บทที่ 10 ผู้ชายที่ซื้อด้วยเงิน

1373 คำ
“ตอนแรกแม่ก็แปลกใจที่เขารู้ว่าพี่นนท์คือใคร แต่พอบอกว่าเป็นพนักงานร้านดอกไม้ที่ร้านนั้นแม่ถึงเข้าใจ” “แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนแล้วคะ ยังอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่มั้ย?” “กลับไปแล้วล่ะ ตอนนั้นแม่เองก็กำลังตกใจเลยไม่ได้ขอบคุณเขา แต่คงตามตัวไม่ยากหรอก เพราะเรารู้แล้วว่าเขาเป็นใคร” “เรื่องนี้หนูขอเป็นคนจัดการเองได้มั้ยคะ?” แชมเปญอาสาที่จะไปแสดงความขอบคุณคนที่ช่วยเหลือพี่ชายของเธอด้วยตนเอง เนื่องจากความจริงแล้วเธอเองก็มีเรื่องบางอย่างที่อยากจะคุยกับเขาเช่นกัน เพราะมันเป็นเขามาโดยตลอดที่คอยปกป้องเธอจากคนอันตรายคนนั้น ************* แชมเปญอาสาที่จะอยู่เฝ้าชานนท์ในคืนนั้น ทำให้ทั้งสองพี่น้องได้มีเวลาในการพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของกฤติน และเรื่องของ ‘พนักงาน’ ร้านดอกไม้คนนั้นเช่นกัน พอถึงตอนเช้าไฮโซสาวก็มุ่งหน้าไปหาคนที่เธอต้องการพบทันทีที่ร้านขายดอกไม้ร้านประจำของเธอ ตอนนี้หญิงสาวไม่มีเวลาที่จะลังเลอีกต่อไปแล้ว เพราะมีแค่เขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้ “คุณแชมเปญ สวัสดีค่ะ~” พนักงานสาวรีบเดินเข้ามาต้อนรับลูกค้ารายใหญ่ด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรที่สุด ทว่าสายตาของแชมเปญกลับไม่ได้เหลียวมองเธอเลยแม้แต่น้อย “คุณดีนอยู่มั้ยคะ?” “ค คะ” เพราะเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมา ประกอบกับท่าทางของแชมเปญที่ดูร้อนรนในการต้องการจะพบกับพนักงานหนุ่มเป็นอย่างมาก เลยทำให้คนที่โดนถามรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ...ทั้งสองคนมีสถานะเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมคนระดับนั้นถึงได้มาตามหาพนักงานร้านดอกไม้ฐานะปานกลางคนเดิมอยู่บ่อยครั้ง “มาหาผมเหรอครับ?” ราวกับรู้อยู่แล้วว่าอีกคนกำลังรอพบเขาอยู่ ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดพนักงานเดินออกมาจากด้านหลังของร้านพร้อมกับดอกไม้ที่ถือไว้ในมือเพื่อจะนำมาเติมของที่บริเวณด้านหน้า ดีนคลี่ยิ้มให้กับหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายมากกว่าทุกวัน ก่อนเขาจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอเพื่อรอฟังสิ่งที่ต้องการ “วันนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ” “แต่วันนี้ผมต้องทำงานนะครับ” ที่ผ่านมาเขาไม่เคยปฏิเสธเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ทำไมวันนี้ถึงได้มีท่าทีที่แปลกไปแบบนั้น? ดีนมองข้ามท่าทางที่ดูร้อนรนของแชมเปญแล้วตอบกลับเธอไปอย่างใจเย็น ก่อนเขาจะเดินผ่านเธอไปเพื่อนำดอกไม้ไปใส่ไว้ในแจกัน “ถ้าฉันจะซื้อคุณทั้งวันต้องใช้เงินเท่าไหร่!” เท้าหนักหยุดชะงักกับประโยคที่โพล่งออกมาจากปากของหญิงสาว เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่น ๆ ที่ต่างก็ตกใจกับคำถามของแชมเปญไม่ต่างกัน เธอกล้าพูดเสียงดังในร้านด้วยประโยคแบบนั้นได้ยังไง “หึ...คุณเพิ่งกลับจากต่างประเทศมา คงจะไม่เข้าใจภาษาไทยสักเท่าไหร่” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็กลับมาหาเธออีกครั้ง นั่นทำให้แชมเปญพอจะมีหวังขึ้นมาบ้างว่าชายหนุ่มจะยอมพูดคุยกับเธอในตอนนี้ แต่แล้วกลับเป็นเธอเสียเองที่ต้องถอยหลังหนีอย่างไม่รู้ตัวตอนดีนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ “ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณจริง ๆ นะคะ” เสียงของหญิงสาวเริ่มอ่อนลง “ต้องเป็นตอนนี้เท่านั้นเหรอครับ?” “ใช่ค่ะ” “แต่วันนี้ผมมีงานที่ต้องทำ ถ้าคุณแชมเปญจะรอคุยตอนเย็น...” “ไม่ได้ค่ะ ฉันต้องคุยตอนนี้เท่านั้น” ความใจร้อนของหญิงสาวทำให้พนักงานหลายคนต่างเริ่มมองหน้ากัน บ้างก็สงสัยถึงเรื่องราวที่แชมเปญกำลังพูดถึง แต่บางคนกลับสนใจเรื่องความสนิทสนมของทั้งคู่มากกว่า “คุณได้เงินวันละเท่าไหร่ ฉันจะจ่ายเพิ่มให้เท่าที่ต้องการ” “คุณแชมเปญครับ...” “ฉันขอคุยกับเขาตอนนี้ได้มั้ยคะ? หรือที่ร้านต้องการคนรึเปล่า” ในเมื่อไม่สามารถจะเสียเวลาในการโต้เถียงต่อไปได้ แชมเปญจึงเลือกที่จะหันไปถามพนักงานหญิงอีกคนแทน “มะ..