ตอนที่2. แค่เด็กกร้านโลก(1)

1811 คำ
ติณณภพก้มมองดวงหน้าหวานนัยน์ตากลมโตที่ตอนนี้น้ำตาไหลอาบไปทั่วทั้งใบหน้าแหงนเงยสบตากับเขาโดยไม่หลบสายตา ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธเลยว่าเธอเป็นเด็กสาวที่สวยมาก ๆ คนหนึ่ง สวยอย่างไม่มีที่ติ เขายิ้มเหยียดพร้อมกับคิดขึ้นมาในใจ ‘ก็แค่เด็กสาวกร้านโลก เพียงแค่เขายื่นข้อเสนอเธอก็รีบคว้า ดีไม่ดีก็อาจจะหวังอยากรวยทางลัด แต่เขาเป็นผู้ชายในเมื่อมีของสวย ๆ งาม ๆ มาให้เชยชมถึงที่ แล้วทำไมเขาจะต้องปฏิเสธด้วยล่ะ เก็บเธอไว้เล่นสนุกชั่วครั้งชั่วคราวจะเป็นอะไรไป อีกอย่างก็คงจะเป็นเด็กสาวใจแตกที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน อายุแค่นี้แต่กล้ามาทำงานในที่อโคจร ก็น่าจะเจนจัดอยู่ไม่น้อยคงจะไม่ใช่เด็กสาวที่ใสซื่อบริสุทธิ์อะไรนักหรอก ในเมื่อเขาเสนอเธอก็รีบที่จะสนอง แล้วเขาจะยังต้องรู้สึกผิดอะไร' ฉับพลันนั้นในหัวเขาก็เกิดความคิดหนึ่งผุดขึ้นมานั่นก็คือเรื่องของการันต์เพื่อนสนิทของเขาที่ตอนนี้กำลังมีปัญหาตามหาตัวเมียไม่เจอ และเมียเพื่อนเขาก็บังเอิญเป็นเพื่อนสนิทกับเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้ อะไรมันจะช่างเหมาะเจาะขนาดนั้น ติณณภพจึงคิดใช้โอกาสนี้เค้นเอาคำตอบจากวาสิตาเสียด้วยเลย เพราะคนเป็นเพื่อนสนิทกันก็น่าจะรู้อะไรมาบ้างไม่มากก็น้อย มือหนายกขึ้นเชยคางมนกวาดตามองไปทั่วดวงหน้าเธออีกครั้งก่อนจะเอ่ยถาม “ตอนนี้เพื่อนเธอไปอยู่ที่ไหน…อย่าบอกนะว่าไม่รู้ เพราะมันจะอยู่ในข้อตกลงของเราด้วย” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีเป็นต่อและเหนือกว่า วาสิตามองเขาอย่างตกใจที่อยู่ ๆ ติณณภพถามถึงเวณิกาขึ้นมาเอาดื้อ ๆ “คุณพูดอะไรของคุณ แล้วเพื่อนหนูมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ มันไม่เกี่ยวกันเลยนะคะ” “ก็ฉันจะทำให้มันเกี่ยวอยู่นี่ไง บอกมาถ้าไม่อยากให้พี่เธอติดคุก” ติณณภพได้ทีพูดขู่เธอออกไป วาสิตาหน้าเสียและคิดว่าคงจะไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมบอกความจริงกับเขาทางเดียวเท่านั้น ‘ขอโทษนะเวลา’ เธอคิดขอโทษเพื่อนอยู่ในใจแล้วเอ่ยบอกกับเขาไปอย่างยอมจำนน “เวลามันอยู่ที่…” “ก็แค่นั้น เอาเบอร์มาแล้วส่งโลเคชั่นมาให้ฉันด้วย” “ค่ะ ฮึก” “งั้น…ฉันจะขอทดลองงานเลยก็แล้วกัน” คำพูดต่อมาของเขามันทำให้แววตาเธอวูบไหวตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง “ขะ…คุณมะ…หมายความว่ายังไงคะ” “ก็…นอนกับฉัน ถ้าไม่อยากให้พี่เธอติดคุก!” “คะ?” “ฉันว่า…ที่ฉันพูดมันก็ตรงมากพอแล้วนะ” “เอ่อขะ…คือ…” “หรือเธอจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ เพราะฉันเองก็ไม่ชอบบังคับใจใคร” “ไม่ค่ะไม่เปลี่ยนใจ…หนูตกลง แต่หนูจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะไม่แจ้งตำรวจจับพี่ชายของหนูจริง ๆ ถ้าหนูเอ่อ…ยะ…ยอมคุณ” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยตาไม่กะพริบแล้วพูด “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” พรึ่บ! “อ๊ะ!” พูดจบติณณภพจับวาสิตาเหวี่ยงลงไปยังโซฟาที่อยู่ใกล้ ๆ อย่างที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วตามลงไปคร่อมคนตัวเล็กที่ตอนนี้นอนตัวสั่นอยู่ แล้วเอ่ย “ถอดเสื้อสิ” วาสิตาตื่นกลัวแต่ก็ยอมทำตามเขาบอกแต่โดยดี เธอค่อย ๆ ถอดเสื้อยูนิฟอร์มออกจากตัวจนท่อนบนเหลือแต่เสื้อชั้นในลูกไม้สีดำที่มันรึงรัดปกปิดสองก้อนเนื้ออวบอิ่มของเธอไว้ ชายหนุ่มกวาดตามมองมันอย่างเผลอไผลเพราะยามที่เกือบจะไร้อาภรณ์ปกปิดแบบนี้มันช่างต่างกันกับตอนเธอใส่เสื้ออยู่นัก ‘สวย’ เขาคิด เมื่อถูกอีกฝ่ายจ้องมองนิ่งความกระดากอายก็แล่นเข้ามาให้ได้รู้สึก มือเล็กทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดหน้าอกของตัวเองไว้ “อ๊ะ” แต่กลับถูกมือหนาปัดออกไปแล้วรวบข้อมือทั้งสองของเธอขึ้นไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว อีกข้างก็เลื่อนลูบไปตามผิวเนียนด้านหลังเพื่อปลดตะขอยกทรงออก เมื่อไร้สิ่งปกปิดสองเต้าเต่งตูมเด่นหลาอวดสายตาเขา ชายหนุ่มจ้องมันค้างนิ่งก่อนจะก้มลงครอบครองยอดถันสีชมพูหวานเกลี่ยลิ้มชิมรสมันด้วยปลายลิ้นเย็นชื้น “อื้อ” วาสิตาขยับตัวเป็นเชิงขัดขืนเมื่อถูกสัมผัสเม็ดยอดอกที่ไม่เคยมีใครได้เห็นหรือทำแบบนี้กับเธอมาก่อน เขายังคงก้มหน้าก้มตาหยอกเย้ากับยอดเชอร์รี่โดยไม่สนใจว่าเธอจะดิ้นและเริ่มดูดดึงมันหนัก ๆ ทำให้คนใต้ร่างนั้นต้องสะดุ้งตาม วาสิตาเริ่มขยับตัวดิ้นรนมากขึ้นแต่ด้วยความที่เธอถูกเขากดตรึงสองมือไว้เหนือศีรษะ มันเลยทำให้ท่าที่เธอดิ้นกลับกลายเป็นเหมือนว่าเธอยิ่งแอ่นอกให้กับเขา “อือพะ…พอแล้ว…พอแล้วได้มั้ยคะ” เขาผละปากออกจากยอดอกเมื่อได้ยินเสียงหวานร้องท้วง “ไหนว่าจะยอมทุกอย่าง ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งความก็อย่ามาทำเป็นดีดดิ้น” “นะ…หนูกลัว” “ก็สมบทบาทดีนะหึ! ทำว่าใสซื่อบริสุทธิ์ แต่เธอคิดว่าฉันจะเชื่องั้นเหรอกร้านโลกอย่างเธออย่ามาทำเป็นลูกไม้เยอะเพื่ออัพเกรดตัวเองไปหน่อยเลย” “ก็หนู…” “หุบปาก! เก็บเสียงเธอไว้ครางดีกว่าน่ะ” วาสิตาปริปากพูดยังไม่ทันจบประโยคก็ถูกคนตัวโตตะคอกห้าม ติณณภพเคลื่อนดวงหน้าเข้าหาเธอริมฝีปากหยักเกือบจะแตะกับกลีบปากอมชมพู แต่เขากลับหยุดชะงักก่อนจะเปลี่ยนไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นแทน ดูดดุนขบกัดไปตามผิวขาวจนมันเกิดเป็นรอย เจ้าของคอระหงดิ้นขลุกขลักพยายามขยับหนีเท่าไหร่มันก็ไม่เป็นผล เธอรู้สึกทั้งเสียวแปลบปลาบและเจ็บจี๊ดในเวลาเดียวกัน ถึงจะไร้เดียงสากับเรื่องพวกนี้แต่เธอก็คิดว่าส่วนที่ถูกเขาดูดสัมผัสคงจะเกิดเป็นรอยช้ำตามมาเป็นแน่ “อื้อเจ็บ คุณอย่าดูดคอหนูได้มั้ย หนูกลัวมันเป็นรอย” “พูดมากน่ะ…รำคาญ!” เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอ แววตาไม่สบอารมณ์พูดต่อว่าด้วยเธออย่างหงุดหงิด ก่อนจะก้มลงอีกครั้งคราวนี้เขาขยับเลื่อนดวงหน้าลงไปยังสองก้อนเนื้อนุ่มเกลี่ยไล้จุกสีชมพูด้วยปลายลิ้น ติณณภพไม่ปฏิเสธเลยว่าเด็กสาวตรงหน้าเธอสวยไปทั้งเนื้อทั้งตัวเหมือนกับว่าไม่เคยผ่านมือใครมา ‘ดู ๆ แล้วกร้านโลกขนาดนี้อมพระมาพูดยังไม่เชื่อเลย เธออาจจะดูแลตัวเองไว้เป็นอย่างดีเพื่อใช้มันไว้หาประโยชน์ก็ได้ใครจะรู้ แต่เขาเองคงจะเชื่อไม่ลงกับท่าทีที่เธอเสแสร้งแกล้งแสดงว่าใสซื่อราวกับว่าไม่เคยถูกใครแตะต้องมานั่นหรอก’ ในเมื่อความสัมพันธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ทั้งเธอและเขาต่างคนก็จะได้ประโยชน์จากมันทั้งสองฝ่าย เขาก็คงจะมองเธอเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากของเล่นชั่วคราวหรือแค่ไว้ระบายอารมณ์ มือหนาเริ่มเคลื่อนไหวไปตามผิวนวลลงมาหยุดที่เอวคอดกิ่วก่อนจะเลื่อนลงไปเกี่ยวชายกระโปรงของเธอถลกขึ้นมากองไว้ที่เอว วกมือกลับไปสัมผัสกับเนินเนื้อสาวลูบไล้มันผ่านกางเกงในตัวจิ๋ว วาสิตาตาเบิกโพลงเมื่อถูกเขาสัมผัสกับจุดซ่อนเร้นที่ไม่เคยผ่านมือใคร ความรู้สึกหลากหลายกำลังแล่นวนเข้ามาในหัวเธอ มันทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้นอีกทั้งก็หวาดกลัวไปในเวลาเดียวกัน เด็กสาวพยายามบิดสะโพกโยกส่ายไปมาเพื่อจะหนีการถูกรุกรานจากมือเขา ติณณภพไม่สนใจเขาสอดมือเข้าไปสัมผัสกับเนินสามเหลี่ยมภายใต้แพนตี้ตัวบาง ไล้มือไปมาก่อนจะสอดแทรกปลายนิ้วเข้าไปตามรอยแยกผ่ากลางกลีบ “อ๊ะยะ…อย่าค่ะ” “ปากร้องห้ามแต่ร่องเธอมันแฉะไปหมดแล้ว ก็ดีนะแสดงต่อไปมันเร้าใจไปอีกแบบ” ว่าจบเขาชักมือกลับแล้วลุกขึ้นรีบจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองออกจนทั้งเนื้อทั้งตัวเปลือยเปล่า วาสิตามองค้างนิ่งด้วยความที่เพิ่งจะเคยเห็นเรือนร่างเปลือยของเพศตรงข้ามเป็นครั้งแรก ร่างสูงใหญ่สมส่วนตามแบบฉบับบุรุษเพศแกร่งกำยำล่ำสันแลดูแข็งแรงเต็มไปด้วยมัดกล้ามทุกสัดส่วน บ่งบอกว่าเจ้าของดูแลร่างกายตัวเองไว้เป็นอย่างดี เธอเผลอมองลงไปจนถึงแก่นเนื้ออวบใหญ่ที่มีเส้นเลือดปูดนูนอยู่โดยรอบมันกำลังผงาดตั้ง วาสิตารีบหันหน้าหลบเพราะทั้งกลัวและทั้งอาย ต่างกันกับเจ้าของเรือนกายกำยำที่ยืนถกถอดเสื้อผ้าด้วยความทะมัดทะแมงอย่างไม่มีเขินอายเลยสักนิด อีกทั้งยังยืนนิ่งมองพิจารณาเรือนร่างบอบบางที่นอนเกือบเปลือยอยู่บนโซฟา ก่อนจะลงไปคุกเข่าอยู่ตรงกลางระหว่างสองขาเรียวดันต้นขาเธอให้อ้ากว้างออกจากกัน เอื้อมเปิดลิ้นชักโต๊ะเพื่อหยิบเกราะป้องกันออกมาแล้วจัดการสวมใส่ ตอนนี้อารมณ์ความต้องการของเขามันกำลังลุกโชนเลือดในกายมันแล่นพล่านสูบฉีดเพราะร่างแน่งน้อยที่อยู่ตรงหน้า เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเย้ายวนเชิญชวนให้เขาอยากที่จะสัมผัสเธอไปเสียทั้งเนื้อทั้งตัว มือใหญ่จับปลายคางมนให้หันกลับมาแล้วเอ่ยคำถากถางเธอออกไป “ทำว่าไม่กล้ามองแต่ฉันว่า…อย่างเธอน่าจะเห็นมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วมั้ง โดนมากี่อันแล้วล่ะแต่ของฉัน…มันก็จะใหญ่หน่อยนะ” พูดจบเขาสะบัดมือปล่อยปลายคางวาสิตาอย่างแรงและมองเธอด้วยแววตาเย้ยหยัน “นี่คุณ! คุณจะดูถูกดูแคลนหนูมากเกินไปไปแล้วนะคะ พวกหนูผิดหนูยอมรับแต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มา…อื้อเจ็บ! ฮือทำไมมันเจ็บแบบนี้ปล่อยหนู…เอามันออกไปที…เจ็บค่ะ ฮึก” ........
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม