“ตอนแรกแม่ก็แปลกใจที่เขารู้ว่าพี่นนท์คือใคร แต่พอบอกว่าเป็นพนักงานร้านดอกไม้ที่ร้านนั้นแม่ถึงเข้าใจ”
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนแล้วคะ ยังอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่มั้ย?”
“กลับไปแล้วล่ะ ตอนนั้นแม่เองก็กำลังตกใจเลยไม่ได้ขอบคุณเขา แต่คงตามตัวไม่ยากหรอก เพราะเรารู้แล้วว่าเขาเป็นใคร”
“เรื่องนี้หนูขอเป็นคนจัดการเองได้มั้ยคะ?” แชมเปญอาสาที่จะไปแสดงความขอบคุณคนที่ช่วยเหลือพี่ชายของเธอด้วยตนเอง เนื่องจากความจริงแล้วเธอเองก็มีเรื่องบางอย่างที่อยากจะคุยกับเขาเช่นกัน
เพราะมันเป็นเขามาโดยตลอดที่คอยปกป้องเธอจากคนอันตรายคนนั้น
*************
แชมเปญอาสาที่จะอยู่เฝ้าชานนท์ในคืนนั้น ทำให้ทั้งสองพี่น้องได้มีเวลาในการพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของกฤติน และเรื่องของ ‘พนักงาน’ ร้านดอกไม้คนนั้นเช่นกัน
พอถึงตอนเช้าไฮโซสาวก็มุ่งหน้าไปหาคนที่เธอต้องการพบทันทีที่ร้านขายดอกไม้ร้านประจำของเธอ ตอนนี้หญิงสาวไม่มีเวลาที่จะลังเลอีกต่อไปแล้ว เพราะมีแค่เขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้
“คุณแชมเปญ สวัสดีค่ะ~” พนักงานสาวรีบเดินเข้ามาต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุด ทว่าสายตาของแชมเปญกลับไม่ได้เหลียวมองเธอเลยแม้แต่น้อย
“คุณดีนอยู่มั้ยคะ?”
“ค คะ” เพราะเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมา ประกอบกับท่าทางของแชมเปญที่ดูร้อนรนในการต้องการจะพบกับพนักงานหนุ่มเป็นอย่างมาก เลยทำให้คนที่โดนถามรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
...ทั้งสองคนมีสถานะเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมคนระดับนั้นถึงได้มาตามหาพนักงานร้านดอกไม้ฐานะปานกลางคนเดิมอยู่บ่อยครั้ง
“มาหาผมเหรอครับ?” ราวกับรู้อยู่แล้วว่าอีกคนกำลังรอพบเขาอยู่ ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดพนักงานเดินออกมาจากด้านหลังของร้านพร้อมกับดอกไม้ที่ถือไว้ในมือเพื่อจะนำมาเติมของที่บริเวณด้านหน้า
ดีนคลี่ยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายมากกว่าทุกวัน ก่อนเขาจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอเพื่อรอฟังสิ่งที่ต้องการ
“วันนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ”
“แต่วันนี้ผมต้องทำงานนะครับ”
ที่ผ่านมาเขาไม่เคยปฏิเสธเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ทำไมวันนี้ถึงได้มีท่าทีที่แปลกไปแบบนั้น?
ดีนมองข้ามท่าทางที่ดูร้อนรนของแชมเปญแล้วตอบกลับเธอไปอย่างใจเย็น ก่อนเขาจะเดินผ่านเธอไปเพื่อนำดอกไม้ไปใส่ไว้ในแจกัน
“ถ้าฉันจะซื้อคุณทั้งวันต้องใช้เงินเท่าไหร่!”
เท้าหนักหยุดชะงักกับประโยคที่โพล่งออกมาจากปากของหญิงสาว เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่น ๆ ที่ต่างก็ตกใจกับคำถามของแชมเปญไม่ต่างกัน
เธอกล้าพูดเสียงดังในร้านด้วยประโยคแบบนั้นได้ยังไง
“หึ...คุณเพิ่งกลับจากต่างประเทศมา คงจะไม่เข้าใจภาษาไทยสักเท่าไหร่” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็กลับมาหาเธออีกครั้ง นั่นทำให้แชมเปญพอจะมีหวังขึ้นมาบ้างว่าชายหนุ่มจะยอมพูดคุยกับเธอในตอนนี้
แต่แล้วกลับเป็นเธอเสียเองที่ต้องถอยหลังหนีอย่างไม่รู้ตัวตอนดีนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณจริง ๆ นะคะ” เสียงของหญิงสาวเริ่มอ่อนลง
“ต้องเป็นตอนนี้เท่านั้นเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ”
“แต่วันนี้ผมมีงานที่ต้องทำ ถ้าคุณแชมเปญจะรอคุยตอนเย็น...”
“ไม่ได้ค่ะ ฉันต้องคุยตอนนี้เท่านั้น”
ความใจร้อนของหญิงสาวทำให้พนักงานหลายคนต่างเริ่มมองหน้ากัน บ้างก็สงสัยถึงเรื่องราวที่แชมเปญกำลังพูดถึง แต่บางคนกลับสนใจเรื่องความสนิทสนมของทั้งคู่มากกว่า
“คุณได้เงินวันละเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายเพิ่มให้เท่าที่ต้องการ”
“คุณแชมเปญครับ...”
“ฉันขอคุยกับเขาตอนนี้ได้มั้ยคะ? หรือที่ร้านต้องการคนรึเปล่า” ในเมื่อไม่สามารถจะเสียเวลาในการโต้เถียงต่อไปได้ แชมเปญจึงเลือกที่จะหันไปถามพนักงานหญิงอีกคนแทน
“มะ..ไม่ต้องเลยค่ะ ถ้าคุณแชมเปญมีเรื่องด่วนจริง ๆ ก็คุยกับดีนก่อนได้เลยนะคะ”
“ขอบคุณนะคะ ส่วนนี่เป็นเงินชดเชยที่ร้านต้องขาดพนักงานไปหนึ่งคนค่ะ” มือเรียวหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าแล้ววางไว้ให้พนักงาน จากนั้นจึงถือวิสาสะจับข้อมือของชายหนุ่มแล้วพาเขาไปยังรถคันหรูที่จอดรอไว้
ยอมรับว่าเธอรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยที่ดีนมาปฏิเสธในวันที่เธอมีเรื่องสำคัญแบบนี้ แต่ถึงแม้ดีนจะมีท่าทีแบบนั้นในตอนแรก เขาก็ยอมเดินตามเธอไปอยู่ดี
โรงแรม
“รอฉันอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องตามเข้าไป” แชมเปญหันมาออกคำสั่งกับบอดี้การ์ดที่เป็นคนขับรถให้เธอวันนี้ จากนั้นจึงเดินนำดีนเข้าไปในห้องไพรเวทที่ถูกจัดเตรียมไว้
“จู่ ๆ คุณก็รีบร้อนไปพาผมออกมาจากที่ร้าน แล้วยังมาเข้าโรงแรมต่อแบบนี้อีก จะให้ผมคิดว่ายังไงดีครับ?”
“ที่นี่เป็นโรงแรมของเพื่อนสนิทฉันค่ะ ฉันมาที่นี่เพราะมั่นใจว่าทุกเรื่องที่เราคุยกันจะไม่หลุดออกไป” แชมเปญลอบถอนหายใจกับคำพูดที่ไม่มีทางเป็นไปได้ของอีกคน ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กกว่าเขา แต่ดีนกลับทำเหมือนเธอกำลังจะทำมิดีมิร้ายผู้ชายตัวโตอย่างเขาอย่างไรอย่างนั้น
“แบบนี้ผมตกใจนะครับ”
“ฉันจะชดเชยให้เท่าที่คุณต้องการเองค่ะ” แชมเปญกระแทกตัวลงบนโซฟาแล้วตอบกลับด้วยเสียงห้วน เธอเพิ่งจะเคยเห็นดีนในมุมทะเล้นและดื้อรั้นแบบนี้เป็นครั้งแรก เพราะปกติเขามักจะไว้ตัวเสมอเวลาที่อยู่กับเธอ
วันนี้มีแต่เรื่องที่เธอไม่คุ้นเคยทั้งนั้น
“ฉันรู้เรื่องที่คุณมาช่วยพี่นนท์ไว้แล้วค่ะ ฉันเลยอยากจะขอบคุณที่คุณมาช่วยพี่ชายของฉันไว้”
“ครับ ไม่เป็น...”
“ส่วนเรื่องหลังจากนี้เป็นเรื่องของฉันเอง” หญิงสาวแทรกขึ้นราวกับรอเวลานี้มานาน ขณะที่ดีนเท้าคางมองคนตรงหน้าอย่างตั้งใจฟังว่าเธอจะพูดเรื่องสำคัญอะไรต่อจากนี้
“คุณเคยเรียนการป้องกันตัวอะไรมาบ้างคะ”
“ผมไม่ได้เรียนครับ ส่วนมากจะมาจากประสบการณ์มากกว่า”
แน่นอนว่าแชมเปญไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ชายหนุ่มพูด แต่หากเขาสามารถที่จะสู้กับคนจำนวนหนึ่งได้ด้วยตัวคนเดียวนั่นก็แสดงว่าดีนเป็นคนที่มีฝีมือดีพอสมควร
ดวงตาเฉี่ยวไล่สำรวจตามร่างกายของชายหนุ่มที่ปราศจากร่องรอยการถูกทำร้ายไปด้วยระหว่างกำลังพิจารณาคำพูดของเขา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในร้านอาหารวันนั้น หรือเรื่องของพี่ชายเธอที่เพิ่งเกิดขึ้น ภาพตรงหน้าของแชมเปญในตอนนี้ก็เป็นคำตอบให้กับเธอได้แล้ว
ว่าเขาเป็นคนเดียวที่จะปกป้องเธอจากกฤตินได้
“วันนั้นที่เราบังเอิญเจอกันที่ร้านอาหาร คุณบอกว่าเต็มใจจะช่วยเหลือฉันทุกเรื่องที่ฉันต้องการใช่มั้ยคะ?”
“ครับ”
“ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่ต้องการแล้วค่ะ”
มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มอีกครั้งตอนที่หญิงสาวตรงหน้าพูดถึงเรื่องนี้ออกมา แม้จะพอเดาออกว่าเป็นเรื่องอะไรแต่ดีนก็ยังคงรอให้แชมเปญเป็นฝ่ายพูดมันออกมาทั้งหมดอยู่ดี
“ฉันชอบคุณ มาแต่งงานกับฉันนะคะ”