ไม่ต้องเลยค่ะ ถ้าคุณแชมเปญมีเรื่องด่วนจริง ๆ ก็คุยกับดีนก่อนได้เลยนะคะ” “ขอบคุณนะคะ ส่วนนี่เป็นเงินชดเชยที่ร้านต้องขาดพนักงานไปหนึ่งคนค่ะ” มือเรียวหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าแล้ววางไว้ให้พนักงาน จากนั้นจึงถือวิสาสะจับข้อมือของชายหนุ่มแล้วพาเขาไปยังรถคันหรูที่จอดรอไว้ ยอมรับว่าเธอรู้สึกหัวเสียเล็กน้อยที่ดีนมาปฏิเสธในวันที่เธอมีเรื่องสำคัญแบบนี้ แต่ถึงแม้ดีนจะมีท่าทีแบบนั้นในตอนแรก เขาก็ยอมเดินตามเธอไปอยู่ดี โรงแรม “รอฉันอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องตามเข้าไป” แชมเปญหันมาออกคำสั่งกับบอดี้การ์ดที่เป็นคนขับรถให้เธอวันนี้ จากนั้นจึงเดินนำดีนเข้าไปในห้องไพรเวทที่ถูกจัดเตรียมไว้ “จู่ ๆ คุณก็รีบร้อนไปพาผมออกมาจากที่ร้าน แล้วยังมาเข้าโรงแรมต่อแบบนี้อีก จะให้ผมคิดว่ายังไงดีครับ?” “ที่นี่เป็นโรงแรมของเพื่อนสนิทฉันค่ะ ฉันมาที่นี่เพราะมั่นใจว่าทุกเรื่องที่เราคุยกันจะไม่หลุดออกไป” แชมเปญลอบถอนหายใจกับคำพูดที่ไม่มีทางเป็นไปได้ของอีกคน ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กกว่าเขา แต่ดีนกลับทำเหมือนเธอกำลังจะทำมิดีมิร้ายผู้ชายตัวโตอย่างเขาอย่างไรอย่างนั้น “แบบนี้ผมตกใจนะครับ” “ฉันจะชดเชยให้เท่าที่คุณต้องการเองค่ะ” แชมเปญกระแทกตัวลงบนโซฟาแล้วตอบกลับด้วยเสียงห้วน เธอเพิ่งจะเคยเห็นดีนในมุมทะเล้นและดื้อรั้นแบบนี้เป็นครั้งแรก เพราะปกติเขามักจะไว้ตัวเสมอเวลาที่อยู่กับเธอ วันนี้มีแต่เรื่องที่เธอไม่คุ้นเคยทั้งนั้น “ฉันรู้เรื่องที่คุณมาช่วยพี่นนท์ไว้แล้วค่ะ ฉันเลยอยากจะขอบคุณที่คุณมาช่วยพี่ชายของฉันไว้” “ครับ ไม่เป็น...” “ส่วนเรื่องหลังจากนี้เป็นเรื่องของฉันเอง” หญิงสาวแทรกขึ้นราวกับรอเวลานี้มานาน ขณะที่ดีนเท้าคางมองคนตรงหน้าอย่างตั้งใจฟังว่าเธอจะพูดเรื่องสำคัญอะไรต่อจากนี้ “คุณเคยเรียนการป้องกันตัวอะไรมาบ้างคะ” “ผมไม่ได้เรียนครับ ส่วนมากจะมาจากประสบการณ์มากกว่า” แน่นอนว่าแชมเปญไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ชายหนุ่มพูด แต่หากเขาสามารถที่จะสู้กับคนจำนวนหนึ่งได้ด้วยตัวคนเดียวนั่นก็แสดงว่าดีนเป็นคนที่มีฝีมือดีพอสมควร ดวงตาเฉี่ยวไล่สำรวจตามร่างกายของชายหนุ่มที่ปราศจากร่องรอยการถูกทำร้ายไปด้วยระหว่างกำลังพิจารณาคำพูดของเขา ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในร้านอาหารวันนั้น หรือเรื่องของพี่ชายเธอที่เพิ่งเกิดขึ้น ภาพตรงหน้าของแชมเปญในตอนนี้ก็เป็นคำตอบให้กับเธอได้แล้ว ว่าเขาเป็นคนเดียวที่จะปกป้องเธอจากกฤตินได้ “วันนั้นที่เราบังเอิญเจอกันที่ร้านอาหาร คุณบอกว่าเต็มใจจะช่วยเหลือฉันทุกเรื่องที่ฉันต้องการใช่มั้ยคะ?” “ครับ” “ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่ต้องการแล้วค่ะ” มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มอีกครั้งตอนที่หญิงสาวตรงหน้าพูดถึงเรื่องนี้ออกมา แม้จะพอเดาออกว่าเป็นเรื่องอะไรแต่ดีนก็ยังคงรอให้แชมเปญเป็นฝ่ายพูดมันออกมาทั้งหมดอยู่ดี “ฉันชอบคุณ มาแต่งงานกับฉันนะคะ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม