ตอนที่ 5

1600 คำ
หมู่บ้านเชิงเขา เรือนเล็กโดดเดี่ยวที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก เป็นที่รู้กันดีของคนระแวกนี้ ว่านี่คือเรือนพักของหมอหญิงใจบุญ ที่รักษาคนเจ็บโดยไม่คิดเงิน "หมอหญิง หมอหญิง เจ้าอยู่หรือไม่" "ใครหรือ เป็นอะไรมา เข้ามาก่อนสิ" เสียงทักจากหญิงชราเอ่ยดังมาจากในบ้านนั้น ไม่ช้าไม่นาน ร่างชรางองุ้ม ก็เดินออกมาอย่างงกเงิ่น ด้วยสังขารที่ไม่เอื้ออำนวยตามกาล "แม่เฒ่าเหริน" แม่เฒ่ารับรู้ตัวตนจากการฟังน้ำเสียง เพราะสายตานางพร่าเลือนไม่อาจพิจารณาคนได้จากการมอง "อ๋อใต้เท้าหานเองหรือ ซินอ้ายนางขึ้นไปบนเขาตั้งแต่เช้ามืด นี่ก็สายมากแล้ว สักพักน่าจะมาถึง" ยังไม่ทันจะขาดคำดี ก็มีเสียงก้าวเท้าน้อยๆ เข้ามายังประตูหน้าบ้าน "ใต้เท้าหาน ท่านเองหรอกหรือ ข้าไม่รู้ว่าท่านจะมา เลยไม่ทันได้เตรียมต้อนรับ ต้องขออภัยด้วย เอ๋? แม่นางรูปงามผู้นี้คือ?" เหรินซินอ้ายหันมองแม่นางคนงาม ที่ติดตามเขามาด้วยอย่างสนใจ ด้วยนอกจากอาเปาคนสนิทของเขาแล้ว นี่ก็นับเป็นครั้งแรกที่เขาพาคนอื่นมา "ฮูหยินข้าเอง โจวซีเย่ นางใช้ยาของเจ้าแล้วพอใจมาก จึงอยากมาหาเจ้า และขอบคุณด้วยตัวเอง" สาวน้อยพยักหน้าหงึกรับคำสามี "เป็นหน้าที่ของข้า ไม่ต้องขอบคุณอันใดหรอก แต่ข้ารู้สึกพิเศษกับเจ้านะ โจวฮูหยิน" รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นจริงใจของหมอเหริน พลันทำให้โลกนี้สว่างสดใส ยิ่งได้พบได้ใกล้ ก็ยิ่งรู้สึกปลื้มปีติ แทบอยากสิงสถิตซึมซับพลังงานดี อยู่กับนางที่นี่เสียเลย "ท่านหมอเหริน ข้าว่าท่านดูผอมไป เลยนำขนม แล้วก็นมสดมาฝากท่าน ส่วนนี่เรียกว่าแว่นตา แม่เฒ่าสายตาฝ้าฟาง ใช้แว่นนี่จะช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น" ซีเย่ยิ้มร่า หยิบยื่นของที่ตระเตรียมมาแก่คนทั้งสอง แต่เป็นห้าวเฟยที่่ต้องแปลกใจกับน้ำใจของผู้เป็นฮูหยินตนในครั้งนี้ "ฮูหยิน เจ้าไม่เคยมาที่นี่ เจ้ารู้เรื่องพวกนี้ได้เช่นไร" คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก เมื่อสามีขี้สงสัยเอ่ยถาม นางลืมข้อนี้ไปเสียสนิท นางก็แค่เพียงอยากบำรุงร่างงามของหมอผู้นี้ ให้งดงามเพื่อรอวันนางครอบครอง "ท่านบอกข้า! ใช่ๆ ท่านบอกข้า" "ข้าบอกเจ้าเมื่อใดกัน" ร่างสูงย่นคิ้วมุ่ยกับคำอธิบายของนาง จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร ในเมื่อแต่ละวัน เขาแทบไม่ได้คุยกับนางเลยด้วยซ้ำ "เมื่อวานไง ท่านเมา ท่านบอกข้าเอง" "เช่นนั้นหรือ" ห้าวเฟยหรี่ตาจ้องมองคนตัวเล็กอย่างจับผิด หมอเหรินจึงเอ่ยแทรกเพื่อจบบทของทั้งคู่ "ขอบคุณโจวฮูหยินมาก น้ำใจเจ้า ข้าขอรับไว้" "เรียกข้าซีเย่เฉยๆ ก็ได้ข้าน่าจะอ่อนกว่าท่านสักปีสองปีเห็นจะได้" "เช่นนั้นเจ้าก็เรียกข้า ซินอ้ายแล้วกัน" ทั้งสองคุยกันถูกคอ จนถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับ ซินอ้ายมอบยาให้แก่ซีเย่หลายกระปุก แต่ฮูหยินใต้เท้าราชทูตผู้นี้ ดูจะสนใจเรื่องสมุนไพรเป็นอย่างยิ่ง ถึงซักไซ้ไม่ยอมหยุด จนห้าวเฟยต้องดึงตัวนางกลับเพื่อไม่ให้รบกวนเวลาทำงานของหมอ คนทั้งคู่ จึงได้ร่ำลากัน "ของพวกนั้นเจ้าได้มาจากที่ใด" ห้าวเฟยยังคงติดใจกับข้าวของแปลกๆที่นางนำมาฝากซิยอ้าย อย่างนมสดแม้จะพอมีขาย ก็หายากเต็มที อีกทั้งแว่นตาที่ต้องสั่งซื้อจากพ่อค้าต่างเมือง ใช้เวลาในการรอคอยสินค้านั้นก็ไม่ต่ำกว่า 1 เดือน แสดงว่านางเตรียมการไว้นานแล้วอย่างนั้นหรือ "เอ่อ คือ ..." นางนึกอยู่นานว่าจะพูดเช่นไรให้เขาเชื่อ "เจ้าไม่ตอบ นี่เจ้ากำลังจะแต่งเรื่องหลอกข้าใช่หรือไม่ เช่นนั้น เมื่อใดที่เจ้าพร้อม เจ้าค่อยพูดความจริงกับข้าก็แล้วกัน" แต่ถึงอย่างไร นางก็มีเจตนาดี ท่าทีอึกอักของนาง ทำให้เขาไม่อยากบีบบังคับ "ว้าว! สามีข้านี่ เป็นเทพที่แท้ทรู รู้ทุกเรื่องจริงๆ" "พูดจาหาใจความไม่ได้" ร่างใหญ่เดินนำหน้าไปขึ้นรถม้าทิ้งคนตัวเล็กหน้าเหวอไว้ด้านหลัง คนร่างเล็กจึงเร่งวิ่งตามให้ทัน รถม้าเคลื่อนตัวออกไป แต่เมื่อเดินทางมาจนถึงครึ่ง ตำบลนี้เป็นช่องทางที่เปลี่ยวและรก มีบางอย่างขวางทางอยู่ จึงทำให้รถม้าไม่สามารถเคลื่อนไปต่อได้ กึก! "เกิดอะไรขึ้น อาเปา" ห้าวเฟยเอ่ยถามลูกน้องคนสนิท "มีต้นไม้ล้มขอรับนายท่าน" "ไม่ปกติ เจ้าอยู่ในนี้อย่าออกไปไหน" ด้วยสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล เขาจึงกำชับผู้เป็นภรรยาให้อยูแต่บนรถ เพื่อความปลอดภัย สองนายบ่าว ช่วยกันลากต้นไม้ออกจากทาง พลันมีร่างชายชุดดำ 4 คน โผล่ออกมาจากที่ซ่อน พวกมันล้อมเขาไว้ "คุณชาย ท่านมีของมีค่าใดอยากแบ่งปันพวกข้าหรือไม่" เสียงเหี้ยมจากชายชุดดำเอ่ยเปิดประเด็น บ่งบอกว่าพวกเข้าเข้ามาหาในฐานะโจร "ข้าเพียงออกไปซื้อยานอกเมือง ในรถก็มีแต่ยาเท่านั้นคงไม่มีทรัพย์สินใดๆ ที่พวกเจ้าต้องการหรอก" ชายชุดดำมองดูบุรุษทรงสง่าที่เอ่ยตอบหัวจรดเท้า ไม่ว่าจะมองที่มุมใด ก็ดูไม่เหมือนคนขาดเงินสักนิด เว้นเสียแต่ว่าไม่อยากให้ เขายึงยกยิ้มที่มุมปากก่อนสั่งให้ลูกน้องค้นรถ ห้าวเฟยพยายามเดินขวาง แต่ทว่าพวกโจรเปิดม่านประตูพบซีเย่เข้าให้แล้ว นางจึงถูกลากให้ลงมาจากรถม้า "แม่นางน้อยนี้ช่างงดงามยิ่งนัก หากคุณชายไม่มีของมีค่าใด เช่นนั้นข้าขอตัวนางผู้นี้ไปก็แล้วกันฮ่าๆๆ" "ช้าก่อน! ข้าเพิ่งนึกได้ ว่าพอมีเงินติดตัวอยู่บ้างเล็กน้อย และก็ตราหยกนี่ พวกเจ้าเอามันไป แล้วปล่อยนางเสีย" โจรมองเห็นเงินก็ยิ้มกระหยิ่มใจ เพราะจุดประสงค์ของการปล้น ก็เพื่อข้าวของพวกนี้ "พูดจาแบบนี้ ค่อยน่าฟังหน่อย" "ไม่ได้นะ นั่นตราประจำตัวท่าน ให้คนอื่นง่ายได้อย่างไร" เป็นซีเย่ที่เอ่ยคัดค้าน แต่หน้าขรึมไม่สนใจเสียงทัดทานของคนตัวเล็ก เขาวางมันลงบนพื้นเพื่อส่งมอบให้โจร โจรเดินตรงมาหยิบของที่ถูกนำมาวางไว้ เพียงแค่โน้มกายเอื้อม โจรก็หงายหลังล้มตึง ด้วยแรงเหวี่ยงจากข้อเท้าเล็กๆ ที่เตะเสยปลายคางเข้าอย่างจัง "โอ๊ย! หนอย ขัดขืนหรือ จัดการพวกมัน" เมื่อเหยื่อเล่นตุกติก กลุ่มโจรจึงจำเป็นต้องใช้กำลัง แต่ไม่ว่าโจรจะขยับไปทางใด แม่นางหน้าขาวก็จะเสนอหน้ามาขวางให้เป็นที่รำคาญ เพียงผู้ใดเข้าใกล้สามี นางก็กระโจนใส่ไม่ยั้ง ทั้งตบ เตะ ต่อย ออกหมัด ออกท่า มือเท้าครบชุด ตามตำราของนาง "อย่างนี้ต้องเจอของแข็ง" โจรชักอาวุธออกมาหมายจะฆ่าฟัน แต่นางมีเพียงมือเปล่า ต้องลุยกับโจรร่างใหญ่ถึงสี่คนพร้อมกัน นางจึงหักข้อมือโจร แล้วฉวยแย่งดาบมา หันมันเข้าชี้ที่หน้ากลุ่มโจร พร้อมสู้อย่างไม่คิดชีวิต ระวัง!! ดาบอีกเล่มหมายจะฟันลงกลางหลัง ของสตรีที่ดูแกร่งเกินหญิงนั้น ยังไม่ทันที่คมดาบจะได้ชิมเนื้อหวานของนาง ก็พลันถูกแส้ม้าปัดจนดาบหนักนั้นหล่นปลิวไป ห้าวเฟยเหวี่ยงแส้อีกทีโจรทั้ง 4 ถึงกับ ล้มหงาย แส้ยาวกระวัดเหวี่ยงจนร่างโจรเต็มไปด้วยรอยเนื้อแตก เลือดไหลซิบ "โอ๊ยๆ พวกเรา ถอย" กลุ่มโจรรู้ตัวว่าไม่คุ้มที่จะต้องมาเจ็บตัวเพื่อหยกชิ้นเดียว จึงพากันหนีกลับเข้าป่าไป "โอ้โห สามีสุดยอด ไม่เคยนึกมาก่อนว่าดาบจะแพ้แส้ ว่าแต่ท่านเป็นราชทูตเหตุใดจึงมีวรยุทธด้วย" ร่างบางเอ่ยชื่นชมสามีอย่างภาคภูมิ "ข้าควรแปลกใจเจ้ามากกว่า เจ้าไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไร เหตุใดเจ้าจึงทำเรื่องกล้าบ้าบิ่นเช่นนี้ เป็นมวยเล็กน้อย กล้าอาจหาญต่อกรกับบุรุษร่างใหญ่ถึงสี่คน" ห้าวเฟยยืนนิ่ง เอ่่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ก็ข้าไม่อยากให้พวกมันเอาของท่านไปนี่นา สามี "ร่างบางทำหน้าอ้อนอย่างขอความเห็นใจ สายตานิ่งเรียบยากจะคาดเดาที่เขามองนางนั้นทำให้นางไม่กล้าที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก "บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่" นางส่ายหน้า แต่เขากลับสังเกตเห็นรอยเลือดซึมที่ลำคอของนาง เขาเอื้อมมือมาใกล้แผลนั้นทำให้ร่างบางถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ "โอ๊ยยย แสบๆ " หน้าขรึมใช้นิ้วจิ้มกดลงที่แผลบนคอของนาง "นี่ไงแผลคราวนี้จะได้ใช้ยาสมใจเจ้าแล้วล่ะ เด็กโง่ เย็นนี้ไม่ต้องรอกินข้าวนะ ข้าจะเข้าวัง"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม