“จะยืนนิ่งอีกนานไหม เดินนำไปสิ!”
“......” สิ้นสุดคำพูดของนิโคลัส ฉันจึงรีบเดินนำออกมาจากตรงนั้น เพราะกลัวว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจหรือโมโหฉันไปมากกว่านี้
ฉันยังคงมองทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวด้วยความตื่นเต้น ของทุกอย่างมันดูละลานตาเต็มไปหมด มีแต่ของสวยงามทั้งนั้นเลย
“กระเป๋าใบนั้นสวยจัง ฉันอยากได้” ฉันชี้นิ้วพลางหันไปบอกนิโคลัส เมื่อบังเอิญมองไปเห็นกระเป๋าสะพายของผู้หญิงคนนึงที่เดินสวนมา เพียงแค่เห็นแวบแรก ฉันก็รู้สึกสะดุดตาและอยากได้มันมาครอบครอง
“ช้อปอยู่ทางนั้น ถ้าอยากได้ก็ตามมา”
“......”
ฉันยิ้มกว้างแล้วรีบเดินตามนิโคลัสที่เดินนำอยู่ โดยที่เขาไม่ได้หันหลังมามองฉันเลยสักนิด ก่อนที่เราสองคนจะเดินเข้ามาในร้านกระเป๋าแห่งนึง ที่ภายในร้านนั้นถูกตกแต่งอย่างหรูหรา
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า สนใจใบไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ?” พนักงานขายเดินเข้ามาทักทายนิโคลัสด้วยความนอบน้อม
“ผมต้องการใบนั้น” เขาชี้ไปที่กระเป๋าใบหนึ่ง ซึ่งมันเป็นใบที่ฉันอยากได้ ไม่บอกก็รู้ว่าราคาคงจะแพงอยู่ไม่น้อย
“ได้ค่ะ” พนักงานหยิบกระเป๋าใบนั้นลงมาจากชั้นวางของ ก่อนจะยื่นมันให้นิโคลัส พร้อมแจ้งราคาที่ทำให้ฉันเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมาเสียดื้อๆ “ทั้งหมดสองแสนสี่หมื่นบาทค่ะ”
“......” นิโคลัสยื่นบัตรเครดิตให้เธอคนนั้น โดยที่ไม่ถามอะไรต่อ
“ดะ...เดี๋ยวก่อน” ฉันร้องท้วงขึ้นเสียงดัง ก่อนที่พวกเขาจะหันมามองฉันเป็นตาเดียว
“อะไร?” นิโคลัสหันมาถามฉัน
“ใบละสองแสนสี่หมื่นบาทเลยหรอคะ?” ฉันทวนถามราคาอีกครั้ง เพราะคิดว่าตัวเองหูคงฟาด กระเป๋าใบเล็กนิดเดียวราคาตั้งสองแสน มันเกินกว่าที่ฉันคิดไว้มากๆ
“ใช่ค่ะ ใบนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด เพิ่งเข้าช้อปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองค่ะ”
“ไม่เอาแล้วค่ะ ฉันเปลี่ยนใจไม่เอาแล้ว”
“......”
ฉันถือวิสาสะคว้าข้อมือของนิโคลัสให้เดินออกมาจากตรงนั้น โดยที่ไม่รอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ
“เป็นบ้าอะไรของเธอ?” เขาสะบัดมือออกจากฉันอย่างแรง แล้วหันมาจ้องหน้าฉันแทนด้วยความหงุดหงิด
“กระเป๋าราคาแพงขนาดนั้น นายไม่ต้องซื้อให้ฉันหรอก”
“อยากได้ไม่ใช่หรอ?”
“แต่มันแพงเกินไป” ฉันพูดตามความรู้สึก ถ้าเกิดว่ามันจะแพงขนาดนี้ ฉันคงไม่อยากได้แล้ว
“แต่ฉันมีปัญญาซื้อ”
“นายจะซื้อให้ฉันจริงๆหรอ?”
