ฟ้าประทานคู่หมั้นให้หนึ่งคน (1)

1532 คำ
ที่เชิงเขาแห่งหนึ่งนอกเมือง เวลานี้เป็นยามอิ๋น (03:00 - 04:59) ที่ไร้ผู้คนออกมาเดินนอกบ้าน เด็กผู้ชายรูปร่างผอมกำลังนั่งขุดดินด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองและทุกข์ระทม ปีนี้เกิดภัยธรรมชาติหลายครั้ง ทั้งยังมีโรคระบาดมาซ้ำเติม ทำให้ชาวบ้านยากจนทั้งหลายต้องจำป่วยหรือไม่ก็ตายไป สองปีก่อนก็เกิดภัยธรรมชาติ ในปีนั้นได้คร่าชีวิตของท่านแม่และท่านพ่อของเขาไปพร้อมกัน ปีนี้เขากับน้องสาวที่เหลือกันอยู่แค่เพียงสองคน สามารถเอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติมาได้ก็จริง แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถรอดจากโรคระบาด น้องสาวกลับไม่โชคดี เพิ่งจากไปเมื่อเมื่อครู่นี้เอง เมื่อขุดหลุมได้ลึกประมาณหนึ่ง อาเฟยก็อยากร้องไห้ออกมา เขาเคยชินกับมีน้องสาวร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน แต่บัดนี้เหลือเขาตัวคนเดียวแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่อไปอย่างไร เด็กชายกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลรินลงมา เขาจะฝังน้องสาว ทำป้ายชื่อให้นาง และจะมาเยี่ยมนางบ่อย ๆ ขอให้นางได้ไปเกิดใหม่ในที่ที่ดี อาฟงหันหลังกลับมาคิดจะลุกขึ้นยืน เพื่อฝังร่างของน้องสาวในหลุมหลุมนั้น ทันทีที่หันกลับมา กลับพบเด็กผู้หญิงรูปร่างผอมแกร็นที่ดูอย่างไรก็เหมือนน้องสาวของเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน เด็กผู้หญิงคนนั้นยังนั่งพับเพียบแล้วส่งยิ้มให้เขา อาเฟยตกใจขยี้ตาหลายครั้งเด็กผู้หญิงคนนั้นก็ยังไม่นอนลงไป ทั้งยังยกมือขึ้นมาโบกซ้ายขวาเป็นการทักทายหลายครั้งด้วยกัน อาเฟยไม่กลัวผีจริง ๆ นะ ไม่กลัวจริง ๆ แค่ไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกต่อไป ว่ากันว่าที่เชิงเขาแห่งนี้มีดวงวิญญาณที่ป่วยตายเพราะโรคระบาดมากมาย ชาวบ้านเคยพบเจอวิญญาณอาฆาตด้วยนะ วิญญาณชั่วร้ายก็มี ข่งมี่ถิงที่ลิมตาขึ้นมาก่อนหน้านี้ นางรู้ตัวได้ครู่หนึ่งแล้วว่าตัวเองได้ทะลุมิติมายังอีกโลกหนึ่งแล้ว ดวงวิญญาณหลุดลอยออกจากร่างเดิม ตายอย่างอนานาถจนไม่กล้าเป็นพวกวิญญาณล่องลอยอยู่ในห้องของตัวเองเพื่อรอใครมีภพในสภาพที่อุจาดตาอีกต่อไป ที่สำคัญก็คือนางไม่อยากเห็นการพาดหัวข่าวที่ไม่อาจรับได้ทางหนังสือพิมพ์ออนไลน์หลังจากที่นางได้ตายไปแล้วจริง ๆ ข่งมี่ถิงตั้งจิตอธิษฐานของให้ความดีที่นางเคยสร้างมาทำให้นางได้ไปเกิดใหม่ในทันที โชคดีที่นางยังมีความดีอยู่บ้างจากการทำให้ความปรารถนาของผู้ชายหลายคนเป็นจริง สวรรค์จึงรีบส่งเธอให้มาเกิดใหม่ทันใจ ในตอนแรกที่ตื่นลืมตาข่งมี่ถิงพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเสื่อเก่า ๆ ผืนหนึ่งที่ทั้งสาดระคายและรู้สึกคัน ที่ข้างกันได้ยินเสียงเด็กผู้ชายวัยประมาณสิบปีคนหนึ่งกำลังนั่งบ่นพึมพำกับตัวเองราวกับว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมกับเขาเสียเลย ข่งมี่ถิงจึงค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นมา ทันทีที่ได้สำรวจตัวเองจึงพบว่านางได้มาสองร่างของเด็กผู้หญิงวัยเจ็ดขวบคนหนึ่งเข้าให้แล้ว และร่างนี้ก็เพิ่งป่วยตายเพราะโรคระบาดไปได้ไม่นาน นางมาสิงร่างของคนอื่นทั้งที่ยังมีความทรงจำของสาวโสดวัยยี่สิบแปดปีติดตัวมาด้วย อยู่ในร่างที่ผอมกะหร่องเป็นอย่างมาก ด้านหน้าแบนราบ ด้านหลังก็แบน สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม ทันใดนั้นเด็กผู้ชายคนนั้นก็หันกลับมา ทั้งคู่ประสานสายตากัน ข่งมี่ถิงคิดว่าสมควรที่จะเอ่ยทักทายพี่ชายสักคำ ไหน ๆ ก็ต้องมาใช้ชีวิตเป็นพี่น้องกันแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันย่อมดีกว่าต่างคนต่างอยู่แน่นอน เมื่อคิดได้แล้วข่งมี่ถิงจึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเพื่อโบกทักทายพี่ชายทันที อาเฟยรีบลุกขึ้นยืน หลับตาลงบริกรรมอะไรสีกอย่างก่อนที่จะหันหลังไป ข่งมี่ถิงอยากบอกว่าท่านพี่เจ้าขาท่านอย่างกลัวไป ทว่าอาเฟยกลับหันหลังให้นางแล้วรีบก้าวเท้าออกเดินด้วยความเร็วจนเกือบวิ่งทันที ข่งมี่ถิงอยากลุกตามไป แต่จนใจเพราะว่าร่างนี้ขาดสารอาหารนานไปหน่อย ขาไม่ค่อยมีแรง ต้องนั่งนวดขาให้กับตัวเองท่ามกลางหลุมฝังศพมากมายต่อไปอีกนาน เมื่ออาศัยความทรงจำของเจ้าของร่างเดินกลับมายังบ้านหลังเก่า ๆ ที่มีสภาพไม่ต่างจากบ้านร้าง นางก็รีบเดินเข้าไปที่ด้านใน เมื่อเข้าไปในบ้านก็ได้พบกับพี่ชายอีกครั้ง อาเฟยกำลังนั่งคลุมโปง ปากก็พึมพำแค่เพียงประโยคเดียวเท่านั้นว่าอาถิงเจ้าไปดีเถิดพี่ใหญ่สัญญาว่าถ้าหาของกินมาได้จะรีบนำไปเซ่นไหว้ให้เจ้าทันที ข่งมี่ถิงแทบหลังน้ำตา นางต้องใช้เวลาอยู่นาน ทั้งข่มทั้งขู่ ทั้งหลอกทั้งหลอนจนอาเฟยแทบฉี่ราดใส่กางเกง เขาจึงจำใจต้องยอมโผล่หน้าออกมา หลังจากนั้นอาเฟยก็แน่ใจแล้วว่าน้องสาวของเขายังไม่ตายจริง ๆ นี่คือเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้สิบวัน สิบวันแล้วที่ข่งมี่ถิงทะลุมิติมายังสมัยโบราณแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นยุคสมัยใด ในวันที่สิบเอ็ด ที่วัดร้างที่อยู่ติดก็มีผู้ชายและผู้หญิงคู่หนึ่งมาเยือน ข่งมี่ถิงจูงมือพี่ชายไปแอบดูพวกเขาทันที "อ๊ะ…อ๊า…ท่านใจเย็นก่อนสิ อย่าเพิ่งถอดเสื้อตัวนอกของข้าออกไป" เสียงกระเส่าของผู้หญิงคนหนึ่งดังเล็ดลอดออกมา ข่งมี่ถิงรู้ด้วยประสบการณ์ในชาติก่อนทันทีเลยว่าด้านในวัดร้างผู้ชายและผู้หญิงคู่นั้นกำลังทำสิ่งใด อาเฟยกลอกตาบอกให้น้องสาวหันหลังกลับไป ข่งมี่ถิงไม่ยอม ของดีที่พบเห็นได้ยากเช่นนี้ ตะปล่อยให้คลาดสายตาไปได้อย่างไร "พี่ใหญ่เจ้าคะ ของดีเช่นนี้ไม่ได้แอบเห็นกันโดยง่าย ๆ หากท่านไม่อยากมอง ท่านก็ปิดตาเอาไว้ก็แล้วกัน" ข่งมี่ถิงมองหาทำเลดี ๆ เพื่อมองหนังสด ในที่สุดก็พบว่าหน้าต่างวัดร้างเปิดแง้มออกไว้อยู่บานหนึ่งพอดี "เจ้านุ่มนิ่มน่ากินถึงเพียงนี้ เจ้าอย่าขัดขวางข้าเลย ให้ข้าดูหน่อยสิว่าที่ตรงนี้ยิ่งใหญ่เพียงใด" "โอ้วว…อร๊ายยย…ช้าหน่อยคุณชายฉาง ท่านอย่าบีบเค้นตรงนั้น" ข่งมี่ถิงรีบเขย่งปลายเท้าทันที นางรู้ว่าอีกไม่นานที่ด้านในจะต้องเร่าร้อนแน่นอน "เจ้าแอ่นอกให้ข้าหน่อยสิ สัมผัสร่างกายของข้า มันอยากทักทายอุ้งมือของเจ้าเต็มที" "อื้อ…คุณชายฉาง ใหญ่อะไรเช่นนี้ ข้าจะรับมันไหวได้อย่างไร" ไม่มีครั้งไหนที่ข่งมี่ถิงไม่อยากเป็นเด็กมากถึงเพียงนี้ นางเตี้ยจนเกินไป มองอะไรไม่เห็นเลยจริง ๆ ที่ด้านหลังอาเฟยสะกิดชายเสื้อของน้องสาวเบา ๆ "ชู้วว…พี่ใหญ่อย่าเพิ่งกวนข้าตอนนี้สิเจ้าคะ ขอให้ข้า…" ข่งมี่ถิงคิดจะหันหลังกลับไปบอกให้อาเฟยอยู่เฉย ๆ ก่อน ทว่าเมื่อหันกลับไปมองนางก็ต้องเปลี่ยนใจ ไม่รู้ว่าอาเฟยไปหาท่อนซุงมาได้จากที่ไหน ข่งมี่ถิงรีบถอยออกมาเพื่อให้เขาวางมันเอาไว้ที่ใต้หน้าต่างบานนั้นทันที หลังจากนั้นสองพี่น้องก็ขึ้นไปยืนบนท่อนซุงด้วยกัน ภาพที่ได้เห็นคือฉากสำคัญ คมชัดระดับ 4k ก็ยังชิดซ้าย เห็นจะจะกันไปทุกสัดส่วนด้วยตาเนื้อทั้งสองข้างทันที "เอาล่ะนะคุณหนูวั่ง คืนนี้ข้าจะทำให้ท่านส่งเสียงอ้อนวอนข้าทั้งคืนแน่นอน" "ท่านอย่าพูดเปล่า ๆ เล่า แสดงให้ดูเลยสิ ว่าท่านมีความสามารถเพียงใด" "ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าโจรเด็ดบุปผาเช่นข้าจะได้กินเนื้อหงส์ของคู่หมั้นท่านอ๋องหนิงไห่เช่นนี้" "หากคู่หมั้นของข้าไม่ชื่นชอบสตรีที่เร่าร้อน สนองอารมณ์ของเขาด้วยท่วงท่าที่พลิกแพลงได้ ท่านอย่าหวังเลยว่าท่านจะได้ลิ้มลองทุกส่วนของข้า" บิดาของคุณหนูวั่งเป็นหมอเทวดาที่บังเอิญเคยช่วยชีวิตท่านแม่ของท่านอ๋องหนิงไห่เอาไว้หนึ่งครั้ง นางจึงมอบป้ายหยกของนางเป็นของหมั้นหมายให้กับบิดาเพื่อเป็นการแทนคุณ บอกว่าอีกสามปีจะมารับคุณหนูวั่งกลับไปเป็นชายาท่านอ๋องแน่นอน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม