CHAPTER 05
แล้วรู้อะไรมั้ยว่าถ้ามีไอ้สายเป็นคนขึ้นมาจุดประเด็นพร้อมเด่นรูปประกอบขนาดนี้แล้วอีกสองคนในกลุ่มจะอยู่เฉยๆ ได้ไม่มีวันแน่
ต้องมีรุม
ต้องมีแซว
ตอนนี้หน้าจอขึ้นว่าอ่านครบเป็นที่เรียบร้อย
จากมุมแอบถ่ายของรูปนั้นรู้โดยอัตโนมัติเลยว่าถ้าถ่ายจากประตูห้องพักในโรงพยาบาลมันเหมาะเจาะเกินไปด้วยซ้ำเพราะเห็นเสี้ยวใบหน้าของน้ำตาลกำลังหลับพริ้มไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนผมโน้มใบหน้าเข้าไปจุ๊บยังหน้าผากของอีกคน
แสดงว่าสายน้ำกำลังจะเข้ามาเยี่ยมแล้วมาทันเห็นจากนั้นก็เลยตั้งใจถ่ายรูปเอาไว้มาแซวในกลุ่ม
ก็มีบ้างอะไรแบบนี้
หนักกว่านี้พวกน้องเหี้ยก็มีทำ
พี่น้องพร้อมหักหลัง (ถ้าอัดเงินมากกว่า) (4)
[ต่อ]
______________________________________________
SAY (R): ไม่ใช่ลูกหมาก็หลบไป
พี่สาย: มันขนาดนี้เลยนะ
กูสายอะไรก็ช่างกู: เขารักของเขา
S.F>N: นอนไปไอ้พวกควาย
พี่สาย: เขินดูออก
SAY (R): นี่น้องเป็นผู้หญิงนะ
S.F>N: เหรอ ผู้หญิงเหรอ
พี่สาย: ผมน่ะจะบอกว่าคืนนี้นอนกอดขวดครับ
SAY (R): ให้ผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียว หายหัวไปหมด
SAY (R): ไม่เคยมีเวลาให้ครอบครัว @ S.F>N: เว้นคนนี้คนเดียวเท่านั้น
กูสายอะไรก็ช่างกู: เดี๋ยวกลับ
พี่สาย: เดี๋ยวกลับ
S.F>N: ขับรถดีๆ
S.F>N: พ่อมึงตั้งด่านเยอะอยู่ช่วงนี้
มันก็แค่นี้พอสายรุ้งน้องลำดับสองของผมเอ่ยมีเหรอว่าไอ้พวกน้องในลำดับต่อๆ กันมันจะยังอยู่นิ่งได้อีกไม่มีทางวางล้านหนึ่งเลยถ้าพวกมันไม่รีบกลับ ป่านนี้คงวิ่งแจ้นขับรถกลับบ้านแทบไม่ทันส่วนผมนั้นเตรียมของขวัญไว้ให้พวกมันทั้งสามคนเรียบร้อยแล้วแหละถึงตัวจะไม่ได้กลับไปก็ตาม
ค่ำคืนสิ้นปีแบบนี้ความคึกคักมีให้เห็นแม้กระทั่งในโรงพยาบาลตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในเขตโรงพยาบาลมีการตกแต่งรับเทศกาลให้มีสีสันขึ้นกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความพิเศษไม่ให้ผู้ป่วยเบื่อหน่ายให้เข้ากับช่วงเทศกาล ผมปลีกตัวไปจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยออกจากห้องน้ำมาในชุดนอนสีน้ำเงินลายทางก็ยังเห็นน้ำตาลหลับนิ่งในท่าเดิมจึงเลี่ยงเดินออกมาด้านนอกระเบียงด้วยกีต้าร์อันหนึ่งในมือ
คืนนี้เมื่อมองพ้นเขตริมระเบียงไปแล้วล้วนเห็นแสงไฟระยิบระยับปรากฏสู้ความมืดมิดออกมาดูในระยะไกลคล้ายว่าดวงไฟเหล่านั้นสงบแต่ความเป็นจริงไม่เลยมีความวุ่นวายขนาดใหญ่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเลยด้วยซ้ำ
อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงช่วงเวลาของปีนี้ก็จะเดินทางมาจบลงอย่างสมบูรณ์และก็เป็นการเริ่มเวลาของปีใหม่
ผมนั่งเก้าอี้โดยดีดกีต้าร์คลอไปด้วยก่อนเบี่ยงใบหน้ามองเข้าไปด้านในบานเคลื่อนใส มองค้างอยู่แบบนั้นกับผู้หญิงที่ไม่ว่าผมจะออกไปหาเศษหาเลยกับใครเลย ช่วงแรกๆ ที่พึ่งรู้จักกันนั้นออกไปไม่เกินสองวันสมองของผมมักเหมือนโดนตีหัวกลับมาตายที่เธอเสมอ
โคตรมีอิทธิพลเลยวะ
โคตรของโคตรเลยก็ว่าได้
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีก็มีคนที่ผมจ้องมายืนข้างๆ ด้วยใบหน้าหงอยไม่ค่อยตื่นเท่าไหร่ผมจึงรีบลุกใช้มืออีกข้างจับเข้าไปที่แขวนสายน้ำเกลือให้ขยับตามร่างของน้ำตาลพอเธอนั่งค่อยนั่งตาม ก็เหมือนเดิมมือข้างที่ถูกเจาะนั้นไม่ใช้งานเลยได้แต่วางไว้บนตักส่วนอีกข้างนั้นกำลังแกะถุงขนมปังด้วยความตั้งใจเห็นแบบนั้นแล้วอดไม่ได้จริงๆ จึงคว้าถุงขนมปังมาแกะให้ทว่าพอจะส่งคืนก็มีประโยคส่งมา
“ฟ้าเอาขอบขนมปังออกให้ด้วย”
“กี่แผ่น จะกินกี่แผ่น”
“เอาออกหมดเลยนะเผื่อไว้”
เออดีกลายมาเป็นคนเอาขอบขนมปังออกให้อีกคนที่กำลังนั่นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ในวันท้ายปีกระทั่งเสียงพลุกระจายวงกว้างเพิ่มสีสันบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนผมก็รู้ว่าตอนนี้เข้าสู่ปีใหม่และเป็นวันเกิดตัวเองเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากถ้าจะหันหน้าไปมองน้ำตาลที่ยังจ้องผมตาแป๋วค้างไว้พร้อมภาวนาประโยคนี้ขึ้นเหมือนเดิมซ้ำๆ กับทุกปี
ขอให้มีลูกหมาตัวนี้อยู่ข้างๆ ไปตลอดก็พอ
นี่คือสิ่งที่ผมขอ
~ติ้ง~ แล้วก็เหมือนเดิมมีพวกมารมาขัดขวาง
ชายโฉดโปรดอย่าพูดถึงเมีย (9)
______________________________________________
TA’TA: HBD ไอ้สัสฟ้า AND HAPPY NEW YEAR EVERYONE!
ไท ไทแล้วไง: ชิงหมาเกิดแล้วก็ยังเหี้ยอีก HBD
GUN: HBD
เกรย์แล้วไง: HBD
GAM: HBD
กานก่านก้านก๊านก๋าน: HBD
GUN: ควายลอกกู หัดมีหัวคิดบ้าง
KUN: เบิร์ดเดย์ครับ
ONEONE: สุขสันวันเกิด
S.F>N: ขอบใจ
GUN: แล้วมึงทำอะไรอยู่ คืนวันเกิดทั้งที
GAM: HBD
กานก่านก้านก๊านก๋าน: เฮียกันต์ขี้เสือกเหมือนกันนะเนี่ย
GUN: ไม่เท่ามึงอ่ะไอ้ควายกานต์
S.F>N: ฉีกขอบขนมปังออกให้ลูกหมา
ไท ไทแล้วไง: มีงี้ด้วยเหรอวะ
ONEONE: เออ 55555 นึกว่ากอดกันกลมแล้ว
S.F>N: พวกมึงฝันกันอยู่เหรอ
S.F>N: มีกูเผชิญอยู่นี้ไง ตื่นมาหิวปุ๊บแดกปั๊บอยู่เนี่ย
TA’TA: ดีแล้วจ้า
ไท ไทแล้วไง: งั้นพวกกูแดกเหล้าต่อ 55555
ยื่นไปให้กับน้ำตาล เธอเอาขนมปังชิ้นแรกเข้ามางับเข้าปากทานทันทีพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาเป็นท่าทางประกอบ
อารมณ์ดีสินะ
อารมณ์ดีแบบสุดๆ
เป็นแบบนี้แล้วผมจึงลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กไปวางไปบนศีรษะของน้ำตาลอีกทั้งยังใช้หลังมือวัดไข้ดูก็พบว่ามันปกติจึงมานั่งดีดกีต้าร์ต่อที่เดิม
ออกมานั่งระเบียงในตอนนี้มีแต่น้ำค้างตกแต่ถ้าไล่เข้าไปด้านในรู้ว่าต้องโดนงอแงใส่แน่แบบนี้คือวิธีรับมือที่ได้ผลสุดแล้วแหละอีกอย่างคืนนี้ผมรู้ว่าน้ำตาลตื่นเต้นแค่ไหน
น้ำตาลชอบเดือนธันวาคมมากกว่าทั้ง 12 เดือน
น้ำตาลเกิดเดือนธันวาคม
น้ำตาลชอบเทศกาลที่ประดับไฟสร้างบรรยากาศ
น้ำตาลชอบนั่งมองแสงไฟพวกนั้น
น้ำตาลชอบอากาศหนาว
น้ำตาลก็ชอบหิมะ
และน้ำตาลอยากไปอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ทุกอย่างผมจำได้...
จำได้อย่างขึ้นใจกับความชอบของอีกฝ่าย
จำได้แบบไม่ต้องทวนแค่เรียนรู้จากการพูดครั้งเดียวของอีกฝ่าย เรียนรู้จากรอยยิ้ม แววตาแวววาวเวลามองหรือชอบใจและก็เรียนรู้จากน้ำเสียงที่ใช้มันจะแตกต่างออกไปเลย
ความชอบมักทำให้ตื่นเต้น
ผมไม่โรแมนติคหรอก
ผมไม่เคยมีอะไรเซอร์ไพรส์
ผมทำอะไรให้น้ำตาลตอนเธอไม่รู้ทั้งนั้นแต่ผมก็มีความสุขนะที่ได้ทำให้เธอด้วยตัวเองทุกครั้งถึงเจ้าตัวจะไม่รู้ก็ตาม จุดหมายของเส้นชัยที่ตั้งเป้าไว้ปลายทางเป็นรอยยิ้มของคนนี้แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วสำหรับคนอย่างผม
“อร่อยมั้ย”
“ร้านโปรด อร่อย”
ใช่ร้านโปรดที่ทานแบบเพียวๆ ได้
ผมรู้ดี
แล้วก็รู้ดีว่าต่อจากนี้จะทำอะไรต่อ
♬ เธออายใครไหมที่เดินกับฉัน... จับมือกับฉันภูมิใจบ้างไหม ♬
♬ ฉันจะยอมรับฟัง... หากเธอไม่แน่ใจก็จะพร้อมทำตามหัวใจของเธอ ♬
เพลงนี้ถูกร้องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในรอบหลายปี เป็นธรรมดามากเพราะน้ำตาลมักเป็นฝ่ายได้ฟังเพียงคนเดียวมาเสมอ ส่วนน้อยไม่มีใครรู้ว่าผมเล่นกีต้าร์และร้องเพลงเป็น ถ้าไม่สนิทไม่มีวันรู้
♬ ไม่ได้เลิศหรูแค่คนบนพื้นดินทราย... ไม่ใช่เจ้าชายที่มีให้เธอได้ทุกสิ่ง ♬
♬ มีเพียงสองมือที่พร้อมจะทำเพื่อเธอด้วยรักจริงไม่มีวันจะทิ้งให้เธอต้องเสียใจ ♬
บทเพลงดำเนินไปเรื่อยๆ กระทั่งจบไปแล้วน้ำตาลก็ยังงับขนมปังอยู่
แต่รู้ไหมว่ามือเรียวเล็กวางถุงขนมปังไว้ด้านหลังจากนั้นก็ใช้ปากคาบแผ่นขนมปังเอาไว้เพื่อให้มือว่าง น้ำตาลตีมือกระทบกับขาตัวเองให้เกิดเสียงคล้ายตบมือให้พร้อมยิ้มจนตายี๋ พอจัดการกับขนมปังแผ่นนั้นเสร็จเจ้าตัวก็ลุกขึ้นจะเดินกลับเข้าไปแต่แล้ววินาทีหนึ่งที่ผมยังไม่ทันตั้งตัวน้ำตาลโน้มตัวเข้ามา...
จุ๊บแก้มผมทีหนึ่ง
“ของขวัญชอบมาก สุขสันต์วันเกิดนะฟ้าของลูกหมา”
ผมก็ชอบมากเช่นกัน
กับการที่ลูกหมาตอบกลับมาแบบนี้
น้อยนักจะได้เห็นมุมนี้จากคนนี้นอกจากการวางตัวปกติอย่าให้บอกเลยว่าแข็งทื่อแค่ไหนปากแข็งยิ่งกว่าอะไรของน้ำตาล ไม่มีหรอกนะความหวานจากเธอนอกจากจะอ้อนในเวลาไม่สบายจริงๆ หรือไม่ก็ในยามที่ไม่ไหว
น้ำตาลคือหนึ่งในผู้หญิงประเภทนี้
จะอดทนถึงขั้นสุด
สุดแบบสุดจริงๆ
รู้ไหมเมื่อคืนหลังจากง้อน้ำตาลเสร็จผมก็พาเธอไปส่งที่ประจำนั่นก็คือเพนท์เฮ้าส์ใจกลางเมืองชั้นบนสุดของคอนโดที่พึ่งสร้างขึ้นผมก็ต้องปลีกตัวไปเคลียร์งานให้เสร็จเพื่อเวลาในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยอย่างเช่นทุกปีทว่าจวบจนสี่ทุ่มกว่าพอมาถึงเพนท์เฮ้าส์ก็ต้องหัวเสียสุดขีด
หัวเสียกับใบหน้าของน้ำตาลที่ซีดเซียว
หัวเสียกับการนอนขดตัวบนเตียงแล้วร้องไห้
หัวเสียกับการที่เธอเอ่ยบอกว่าเจ็บทรมานที่ท้อง
นับไม่ได้ว่าผมสบถไปแล้วกี่รอบแต่ก็ต้องรีบอุ้มพาร่างที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงส่งโรงพยาบาลให้ทันการไม่เช่นนั้นน้ำตาลไม่รอดหรอกน่าจะช็อคแน่ๆ รู้ไหมผมโคตรจำฝังใจเลยกับเหตุการณ์นั้นแล้วก็โคตรกลัวเช่นกันต่อไปนี้จะพยายามดูแลเธอให้ดีกว่านี้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม
สองวันต่อมา
“หูยย... ไอ้อ้วน”
“นางฟ้า”
ผมย้ำในขณะเข้ามาด้านในรถฟากคนขับตามหลังน้ำตาลไม่กี่นาทีพบว่ามีน้องอ้วนขนสีน้ำตาลอ่อนนอนขดตัวหันหน้าย่นไปทางช่องแอร์บนตักของเจ้าของตัวจริงไปเรียบร้อย
วันนี้ผมเข้ามารับน้ำตาลออกจากโรงพยาบาลแต่เนื่องด้วยยังอยู่ในช่วงวันหยุดจึงพานางฟ้ามารับแม่เขากลับด้วยโดยฝากลูกน้องดูในช่วงที่ขึ้นไปรับน้ำตาล
เห็นแบบนี้แล้วก็ชื่นใจมาหน่อย
นางฟ้าทำให้แม่ตัวเองยิ้มได้ ยิ้มกว้างขึ้นด้วย
แต่กว่าจะมาในรถนั้นค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควรเลยทีเดียวเหตุก็เพราะว่าน้ำตาลงอแงดื้อกับการให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลือจากมือก็เป็นตามคาดที่คิดเอาไว้กว่าจะเคลียร์ปลอบใจเสร็จทุกอย่างเล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกันแต่ก็ช่างเถอะ
ผมควรชินเสียแล้ว
“จะเรียกไอ้อ้วน”
“นางฟ้าดิ”
“ไม่ทีฟ้ายังเรียกคนอื่นว่าลูกหมา”
“ดื้อ”
“ใครกันที่ดื้อ นี่เปลี่ยนรถใหม่อีกแล้วนะ”