“คุณโอเคจริง ๆ ใช่ไหมคะ? ดูคุณไม่ค่อยสบายใจเลย”
ขนมผิงถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ขณะที่เธอยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ นิวพยายามยิ้ม แต่ความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเขาไม่ได้หลบสายตาของขนมผิงไปเลย
“แค่เรื่องงานนิดหน่อยครับ ไม่อยากให้คุณต้องกังวล มาคุยเรื่องสนุก ๆ กันดีกว่า”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูผ่อนคลาย แต่ขนมผิงก็รู้สึกถึงความไม่จริงใจของเขา
ทันใดนั้น ประตูร้านก็เปิดออกอย่างแรง ชายหนุ่มสามคนที่มีท่าทางดุดันเดินเข้ามาในร้าน ขนมผิงหันไปมองพวกเขา เธอสังเกตเห็นท่าทางของนิวเปลี่ยนไปทันที เขาตื่นตระหนกและพยายามซ่อนความกลัวในแววตา
“ไอ้หมอนี่แหละ!”
หนึ่งในชายกลุ่มนั้นตะโกนพร้อมกับชี้ไปที่นิว ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
ขนมผิงหันไปมองนิวด้วยความสงสัย ในใจเธอเริ่มรู้สึกถึงสิ่งที่ผิดปกติ นิวลุกขึ้นยืนทันทีสีหน้าของเขาแสดงออกถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน
“มีอะไรกันครับ?”
นิวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ แต่ขนมผิงรู้ว่าเขากำลังพยายามปกปิดความกลัว
“มึงยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ!”
ชายอีกคนหนึ่งพูดพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้
“มึงยังจำได้ไหม ว่ามึงไปแย่งแฟนหัวหน้าพวกกูมา! คิดว่าจะหนีพวกกูพ้นเหรอ!”
ขนมผิงนั่งนิ่งด้วยความสับสน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เธอพยายามที่จะไม่ตื่นตระหนก ก็รู้ว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่เธอคาดคิด
“ผมไม่อยากมีเรื่อง”
นิวพยายามพูดพลางถอยหลังไปเรื่อย ๆ แต่ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาขวางทาง
“ไม่อยากมีเรื่องเหรอ? แต่ตอนมึงจีบแฟนหัวหน้าพวกกู มึงไม่คิดจะหยุดเลยสินะ”
ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ
“วันนี้จะได้รู้ว่าหัวหน้าพวกกูจะทำยังไงกับมึง!”
ทันใดนั้น ชายอีกคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหานิวพร้อมกับหมัดที่ฟาดเข้าที่ใบหน้าของเขาเต็มแรงเสียงดังโครมทำให้ทุกคนในร้านตกใจ หันไปมองที่เกิดเหตุช่วงเวลานั้นเหมือนหยุดนิ่ง นิวเสียหลักล้มลงกับพื้นอย่างแรงเลือดซึมออกจากมุมปากของเขา ขนมผิงลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความตกใจ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เธอตะโกนลั่นร้าน แต่ไม่มีใครฟัง ชายทั้งสามคนยังคงรุมล้อมนิวทั้งเตะและต่อยอย่างไม่ปรานี ขนมผิงรู้สึกใจสั่น เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปความกลัวและความกังวลปะปนกันไปหมด เธอมองไปที่เคาน์เตอร์หวังว่าจะมีพนักงานหรือใครสักคนเข้ามาช่วย ดูเหมือนทุกคนจะตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่ง
“หยุด! หยุดเถอะค่ะ!”
ขนมผิงวิ่งเข้าไปหาชายกลุ่มนั้น พยายามจะดึงตัว นิวออกจากสถานการณ์อันตราย ทว่าเธอถูกผลักออกไปอย่างแรงจนเกือบล้มลง
“อย่าเข้ามายุ่ง!”
ชายคนหนึ่งตะโกนใส่เธอ
“นี่ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงอย่างเธอ!”
ขนมผิงไม่ฟังคำเตือน เธอพยายามที่จะเข้าไปช่วย นิวอีกครั้ง แต่แล้วก็ถูกผลักออกไปอีกครั้ง คราวนี้เธอล้มลงกับพื้นจริง ๆ รู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ข้อศอก ขนมผิงก็ยังคงพยายามลุกขึ้นยืน
เสียงไซเรนตำรวจดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงไซเรนที่ดังมาแต่ไกลทำให้ชายทั้งสามคนหยุดชะงัก พวกเขามองหน้ากันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะตัดสินใจวิ่งหนีออกจากร้านไป ทิ้งนิวไว้กับบาดแผลที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
ขนมผิงรีบวิ่งเข้าไปหานิวที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น เธอเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาดวงตาของเขามองขนมผิงด้วยความเจ็บปวด
“ขนมผิง…ผมขอโทษ”
เสียงของเขาสั่นเครือ
“ไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้ค่ะ เราต้องพาคุณไปโรงพยาบาลก่อน”
ขนมผิงพูดพลางช่วยพยุงเขาขึ้น
พนักงานในร้านที่เพิ่งจะตั้งสติได้รีบโทรแจ้งเหตุการณ์กับเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ขนมผิงพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือนิว เธอใช้ผ้ากันเปื้อนของตัวเองกดที่บาดแผลเพื่อหยุดเลือด ก่อนที่พวกเขาจะขึ้นรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาลใกล้ ๆ
ขนมผิงเดินตามพยาบาลที่พานิว คู่เดทของเธอเข้ามายังโรงพยาบาล ความรู้สึกกังวลยังคงติดอยู่ในใจ แม้จะเป็นครั้งแรกที่เธอเข้ามาในโรงพยาบาลนี้ ทุกอย่างดูใหม่และแปลกตาสำหรับเธอ ทั้งบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยและกลิ่นยาฆ่าเชื้อที่เข้มข้นทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ แม้ว่าพยาบาลจะยืนยันแล้วว่านิวไม่ได้บาดเจ็บสาหัส แต่เหตุการณ์ในร้านกาแฟทำให้ขนมผิงอดที่จะรู้สึกสับสนไม่ได้
เมื่อมาถึงเคาน์เตอร์ติดต่อ พยาบาลทักทายขนมผิงด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ มาพบคุณหมอใช่ไหมคะ?”
พยาบาลคนนั้นทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขนมผิงยิ้มตอบแม้จะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
“ค่ะ พาเพื่อนมานะคะ”
เธอตอบอย่างสุภาพและพยายามไม่แสดงความกังวลออกมา พยาบาลพยักหน้าและชี้ไปยังเก้าอี้ในห้องรอคิว
“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะแจ้งคุณหมอให้ค่ะ”
ขนมผิงขอบคุณพยาบาลแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ ความคิดในใจเริ่มตีกันวุ่นวายเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาโรงพยาบาลนี้ และทุกอย่างดูแปลกใหม่ไม่ว่าจะเป็นสถานที่หรือคนรอบข้าง
เมื่อถึงคิวของเธอ พยาบาลเรียกให้ขนมผิงและนิวเข้าไปในห้องตรวจ ขนมผิงลุกขึ้นและพานิวเข้าไปในห้องตรวจโดยไม่คาดคิดว่าจะต้องเจอใครข้างใน
เมื่อทั้งสองมาถึงห้องตรวจ ขนมผิงเปิดประตูเข้าไปเจอคุณหมอหนุ่มในชุดกาวน์สีขาว ภูผาชายที่เธอเคยมีความสัมพันธ์ด้วย ดวงตาของเขามองเธอด้วยความสงบและสุภาพไม่มีท่าทีแสดงว่าเขาจำเธอได้เลย
“สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อนครับ”
ภูผากล่าวทักทายทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขนมผิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกแยกในห้องนี้ แต่เธอก็พยายามเก็บอาการเอาไว้
นิวไม่แสดงอาการสงสัยหรือไม่พอใจ เขานั่งลงด้วยท่าทีปกติ ขนมผิงกลับรู้สึกกระวนกระวายใจไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้
“เจ็บตรงไหนบ้างครับ?”
ภูผาถามขณะที่เริ่มตรวจอาการของนิว ขนมผิง พยายามทำตัวปกติที่สุดแต่ภายในเต็มไปด้วยความคิดสับสน
“แค่โดนชกครับ มีบาดแผลตรงนี้”
นิวพูดพลางชี้ไปที่รอยฟกช้ำที่มุมปากและคิ้ว ภูผามองแผลแล้วพยักหน้า
“แผลไม่ลึกมากครับ อาจจะรู้สึกเจ็บอยู่สักหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะทำความสะอาดและพันแผลให้”
เขาพูดอย่างมืออาชีพ ไม่มีท่าทีบ่งบอกว่าเขาจำขนมผิงได้แม้แต่น้อย
ในขณะที่ภูผากำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ทำแผล เขาก็หันมาพูดกับนิวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสุภาพและเป็นมิตร
“คุณอยากให้แฟนคุณออกไปรอข้างนอกก่อนไหม ครับ? การทำแผลอาจทำให้เธอไม่สบายใจได้”
ขนมผิงชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า "แฟน" แต่เธอก็ไม่อยากขัดจังหวะอะไรจึงหันมองนิวอย่างถาม ความเห็น นิวหันมายิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“รอข้างนอกสักครู่นะครับเดี๋ยวผมทำแผลเสร็จแล้ว จะออกไปหาคุณ”
ขนมผิงยิ้มกลับและพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ภูผาอยู่กับนิวตามลำพัง
หลังจากขนมผิงออกจากห้องไปแล้ว ภูผาก็หันกลับมาทางนิว ใบหน้าเขายังดูเป็นมิตร แต่สายตากลับมีประกายความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ
“นี่คุณรู้ไหมครับ…”
ภูผาเริ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นการบอกเล่า เรื่องธรรมดา