ตอนที่1/1

1247 คำ
"ปะ ปล่อยกู ปล่อยกูเถอะ กูสำนึกผิดแล้ว" เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังออกจากปากนักโทษชาย " ไม่เอาครับ ไม่ร้องไห้ อยู่รับโทษทัณฑ์ที่คุณก่อไว้ก่อน ผมไม่ยื้อคุณไว้นานนักหรอก แค่จนกว่าผมจะพอใจ" ชายหนุ่มเดินเอาสว่านไร้สายไปเก็บในกระเป๋าอย่างอารมณ์ดี และฮัมเพลงที่เปิดไว้ตามไปด้วย " เอาล่ะ ต่อไปเอา... "สายตาของชายหนุ่มกวาดมองของเล่นบนโต๊ะก่อนจะเลือกมีดสั้นเล่มขนาดพอดีมือ " เอาอันนี้แล้วกัน" สายตาที่มองไล่ความคมของมีดทำให้นักโทษที่โดนลงทัณฑ์ขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มเดินควงมีดมาช้าๆก่อนค่อยๆบรรจงเอาปลายมีดตัดลงที่เส้นเอ็นของมือและเท้าทั้งสองข้าง " อ๊ากกก!!!" "ผมยังพอมีเวลาเล่นกับคุณอีกประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วหลังจากนั้นผมจะปล่อยคุณไป... ลงนรก" รอยยิ้มหล่อเหลาปรากฏขึ้นบนหน้าชายหนุ่ม แต่กลับดูน่าสยดสยองสำหรับผู้ถูกกระทำ "ผมขอร้องปล่อยผมไปเถอะ ผมกลัวแล้ว" เสียงร้องอย่างเจอปวดของนักโทษชาย ดังขึ้นไม่ขายสาย บุคคลที่นั่งรออยู่นอกห้องทำได้เพียงนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือนิตยสารรอเจ้านายพลางมองนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา "คุณน่านครับ คุณเหลือเวลาแค่สิบนาที กรุณาเตรียมตัวออกมาชำระล้างร่างกาย ผมให้คนเตรียมน้ำอุ่นกับเสื้อผ้าไว้รอแล้วครับ"เสียงทุ้มแจ้งเจ้านายหนุ่ม "ดูเหมือนว่าจะหมดเวลาเล่นสนุกของเราแล้วครับ"เสียงของชายที่ชื่อว่าน่านฟ้าเอ่ยขึ้น ใบหน้าที่มีแต่เปื้อนเลือดของนักโทษชายที่ถูกทรมานยิ้ม เสียงถอนหายใจของนักโทษชายดังขึ้น ภายในใจนึกขอบคุณคนข้างนอกห้อง ในที่สุดการทรมานก็หยุดลงเสียที 'จะฆ่าก็ฆ่าเสียทีเถอะ' แรงที่พูดยังจะไม่มี ได้แต่คิดว่าชายตรงหน้าจะฆ่าเขาด้วยวิธีไหน "ลาก่อนครับ" เข็มฉีดยาขนาดเล็กฉีดเข้าที่แขนของนักโทษชาย สติสัมปชัญญะของนักโทษชายที่นั่งอยู่ค่อยๆเลือนหายและดับไปในที่สุด ชายหนุ่มร่างสูงเดินออกจากห้องใต้ดินในสภาพเลือดเปรอะไปทั้งตัว "ผ้าสะอาด และน้ำอุ่นครับ"เลขาหนุ่มร่างสูงใส่แว่นตากรอบทองยื่นอ่างน้ำใบเล็กและผ้าสะอาดให้ชายหนุ่มเพื่อเช็ดมือและหน้า "วันนี้มีกำหนดการที่ไหนบ้าง"เสียงเจ้านายหนุ่มถามขึ้นขนาดเอาผ้าสะอาดเช็กที่ใบหน้าของตน "วันนี้คุณน่านมีกำหนดหมายตามนี้ครับ คือตอนสิบโมงเช้ามีประชุมผู้ถือหุ้นครับ ส่วนตอนบ่ายสองมีเข้าร่วมงานครบรอบหนึ่งร้อยปี มหาวิทยาลัยKD และขึ้นบรรยายเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจให้นักศึกษาปีสี่คณะบริหารฟังครับ "อือ นายมีอะไรก็ไปทำเถอะ อีกครึ่งชั่วโมงให้รถมารอรับฉันด้วย"พูดจบชายหนุ่มก็เดินจากไป "คุณน่านไปชำระร่างกายเถอะครับ เดี๋ยวผมจะอยู่เก็บกวาดขยะในห้องอีกสักครู่จะตามไป"เลขาหนุ่มเดินเข้าไปในห้องที่เจ้านายหนุ่มเพิ่งเดินออกมาและทำการเก็บทำความสะอาด มหาวิทยาลัย KD "พลัม...พลัม...นังพลัม" เสียงใสๆ ของลัลน์ลลิตหรือบิวตี้เรียกเพื่อนสาวที่กำลังนั่งเหม่อมองไปที่หน้าต่าง "ฮะ ว่าไงนะ เอ่อ โทษที มัวแต่คิดอะไรเพลินๆ" กิ่งเหมยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันไปหาเพื่อน "เหม่ออะไรอยู่ จดเลคเชอร์ทันหรือเปล่า อาจารย์อธิบายไวมากเลย จดไม่ทัน" "ทันอยู่นะ ลองดูเอา" มือสวยยืนสมุดเลคเชอร์สีหวานให้เพื่อนสาว "ขอบใจมากเลยเพื่อนรัก"ลัลน์ลลิตกอดเพื่อนอย่างอ้อนๆ เหมือนแมวอ้อนเจ้านายไม่มีผิด "นี่แล้วตอนพักเที่ยงกินข้าวเสร็จแล้วอย่าเพิ่งกลับนะ วันนี้เรามีกิจกรรมต้องเข้าร่วมงานครบรอบร้อยปีของมอ" "ได้ๆ งั้นเราไปกินข้าวที่ร้านหน้ามอแล้วกัน" กิ่งเหมยเก็บกระเป๋าเตรียมออกจากห้องเรียน 'ไลน์' 'ไลน์' 'ไลน์' "พลัม ไม่ดูไลน์หน่อยเหรอ เด้งรัวขนาดนั้น เผื่อมีเรื่องด่วนอะไร" ลัลน์ลลิตถามเพื่อน "อืม ดูก็ดู" กิ่งเหมยหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าออกมาดูสักพักก็ถอนหายใจ "เป็นอะไรหรือเปล่าพลัม"ลัลน์ลลิตถามเพื่อนอย่างเป็นห่วง "ไม่มีอะไรหรอก ป๊าฉันบอกว่าย้ายของฉันมาที่คอนโดแล้ว เย็นนี้ให้ไปเอากุญแจที่นิติได้น่ะ ไม่มีอะไรหรอกบิวตี้" "เพราะแม่ใหญ่แกสินะ แกถึงต้องระเห็จออกมาอยู่ข้างนอก" ลัลน์ลลิตพูดอย่างไม่พอใจ "นั่นก็บ้านแกเหมือนกันนะ" "ช่างเถอะ ฉันเบื่อเรื่องพวกนี้เต็มกลืนแล้ว ออกมาจากที่นั่นก็ดี ฉันจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ อีกอย่างป๊าฉันก็ให้ฉันตั้งเดือนละแสน ถ้าไม่พอก็ขอเพิ่มได้ จะไปกลัวอะไรอีก ไปกินข้าวกันเถอะ หิวจะแย่" กิ่งเหมยยักไหล่อย่างไม่แคร์ปัญหาชีวิต กิ่งเหมยหรือพลัมลูกสาวคนที่สองของเจ้าสัววริศ ที่เกิดจากเหมยฮัวภรรยาคนรองของเจ้าสัว โดยที่ทั้งสองไม่ได้รักกันแม้แต่น้อยเพียงแต่เธอเกิดจากความผิดพลาด หลังจากที่กิ่งเหมยเกิดได้เพียงแค่หกเดือนแม่ของเธอก็จากไปเนื่องจากร่างกายที่อ่อนแอก่อนอยู่แล้วและการดูแลหลังคลอดที่ไม่ดี เธอเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่นเพียงแต่เป็นครอบครัวที่อบอุ่นของพี่ชายและน้องสาวของเธอ ในครอบครัวนี้ไม่มีที่สำหรับเธอ แม่ใหญ่เกลียดเธอ เพียงเพราะกลัวว่าป๊าจะรักเธอมากกว่าพี่ชายหรือน้องสาวแต่นั่นเป็นไปไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว ตระกูลคนจีนยังไงซะก็สปอยล์ลูกชายกับลูกคนเล็กอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าทั้งป๊าและพี่ๆ น้องๆ ของเธอรักเธอ เพียงแต่การที่อยู่ในบ้านที่มีเสียงบ่นเสียงด่าเสียงกระแนะกระแหนทุกวันนั้นมันทำให้เธอเสียสุขภาพจิต เธอรู้ตัวอีกทีว่าเธอแย่ก็ตอนที่ในหัวเธอมีแต่เรื่องที่ไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้ว เธอกำลังจะเป็นโรคซึมเศร้า เธอจึงตัดสินใจเดินไปคุยกับป๊าเพื่อขอย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ ซึ่งตอนแรกเจ้าสัววริศไม่ยอมให้เธอย้ายออกไป แต่หลังจากที่กิ่งเหมยขอร้องอยู่เป็นเดือนๆ และได้พี่ชายอย่างวารีชช่วยคุยจึงทำให้เจ้าสัวใจอ่อน โดยมีข้อแม้ว่าถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับเธอ เธอจะต้องติดต่อเขาโดยทันที ความเจ็บปวดในความทรงจำที่แม่ใหญ่ได้สร้างไว้กับเธอมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เธอไม่ใช่คนที่มองโลกในแง่ดี เพียงแต่ทุกอย่างที่หล่อหลอมให้เธอเป็นเธอในวันนี้ มันทำให้เธอกล้าที่จะเดินออกมาจากสถานที่ที่เรียกว่านรก นรกที่สร้างรอยแผลในใจเธอ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เธอเป็นที่อดทนกับคำติฉินนินทาและได้ยอกย้อนให้แม่ใหญ่รู้สึกแสบๆ คันๆ ในหัวใจในบางครั้ง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม