หลายวันต่อมา
“พอแล้วออสติน นายเมามากแล้วนะ” ฉันบอกออสติน น้องชายต่างพ่อของฉันที่เอาแต่ยกกระดกเหล้าไม่พูดไม่จาทันทีที่มาถึงบ้านของลุงไค วันนี้เป็นวันเกิดของไอลีน พวกฉันเลยนัดกันดื่มสังสรรค์กันตามปกติ
“กลับบ้านไปเอลี่ จะมาตามเฝ้าทำไม?” ออสตินโบกไม้โบกมือไล่ฉันยกใหญ่ เขาคงรำคาญที่ฉันเอาแต่นั่งเฝ้าไม่ยอมไปไหน
“ป๊าเป็นคนสั่งให้พี่มาดูแลนาย”
“แต่ฉันดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง!”
“แต่นายเมามากแล้วนะ กลับบ้านกันเถอะ” ฉันพูดขึ้นอีก
“......” ออสตินนั่งเงียบไม่พูดอะไร ฉันก็พอรู้ว่าตอนนี้น้องชายของฉันกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ ถ้าจะให้เดา ก็คงไม่่พ้นเรื่องของนิตา เพราะผู้หญิงที่จะทำให้ออสตินเครียดได้ขนาดนี้ก็มีแค่นิตาคนเดียว เพราะออสตินรักนิตามาก มากจนเก็บไปเครียดจนถึงขนาดต้องกลายเป็นโรคซึมเศร้า รักษานานตั้งหลายปีกว่าจิิตใจจะกลับมาดีขึ้น
“กลับบ้านกับพี่นะ ป่านนี้ป๊ากับแม่คงเป็นห่วงแย่แล้ว” ฉันบอกน้อง เมื่อเห็นว่าออสตินดูเมามากจนแทบไม่มีสติอยู่แล้ว ฉันแค่เป็นห่วงน้องไม่อยากให้น้องต้องกลับมาเครียดอีก
“ไหวป่ะไอ้ออส?” ไอลีนที่นั่งอยู่ข้างๆถามขึ้นเมื่อเห็นสภาพของออสติน
“ไหวดิ อีกแก้วก็ไหว” ออสตินตอบกลับพลางกลืนน้ำสีอำพันลงคออึกใหญ่
“......”
“ทำไมต้องกินให้เมามากถึงขนาดนี้ด้วยนะ”
ฉันบ่นพึมพำพลางถอนหายใจมองหน้าน้องชาย แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อจู่ๆ ก็หันไปเห็นสายตาของใครบางคนที่กำลังนั่งมองอยู่ ก่อนที่ฉันจะรีบเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นว่าสายตาคู่นั้นเป็นของเลนส์ที่เอาแต่จ้องฉันอยู่แบบนั้น มันอึดอัดจนรู้สึกอยากจะลุกไปให้พ้นจากตรงนี้
“ไม่ต้องเป็นห่วงออสตินนะเอลี่ เดี๋ยวพวกฉันดูมันเอง” เลออนที่นั่งอยู่ข้างๆออสตินหันมาบอกฉัน
เพล้งง!! เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่หันไปมอง ปรากฎว่าเป็นเลนส์ที่เมามากจนทรงตัวไม่อยู่ เผลอเดินเซซ้ายเซขวาไปชนกับอะไรบางอย่างที่อยู่รอบตัว
“ไหวปะ?” ไอลีนถามขึ้นพลางรีบวิ่งไปประคองเลนส์
“พาขึ้นห้องหน่อยดิ” เลนส์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เมามาก
“เอลี่ช่วยหน่อย” ไอลีนหันมาบอกฉันที่นั่งอยู่
“ชะ...ช่วยอะไร?” ฉันถามกลับ
“ช่วยมาพยุงมันขึ้นห้องหน่อย”
“......” ฉันมองซ้ายมองขวา คนอื่นก็มีตั้งเยอะแยะทำไมไอลีนต้องเรียกฉัน แล้วฉันก็เป็นผู้หญิงจะมีแรงแบกผู้ชายสักแค่ไหนเชียว
“ไปสิเอลี่ พาไอ้เลนส์มันขึ้นห้องหน่อย” เลออนพูดสมทบ เลออนคือลูกคนที่สามของลุงกับป้า
“เร็วสิเอลี่”
“อ้อ..ดะ..ได้” ฉันรีบดีดตัวลุกขึ้นเมื่อสิ้นเสียงของไอลีน ก็ฉันปฏิเสธคนไม่ค่อยเป็นอยู่ด้วย
ฉันหิ้วปีกเลนส์ที่เมามากขึ้นมาบนห้องโดยที่มีไอลีนพยุงอีกข้าง ฉันค่อยๆวางเขาลงบนเตียงแบบเบาที่สุด ก่อนที่จะหันหลังเดินออกมา
“หะ...หิวน้ำ!”
“......” ฉันกับไอลีนหันไปหาเลนส์อย่างพร้อมเพรียงเมื่อเขาละเมอออกมาว่าหิวน้ำ
“ขอนะ...น้ำให้กินหน่อย” เลนส์พูดขึ้นอีก
“แกช่วยไปเอาน้ำมาให้หน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มันเอง!” ไอลีนบอกฉัน
“งั้นรอแป๊บนึงนะ”
ฉันพยักหน้าตกลงก่อนที่จะเดินเข้ามาในครัวเพื่อที่จะหยิบน้ำให้เลนส์
แกร่ก!! ฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของเลนส์หลังจากที่ลงไปหยิบน้ำมาให้เขา ดวงตาของฉันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นไอลีนอยู่ในห้องนี้แล้ว เห็นแค่เลนส์ที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงด้วยสภาพที่ไร้สติ
“เอลี่หรอ” ริมฝีปากของเขาขยับเบาๆเรียกชื่อฉัน
“ใช่! ฉันเอลี่” ฉันบอกเขาก่อนที่จะวางแก้วน้ำไว้ให้เขาบนโต๊ะข้างเตียง
หมับ!! จู่ ๆ เลนส์ก็คว้าข้อมือฉันไว้ในขณะที่ฉันกำลังหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง เขากระชากตัวฉันให้เขาไปหา ก่อนที่จะผลักฉันให้นอนราบไปกับเตียง
“ละ...เลนส์จะทำอะไร?” ฉันเสียงสั่นเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆเขาก็ขึ้นคร่อมตัวฉันไว้
“......”
“เลนส์อย่านะ อย่าทำพี่!” ฉันร้องตะโกนออกมาเมื่อเขากำลังพยายามจะถอดเสื้อผ้าของฉันออก ตอนนี้เขาเมามาก เมาจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว
“อยู่นิ่งๆ”
“อย่านะเลนส์ ออกไปให้พ้น”
“เอลี่อย่าดื้อดิ” เขาส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเมื่อเห็นว่าฉันขัดขืนไม่ยอม ตามใบหน้าของเขาตามผิวของเขา เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้า ริมฝีปากของเขามันสั่นระริกแววตาท่าทางของเขามัน คล้ายกับต้องการเรื่องแบบนั้นมากในตอนนี้
จนในที่สุดฉันก็สู้แรงของเขาไม่ไหว ร่างกายของฉันมันเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา โดยที่ร่างกายของเขานั้นก็เปลือยเปล่าเหมือนกับฉัน สายตาของฉันเหลือบมองไปเห็นแก่นกายของเขาที่มันกำลังขยายตั้งชันจนน่ากลัว
ฉันถดถอยหลังหนีจนติดหัวเตียง ก่อนที่มือหนาของเขาจับขาฉันให้แยกออกจากกัน ฉันจะสัมผัสได้ถึงแท่งร้อนที่กำลังจ่อมาที่ร่องแคบของฉัน เพียงแค่นั้นมันก็ทำให้ฉันรู้สึกสะท้านไปทั้งร่างกาย
“ละ...เลนส์อย่านะ!” ฉันร้องตะโกนบอกแค่นั้น สิ่งที่ฉันเห็นเป็นสิ่งสุดท้ายคือภาพที่เลนส์กำลังจะสอดใส่อะไรบางอย่างเข้ามาในตัวฉันก่อนที่สติของฉันจะค่อยๆวูบดับไป