนั้น การแสยะยิ้มออกมาแบบนี้รู้ไหมว่าไม่ได้สะใจแต่สมองผมกับอยากรู้อะไรบางอย่างจากพวกนั้น “สารภาพมั้ยใครทำ”
“เฮียให้เน้นใครล่ะ” คราวนี้ไอ้ลมเอ่ยขึ้น “สารภาพมาแล้วก็คนนั้นแหละสั่ง”
“อืม”
“แรงขึ้นเรื่อยๆ นะเฮียยังปล่อยผ่านเหรอ”
ผมเข้าใจกับสิ่งที่ไอ้ลมพูดมาเพราะครั้งนี้มันเริ่มรุนแรงถึงเนื้อถึงตัวน้ำตาลขึ้นกว่าเดิมการคอนโทรลจึงยากเล็กน้อยแต่คงไม่เกินนี้หรอก ผมมันเป็นคนประเภทไม่ใจดีอะไรขนาดนั้น
“ไปบอกพ่อแม่ของพวกนั้นนะว่าสั่งสอนลูกหน่อยอย่าปล่อยให้คนอื่นสอน อีกครั้งกูเอาตาย”
แล้วผมไม่ได้ขู่แต่จะเอาจริงกับสิ่งที่ได้พูดไป
สักพักกับการยืนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ผมก็กลับเข้ามาในห้องพักของน้ำตาลที่ในตอนนี้เหลือแค่เธอคนเดียว ดวงตากลมมองผมตาแป๋วเหมือนลูกหมาตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาแล้วใบหน้าก็ค่อยๆ ขมวดสงสัยขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ยังปราศจากประโยคสนทนา
“จะถามก็ถามมา มองแบบนั้นไม่รู้เรื่องหรอก”
ตามนิสัยของน้ำตาลสงสัยแต่ไม่ถามรอให้เปิดประเด็นแล้วจะถาม
“อีมีนมันมาไม้ไหนอีก”
“จะมาไม้ไหนก็ไม่มีอะไรทั้งนั้นคุยเสร็จตั้งแต่ห้านาทีแรกแล้วที่ช้าคุยกับไอ้น้ำ ไอ้ลมอยู่”
“ก็ว่าอยู่ทำไมนาน” น้ำตาลพึมพร่ำสักพักหนึ่งก็เรียกให้ผมเข้าไปปรับเตียงใหม่ให้อยู่ในท่าทางก็นอนกึ่งนั่ง รู้ไหมสิ่งที่ขำกับเธอมากคือการที่น้ำตาลไม่ยอมใช้มือข้างที่โดนเจาะเลยไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว กลัวอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้ “หิว”
เพียงคำเดียวที่ยังไม่ทันนั่งก็ต้องลุกไปเคลื่อนโต๊ะที่ใช้วางอาหารสำหรับคนไข้มายังเตียงจากนั้นก็เอื้อมมือไปเอาถุงใบใหญ่หลายถุงมาเปิดเพื่อให้อีกคนได้ทาน อาหารทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของอ่อนดีต่อกระเพาะทั้งนั้นป่วยง่ายแบบนี้ต่อไปให้ห่างสายตาคงไม่ได้แน่ๆ ไม่งั้นแอบซนไปทานอะไรมั่วอีก
ทุกอย่างไม่ใช่สิ่งที่สายรุ้งแคปหน้าจอมาฟ้องผมหรอก
ของแบบนั้นตอนป่วยน้ำตาลไม่มีทางได้ลิ้มรส
ผมยืนยัน
