ตอนที่ 1
"การลืมใครสักคนไม่ใช่การลบเขาออกจากใจ แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความทรงจำโดยไม่ให้มันทำร้าย เราอีกต่อไป"
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นฉับพลัน ขนมผิง หรือ ลินลดา ยศติคุณศักดิ์ ชะงักมือที่กำลังจรดพู่กันลงบนผืนผ้าใบ ภาพที่เธอตั้งใจจะเติมเต็มไปด้วยชีวิตชีวากลับดูหม่นหมอง และไร้สีสันเหมือนกับจิตใจของเธอในตอนนี้กับความทรงจำที่ติดค้างในอดีตเรื่องราวของ ภูผา
แฟนเก่าที่เคยทำร้ายจิตใจเธอยังคงหลอกหลอน ความรู้สึกขมขื่นเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ภาพวาดดู เศร้าหมอง แต่ยังสะท้อนถึงสภาพจิตใจของเธอเอง
เธอถอนหายใจยาวพลางปัดผมที่ตกลงมาปิดหน้าไปด้านข้าง ก่อนจะวางพู่กันลงบนโต๊ะลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโซฟาในมุมห้อง หน้าจอแสดงชื่อ "นิว"
คู่เดทคนใหม่ที่เธอเพิ่งรู้จักเมื่อไม่นานมานี้ ขนมผิงยิ้มบาง ๆ ในใจรู้สึกขำเบา ๆ เมื่อคิดถึงคำหวานที่นิวมักใช้บ่อยจนเธอรู้ทันทุกครั้ง
“สวัสดีค่ะ ขนมผิงเองค่ะ”
ขนมผิงรับสายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความสงบในแบบของเธอ
“สวัสดีครับ ตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ?”
นิวตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว เสียงของเขาฟังดูสบาย แต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าชู้แบบที่ขนมผิงจับได้ไม่ยาก
“ก็... กำลังวาดภาพอยู่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
ขนมผิงตอบอย่างเป็นกันเอง น้ำเสียงเธอไม่ได้แสดงถึงความหวั่นไหว แต่เป็นการตอบรับที่สุภาพและคาดเดาสถานการณ์ได้
“ก็แค่อยากได้ยินเสียงหวาน ๆ ของคุณน่ะสิครับ คิดถึงจังเลย อยากรู้วันนี้คุณสวยขนาดไหนครับ?”
นิวพูดด้วยน้ำเสียงที่หวานจับใจ ขนมผิงฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขำในใจ เพราะรู้ดีว่าเขากำลังใช้เสน่ห์ของตัวเองดึงดูดเธอ
“พูดแบบนี้กับทุกคนเลยหรือเปล่าคะ?”
ขนมผิงแกล้งถาม น้ำเสียงเธอฟังดูเหมือนเล่นไปกับเขา แต่ในใจรู้ทันว่าเขากำลังเล่นเกมเจ้าชู้อยู่ นิวหัวเราะเบา ๆ
“กับคุณคนเดียวเท่านั้นแหละครับ ขนมผิง ว่าแต่... เย็นนี้ว่างไหมครับ? อยากชวนคุณไปทานข้าวด้วยกัน คิดถึงคุณเหลือเกิน”
ขนมผิงยังคงยิ้ม แต่คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่รู้ทัน
“ก็ได้ค่ะ แต่ขอเป็นร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนที่เดิมได้ไหมคะ? ฉันชอบบรรยากาศที่นั่น”
“ผมตามใจคุณอยู่แล้วครับ ขนมผิงเจอกันที่นั่นตอนหกโมงเย็นนะครับ”
นิวตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและมั่นใจ
เมื่อวางสายไปแล้ว ขนมผิงก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เธอหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง มองภาพวาดที่วางอยู่บนขาตั้ง คราวนี้มันดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย เธอยิ้มให้กับตัวเองรู้สึกถึงความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ แต่ยังคงระมัดระวังตัวเองไม่ให้หลงไปกับคำหวานเกินไปของใครง่าย ๆ
“นิวก็ดูจะเกินไปนิด แต่ก็น่าสนุกดี”
ขนมผิงพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับหัวเราะในใจ เธอไม่ได้หวั่นไหวตามคำพูดของนิว ก็ยอมรับว่าความสนุกที่เขานำมาในชีวิตเป็นสิ่งที่เธอกำลังต้องการ
หลังจากเตรียมตัวเสร็จ เธอนั่งลงที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง และลองวาดภาพต่อ คราวนี้สีสันในภาพดูสดใสขึ้น เธอเริ่มรู้สึกถึงแรงบันดาลใจที่ค่อย ๆ กลับมาอีกครั้งแม้จะเป็นเพียงแสงเล็ก ๆ แต่ก็พอที่จะทำให้เธอมีความหวัง
เมื่อเวลาผ่านไป เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายในกระจกก่อนจะหยิบกระเป๋าถือ และเดินออกจากห้องไป เธอรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ทุกก้าวที่เดินออกจากห้องนอนเหมือนเป็นก้าวใหม่ในชีวิต
ระหว่างเดินลงบันไดบ้านที่อบอุ่นและคุ้นเคย ขนมผิงได้กลิ่นอาหารที่แม่กำลังทำอยู่ในครัวจึงแวะไปที่ห้องครัว ก่อนจะยิ้มและทักทาย
“คุณแม่ทำอะไรอยู่คะ หอมมากเลย”
ขนมผิงพูดขึ้นขณะเดินเข้าไปหอมแก้มแม่ของเธอที่กำลังหั่นผักอยู่ แม่ของขนมผิงเงยหน้ามายิ้มให้ลูกสาว
“แม่กำลังทำต้มยำกุ้งจ้ะ ลูกจะทานด้วยกันไหม?”
ขนมผิงส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ได้ค่ะ วันนี้นิวชวนไปทานข้าวข้างนอกค่ะ แต่ขอเก็บต้มยำกุ้งไว้ทานพรุ่งนี้ได้ไหมคะ?”
แม่ยิ้มและหัวเราะเบา ๆ
“ได้สิลูก แต่แม่ก็อยากให้ลูกทานที่บ้านบ้างนะ เดทกับหนุ่ม ๆ อย่าลืมแบ่งเวลาให้ครอบครัวด้วยนะ”
ขนมผิงหัวเราะเบา ๆ
“ไม่ลืมแน่นอนค่ะคุณแม่”
เธอยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะเดียวกัน พ่อของขนมผิงที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหารก็หันมายิ้มให้
“วันนี้ไปไหนกับใครล่ะลูก?”
“ไปกับนิวค่ะพ่อ เจอกันไม่กี่ครั้งเองค่ะ คงไปแค่ทานข้าวกันนะคะ”
ขนมผิงตอบแบบสบาย ๆ พ่อยิ้มและมองขนมผิงอย่างอบอุ่น
“ระวังตัวด้วยนะลูก ถ้ามีอะไรให้พ่อกับแม่ช่วยบอกได้นะ”
ขนมผิงยิ้มตอบ
“ค่ะพ่อ ขอบคุณมากนะคะ”
หลังจากบอกลาพ่อแม่เสร็จ ขนมผิงก็เดินออกจากบ้านไปด้วยความมั่นใจ ความรู้สึกของการมีครอบครัวที่อยู่เคียงข้าง ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจมากขึ้น ทุกก้าวที่เดินออกจากบ้านเหมือนเป็นการเริ่มต้นใหม่ในชีวิต
“บางที...เย็นนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ ก็ได้”
ขนมผิงพูดกับตัวเอง ความหวังและความกลัวปะปนกันในใจ แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะเปิดใจและก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
บรรยากาศภายในร้านกาแฟหัวมุมถนนเงียบสงบและอบอุ่น แสงไฟนวลๆ ที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกทำให้บรรยากาศภายในร้านดูโรแมนติก เหมาะสำหรับการนัดพบ ขนมผิงก้าวเข้าไปในร้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
แต่ยังคงมีความมั่นใจในตัวเอง เธอเห็นนิว คู่เดทของเธอนั่งรออยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง นิวเป็นผู้ชายรูปร่างสูง ผิวแทน ใบหน้าคมเข้มแบบคนเจ้าชู้ แววตาของเขาดูสนุกสนานและซ่อนความไม่ไว้ใจไว้อย่างแนบเนียน เขายิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน แต่ขนมผิงกลับรู้สึกขำในใจ เพราะเธอมองออกว่าเขาพยายามใช้เสน่ห์ดึงดูดเธอ
“สวัสดีค่ะ รอนานไหมคะ?”
ขนมผิงทักทายพร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะตรงข้าม แม้ในใจจะรู้ทันเกมของนิว แต่เธอก็ยังรักษามารยาทและ สุภาพตามแบบฉบับของเธอ
นิวตอบด้วยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์และน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ไม่เลยครับ ผมยินดีรอคุณเสมอ แค่ได้เจอหน้าคุณ โลกก็หยุดหมุนไปแล้ว”
ขนมผิงฟังแล้วก็แอบหัวเราะในใจ ความเจ้าชู้ที่เกิน พอดีของนิวทำให้เธอไม่รู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย กลับกันเธอ รู้สึกเหมือนกำลังฟังคำพูดจากนักแสดงที่ท่องบทมามากกว่า
“พูดแบบนี้คงได้ผลกับสาว ๆ หลายคนเลยสิคะ?”
ขนมผิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ สายตาเธอแฝงความรู้ทันที่เขาไม่สามารถปกปิดได้ นิวหัวเราะเบา ๆ และยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
“สำหรับคุณ ผมตั้งใจพูดจากใจจริงครับ”
เขาตอบพลางสบตาเธอด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะอ่านยาก แต่ขนมผิงรู้ดีว่าเขากำลังพยายามเล่นเกมเสน่ห์กับเธอ
“ถ้าคุณว่าจริงก็คงจริงค่ะ”
ขนมผิงตอบกลับอย่างแยบคายพร้อมกับหยิบเมนู ขึ้นมาดูเธอสั่งกาแฟแก้วโปรดของเธออย่างเรียบง่าย การสนทนาเริ่มต้นด้วยเรื่องทั่วไป เรื่องงาน เรื่องสภาพอากาศ แต่ขนมผิงสังเกตเห็นว่านิวมีท่าทีไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา แม้จะพยายามปิดบัง แววตาที่ไม่มั่นคงของเขาก็ทำให้เธอรู้ว่ามีบางอย่างที่เขากำลังซ่อนอยู่