สามปีผ่านไป(บ้านพรปวีณ์)
“สวัสดีค่ะอาแพง”
“อ้าว..กลับมาแล้วเหรอยัยพาย เป็นไงเหนื่อยมั้ย”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ วันนี้มีอะไรกินบ้างคะอา”
“อาทำสาคูไส้หมูไว้ในครัวแหน่ะ เดี๋ยวอาไปเอามาให้”
“ไม่เป็นไรค่ะอา เดี๋ยวพายไปเอาเองค่ะ”
พาไลวิ่งเร็วนัยน์ตาเป็นประกายเข้าไปในครัว เพียงอึดใจเดียวเธอก็ถือจานสาคูไส้หมูออกมา แล้วนั่งลงข้างๆ ผู้เป็นอา จิ้มขนมใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
พรปวีณ์นั่งมองเด็กสาวด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยถามเธอ
“นี่ก็มอหกแล้ว คิดไว้รึยัง ว่าจะเรียนอะไร”
“คิดไว้แล้วค่ะอา”
“อืม..ดีจ้ะ ยังไงก็บอกอานะ อากับอาคินจะคอยสนับสนุนหนูเต็มที่”
“ขอบคุณอาแพงกับอาคินมากนะคะ ที่คอยลำบากดูแลและสนับสนุนพายอย่างดีมาโดยตลอด”
“จ้ะ..หืม..แล้วใครบอกว่าลำบาก ก็อามีหนูคนเดียวนี่จ๊ะ อีกอย่างอาก็อยากจะดูแลหนูให้ดีที่สุด ให้สมกับที่รับปากพ่อของหนูเอาไว้”
และเมื่อได้ยินคำนั้น พาไลชะงักไปเล็กน้อย น้ำตาเอ่อรื้นออกมาเพราะคิดถึงบิดาอันเป็นที่รักขึ้นมาเมื่อผู้เป็นอาเอ่ยถึง พรปวีณ์เอื้อมมือมาลูบศรีษะเล็กและลูบหลังลูบไหล่หลานสาว และพูดปลอบเธอ
“ไม่เอา ไม่ร้องนะ อาเชื่อว่าพ่อของหนูเฝ้ามองและคอยส่งกำลังใจมาจากบนฟ้าให้กับพายเสมอ พ่อจะอยู่ในใจของพายตลอดไป”
“ค่ะอา”
สองอาหลานพูดปลอบโยนและส่งยิ้มละมุนให้กัน สักพักก็มีเสียงรถแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน
“สงสัยอาคินจะกลับมาแล้ว”
เมื่อพรปวีณ์พูดจบก็ปรากฏร่างสูงโปร่งของคณินเดินเข้าบ้านมาด้วยสีหน้าเครียดเล็กน้อย
ตั้งแต่เริ่มแรกที่ตกลงมาใช้ชีวิตร่วมกัน คณินไม่เคยต้องให้พรปวีณ์ออกไปทำงานนอกบ้านเลย เขาดูแลเลี้ยงดูรับผิดชอบเธอทุกอย่างมาเป็นอย่างดี พรปวีณ์เธอขายของออนไลน์อยู่กับบ้านเพียงแค่นั้น ซึ่งเธอเคยร้องขอออกไปทำงานนอกบ้านแต่คณินไม่ยอม เขาบอกและให้เหตุผลกับเธอเพียงว่า เขาสามารถดูแลเลี้ยงดูเธอได้
คณินนั้นรักพรปวีณ์มากและรักมานานมากแล้ว จากที่ตอนแรกเขาเองคิดว่าจะไม่ได้ครอบครองและใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ แต่ก็เหมือนโชคชะตาเข้าข้างเขาที่กลับได้เธอมาครอบครอง ได้ใช้ชีวิตร่วมกันดั่งที่เคยแอบคิดหวังและปรารถนาไว้ เขาจึงประคบประหงมและเลี้ยงดูเธอมาอย่างดี
“สวัสดีค่ะอาคิน”
พาไลเอ่ยทักทายเมื่อเห็นอาเขยเดินเข้าห้องรับแขกมา
“อื้ม..หวัดดีจ้ะ”
คณินตอบรับพาไลแล้วนั่งลงข้างๆ พรปวีณ์ด้วยสีหน้าท่าทางที่มีแววกังวลและครุ่นคิด พรปวีณ์รู้สึกได้และสังเกตเห็น เธอจึงเอ่ยปากถามเขาออกไป
“คุณมีอะไรรึเปล่าคะคิน ที่ทำงานมีปัญหาเหรอ”
คณินขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะตอบเธอออกมา
“ผมได้ยินคนที่บริษัทเค้าพูดกัน ว่าไอ้น้ำมันกำลังจะกลับมา”
สิ้นสุดคำพูดคณิน พรปวีณ์นิ่งอึ้งรู้สึกเหมือนหูเธอดับ สติล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปชั่วครู่
“แพง..แพง!”
“อ๊ะ..ฮ๊ะ..คะ”
“นี่คุณอย่าบอกนะว่าเวลาผ่านมาจนป่านนี้แล้ว คุณยังคิดหวังยังคิดถึงมันอยู่อีกน่ะ?”
“ก็เป็นคุณไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้เราต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้”
พรปวีณ์เผลอพูดตอบกลับคณินไปอย่างไม่ทันคิดและลืมตัว คณินนิ่งงันไปกับคำพูดของพรปวีณ์
สี่ปีก่อน..
“ไอ้คิน กูต้องไปคุมงานที่ต่างประเทศ ระหว่างที่กูไม่อยู่กูฝากมึงดูแลแพงแทนกูด้วยนะเว้ย”
“อ้าว!..อะไรของมึงวะไอ้น้ำ บริษัทของมึงที่นี่ก็ออกจะใหญ่โต มึงจะถ่อไปทำไมที่ต่างประเทศวะ”
“เอาจริงๆ กูก็ไม่ได้อยากไปหรอกว่ะ แต่พ่อกับแม่กูอ่ะดิ่ท่านอยากให้กูไปเรียนรู้งานกับลูกพี่ลูกน้องกูที่อยู่ที่นั่นและทำให้ท่านเห็นว่ากูอ่ะสามารถดูแลบริษัทได้ เลยอยากให้กูไปเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ท่านเห็นว่ากูโตพอที่จะฝากอนาคตกิจการไว้กับกูได้ แล้วเมื่อทำให้ท่านเห็นสำเร็จ กลับไทยมาเมื่อไหร่กูจะแต่งงานกับแพงทันที”
คณินยังจำทุกคำฝากฝังของธาราได้ดี กลุ่มเขามีกันทั้งหมดสี่คน ธารา คณิน เรวัต ภีมพล ซึ่งตอนหลังมีพรปวีณ์เพิ่มเข้ามา ทั้งหมดคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ธารากับพรปวีณ์นั้นคบหาและรักกัน ส่วนคณินเขาแอบรักพรปวีณ์อยู่ในใจ ด้วยเพราะความที่เป็นเพื่อนรักสนิทสนมกัน เขาจึงหักห้ามใจและเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจตัวเองไม่เปิดเผยมันออกมา
จนเมื่อเรียนจบ ธาราชักชวนคณินและพรปวีณ์ให้มาทำงานที่บริษัทของตน ส่วนเรวัตกับภีมพลนั้นมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และเมื่อธาราต้องไปคุมงานที่ต่างประเทศ จากที่เขาเคยคิดหักห้ามใจตัวเองจากพรปวีณ์แล้ว ความหวังของเขามันก็จุดประกายลุกโชนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันทำให้เขาลืมข้อห้ามทุกอย่างในใจตนไปเสียสนิท
ธาราไปได้เพียงหกเดือน อาจจะด้วยเพราะความเหงาหรือพลั้งเผลอและลืมยับยั้งชั่งใจ พรปวีณ์เผลอไผลไปกับคณินโดยลืมธาราไปชั่วขณะ หลังจากนั้นไม่นาน คณินจึงซื้อบ้านใหม่และเขาขอให้พรปวีณ์ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันพร้อมกับบอกให้เธอลาออกจากงานที่บริษัทของธาราให้มาอยู่บ้านเฉยๆ โดยที่เขาจะดูแลเลี้ยงดูเธอเอง
แรกๆ พรปวีณ์ก็ลังเล แต่ไปๆ มาๆ ในเมื่อเรื่องมันเลยเถิดกันไปไกลมากแล้ว เธอจึงตกลงปลงใจและย้ายเข้ามาอยู่และใช้ชีวิตร่วมกันกับคณิน ทั้งคู่ไม่ได้จัดงานแต่งงานเพียงแต่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น และเธอก็ตัดการติดต่อกับธาราไปเลยทุกช่องทาง ด้วยเพราะละอายแก่ใจกับสิ่งที่เธอทำกับเขา
ส่วนคณินก็ยังทำงานอยู่ที่บริษัทของธาราต่อไป ตอนแรกเขาคิดว่าต้องมีคนเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกกับธาราแน่ เขาก็เลยลองทำงานที่นั่นต่อไปก่อน ถ้าเกิดอะไรขึ้นค่อยลาออกทีหลัง แต่ปรากฏว่าทำงานไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรในหน้าที่การงาน ธาราได้เงียบหายไปจากวงจรชีวิตและไม่ติดต่อกับพวกเขาอีกเลย คณินจึงทำงานที่บริษัทของธาราต่อมาจนทุกวันนี้ เขาเองเคยบอกกับพรปวีณ์ให้มีลูกให้กับเขา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มี
“ใช่สินะ ผมนี่แหล่ะที่ทำให้คุณต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เพราะอะไรน่ะเหรอแพง ก็เพราะว่าผมรักคุณมากยังไงล่ะ แล้วทำไม..ผมมันยังดีไม่พอ ยังทำให้คุณลืมมันไม่ได้อีกเหรอ”
คณินเค้นเสียงสั่นออกมาอย่างอึดอัดขัดใจ จากที่พูดคุยถามไถ่กันธรรมดา คณินก็เริ่มเสียงดังขึ้น เขาเหมือนคนเสียสติเพราะกลัวว่าจะเสียพรปวีณ์ไป
พาไลที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย เริ่มเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี เธอจึงหันไปมองพรปวีณ์ และก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาสาวก็หันมามองเธอด้วยเช่นกัน แล้วพรปวีณ์ก็หันไปพูดกับคณิน
“นี่คุณ! เบาๆ หน่อยสิคะ นี่ยัยพายก็นั่งอยู่ด้วยนะ.. พายขึ้นไปข้างบนก่อนนะ ขออาคุยกับอาคินหน่อย”
“ค่ะ”
เด็กสาวรับคำและรีบเดินออกจากห้องรับแขกขึ้นบันไดไปชั้นบนในทันที เธอก็แอบมีความกังวลและห่วงอาทั้งสองอยู่ที่มีปากเสียงกัน ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดมานั้น เธอพยายามคิดและรู้สึกว่าคับคล้ายคับคลากับชื่อของคนที่อาเขยเอ่ยถึง
‘น้ำ..ใช่แล้ว คนนั้นนั่นเอง คนที่อาแพงเคยพาไปเที่ยวบ้านเราที่ต่างจังหวัดตอนนั้น'
นึกได้แค่นี้ แต่เรื่องราวทั้งหมดมันเป็นมายังไงเธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีกับเรื่องที่ได้ยินมาจากที่อาทั้งสองพูดกัน ซึ่งเธอก็คิดว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่างเธอไม่ควรไปยุ่ง
เมื่อเห็นว่าพาไลขึ้นไปข้างบนแล้ว คณินก็พูดขึ้นมาใหม่
“คงจะดีใจจนเนื้อเต้นละสินะที่ไอ้น้ำมันกำลังจะกลับมา”
สีหน้าและแววตาของคณินเคร่งเครียดและแฝงลึกไปด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด
“นี่คุณ!..คุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก ฉันไม่ได้คิดอะไรอย่างที่คุณพูดมาหรอกค่ะ”
“งั้นคุณก็พูดออกมาสิ บอกกับผมมาให้ชัดๆ ว่าคุณไม่ได้รักมันแล้ว ไม่มีมันแล้วในหัวใจ”
“ฉะ..ฉัน…”
พรปวีณ์อ้ำอึ้งยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมา มันจึงทำให้คณินคิดไปไกลและพาลโมโหไปว่าที่พรปวีณ์นั้นไม่กล้าพูดคงเป็นเพราะยังรักธาราอยู่ เขาพรวดพราดเดินออกไปหน้าบ้าน เธอลุกเดินเร็วตามเขาออกไป
“คิน..คินคะ..ฟังแพงก่อนสิคะคิน..มันไม่ใช่เป็นอย่างที่คุณคิดนะ คินคะ!”
แต่คณินไม่หยุดฟังเธอ เขาขึ้นรถแล้วขับออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว พรปวีณ์ยืนมองอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร น้ำตาเธอไหล คณินจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งถ้าต้องพูดคุยหรือเอ่ยถึงธารา เธอเองก็แอบโทษตัวเองอยู่ในใจด้วยเช่นกันว่าถ้าเธอใจแข็ง ไม่โลเลสักหน่อย ก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ หญิงสาวจึงหันกลับแล้วเดินเข้าบ้านไป
**********