ตอนที่ 4 ทำความรู้จัก

1081 คำ
พศิกรเดินมายืนมองหน้าจอขนาดใหญ่แจ้งตารางของสายการบิน สายตาเห็นสายการบินบลูสกายแอร์ไลน์มีเที่ยวบินตอนเจ็ดโมงเช้า “หรือว่าจะเป็นเที่ยวนี้กันนะ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ร่างสูงหันมาเห็นเหล่าพนักงานแต่ละสายการบินเดินออกจากช่องทางเดินอีกมุมหนึ่ง “ต้องออกจากตรงนี้แน่” ว่าแล้วเขาก็ไปยืนรอแถวนั้น หาร้านแถวนั้นนั่งรอ 09.00 น ภายในเครื่องบินหลังจากเครื่องลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหล่าลูกเรือแบ่งโซนรีบพากันทำความสะอาดตามเบาะนั่ง ช่องเก็บกระเป๋าเหนือศีรษะ แพรไพร เก็บขยะที่ตกหล่นตามพื้น ทำความสะอาดเบาะนั่ง เร่งทำงานแข่งเวลา อีกหนึ่งชั่วโมงจะต้องบินกลับกรุงเทพอีกรอบ หลังจากเคลียร์ภายในเครื่องบินเสร็จหมดเรียบร้อย แพรไพรเดินมาข้างหลังตรวจเช็คเครื่องดื่ม เรวัตเดินเข้ามาช่วย “นี่แก วันนี้ประชุมเสร็จจะไปที่ไหนต่อหรือเปล่า” เรวัตเอ่ยถามเพื่อนสาว บินเสร็จแล้วต้องกลับไปประชุมสรุปงานในวันนี้ “กลับบ้านสิแก แม่ฉันคงเป็นห่วง” “โอ๊ย คงเป็นห่วงหรอกนะ ฉันว่าลูกไม่อยู่แบบนี้ คงอยู่แต่ในบ่อน” เรวัตพลั้งปากพูดออกไป ทำเอาแอร์โฮสเตสสาวหยุดชะงัก “เอ่อ ฉันขอโทษนะแก ขอโทษนะ” สจ๊วตหนุ่มรีบจับมือเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ไม่เป็นไร ทำงานกันเถอะ” แพรไพรรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ก้มหน้าก้มตาทำงาน “แล้วถ้าแกกลับบ้านเจอพ่อเลี้ยงละทำยังไง” “ไม่ทำยังไง ช่างมันเถอะ เจอก็คุย พ่อเลี้ยงคงไม่ทำอะไรหรอกมั้ง แต่ถ้าทำวันนี้อาจจะหลบไปที่อื่น” เธอพูดออกไปอย่างงั้นแต่ในใจก็แอบหวั่นไม่น้อย พ่อเลี้ยงอรรถกรแม้จะเป็นสุภาพบุรุษไม่เคยล่วงเกินบังคับจิตใจ แต่เกิดเขาเปลี่ยนใจขึ้นมาเธอไม่แย่เลยหรือ เห็นจากลูกน้องทำร้ายเขาคนนั้นก็แอบกลัวอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งสองช่วยกันเช็คจำนวนเครื่องดื่มจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็แยกย้ายเตรียมความเรียบร้อยก่อนขึ้นบินในเที่ยวนี้ 11.00 น ทันทีเครื่องบินแตะลงบนพื้นรันเวย์ จนจอดสนิท ผู้โดยสารต่างรีบปลดเข็ดขัดออก รอเดินออกจากเครื่องบิน เหล่าลูกเรือตรวจเช็คความเรียบร้อยและติดต่อกับพนักงานภาคพื้นดิน “ขณะสายการบินบลูสกายแอร์ไลน์ได้พาท่านผู้โดยสารมาถึงยังสนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ขอขอบคุณผู้โดยสารทุกท่านที่ไว้วางใจเดินทางกับสายการบินของเรา” พี่แหวนพูดเสียงหวานพอพูดจบหญิงสาวก็พูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว “ขอเชิญผู้โดยสารแถวที่ 1 – 10 ค่ะ” พูดจบผู้โดยสารที่ถูกเรียก ลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าตัวเองเดินออกไป แพรไพรชะเง้อมองเมื่อเห็นผู้โดยสารกลุ่มแรกออกไปแล้ว แอร์โฮสเตสสาวหันกลับมาดูความเรียบร้อยในแถวตัวเองบ้าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเธอรีบแจ้งผู้โดยสารทันที “ขอเชิญผู้โดยสารแถวที่ 11 – 20 ค่ะ” พูดจบผู้โดยสารรีบลุกขึ้นแล้วพากันออกจากเครื่องบิน กว่าผู้โดยสารจะออกจากเครื่องบินหมดครบทุกคนก็เกือบเที่ยงวัน เหล่าลูกเรือทำความสะอาดเครื่องบินในส่วนที่รับผิดชอบ ทางด้านพศิกรเขานั่งดื่มกาแฟและถือโอกาสเตรียมแผนการสอนเสียเลย แม้ปิดเทอมแต่เขาก็ยังเตรียมงานสำหรับภาคเรียนที่ 2 ใบหน้าใสเงยขึ้นมองไปยังเหล่าลูกเรือเดินออกมาอีกกลุ่มหนึ่ง เขามองหาเธอคนนั้น แต่ก็ไม่มี ชายหนุ่มก้มหน้าทำแผนการสอนต่อไป 13.00 น กว่าจะตรวจสอบความเรียบร้อยภายในเครื่องบินเสร็จ เหล่าลูกเรือพากันเดินออกจากเครื่องบินพร้อมกระเป๋าล้อลาก พี่แหวน เดินนำหน้า ตามด้วยเรวัตที่ตอนนี้เดินเก็กเป็นผู้ชายมาดแมน แพรไพรเดินข้างชายหนุ่ม ท่าทางมั่นใจดูสง่างาม ทั้งหมดเดินออกจากทางเดินกระทั่งถึงประตูเข้าสู่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ตรงกับพศิกรเงยหน้าเห็นทันที ชายหนุ่มมองแวบเดียวจำได้ว่าเป็นแพรไพร เจ้าของเดียวกับบัตรพนักงานที่เขาเก็บได้ ว่าแล้วร่างสูงลุกขึ้นรีบเดินออกจากร้าน “เดี๋ยวครับ เดี๋ยว คุณ แพรไพร” พศิกรตะโกนเรียกชื่อ เขาจำได้ขึ้นใจ กลุ่มพนักงานสายการบินหันมาพร้อมกัน แพรไพรมองหน้าชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ หน้าตาสดชื่นแบบนี้ คงจะหายจากอาการเจ็บจากเมื่อคืน “คะ เมื่อกี้คุณเรียกฉันเหรอ” แพรไพรเอ่ยปากถาม ชายหนุ่มหน้าใส “ครับ คือว่า” “งั้นพวกพี่ไปก่อนนะ มาก่อนประชุมสรุปการทำงานวันนี้ด้วยหละ” พี่แหวนบอกแอร์โฮสเตสสาวรุ่นน้อง แล้วรีบเดินไปพร้อมกับพนักงานที่เหลือรวมถึงเรวัตด้วย พอทั้งหมดเดินไปทิ้งให้เธออยู่กับเขาเพียงลำพัง พศิกรก็ยื่นบัตรพนักงานให้ แพรไพรรับมาด้วยความดีใจนึกว่าทำหายไปเสียแล้ว “นี่ของคุณครับ” “คุณเก็บได้เหรอ ฉันนึกว่าทำหายไปแล้ว” ใบหน้าสวยฉีกยิ้มด้วยความดีใจ “ครับ ผมเก็บได้ใกล้โซฟา” “ว่าแต่คุณมาสนามบินเพื่อมาคืนบัตรให้ฉันอย่างงั้นเหรอคะ” แพรไพรเลือกถามออกไปตรงๆ “จะว่าแบบนั้นก็ได้ครับ เพราะคุณต้องใช้มัน” “ยังไงก็ขอบคุณนะคะ ว่าแต่ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างคะ” แพรไพรถามอาการเจ็บของเขา “ไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ” “เพราะฉันทำให้คุณเจ็บ ขอโทษนะคะ” เธอเอ่ยขอโทษน้ำเสียงสำนึกผิดเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเธอ ยังไม่พอรีบออกมาก่อนโดยไม่ได้บอกเขาเสียอีก “อย่าโทษตัวเองเลยครับ เรื่องมันผ่านไปแล้ว” “ถ้าคุณไม่รังเกียจ ให้ฉันเลี้ยงข้าวสักมื้อได้หรือเปล่าคะ ถือว่าเป็นการขอโทษ” “ได้สิครับ งั้นผมขออนุญาตขอไลน์คุณได้หรือเปล่า เดี๋ยวคุณต้องไปประชุมต่อ” “ได้สิคะ” ว่าแล้วทั้งสองก็แลกไลน์กัน “ผมขออนุญาตเดินไปด้วยนะครับ ผมมาตั้งแต่เช้าแล้ว” พศิกรพูดยิ้มๆ “ได้สิคะ ฉันก็จะรีบไปประชุมเหมือนกัน” ทั้งสองเดินเคียงข้างไปด้วยกัน พูดคุยทำความรู้จักไปในตัว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม