สัญญาจ้าง

1035 คำ
ขวัญยิหวาทำให้ชารัณขาดความมั่นใจในเสน่ห์ของตนที่มีอย่างล้นเหลือ ถึงแม้เขาจะยอมจ่ายเพื่อให้ได้เธอสักครั้ง แต่เธอก็ยังไม่ยินยอม ด้วยความที่อยากได้เธอมาครอบครอง เขาจึงต้องว่าจ้างให้หญิงสาวมาเป็นคนรักชั่วคราวของเขาในราคาสามล้าน พอเจ้าตัวได้ยินตัวเลขเท่านั้นดันตอบตกลงทันที แต่ก็ยังคงมีข้อแม้กลับมาให้อีกว่า...ขอรับจ้างงานนี้เป็นเวลาแค่หกเดือน เป็นคนรักกันแค่หกเดือนเพื่อแลกกับเงินสามล้านนี่นะ! สงสัยเจ้าตัวน่าจะอ่านนิยายน้ำเน่ามากเกินไป ถามว่าเขายอมไหม? ยอมสิถามได้...ในเมื่อเงินสามล้านนั่น ชารัณสามารถหาได้โดยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่ถึงอย่างนั้นชารัณก็ได้บอกให้เธอมาตกลงทำสัญญาด้วยกันที่บ้าน เพียงเพราะเขาต้องการจะแกล้งเธอเล่นเพราะเห็นว่ามันสนุกดี ที่สำคัญเขาถูกใจที่ได้เจอกับผู้หญิงมือหนึ่ง ถึงแม้ขวัญยิหวาจะเรียกราคาเขามากยิ่งกว่านี้ เขาก็ยินดีที่จะจ่ายให้เธอ “ฉันแค่อยากรู้ความจริงว่า ทำไมเธอถึงได้ตัดสินใจเอาตัวเข้าแลกกับเงินแบบนี้” ขวัญยิหวาทำท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ก็ต้องยอมบอกเขาออกไปตามตรง “ชีวิตของฉันมีค่ามากมาย ไหนจะค่าเช่าหอ ไหนจะค่าเทอม แล้วค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ เพราะจู่ ๆ คนที่เคยส่งเสียฉันเขาก็หายตัวไป จนป่านนี้แล้วเขาก็ยังไม่ติดต่อฉันกลับมาเลย” “แค่นั้นหางานพาร์ทไทม์ทำ ก็น่าจะพอแล้วมั้ง” “ก็มันไม่พอไง เพราะตอนที่แม่ฉันยังอยู่ท่านได้ล้มป่วยด้วยโรคเรื้อรังและไม่มีทางรักษาให้หาย เงินที่หามาได้กับที่ยืมเขามารักษาก็แค่ยื้อเวลาให้ท่านได้อยู่กับเราได้นานขึ้น สุดท้ายท่านก็มาจากเราไป ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายของฉันหายตัวไป ฉันก็คงไม่ถูกเจ้าหนี้พวกนั้น ตามไปทวงหนี้จนถึงที่มหาวิทยาลัยหรอก...ที่สำคัญฉันไม่อยากให้การเรียนสะดุด เพราะอีกไม่กี่เดือนฉันก็จะเรียนจบอยู่แล้วไง เรื่องมันก็มีเท่านี้แหละไม่ได้ซับซ้อนอะไร” พอได้ฟังเรื่องที่หญิงสาวเล่ามา ชารัณก็เริ่มเข้าใจในเหตุผลของอีกคนนั่นแหละ แต่ก็ยังอยากจะถามเธอต่อไปอีกว่า “หากเป็นคนแก่หัวล้านพุงพลุ้ยเธอก็ไม่เกี่ยงเลยงั้นเหรอ?” ยิ่งถาม...ชารันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดตามกับคำถามของตัวเอง “ทีแรกก็คิดยังงั้น แต่พอเอาเข้าจริงฉันก็ไม่อยากทำ ยิ่งได้ยินคำพูดเหยียบย่ำทำราวฉันเป็นสินค้าแล้วตีราคากันแบบนั้น ฉันก็เลยคิดเปลี่ยนใจ” “งั้นฉันขอถามข้อสุดท้าย เธอมีแฟนรึยัง?” “ไม่เคยมี...รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียน นี่คือคติประจำใจของฉัน” “ฉันจะโอนเงินนั่นให้เธอทันที หลังจากที่เราเซ็นสัญญากันเรียบร้อย และเธอต้องอยู่ที่นี่” “โอนทันทีเลยงั้นเหรอ...จริงเหรอ!นี่ฉันหูไม่ฝาดใช่ไหม?” “ฉันจะโกหกเธอไปเพื่ออะไร แต่เงินจำนวนนั้นมันก็ต้องแลกกับการทำงานที่สมน้ำสมเนื้อ แต่ฉันยังอดคิดไม่ได้เลยว่า กับการที่จะต้องจ้างผู้หญิงให้มาแกล้งทำเป็นคนรักหลอกตาชาวบ้าน เป็นเงินตั้งสามล้านนั่นมันน่าจะมากไปไหม ขอต่อให้เหลือสักล้านห้าก็น่าจะพอ” “คุณต่อฉัน...งั้นฉันขอขึ้นเป็นห้าล้านเลยละกัน” เธอพูดหน้าตาย ทำราวกับถือไพ่เหนือกว่า แต่ถ้าเขาให้จริงตามนั้นมันก็ดีไม่ใช่เหรอ เพราะเธอจะนำเอาที่ได้ไปเรียนต่อจนถึงขั้นเป็นด็อกเตอร์ โดยที่เธอไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนเป็นพี่ชาย อีกทั้งยังช่วยให้เขาได้เรียนต่อในระดับที่เขาต้องการ และได้ทำอาชีพตามที่เขาไฝ่ฝันเช่นเดียวกันกับเธอ “อื้อหื้อขวัญยิหวา...ราคานั้นฉันสามารถจ้างระดับนางเอกหนังได้อีกตั้งหลายคนเลยนะ” “งั้นก็สามล้านตามนั้นก็ได้ แต่ไม่ใช่ล้านห้า” “ฉันขอคิดสักสามวัน...เพื่อประกอบการตัดสินใจ...” “ฉันรอไม่ได้ ทีแรกคุณเป็นคนเสนอฉันมาเองนะ ขอร้องละคุณอย่ามาทำให้ฉันต้องฝันค้าง ถ้าคิดจะเอาผู้หญิงข้างทางมาทำเรื่องแบบนั้น คุณไม่จำเป็นต้องมาจ้างฉันก็ได้ พอหลุดปากพูดเรื่องเงินออกมา แต่ไม่มีปัญญาจะจ่ายก็เลยมาทำท่ามาก?” เมื่อหลังชนฝาขวัญยิหวาก็ไม่มีอะไรต้องเสีย เพราะถึงยังไงกุลธิดาก็ต้องเอาเรื่องที่เธอขายตัวไปเที่ยวโพธนาให้ใครต่อใครได้รู้แล้วนั่นแหละ และหากต้องเดินหน้าต่อไป มันก็ควรจะมีค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ เพื่อศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของเธอที่เสียไปบ้าง “ฉันไม่มีทางถอยกลับไป โดยที่เสียศักดิ์ศรีหรือเสียชื่อเสียงฟรีๆ หรอกนะ ถ้าคิดจะพูดหรือทำอะไรตั้งแต่ต้นก็ควรจะทำให้มันจบ ถ้าคุณไม่ตกลงคุณก็ต้องจ่ายค่าชดเชยมาให้ฉัน แล้วก็เอาฉันไปส่งให้ด้วย” “นี่เธอกำลังสั่งคนอย่างฉันงั้นเหรอยิหวา” “ฉันไม่ได้สั่งแต่คุณต่างหากที่กำลังผิดคำพูด ฉันเคยได้ยินมาว่าพวกมาเฟียพูดจาคำไหนคำนั้น สงสัยแล้วละว่ามันน่าจะเป็นข่าวลวง” ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ไม่มีใครเคยกล้า ที่จะต่อปากต่อกับเขาเลยสักคน จนกระทั่งได้มาเจอกับผู้หญิงคนนี้ ขวัญยิหวากำลังหักล้างในสิ่งที่เขาเคยทำมันมาทั้งหมด คนที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับมาเฟียอย่างเขา หากไม่บ้าบิ่นมากๆ ก็เรียกได้ว่า เสียสติอย่างที่สุด
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม