ตอนที่ 1
“อึก…อา”
ลมหายใจอุ่นเป่ารดออกมาเหนือริมฝีปาก เปลือกตาค่อย ๆ ปรือเปิดขึ้นทีละนิด ดวงตาสีฟ้าอ่อนกะพริบปรับสายตาเล็กน้อย
นี่มัน ที่ไหนกัน?
ราส เจ้าของร่างสูงโปร่งได้สติขึ้นจากการสลบไสล ทว่าเขากลับจำไม่ได้ว่าเขามาที่นี่ และมาอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไงกัน?
แต่นี่ไม่ใช่เวลามาตื่นตระหนก เขาจำเป็นต้องรวบรวมสติ…
“อ่ะ!!”
ราสชะงัก แขนสองข้างของเขาถูกพันธนาการเอาไว้ด้านหลังด้วยอุปกรณ์ทันสมัยของโลกใบนี้ มันล็อกแขนเอาไว้ได้แน่นจนไม่สามารถดิ้นให้หลุดหรือใช้กำลังเพื่อทำลายมันได้
นอกจากเขาจะอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย ยังถูกจับตัวเอาไว้ด้วยอย่างนั้นสิ?
“well well well…”
เสียงทุ้มหนึ่งดังก้องขึ้นจากมุมห้องพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่หยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ ท่าทีดูมีอำนาจ ดวงตาสีเทาจ้องเขม็งมองตรงมาที่ราสนั่นสามารถทำให้ร่างที่ถูกพันธนาการอยู่แข็งทื่อไปเหมือนถูกมนตร์สะกด
เจ้าของผมสีเทาควันบุหรี่แสกข้างรับกับดวงตาคมกริบคู่นั้นดูราวกับตัวการ์ตูน ใบหน้าหล่อคมคายได้รูปจนชวนให้รู้สึกแปลกประหลาดอยู่ในอก
“นายเป็นใคร จับฉันมาทำไม?”
ราสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยอย่างมีสติ ท่าทีที่ไร้ความเกรงกลัวนั่นทำให้ชายอีกสี่ห้าคนด้านหลังเตรียมจะเข้ามาชาร์จ แต่เจ้าของผมสีเทาควันบุหรี่ยกมือห้ามเอาไว้
“ออกไปก่อน”
แม้จะเอ่ยบอกลูกน้อง แต่ดวงตาสีเทายังจับจ้องที่ร่างของราสไม่ละไปไหน ลูกน้องค้อมตัวรับและพากันออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงร่างของราส…และคนแปลกหน้าที่เป็นเจ้าของเพ้นท์เฮ้าส์หลังใหญ่นี่
ไซมอน เดินเข้ามาใกล้เจ้าของร่างโปร่งที่ถูกพันธนาการสองแขนเอาไว้ เขานั่งยอง ๆ ลงก่อนจะรั้งราสให้ลุกขึ้นนั่งบนพื้นแทน
“นายจำฉันไม่ได้งั้นเหรอ?”
ริมฝีปากของไซมอนยกยิ้มร้ายขึ้น แววตาสบมองเหมือนจะสะกดจิตให้ถูกพันธนาการทั้งร่างกายและจิตใจ ราสขบฟันก่อนจะขยับขาของตัวเองเตรียมจะตอบโต้
“ถ้าฉันเป็นนายฉันจะไม่ทำแบบนั้นนะ”
ทว่าเสียงทุ้มของไซมอนเอ่ยพูดขึ้นอย่างรู้ทัน ก่อนหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินกลับไปที่มุมห้อง หยิบของบางอย่างตรงกลับมายังร่างของราส
“อึก!”
“ลองดูนี่สักหน่อย”
มือหนาจับใบหน้าขาวราสที่ยังนั่งอยู่บนพื้นให้เงยขึ้น ก่อนอีกมือจะหยิบแว่น VR ที่ถือมาสวมใส่เข้าไปให้…
เพียงไม่กี่วินาที ภาพของห้องที่พวกเขาอยู่ด้วยกันกลายเป็นรูปสามมิติในเกมที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี
.
.
ราส อยู่ในชุดเครื่องแบบตำรวจของโลกเมต้าเวิร์สตามแบบอวาต้าในเกม มือถือปืนกระบอกสีฟ้าขาวที่มีหลากหลายฟังก์ชัน มีดเล่มเล็กถูกเก็บเอาไว้ตรงเข็มขัดเพื่อป้องกันตัว
สองเท้าค่อย ๆ ย่างกรายเข้าไปภายในดันเจี้ยนลับ ห้องสุดท้ายที่อยู่ลึกสุด เขาเตรียมใจและพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับมัน
นี่คือห้องบอสในดันเจี้ยนลับ…ปราการสุดท้ายที่เขาได้รับมอบหมายจากฝ่ายรัฐบาลของประเทศให้เข้ามาหาเบาะแส
ในทีมของเขามีเพียงแค่เขาคนเดียวที่ฝ่าเข้ามาได้จนถึงตอนนี้
กึก
ราสชะงักฝีเท้าเมื่อเขาเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้าและระมัดระวัง แต่ทว่าภาพที่เห็นกลับเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมาย
เขารู้มาว่าบอสตัวสุดท้ายที่ต้องจัดการนั้นร้ายกาจและเก่งมากเพียงใด คิดไปถึงหุ่นยนต์ หรือสัตว์ประหลาดที่พร้อมจะโจมตีเขาอยู่ตลอดเวลา
ไม่ใช่ชายหนุ่มร่างมนุษย์ที่สวมชุดเกราะสีดำแบบนี้
‘เจ้ามาได้ไกลขนาดนี้เชียวเหรอ น่าประทับใจนะ’
‘มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?’
‘เดี๋ยวข้าจะเล่าคร่าว ๆ ให้ฟัง ที่นอกโลกนี้น่ะนะ’
ริมฝีปากเจ้าของร่างสูงแยกยิ้มกว้างออกมา เส้นผมแสกข้างสีเทาควันบุหรี่นั่นดึงดูดสายตาของราส ก่อนเขาจะไล่มองลงมา
ที่หางตาของชายชุดเกราะมีเลข‘000’ประทับอยู่
และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้ก่อนจะหมดสติไป
.
.
“นาย!...นายคือบอสในเกม!”
แว่น VR ถูกถอดออกไปจากใบหน้าตำรวจหนุ่ม ทั้งในโลกของเกมเมต้าเวิร์สและชีวิตจริง เขาจำได้แล้วว่าคนตรงหน้าคือคนเดียวกันกับบอสมนุษย์ในชุดเกราะสีดำที่เขาเจอ
แม้จะไม่น่าเชื่อแค่ไหน แต่ต้องเป็นหมอนี่ไม่มีผิดแน่!
“ใช่ ชื่อของฉันคือ ไซมอน ฉันไม่ได้เป็นแค่บอส แต่เป็นผู้พัฒนาโลกที่นายเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้นด้วย”
ไซมอนพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่นั่นยิ่งทำให้ราสไม่อยากเชื่อหูตัวเอง และพยายามกระชากแขนตัวเองออกจากการพันธนาการ
“เปล่าประโยชน์น่า เจ้านั่นเป็น cuff รุ่นพิเศษที่ยังไม่มีให้ใช้ ไม่เหมือนรุ่นปกติที่พวกนายใช้จับคนร้ายในเมต้าเวิร์สหรอกนะ”
“อา!!”
“ถ้ายิ่งดิ้นมันจะยิ่งร้อน เดี๋ยวผิวนายจะพองเอา”
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ไซมอนบอกทั้งสิ้น ราสมั่นใจว่าเขาเองไม่เคยเห็น cuff ที่ไฮเทคและล็อกแขนเขาไพล่หลังเอาไว้จนแทบไม่มีทางดิ้นหลุดได้ อีกทั้งจังหวะที่ตำรวจหนุ่มขืนดึงแขนตัวเองมันก็ร้อนวาบจนแสบผิวขึ้นมา
“นายรู้ใช่ไหมว่าจับฉันไว้แบบนี้เดี๋ยวอีกไม่นานจะเกิดอะไรขึ้น”
“โอ้ พ่อตำรวจหนุ่มกำลังขู่อยู่งั้นเหรอ?”
ราสปิดปากเงียบไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป แต่พยายามใช้ความคิดและอ่านคนตรงหน้าเพื่อปะติดปะต่อทุกอย่างให้ได้แทน
ถึงจะเป็นตำรวจ แต่เขาก็ไม่ใช่พวกบุ่มบ่ามทำอะไรที่อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงได้ อีกอย่างจากที่ดูแล้ว ที่นี่มีแค่ราสคนเดียว นอกจากนั้น…
ไม่ทันที่ราสจะได้คิดอะไร เสียงแจ้งเตือนบางอย่างก็ได้ดึงสติเขาขึ้นมาเสียก่อน ไซมอนกดรับสายแล้วเปิดเป็นจอภาพสามมิติขึ้นมาตรงหน้า
ราสเหมือนจะเห็นช่องว่างที่อีกฝ่ายเผลอเปิดให้เขาเอง สองขาเตรียมจะผุดลุกขึ้นมาแล้วถีบเข้าไปที่สีข้างของคนตรงหน้า
“คุณไซมอน มี NPCที่เออเร่ออยู่ น่าจะเกิดจากการฝ่ายรัฐบาลครับ”
แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงและเห็นภาพที่ปรากฏอยู่บนจอ เจ้าของผมสีบลอนด์ก็ชะงักไปทันที ชายสองคนที่อยู่บนจอ ใบหน้าแบบนั้น…น้ำเสียงแบบนั้น…
ไม่ใช่ว่านั่นคือโจนาธานกับแจสเปอร์เหรอ?
จู่ ๆ ราสก็นึกไปถึงอดีตเพื่อนร่วมงานที่เคยออกมาปฏิบัติงานด้วยกันเมื่อนานมากแล้ว มันเริ่มจากที่สองคนนั้นหายตัวไปเหมือนกับฝ่ายสอบสวนของตำรวจเคสก่อนหน้านี้ จากตอนแรกที่คิดว่าพวกนั้นคงจะถูกเก็บไปแล้วแน่ เพราะเขาเองไม่ได้ข่าวคราวอะไรอีก แต่ทำไมสองคนนี้ถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่?
“พวกนายจัดการได้เลย”
“รับทราบครับ”
จบประโยคนั้นภาพในจอก็ดับหายไปเหลือเพียงแต่ร่างสูงที่ยังยืนอยู่ตรงหน้าของราส
“เป็นอะไร ทำหน้าตกใจขนาดนั้นเชียวคุณตำรวจ”
“สองคนนั้น…นายทำอะไรกับพวกเขา?”
“หืม อ้อ โจนาธานกับแจสเปอร์? ไม่ ๆ ฉันไม่ได้ทำอะไร นอกจากเล่าเรื่องให้พวกนั้นตาสว่างเท่านั้นเอง”
ยิ่งฟัง ราสก็ยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นเท่านั้น ฟากของตำรวจที่ทำงานตรงให้กับรัฐบาลอย่างพวกเขาถูกพูดใส่มาตลอดว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องสืบสาวเรื่องราวให้ได้ ให้สาสมกับที่เพื่อนพี่น้องของเราถูกกำจัดทิ้งไป
แล้วทำไมเขาถึงได้มาเห็นว่าสองคนนี้ทำให้งานให้กับคนตรงหน้าที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร้ายล่ะ?
“ถ้านายอยากฟังละก็ ฉันมีเวลาทั้งวันเลยล่ะ”
ไซมอนยิ้ม ดวงตาและสีผมเหมือนกันกับที่ราสเห็นในเกม ผิดก็แต่ไม่มีตัวเลข000ใต้หางตาของไซมอนก็เท่านั้น
“ว่ามาสิ”
ราสผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อเขารู้สึกว่านี่น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว…เพราะลึก ๆ ในใจ เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองสงสัยเรื่องราวการหายตัวไปของตำรวจในกรมมากเช่นกัน
ความไม่ชอบมาพากล ความผิดปกติ หลายสิ่งหลายอย่างทำให้ราสอยากหาคำตอบให้มันมาตลอด จนตอนนี้ที่เขาเข้าใกล้มันมากขึ้น มีแต่ต้องยอมฟังสิ่งที่คนตรงหน้าเล่าเท่านั้น
.
.
ไซมอนเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโลกMetaverseที่โด่งดัง โลกเสมือนจริงที่ผู้คนสามารถเข้าไปเพื่อใช้ชีวิต ทำธุรกรรม เล่นเกม หรือแม้แต่ทำงานเพื่อหาเงินจากในโลกนี้ มันโด่งดังจนกระทั่งรัฐบาลคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง
ยิ่งประชาชนให้ความสนใจกับโลกใบนั้นมากขึ้นเท่าไร นั่นเท่ากับว่ารัฐบาลจะถูกมองว่าเป็นพวกไร้ศักยภาพมากขึ้นเท่านั้น ผู้คนจะต้องทำงานที่โลกภายนอก เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของมัน เงินเข้ารัฐ รัฐเอาไปใช้ได้…ติดก็แต่ประชาชนเองไม่ได้พอใจกับรัฐบาลปัจจุบันนี้เอาเสียเลย พิสูจน์ได้จากจำนวนผู้คนที่เข้าไปอยู่ของ Metaverse เยอะมากกว่าโลกความเป็นจริง
เพราะงั้นแล้ว รัฐบาลเลยตั้งหน่วยตำรวจให้เข้าไปช่วยสืบค้นหาผู้ที่สร้างมันเพื่อจะทำลายทิ้งซะ แต่การจะบอกเหตุผลว่าทำได้ดีเกินหน้าเกินตาตัวเองมันก็ออกจะฟังดูงี่เง่าไปสักหน่อย เลยสร้างประเด็นไปว่าผู้พัฒนาต้องการจะล้างสมองและทำลายระบบสังคมของประเทศ ถ้าปล่อยเอาไว้ทุกอย่างก็จะพังลง รัฐบาลใช้วิธีในนี้เพื่อหาความชอบธรรมในการสืบเสาะไปถึงตัวต้นเรื่องแล้วจัดการซะ
คนคนนั้นก็คือไซมอน ที่รัฐบาลได้หลอกให้พวกตำรวจไปตามสืบ
…ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า หลังจากตำรวจบางส่วนที่เข้ามาถึงตัวไซมอนได้แล้ว หลังได้รับรู้ความจริงก็ได้กลายมาเป็นลูกน้องของเขาแทน
เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ข่าวออกไปจะกลายเป็นว่าตำรวจที่พยายามเข้าถึงตัวนั้นถูกกำจัด ทั้งที่ความจริงคือเป็นทางตรงกันข้าม
เหล่าตำรวจตาสว่างรู้ว่าถูกหลอกใช้จากรัฐบาล เลยย้ายข้างมาอยู่ฝั่งไซมอนเสียแทน
ราส คือหนึ่งในตำรวจหนุ่มที่เข้าประชิดตัวของไซมอนได้มากที่สุด ระหว่างทางตอนที่ราสได้เคลียร์เควสอยู่ในโลก Metaverse นั้น ไซมอนเองคอยติดตามอยู่เสมอ ได้เห็นว่าตำรวจหนุ่คนนี้มสามารถปลดเควสเงื่อนไขที่ไซมอนได้วางเอาไว้สำเร็จเหมือนกับตำรวจหลายคนที่ตอนนี้กลายมาเป็นลูกน้องเขา
นั่นหมายความว่าราสจะสามารถเข้าใจเรื่องราวและย้ายข้างมาอยู่กับเขาได้
แต่ราสนั้นดูพิเศษกว่าใคร…ทั้งหน้าตา รูปร่าง ดูดีถูกใจไซมอนมากเป็นพิเศษ เขาเลยปล่อยให้อีกฝ่ายได้เข้ามาถึงตัวมากที่สุด
เควสระดับกลางที่ไซมอนตั้งเอาไว้ ก็เป็นเควสที่จะให้แต่ผู้ที่มีทัศนคติตรงกับตัวเขาปลดล็อกเข้ามาได้เท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากใครก็ตามที่ผ่านมันมาได้ เมื่อรับรู้เจตจำนงและความจริงแล้วจึงมักจะย้ายข้างมาอยู่กับเขาแทน
“ทั้งหมดก็เป็นไปตามนี้”
ไซมอนผ่อนลมหายใจออกมาพร้อมรอยยิ้มจางที่มุมปากหลังจากกดปิดหน้าจอสามมิติเป็นที่เรียบร้อย
ราสเองไม่อยากเชื่อสายตาว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริง แต่เพราะภาพการปฏิบัติการที่เห็นในภาพสามมิติ รวมไปถึงเรื่องราวจากปากของไซมอนและอดีตตำรวจเพื่อนร่วมงานของเขาเองก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน
เขาได้ถูกรัฐบาลหลอกใช้จริง ๆ
ราสรู้สึกท้อแท้ขึ้นมา เหมือนคนเดินอยู่ในที่สว่างมาตลอดถูกพาเข้าห้องมืดมนโดยไม่รู้ทางออก ถึงเขาจะเป็นคนที่มีสติแต่มันก็ห้ามไม่ให้รู้สึกแบบนี้ไม่ได้เลย
“นายคงเตรียมจัดการฉันแล้วสินะ?”
หลังจากที่เตรียมใจได้ ตำรวจหนุ่มพอรู้ชะตากรรมของตัวเอง ราวกับว่าเป็นเชลยของฝ่ายตรงข้าม ไม่มีทางที่จะถูกปล่อยตัวออกไปได้
“ใช่ จริง ๆ แล้วนายจะต้องถูกกำจัด แต่…”
ไซมอนพูดเว้นจังหวะเล็กน้อย สบสายตากับดวงตาสีฟ้าอ่อนที่แลดูมืดมนลงเล็กน้อยนั่น แล้วก็รู้สึกเอ็นดูตงิด ๆ ขึ้นมาในใจ ก่อนเริ่มพูดต่อ
“เป็นเพราะนายทำเควสของฉันสำเร็จ นายจะได้รับรางวัล…แม้อาจไม่ต้องการก็ตาม”
“หมายความว่ายังไง?”
ราสมุ่นคิ้วสงสัย รางวัลที่เขาไม่ต้องการ?
“ก่อนอื่น เราเปลี่ยนที่คุยก่อนดีกว่า”
ไซมอนเอ่ยพูดก่อนเดินตรงเข้าไปหาร่างของตำรวจหนุ่มที่ในทีแรกยังมีอารมณ์อยากสู้อยู่ ในตอนนี้ราสรู้สึกเหนื่อยล้าไปหมด เลยเปิดช่องให้ร่างสูงโน้มตัวลงไปก่อนที่มือแกร่งจะเกี่ยวรั้งเอวแล้วยกตัวอีกฝ่ายขึ้นมาพาดบ่า
“เฮ้!...เดี๋ยว! นี่นายทำบ้าอะไร ปล่อยฉันสิ!!”
ราสเบิกตาโตด้วยความตกใจ ร่างทั้งร่างถูกยกลอยขึ้นจากพื้นอย่างกับไร้น้ำหนัก ช่วงตัวพาดอยู่กับบ่ากว้างเจ้าของผมสีควันบุหรี่ เขาขยับไปไหนไม่ได้เพราะแขนสองข้างก็ถูกล็อกไพล่หลังอยู่ในเครื่องมือไฮเทค
“ให้รางวัลนายไงละ”
“รางวัลบ้าอะไร!”
เสียงโวยวายของราสดังกึกก้องไปทั่วเพนท์เฮ้าส์ กลั้วไปกับเสียงหัวเราะนิด ๆ ราวกับอารมณ์ดีของไซมอน
ร่างโปร่งของตำรวจดิ้นขลุกขลักอยู่บนบ่าราวกับม้าพยศ แต่เพราะแบบนั้นไซมอนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาถูกใจอีกฝ่ายจริง ๆ ยิ่งได้พูดคุย ได้จ้องมองใบหน้าขาวและความมุ่งมั่นนั่นแล้ว ทำให้เขาไม่อยากแค่จ้องมองอีกต่อไป
“พาฉันไป…อึก!!”
เสียงของราสขาดห้วงหายไปเมื่อร่างถูกปล่อยลงไปบนเตียงที่นุ่มยวบราวกับฟองน้ำ ร่างเขาเหมือนถูกดูดล็อกเอาไว้ให้ขยับไปไหนไม่ได้
นี่มันเทคโนโลยีบ้าบออะไรนักหนา!
“แล้วตกลงว่าฉันทำเควสบ้าอะไรของนายสำเร็จกัน!”
ไซมอนเดินไปหยิบอะไรบางอย่างก่อนเดินตรงกลับมาหาราส เขาขยับกายตามขึ้นไปที่เตียง ริมฝีปากยังยิ้มยกดูเจ้าเล่ห์
ราสอยากจะหยุดหายใจ…มันจริงที่เขารู้สึกเหมือนถูกสะกดตั้งแต่ที่เห็นหน้าอีกฝ่าย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร จะเรียกว่าถูกใจก็คงไม่เชิง ….ถ้ารู้ว่าตัวจริงน่าหมั่นไส้อย่างร้ายกาจแบบนี้เขาคงรีบกำจัดคนตรงหน้านี้ตั้งแต่อยู่ในเกมแล้ว ให้ตายเถอะ
แต่ไม่คิดว่าอะไรมันจะรวดเร็วจนตั้งรับไม่ทันแบบนี้
“เควสเจ้าสาวของราชันย์”
เสียงทุ้มกระซิบพูด มือหนากดไหล่สมส่วนให้นอนลงไปกับเตียงนุ่มยวบ เขาชันเข่าคร่อมอยู่ด้านบน ดวงตาสีเทาทอดมองร่างของตำรวจหนุ่มอย่างพอใจสุด ๆ
“หน้าตื่นเชียวคุณตำรวจ ไม่เคยได้ยินชื่อของมันสินะ?”
“อึกก!”
ราสกลั้นหายใจ ขยับตัวฝืนเล็กน้อย แต่ทว่ามือหนาที่จับอยู่ตรงไหล่กลับเลื่อนลงมาที่สีข้างของเขา ลากไล้ลงมาจนถึงเอว ก่อนบีบเคล้นกล้ามเนื้อแน่นพอดีมือจนร่างโปร่งสะท้าน
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้ใส่อะไรให้เขากินไปหรือเปล่า เพราะร่างกายนี้มันตอบสนองกับสัมผัสนั้นอย่างแปลกประหลาด เหมือนกับไม่ใช่ตัวของเขาเอง
“เอามือออกไป”
ราสขบฟันเอ่ยพูดอย่างใจเย็น แต่มือหนาของไซมอนกลับทำในสิ่งตรงข้าม หัวแม่โป้งและนิ้วชี้สะกิดกระดุมเครื่องแบบตำรวจแทน กระดุมข้างที่ตีคู่กันมาหลุดออกจากกันทีละเม็ด เผยแผ่นอกขาวสะอาดที่มีร่องรอยแผลเล็กน้อยจากการปฏิบัติหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้นั้น
ตำรวจหนุ่มรู้สึกเกลียดตัวเอง ที่เขาดันใจเต้นไปกับการกระทำของอีกฝ่าย…ตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก ในโลก Metaverseลมหายใจของเขาชะงักงันไป
ไม่ใช่เพราะอีกคนเป็นถึงบอส…แต่เป็นเพราะบรรยากาศรอบตัวของไซมอนทำให้เขารู้สึกไม่ปกติและไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย
“เอามือออกไป? จากตรงนี้เหรอ แล้วก็ไปไว้ที่ตรงนี้แทน”
ไซมอนยื่นหน้าเข้าไปใกล้พูดเสียงกระซิบต่ำลงในลำคอ ดวงตาสีเทาจ้องมองลึกลงไปในแววตาสีฟ้าสวยที่สั่นไหวไม่น้อย มือหนาแตะลงบนแผ่นอกที่กระเพื่อมอย่างติดขัด แล้วเลื่อนลงไปที่กลางลำตัว
“อ่ะ!!!”
ราสตาโต กัดริมฝีปากแน่นเมื่อเผลอส่งเสียงแปลก ๆ ออกไปในจังหวะที่อีกฝ่ายขยำมือเข้ากับเป้ากางเกงสีน้ำเงินเข้มของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
“นายเป็นแบบนี้ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาแล้ว คิดว่าฉันไม่เห็นเหรอ?”
ไซมอนเอ่ย ยิ้มยิงฟันให้อย่างรู้ทัน ขณะที่ราสตัวร้อนฉ่า ทั้งอายและโกรธในเวลาเดียวกัน แต่เพราะมือหนาที่ยังบีบและรูดคลึงส่วนกลางลำตัวของเขาผ่านกางเกงที่สวมอยู่ก็ไม่ได้เอ่ยโต้ตอบอะไร
กลัวว่าเสียงที่หลุดออกไปมันจะกลายเป็นเสียงครางแทน…
“ไม่เป็นไร เพราะตอนฉันเห็นนาย ฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน”
ไซมอนผ่อนลมหายใจออกมายาว ๆ ก่อนจะกดสายตามองต่ำลงไปยังเป้ากางเกงของตัวเอง ราสกัดริมฝีปากแน่นกว่าเดิมจนเหมือนจะทำให้มันเลือดออก ดวงตาสีฟ้าชำเลืองมองรอยปูดนูนของกางเกงไซมอนที่อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน
“ฉันไม่ฆ่านายหรอก…ราส แต่จะทำให้รู้สึกดีสุด ๆ ไปเลยต่างหาก”
มือหนาเลื่อนขึ้นไปปลดเปลื้องกางเกงที่ขวางทางนั่นออกแล้วก็ต้องฮัมอยู่ในลำคอด้วยความพอใจ ตอนที่เห็นว่าตำรวจหนุ่มตอบสนองกับการสัมผัสแค่ภายนอกได้ดีแค่ไหน
“นาย อึก…รู้ใช่ไหมว่าถ้าพวกตำรวจรู้”
“นายยังอยากอยู่ในองค์กรที่ถูกหลอกใช้อีกงั้นเหรอ หืม?”
เสียงทุ้มเอ่ยเตือนสติ ก่อนที่เขาจะผุดลุกออกไปจากเตียง ทิ้งให้ตำรวจหนุ่มนอนหอบหายใจอยู่บนเตียงนุ่ม สองแขนขยับออกจากกันไม่ได้เพราะ cuff ที่ยังล็อกแขนเขาอยู่ เดาว่าถ้าหากไซมอนไม่ได้พอใจจะปลด เขาคงต้องอยู่แบบนี้
ราสทิ้งศีรษะนอนลงไป นึกก่นด่าอีกฝ่ายที่จู่ ๆ ก็ลุกหนีออกไปแบบนั้น ไม่ใช่ว่าจะทิ้งเขาให้นอนเปลือยอล่างฉ่างแบบนี้เพื่อเอาคืนใช่ไหม?
ความจริงราสควรจะคิดหนีเพราะขาของเขานั้นเป็นอิสระ แต่หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของไซมอนเขากลับไม่มีความรู้สึกที่อยากกลับไปอีก
ไม่น่าเชื่อเลย…ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเป็นเพียงหมากในแผนการของรัฐบาลเท่านั้น
ระหว่างอยู่ที่นี่หรือกลับไป เขาไม่รู้สึกเลยว่ามีทางไหนที่ดีกว่ากัน
“ประทับใจจังที่ไม่คิดหนีไปไหน”
ราวสองนาที ไซมอนเดินกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์แปลก ๆ ในมือ ร่างสูงก้าวกลับขึ้นมาที่เตียงในตำแหน่งเดิม แต่คราวนี้เขาจับบ่าของราสแล้วพลิกร่างโปร่งให้คว่ำหน้าลงไปแทน
“เฮ้ย จ..จะทำอะไรของนาย!”
“ชู่วว”
เจ้าของผมสีเทาควันบุหรี่ดันไหล่ของตำรวจหนุ่มไว้กับเตียง มือที่ถืออุปกรณ์พิเศษเลื่อนไปเปิดสวิตช์ ของในมือไซมอนลักษณะไม่ต่างกับไข่สั่นมากนัก เพียงแต่มันค่อนข้างเรียวและเล็ก สั่นไม่แรงมากนักแต่มันมีความสามารถพิเศษมากกว่านั้น
“ฉันให้นายทดลองสิ่งวิเศษนี่ก่อนใครเลยนะ”