ตอนที่ 6 พบกันอีกครั้ง

1162 คำ
เมื่อถึงเวลาตามกำหนดของเที่ยวบิน วัลลพทำทีเดินเข้ามาในอาคารผู้โดยสาร มองหาผู้เป็นแม่ ภาวัณเห็นลูกชายจำได้รีบเดินไปหาพร้อมกับเรียกลูกชายด้วยความดีใจ “ตาลพ แม่อยู่นี้” “แม่ครับ สวัสดีครับ” วัลลพยกมือไหว้สวมกอดด้วยความดีใจหลังจากไม่ได้กลับบ้านมาสองปีเต็ม “ต่อไปนี้ไม่ต้องไปไหนอีกแล้วนะ” ภาวัณกอดลูกชายแน่น “ครับ ผมจะอยู่ดูแลแม่เองครับ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าแม่คงอึดอัดใจที่ต้องอยู่กับพ่อ “กลับบ้านกันเถอะ แม่เตรียมของโปรดให้ลูกไว้เยอะเลย” ภาวัณเดินกอดแขนลูกชายเดินออกจากอาคารผู้โดยสาร ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ พลรัตน์นั่งรอการกลับมาของลูกชาย ถึงเวลาแล้วเขาจะต้องยกธุรกิจครึ่งหนึ่งให้ลูกชายบริหารดูแล ส่วนเขาจะไปดูแลธุรกิจอีกตัวหนึ่งซึ่งตอนนี้ทำรายได้อย่างมหาศาล จนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน แอบหวังอยู่ในใจป่านนี้เรื่องคงจะเงียบไปแล้ว “กลับมาแล้วเหรอเจ้าลูกชาย” “ครับพ่อ สวัสดีครับ” วัลลพยกมือไหว้ “หวังว่าไม่ไปเรียนต่อที่ไหนอีกแล้วนะ นายสัญญาว่ากลับมาจะช่วยฉันทำงาน งั้นพรุ่งนี้เช้าไปกับฉัน” คนเป็นพ่อทวงสัญญา “ครับพ่อ” เขาเอ่ยไม่ค่อยเต็มเสียงนัก “นี่ ลูกมาเหนื่อยๆ อย่าเพิ่ง...” “หยุดพูดเลย ฉันกำลังคุยกับลูกอยู่ อย่าออกความเห็นจะได้มั๊ย” พลรัตน์ตวัดเสียงดังใส่ภรรยา ภาวัณถึงกับหน้าเจื่อน ไม่กล้าพูดต่อ “พอเถอะครับ ผมขอตัวเอาของไปเก็บก่อนนะครับ ตอนเย็นลงมาทานข้าวด้วย แล้วพรุ่งนี้เช้าผมจะไปกับพ่อเอง” ชายหนุ่มเดินขึ้นไปชั้นบนด้วยความเหนื่อยใจ วันต่อมา พอกลับจากต่างจังหวัดทางบริษัทให้พักหนึ่งวัน แต่นภาสรไม่หยุดรีบตื่นเช้าเตรียมทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มของบริษัทชุดสีม่วงสดใส “นี่ ภา ใจคอจะไม่พักเหนื่อยบ้างเลยเหรอเพิ่งกลับจากต่างจังหวัดเมื่อวานเองนะ” ป้าสุเกาะรั้วถามหญิงสาวด้วยความห่วงใย กลับมาถึงก็ดึกแล้วตอนเช้าก็จะขับรถออกไปอีก “แค่นี้สบายมากค่ะป้า ทำงานเยอะๆเหนื่อยนั้นแหละดี จะได้หลับสนิท” หญิงสาวบอกป้าสุเป็นนัยๆ ตลอดเวลาเธอไม่เคยหลับสนิทแม้แต่ครั้งเดียว หลับตาลงทีไรภาพน้องสาวล่องลอยเข้ามาทุกครั้ง “นี่ก็สองปีแล้วนะ ยัง.....” “งานเด้งพอดีเลยป้า ไปก่อนนะ ฝากเปิดไฟบ้านให้หน่อยนะคะ” นภาสรรีบตัดบท เธอรู้ดีว่าป้าสุกำลังจะพูดถึงภัสสร แต่โดนหญิงสาวตัดบทเสียก่อน วันนี้ตั้งใจจะกลับบ้านค่ำเหมือนทุกครั้ง จึงขอให้ป้าสุเปิดไฟเหมือนเคย “ได้ๆ ไว้ป้าจะเปิดไฟให้นะ ขับรถดีๆ เหนื่อยก็พักบ้างแล้วกัน” “ได้ค่ะ ไปก่อนนะคะ” รถมอเตอร์ไซค์พร้อมกับกล่องใส่ของเอนกประสงค์สีม่วงขับออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว นภาสรขับรถไปตามแผนที่แสดงอยู่ในแอฟ เพื่อไปยังร้านอาหารนั่งรอรับอาหาร แล้วนำไปส่งให้กับ ลูกค้า งานส่งอาหารจึงเป็นที่นิยมและมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนแบบนี้ ทางด้านวัลลพ กับพลรัตน์ นั่งรถมาด้วยกันเตรียมไปในบ่อนกาสิโน