"อะ...อื้อ!!! " เนยส่งเสียงครางอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงส่งเสียงแบบนั้นออกมา ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
แต่รู้สึกเสียวตรงหว่างขาจริง ๆ เลยแหะ...
"เผลอแปปเดียวก็แฉะแล้วเหรอ? " เสี่ยลีพูด "แถมยังซิงอยู่อีกด้วย"
"เหมือนเด็กที่นายเพิ่งออฟไปเลยนี่ครับ" ลูกน้องคนหนึ่งพูด
"นั่นมันนานแล้ว" ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าคมเข้มพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำก่อนที่จะผละมือออกจาก**ของหญิงสาวก่อนที่จะเดินไปหาลูกหนี้ทั้งสองคนที่ยังคงนอนสิ้นเรี่ยวแรง
"ขะ...ขอร้องล่ะเสี่ยลี อย่าทำอะไรลูกสาวของผมเลย" ขุนค่อย ๆ ชันตัวลุกขึ้นมาคุกเข่าอย่างทุรนทุรายพร้อมทั้งประนมมืออ้อนวอนขอความปรานีจากมาเฟียหนุ่ม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวปนความเศร้าได้ฉายออกมาจนตัวลูกสาวที่กำลังเสียขวัญอยู่ถึงกับผงะ "ถ้าจะทำก็ทำที่ผมคนเดียวสิ ผมเป็นคนเซ็นกู้เงินนั่นด้วยตัวผมเองนะ"
เสี่ยลีพ่นลมออกทางจมูกก่อนที่จะดีดนิ้วไปทางลูกน้องของตัวเอง ซึ่งมีคนหนึ่งยืนซองสีน้ำตาลให้กับเจ้านาย เสี่ยลีรับไปแล้วเปิดผนึกซองและหยิบกระดาษขาวแผ่นหนึ่งที่มีตัวหนังสือเล็กเท่ามดประทับอยู่
"แกยังจำกระดาษแผ่นนี้ได้ใช่มั้ย? " เสี่ยลีถาม
ขุนพยักหน้า หัวใจของเขาเต้นระรัวยิ่งกว่าเมื่อกี้ เพราะกระดาษสัญญากู้เงินนั้น เขาไม่มีวันลืมได้อย่างแน่นอน
"นี่คือสัญญากู้ยืมเงินที่คุณได้เซ็นประทับไว้ยังไงล่ะ แม้ว่าผมจะสามารถเอาเรื่องทางกฎหมายได้ แต่ผมไม่ชอบที่จะเสียเงินให้กับอัยการ และไม่อยากให้คุณต้องเสียเงินจ้างทนายความ เพราะเงินตรงนั้นคุณสามารถเอามาจ่ายคืนให้ผมได้แท้ ๆ " เสี่ยลีอธิบายพร้อมโบกกระดาษแผ่นนั้นไปมา
"ฉะนั้นผมจะถามอีกครั้งว่าใช้หนี้ผมคืนตอนนี้มั้ย? "
ขุนไม่ตอบ ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว ในหัวของเขานั้นจินตนาการถึงอนาคตอยู่หลายเหตุการณ์ที่คาดว่าจะได้ประสบพบเจอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
แต่สิ่ง ๆ หนึ่งที่เขาสามารถการันตีว่าจะเกิดขึ้นได้ก็คื
'ความตาย'
"ปะ...ปล่อยลูกสาวกูก่อนสิ" ผู้เป็นพ่อกัดฟันอ้อนวอน
"โอโห้! นี่รักลูกสาวตัวเองมากกว่าตัวเองอีกเหรอเนี่ย? " เสี่ยลียักคิ้วก่อนที่จะนั่งยองลงไปแล้วกดปลายกระบอกปืนที่กบาลของอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง
ฝ่ายของเนยที่เห็นถาพนั้นก็เริ่มสติแตก
"อย่าทำอะไรพ่อหนูเลยนะ!! " เนยร้องเสียงดังและพยายามขัดขืนและดิ้นสุดแรงเพื่อให้ออกจากพันธนาการ สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ นางก็ทำได้เพียงร้องให้น้ำตาไหลพลากด้วยความเสียขวัญ "แม่จ๋า! ช่วยพ่อด้วย!! "
ฝ่ายของภรรยาที่กำลังนอนนิ่ง แววตาไร้ชีวิตชีวา ตอนนี้หล่อนไม่มีแรงใจที่จะลุกขึ้นทำอะไรอีกต่อไปแล้ว หล่อนรู้สึก'ปลง' กับสามีของตัวเองมากมาย แต่พอได้ยินเสียงของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนก็ค่อยชันตัวกัดฟันลุกขึ้นยืน
"ย่ะ...อย่าทำอะไรลูกสาวฉันเลย..." ขวัญอ้อนวอนด้วยอีกคน "สามีเฮงซวยของฉันจะฆ่าให้ตายก็เรื่องของเสี่ย จะทำอะไรฉันก็ได้ตามใจชอบ แต่ฉันขอลูกสาวไว้คนนึงนะคะ"
เสี่ยลีนิ่ง
"เวลาพวกแกไปกินข้าวที่ร้านอาหารแพง ๆ แล้วไม่มีเงินจ่ายก็ต้องจบลงตรงที่ร้านจะแจ้งความแล้วไปสู้คดีกันในศาลหรือไม่ก็ต้องล้างจานทำงานชดใช้หนี้" มาเฟียหนุ่มพูดด้วยเสียงที่เรียบเย็น "แต่หนี้ของพวกแกทั้งครอบครัวนั้นมีตั้งพันล้านบาท แล้วบริษัทของพวกแกก็ล้มละลายไปเรียบร้อย จะหาเงินมาใช้หนี้ผมยังไงกัน หืม...? "
ไม่มีใครตรงนั้นตอบคำถามเขาได้เลยแม้แต่คนเดียว
"ผมจ่ายได้ครับเสี่ย" ขุนพูดทำลายความเงียบ
"มึงถังแตกไปแล้วครับ ไอ้สัส! "
ปังง!!!
เสียงปืนหนึ่งนัดดังลั่นไปทั่วบริเวณพร้อมกับการจากลาของลูกหนี้ ปลอกกระสุนที่กระเด็นออกมาจากรังเพลิงของอาวุธทมิฬกระทบกับพื้นกระเบื้อง
รอยกระสุนกลม ๆ ปรากฎขึ้นบนหน้าผากของขุนและมีเลือดกระฉูดออกมาจากรอยนั่น
ร่างกายของผู้ที่ถูกกระสุนเจาะศีรษะไปนั้นสิ้นสภาพทันที
"พ่อออ!!!!! " เนยตะโกนเรียกบุพกาลีสุดเสียงอย่างเสียสติ
เธอเสียบิดาผู้เป็นที่รักและโลกทั้งใบของตัวเองไปต่อหน้าต่อตา
แต่ขวัญผู้เป็นภรรยากลับไม่ได้รู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสามีของตัวเองแม้แต่น้อย ราวกับว่ารู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นมานานแล้ว
เสี่ยลียืนขึ้นและเก็บปืนใส่ซองปืนที่เข็มขัดเขาทันที
"ไม่ชอบที่ตัวเองต้องมือเปื้อนเลือดเลย รู้งี้ไม่อนุมัติให้เจ้าไททันออกจากแก๊งค์หรอก" เสี่ยลีถอนหายใจ จากนั้นก็มองไปที่ขวัญด้วยสายตาที่เรียบเย็น
"ผมทำตามที่เราได้ตกลงกันไว้แล้วนะ คุณขวัญ"