“แล้วเธอมีปัญญาซื้อเองหรือยังไง?”
หมับ! สิ้นสุดประโยคนั้นเขาก็กระชากฉันให้เดินกลับเข้ามาในร้านดังเดิม เป็นจริงอย่างที่เขาพูด กระเป๋าราคาแพงขนาดนั้น ฉันคงไม่มีปัญญาซื้อมันแน่ๆ
“นายจะทำอะไร?”
เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามฉันแล้วหันไปพูดกับพนักงานแทน “ตกลงผมเอาใบนี้” พร้อมยื่นบัตรเครดิตให้
“รอสักครู่นะคะ”
“อะ...เอาจริงหรอ?”
“อยู่นิ่งๆ อย่าทำให้ฉันขายขี้หน้าไปมากกว่านี้” เขากัดฟันกรอดมองหน้าฉันด้วยความเหลืออด ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เขาขายหน้าสักหน่อย
“มันแพงมากเลยนะ” ฉันลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่านิโคลัสจะยอมซื้อมันจริงๆ
“แต่ฉันไม่ได้ให้เธอฟรีๆ”
“......” ถึงแม้จะสงสัยในคำพูดของเขา แต่ฉันก็เลือกที่จะยืนรอแบบเงียบๆ ไม่ถามอะไรต่อ
นอกจากกระเป๋าแบรนด์เนม ยังมีเสื้อผ้าอีกหลายชุดหลายยี่ห้อที่เขาซื้อให้ ส่วนมากมีแต่ราคาแพงๆทั้งนั้นเลย อย่างว่าแหละ คนระดับอย่างเขา ซื้อของให้ฉันแค่นี้ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
“กลับกันได้แล้ว”
“เดี๋ยวก่อนสิ ฉันขอเดินเล่นอีกสักหน่อยได้ไหม?” ฉันทำตาปริบๆบอกคนตัวโต ในขณะที่กำลังสอดส่องสายตามองดูสิ่งรอบๆด้วยความเพลิดเพลิน นานๆจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาที ฉันเลยอยากสูดดมและเก็บเกี่ยวบรรยากาศแบบนี้นานๆ ก่อนที่จะต้องไปรับบทหนัก ทำงานบ้านเพื่อทดแทนให้เขา
“เอาไว้ครั้งหน้าแล้วกัน วันนี้หมดเวลาของเธอแล้ว”
“ขอเวลาอีกสักนิดเถอะนะ”
“ไม่ได้!”
“ทำไม?”
“อย่าถามมาก กลับกันได้แล้ว!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่น ฉันเลยเงียบไมม่กล้าถามหรือพูดอะไรต่อ สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ คือเดินตามเขาไปแบบเงียบๆจะเป็นการดีที่สุด
บนรถ...
ระหว่างทางที่กลับบ้าน ฉันเอาแต่เหลือบมองนิโคลัสที่กำลังขับรถอยู่ บุคลิกท่าทางเคร่งขรึมของเขาในตอนนี้มันดูดีเอามากๆ สันจมูกอันโด่งคมตามฉบับของหนุ่มชาวยุโรปบวกกับริมฝีปากอันอวบอิ่ม มันดูมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย
“จะมองอีกนานไหม?”
“เอ่อ...” ฉันเลิ่กลั่กในทันเมื่อเขารู้ตัวแล้วหันมาถามฉันที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ
“มองฉันทำไม สงสัยอะไร?”
“ฉันถามจริงๆเถอะนะ ทำไมนายถึงยอมซื้อกระเป๋าและเสื้อผ้าราคาแพงให้ฉัน?” ฉันตัดสินใจถามออกไปตรงๆด้วยความสงสัย อยากรู้อยากเห็น
“มันอาจจะแพงสำหรับเธอ แต่ไม่ได้แพงสำหรับฉัน”
“แต่...”
“หยุดพูดสักที ถ้าเกิดว่าเธอยังไม่หยุดพูด ฉันจะปล่อยเธอลงตรงนี้!”
“มะ...ไม่พูดแล้ว” ฉันรีบยกมือปิดปากในทันที เพราะรู้นิสัยเขาดีว่าพูดจริงทำจริงๆแน่ๆ แล้วฉันก็ไม่อยากกลายเป็นคนเร่ร่อนสมองเสื่อมที่จำอะไรไม่ได้
เมื่อกลับมาถึง ฉันก็หอบข้าวของเครื่องใช้ เดินตามนิโคลัสเข้ามาในบ้านด้วยความทุลักทุเล
“นายคะ คุณอังเดรมารอพบที่ห้องรับแขกค่ะ” ป้าบังอรเดินมาบอก
“เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้” นิโคลัสพยักหน้ารับรู้
ฉันหมุนตัวหันหลังจะเดินออกจากตรงนั้น แต่ทว่าเขากลับเรียกฉันไว้ก่อน
“ส่วนเธอตามฉันมา”
“......” ฉันหันซ้ายหันขวา เพราะไม่แน่ใจว่าเขาพูดกับใคร
“เธอนั่นแหละ”
“ได้ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับรู้แล้วเดินตามเขาไป
เมื่อไปถึงห้องรับแขก ฉันก็เห็นผู้ชายคนนึงที่นั่งรออยู่แล้ว หน้าตาของเขาออกไปทางลูกครึ่งยุโรปเหมือนนิโคลัส
“นี่น่ะเหรอ ผู้หญิงที่มึงเก็บมาเลี้ยง?” ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้น ก่อนที่จะหยัดตัวลุกขึ้นแล้วเดินมาทางฉันที่ยืนอยู่ด้านหลังของนิโคลัส
“มันไม่ใช่เรื่องของมึง!” นิโคลัสตอบกลับ
“......” ริมฝีปากฉันเม้มเข้าหากันแน่นแบบอัตโนมัติ เมื่อบังเอิญหันไปสบตากับคนที่ชื่ออังเดร
“ได้ข่าวว่าเธอจำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?” เขาเอ่ยถาม
“......” ฉันไม่พูดอะไร แต่เลือกที่จะส่ายหน้าปฏิเสธ
“แล้ว...”
“เธอช่วยไปเอาน้ำมาเสริฟ์ให้ที” คุณอังเดรพูดไม่ทันจบ นิโคลัสก็รีบพูดแทรกขึ้น สายตาที่เขามองคุณอังเดรมันดูไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
ฉันรับคำสั่งแล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้นเพื่อเข้ามาในครัว แต่ดูเหมือนว่าคุณอังเดรจะเดินตามฉันเข้ามาในครัวแบบติดๆ
“คุณมีอะไรธุระกับฉันหรือเปล่าคะ?” ฉันตัดสินใจถามออกไปตรงๆ
“ฉันมีข้อเสนอมาให้ เธออยากฟังไหม?”
“......”
“ถ้าเธอยอมมาทำงานกับฉัน ฉันรับปากว่าจะช่วยตามหาครอบครัวของเธอ”
“จะ...จริงหรอคะ?” เมื่อได้ยินดังนั้น ฉันจึงถามกลับด้วยความดีใจ ถ้าเป็นเหมือนที่เขาพูด ฉันคงจะได้พบเจอครอบครัวที่แท้จริง
“จริงสิ! นี่นามบัตรของฉัน ถ้าสนใจเมื่อไหร่ก็ติดต่อมาแล้วกัน” คุณอังเดรยื่นนามบัตรให้ ก่อนที่ฉันจะยื่นมือไปรับมันมา
“......”
“อย่าให้ไอ้นิโคลัสรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“ทำไมล่ะคะ?” ฉันถามกลับด้วยความสงสัย ทำไมเขาถึงห้ามไม่ให้ฉันบอกนิโคลัส
“ทำตามที่ฉันบอก ถ้าเธออยากเจอครอบครัวที่แท้จริง”
“......”