“เสียใจด้วยนะที่ไม่ใช่ปูไข่ดอง กรรเชียงปู ปูดอง กุ้งแช่น้ำปลาตบท้ายด้วยตำปูปลาร้าอย่างที่คิดไว้” สายตาคมตวัดมองผมทั้งที่ข้าวผัดปูยังเต็มปากเพื่อให้รู้ว่าไม่พอใจที่จะได้ยินมันจากนั้นก็หันไปใส่ใจกับอาหารพวกนั้นต่อคงหิวมากได้แต่ทานเอาๆ ขนาดนี้กระทั่งเวลาผ่านไปทุกอย่างที่ซื้อมาหมดลงก็เป็นหน้าที่ผมเช่นเดิมนั่งคือการเก็บ “พักผ่อนซะ”
“ไม่ง่วง”
แต่ก็ได้คำปฏิเสธมา
“งั้นก็ช่วยเอาบัตรซ่อนไว้ที่นมออกมาได้แล้วลูกหมา”
“รู้เหรอ รู้ว่าอยู่ใน...” น้ำตาลดึงคอเสื้อให้ออกมาจากตัวแล้วก้มมองไปยังหน้าอกตัวเองต่อหน้าผมจากนั้นไม่นานก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงกร่ำ “ไม่ให้นะ”
ก็ไม่ได้คิดจะเอาคืนอยู่แล้วเปล่าวะ
ดื้อมาแค่ไหนก็ดูเอาเถอะ
แค่นี้น้ำตาลเธอก็หันไปหน้าไปทางอื่นยกมือขึ้นกอดทับบัตรที่อยู่ภายใต้เสื้อแสดงให้รู้ว่าหวง ลูกหมาหวงของแล้วก็ชิงทำเป็นหลับไปไม่กระดุกกระดิกเลยพอสักพักหนึ่งลมหายใจของคนที่แกล้งหลับนั้นได้หายใจอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าได้นอนหลับจริงๆ ไปแล้วผมจึงเดินเข้าไปหาค่อยยกมือข้างที่วางบนอกออกอย่างเบามือสุด
ข้างนี้แหละที่พึ่งมีสายข้อมือสีทองประดับอยู่ จี้ของสร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นรูปสายฟ้า แม่เข้าใจเลือกมากนะและผมก็ชอบด้วยเพราะฉะนั้นผมจึงล้วงเข้าไปหยิบของชิ้นหนึ่งในกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกออกมาสวมเข้าไปในนิ้วนางเรียวยาวของมือข้างนี้ แหวนวงเล็กที่มีลักษณะเป็นสายฟ้าประดับเพชรเม็ดเล็กนั้นเข้ากันกับเธอไปหมดแค่นี้ก็ดีใจที่สุดแล้ววันนี้เป็นวันเกิดลูกหมาครับ วันนี้ผมจึงอยากให้ของขวัญเขา
เหมือนที่ทำมาทุกปีไม่เคยขาดแม้สักครั้งเดียว ถึงแม้ลูกหมาตัวนี้จะดื้อดึงซนแบบครั้งแทบทำให้คลั่งมากแค่ไหนก็ตามทว่ายังไงแล้วมันก็แฝงความน่ารักเอาไว้ตลอดเวลาที่หันไปมองทุกครั้ง
ลูกหมาตัวนี้ผมชอบมันนักหนา ลูกหมาตัวนี้ผมรักแสนรัก เมื่อเป็นแบบนั้นแล้วจึงจะดูแลให้ดีที่สุดเอง ผมจึงก้มตัวลงจุ๊บไปยังหน้าผากของลูกหมาตัวนี้แล้วบอกออกไปอย่างแผ่วเบาว่า
“Happy birthday to ลูกหมาที่เป็นโลกทั้งใบของผม”
~ติ้ง~
แล้วมันก็มีมารมาขัดในรูปแบบไลน์อีกจนได้
พี่น้องพร้อมหักหลัง (ถ้าอัดเงินมากกว่า) (4)
______________________________________________
พี่สาย: [แนบรูป]
พี่สาย: อะไรเอ่ย?
พี่สาย: เห็นมั้ยความอ่อนโยนที่พวกกูไม่เคยได้รับ อะไรจะขนาดนี้ครับคนๆ นี้@ S.F>N:
(Read 4)