ชายหนุ่มนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความหนักใจ งานพวกนี้เขาไม่อยากทำมันเลย ทำไมพ่อต้องบังคับเขาด้วย “เป็นอะไรไป ทำไมเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากแบบนั้น” “เปล่าครับพ่อ ผมอาจจะเบื่อรถติดก็ได้ครับ” วัลลพแก้ตัว “อย่างงั้นเหรอ ดีสิทำงานในบ่อนจะได้ไม่ต้องไปไหน บ่อนของพ่อมีแต่เวลากลางวันเท่านั้น” พลรัตน์พูดด้วยความภูมิใจ แต่คนเป็นลูกนั่งส่ายหน้าเบาๆไม่รู้สึกภูมิใจสักนิด นภาสรรับอาหารเตรียมขับรถไปส่งให้ลูกค้า หญิงสาวขับรถด้วยความระมัดระวัง แต่จู่ๆเธอก็ถูกรถยนต์ในซอยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจรีบหักหลบจนรถเสียหลักล้มลงตรงหน้ารถยนต์คันหรู เอี๊ยด เสียงเบรกรถดังเอี๊ยด สองพ่อลูกหัวเกือบทิ่ม โชคดีทั้งสองคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ “เกิดอะไรขึ้น” พลรัตน์ถามคนขับรถน้ำเสียงหงุดหงิด “ขอโทษครับท่าน พอดีมีรถมอเตอร์ไซค์เสียหลักล้มครับ” “ขับรถยังไง ลงไปจัดการที ฉันไม่มีเวลามายุ่งเรื่องไร้สาระหรอกนะ” “ครับท่าน” “เดี๋ยวผมลงไปดูเองครับพ่อ” วัลลพมองออกนอกหน้าต่างเห็นไรเดอร์สาวกำลังพยุงตัวดึงรถขึ้นมาอย่างทุลักทุเล “เฮ้ย ไม่ต้องหรอก” ชายหนุ่มไม่สนใจคำทัดทานของผู้เป็นพ่อ ร่างสูงรีบเดินลงจากรถ “เป็นอะไรหรือเปล่า ผมช่วยนะ” ชายหนุ่มลงมาช่วยหญิงสาวประคองรถ “ไม่เป็นไรค่ะ” นภาสรรีบปฏิเสธพอเงยหน้ามองชายหนุ่ม ร่างบางยืนแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้าง เธอพบกับเขาอีกแล้ว โชคดีสวมหมวกกันน็อคเต็มใบปิดหน้าเอาไว้ไม่อย่างงั้น เขาคงจำเธอได้เช่นกัน หญิงสาวมองรถยนต์คันหรู จอดเปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้ นี่เขาจะไปที่ไหนกัน ร่างบางยืนนิ่ง “เป็นอะไรหรือเปล่าคุณ นี่คุณๆ คุณๆ” “เอ่อ เปล่าค่ะ” เสียงของเขาทำให้เธอได้สติ นภาสรทำเป็นไม่รู้จักและไม่ยอมเปิดเผยตัวตน เพื่อจะได้ติดตามว่าเขากำลังจะไปที่ไหน อีกทั้งเป็นการสืบตัวตนของเขาไปด้วย “มีอะไรให้ผมช่วยมั๊ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เอาอย่างนี้ นี่นามบัตรบริษัทของผม หากคุณไปตรวจร่างกายแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มเติม โทรหาได้นะครับ ผมยินดีรับผิดชอบ” ว่าแล้วมือหนาหยิบนามบัตรแล้วยื่นให้ ในชั่วโมงเร่งด่วนแบบนี้ มันไม่เป็นผลดีต่อเพื่อนร่วมท้องถนนเป็นแน่ จะให้เงินก็กลัวถูกมองเป็นคนรวยใช้เงินแก้ปัญหา นภาสรยืนนิ่งราวกับเป็นปูนปั้น ดวงตากลมโตจ้องหน้าเขานี่คงเป็นโชคชะตาสินะ ‘ภัสช่วยพี่ด้วย เป็นกำลังใจให้พี่ พี่เจอคนที่ทำร้ายภัสแล้ว’ “คุณ รับไปสิ” เขาเรียกสติอีกครั้ง “คะ” นภาสรรีบตั้งสติและรับนามบัตรเอาไว้ มองร่างสูงเดินขึ้นรถไป ส่วนคนขับรถของเขามาช่วยเข็นรถเข้าข้างทางให้ “ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าตัวตนของคุณเป็นใครกันแน่ ฉันจะทำเพื่อภัสสรน้องสาวของฉัน” นภาสรกดยกเลิกออเดอร์อาหาร ตอนนี้เธอมีสิ่งต้องทำ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม