CHAPTER 3

2016 คำ
CHAPTER 3 BM คันหรูทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายไม่มีคำบ่นสักประโยคเล็ดลอดออกมาให้รูหูของฉันระคายเคืองถึงแม้ก่อนหน้าจะโดนฝ่ามือเล็กฟาดศีรษะไปหยกๆ ก็ตาม ไอ้กุนมันไม่ได้เมาแค่อยากตอแหลแกล้งฉันก็เท่านั้นไม่อย่างงั้นใครจะให้ขับรถมาฉันยังไม่อยากตาย “เดี๋ยว” “อะไรของแกอีก?” ไอ้กุนไม่ว่าเปล่ามันกับปล่อยมือจากพวงมาลัยมายึดสายเบลท์ที่คาดกายฉันไว้เพื่อไม่ให้ฉันปลดออกดูความกวนตีนดูสิ “ปล่อยฉันจะลง” “เห็นฉันนอนกับผู้หญิงคนอื่นจำเป็นต้องทำแบบนั้น?” ไม่พอใจ? ถึงกับโกรธ? เหอะ... “มันน้อยไป” มันรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไรคำตอบที่แทบไม่ต้องเดาด้วยซ้ำ นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงเหมือนการจับผิดก่อนที่ใบหน้าหล่อจะจู่โจมเข้ามาในระยะประชิดกับใบหน้าฉันจนฉันถอยใบหน้าตัวเองแทบไม่ทันถึงแบบนั้นไอ้กุนก็ยังหน้าด้านหน้าทนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อีกลมหายใจแผ่วเบาผสมกับกลิ่นของแอลกอฮอล์คุกกรุ่นตีรวนให้ได้กลิ่นเป็นระยะๆมันไม่ได้ฉุนมากจากการดื่มแต่เป็นกลิ่นฉุนจากการที่ฉันราดเบียร์ลงบนตัวของมันต่างหาก “น้อยไป?” เสียงทุ้มถามฉันขึ้นในขณะที่ตัวมันค่อยๆ ขยับเพราะปลดสายเบลท์เรียบร้อยจึงสามารถโน้มลำตัวเข้ามาหาฉันได้อย่างง่ายดาย “ใช่น้อยไป แกคงรู้ถ้ามากกว่านี้คนอย่างไอ้ปลาก็ทำได้” ไม่กวนประสาท ไม่พูดเข้าข้างตัวเอง ไม่พูดจาข่มขู่แต่ฉันพูดจริง “นี่ขนาดน้อยไป... ทำเหมือนกับจับได้ว่าผัวหนีไปมีกิ๊ก” “ไอ้กุน!” มันคิดได้ยังไงกับไอ้ความคิดบ้าๆ เหล่านี้ โอ้ย! เข้าข้างตัวเองชัดๆ ไม่เห็นจะหล่อเลิศอะไรนักแค่เพียงมีผู้หญิงเข้ามาหาหลายคนในวันเดียวก็เท่านั้น “หรือมันไม่จริง?” มันย้อนฉันพร้อมกับการยักคิ้วเหมือนอยากท้าทายอำนาจมืด “ไม่จริงเพราะฉันไม่มีผัว แกก็ไม่ใช่ผัวฉันด้วย!” มันหลงตัวเองขนาดนี้ได้ไงวะจะบ้าตาย ฉันใช้มือผลักหน้าอกมันห่างออกจากตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะตะคอกลั่นรถฉันรู้ดีว่าด้านนอกไม่มีใครได้ยินการสนทนาระหว่างเราสองคนแน่เพราะรถไม่ได้ดับเครื่องไม่ปลดล็อคอีกทั้งยังเปิดไฟสูงส่องสว่างกวนประสาทคนอื่นให้เขาสาปแช่ง “บอกม๊าไหมล่ะ?” “อย่า...” เป็นเสียงที่ฉันพยายามสะกดกลั้นเค้นให้มันเล็ดลอดออกมาจากปาก “กวนประสาทฉันไอ้กุน!” “ก็แค่นี้” “เฮ้ย! นะ” ก็จะแค่นี้นั้นแหละถ้ามันไม่ได้โน้มตัวเข้ามาอีกครั้งแบบรวดเร็วจู่โจมกว่าครั้งก่อนลมหายใจอุ่นๆ หายใจรดกับใบหูข้างซ้ายของฉันหลายครั้งถึงจะดีดดิ้นเพียงไหนก็เท่านั้นเมื่อมือทั้งสองถูกล็อคด้วยมือใหญ่ของมันทั้งสองข้าง “ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้” “ยิ่งสั่งก็เหมือนยิ่งยุเธอน่าจะรู้ดีปลา” “…” ความเงียบงันเข้ามาเมื่อฉันตัวแข็งทื่อไม่กล้าพูดหรือกล้าขยับตัวจะเลือกทำทางไหนมันก็เสียเปรียบทั้งสองทาง รู้ไหมว่าถ้าฉันขยับตัวหน้าอกก็จะเบียดกับแผ่นอกใหญ่ของไอ้กุนที่มันแนบอยู่ถึงจะยังมีระยะห่างนิดๆ ก็เถอะแต่ถ้าจะให้พูดก็เหมือนเป็นการสั่งให้มันทำอะไรมากกว่านี้ ให้มันได้แบบนี้สิวะ! “ไม่นึกว่าเธอจะกลัวฉันด้วยเงียบเชียว?” ใบหน้าไอ้กุนหันข้างมาพูดกับฉันในระยะที่ยังเรียกว่าล่อแหลมไม่ปลอดภัยเพราะริมฝีปากได้รูปยังคลอเคลียตรงบริเวณแก้มฉันรู้สึกได้ “จะเก่งจะกล้ามากเพียงไหนก็หยุดได้เมื่อโดน... ” “แกพูดดีๆ” “โดนประชิดตัวจริงมั้ยปลา?” ก๊อกๆ ก๊อกๆ ไม่ทันที่ฉันจะทันตอบเสียงเคาะกระจกรถข้างฉันก็ดังขึ้นเพียงแต่ว่าไม่สามารถหันไปดูได้ว่าเป็นฝีมือใครใบหน้าของไอ้กุนมันอยู่ฝั่งนั้นพอดีและแล้วมือฉันที่ถูกล็อคก็ถูกปล่อยเป็นอิสระข้างซ้ายไม่นานเสียงเลื่อนกระจกรถก็ดังขึ้น “ไง” “อ้าวเฮียกุน หวัดดีครับ”ได้ยินเสียงนี้ฉันก็รีบหันหน้าไปตามเสียงทันทีก็พบว่าเป็นไอ้ปุณน้องชายแก่แดดแท้ๆ ที่คลอดท้องเดียวกันมากำลังส่งยิ้มล้อเลียนมาทางฉัน รอยยิ้มพวกนั้นมันแสดงให้ฉันรับรู้ว่าชาตินี้จะไม่มีทางจางหายไปเด็ดขาดเพราะจะมีการล้อเรื่อยๆ “หวัดดีเจ๊ปลา สวีทมากเลยน๊า” “แกเงียบไปเลยไอ้ปุณ!” ใช่น้องฉันจริงๆ ใช่ไหมเห็นพี่สาวตกอยู่สถานการณ์แบบนี้ต้องรีบช่วยดิไม่ใช่ยืนกอดอกแซวพร้อมกับยิ้มหวาน นาทีต่อมาฉันก็ผลักร่างใหญ่ของไอ้กุนไปจากตัวซึ่งมันก็ยอมโดยดีเสร็จแล้วก็หันหน้ามาหาน้องชายตัวเองต่อก็พบว่ามันหันไปคุยกับคนที่พึ่งลงจากรถไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “ไอ้ปุณ” “ดูฝีมือเจ๊คนสวยของปุณดิ เอาเบียร์ราดตัวเฮียเหม็นหมดหอก็อยู่ไกลอีกอยากอาบน้ำจะแย่” “เล่นแรงนะเจ๊ปลา” สายตาของน้องชายตัวเองจับจ้องฉันเขม็งทั้งที่สายตานั้นมันควรจะใช้กับผู้ชายอีกคนยืนข้างตัวซึ่งไม่ใช่เจ๊คนนี้ ตกลงไอ้ปุณเป็นน้องใครกันแน่ทำไมถึงได้เข้าข้างคนอื่น “ดูดิเฮียกุนเหม็นยิ่งกว่าตกบ่อส้วมอีก” “โคตรเหม็นเลยเนาะปุณเนาะ” เออออกันเข้าไปเข้าข้างกันเข้าไปอย่าให้ต้องได้เข้าไปจัดการเองไอ้ปลาคนนี้จะเอาหัวชนกันให้ดู “ไม่ใช่เรื่องของฉันจบไหม” อยากท้าท้ายเองจุดจบมันก็ควรเป็นแบบนี้ไม่ใช่นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองคนตัวสูงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก็ยังเห็นว่าอยู่ดีมีสุขไม่สึกหรอตรงไหนติดเพียงแค่กลิ่น กลิ่นเบียร์แรงไม่เกี่ยวกันฉัน “แล้วถ้าป๊าม๊ารู้ว่าเจ๊ทำเฮียกุนมันจะจบไหมล่ะ?” จบประโยคมันก็หันไปยักคิ้วกับไอ้กุนอย่างรู้กัน ผวัะ! “ตกลงแกเป็นน้องฉันจริงไหมไอ้ปุณ!” มือขาวเอื้อมไปตบหัวน้องชายทันทีไม่มีการรีรอใดๆ ทั้งสิ้น ทำไมต้องทำให้อารมณ์เสียด้วยวะสองคนแพคคู่นี้เจอกันทีไรกวนประสาทได้ทุกเมื่อก่อนที่ในหัวจะชุกคิดอะไรขึ้นมาจากนั้นสายตาขี้สงสัยก็เข้าไปทอดมองยังน้องชายตัวแสบ “ว่าแต่แกเถอะมาทำไมแถวนี้?” ฉันจะไม่เอ็ดไม่โกรธและก็ไม่เซ้าซี้ให้อิสระกับน้องชายเต็มที่ถ้าเกิดตอนนี้มันยังไม่ถึงเที่ยงคืนซึ่งน้องชายตัวเองเรียนอยู่แค่ม.5 อยู่ถึงเวลานี้มันใช่เหรอถึงพรุ่งนี้จะเสาร์อาทิตย์ก็ตามป่านนี้ไอ้ปุณควรนอนหลับอยู่บนเตียงเพื่อเตรียมตื่นเช้าขึ้นมาช่วยป๊าม๊าเปิดร้าน ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ “ปุณมาเที่ยวกาดหน้ามอเจ๊ไงแต่ดูเหมือนเที่ยวเพลินไปหน่อย” “เที่ยวเพลิน?” ฉันทวน ย้ำว่าแค่ทวนเท่านั้นซึ่งนาทีนี้ตัวเองรู้ดีเลยว่าไอ้ปุณน้องชายตัวเองรับรู้ถึงชะตาตัวเองแล้วมันจึงค่อยๆ ก้าวเท้าถอยหลังก่อนเคลื่อนไปอยู่ทางด้านหลังไอ้กุน “...” “ออกมาก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” เสียงขู่เล็ดลอดไรฟันออกมากแบบช้าๆ แต่เมื่อไอ้น้องตัวแสบไม่ออกมาจากแผ่นหลังใหญ่ฉันจึงเลือกเดินเข้าไปเพื่อจะกระชากมันออกมาเอง “หยุดๆ” แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องเป็นอันหยุดชะงักเพราะมีร่างสูงของไอ้กุนเข้ามาขวางเพื่อไม่ให้ฉันเข้าถึงตัวของไอ้ปุณน้องชายตัวแสบ “ถอยไป” “ปุณไม่ได้ผิดเขาแค่อยากเที่ยว” ใช่เหรอ? “นายแหกตาดูเวลาเสียบ้างว่าตอนนี้ควรเที่ยวหรือว่านอนอยู่บ้าน” ฉันตะคอกใส่หน้าไอ้กุนด้วยความฉุนที่มันกล้าเข้าข้างน้องตัวเองแบบผิดๆ “ผู้ชายแม่งมันเป็นแบบนี้หมดหรือไงวะ!” “ปุณขอป๊ากับม๊าแล้วเจ๊ปลาแล้วอีกอย่างก็รอเพื่อนมารับหน้าหอเจ๊” คราวนี้เป็นสียงของไอ้ปุณที่มันกล้าเดินออกมาเผชิญหน้ากับฉันคงเพราะเห็นว่าเจ๊มันคนนี้ไม่ได้มีความล้อเล่นหรือไม่ก็ปกป้องไอ้กุน ไม่อยากให้ไอ้กุนโดนลูกหลงจากฉันเอง “นั่นไงมาพอดี” เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันก็โล่งใจในระดับหนึ่งจึงหันหลังกลับไปมองรถคันหรูเข้ามาจอดข้างรถของไอ้กุน เพื่อนน้องฉันคงเป็นลูกคนรวยอีกตามเคยสินะเพราะเท่าที่ฉันเห็นมาทุกคนที่ไอ้ปุณนับว่าเพื่อนล้วนมีฐานะไม่ธรรมดาซักคนไม่เว้นแม้แต่... ไอ้กุนที่มันนับถือว่าเป็นเฮีย “ไปแล้วนะเฮียกุน หวัดดีครับ” จากนั้นไอ้ปุณก็หันมาสบตากับฉันก่อนยกมือขาวๆ ขึ้นมาไหว้ “ไม่ต้องห่วงเจ๊ถึงบ้านเดี๋ยวปุณไลน์บอก หวัดดีครับเจ๊” ความก๋ากั่นไปเร็วมาเร็วไม่รู้ว่าได้เชื้อติดมาจากใครแป๊บเดียวไอ้ปุณก็ขึ้นรถทว่าพอฉันกำลังจะหันกลับเพื่อเดินเข้าหอบ้างเสียงเรียกของน้องชายตัวแสบก็ดังขึ้น ไอ้ปุณให้เพื่อนลดกระจกรถลงส่งยิ้มให้ฉันแบบกลุ้มกริ่ม “พาเฮียกุนขึ้นไปอาบน้ำด้วยนะเจ๊ปลาไม่งั้นปุณบอกป๊าม๊าแน่” “เหรอนึกว่าเจ๊มึงกลัวหรือไง?” ฉันยกหัวไหล่พร้อมกับผายมือทั้งสองข้างท้าทาย รู้ดีว่าถ้าจะคุยกับป๊าม๊าต้องมีหลักฐานแล้วไอ้ปุณก็ไม่มี “ไปนอนดื่มนมซะไอ้ปุณ” “รูปเฮียกุนเปียกปอนด้วยเบียร์รูปนี้อาจไปถึงหูตาป๊าม๊าน๊า” ชัดเจนรูปบนโทรศัพท์มือถือไอ้ปุณแสดงชัดเจนว่ามันได้ถ่ายเอาไว้จริงๆ กับการกระทำของฉัน “อย่าลืมล่ะเจ๊ปุณไปล่ะ บาย” จบประโยครถคันตรงหน้าก็แล่นออกไปทันทีด้วยความรวดเร็วฉันจึงหันกลับก็พบว่าไอ้กุนยังยกนิ้วโป้งทำสัญลักษณ์เยี่ยมค้างกลางอากาศอยู่คงทำลับหลังฉันตั้งแต่เมื่อกี้แล้วแหละ ราวหลังถ้าเจอกับไอ้ปุณน้องชายตัวแสบอีกบอกเลยบอกจะจัดชุดใหญ่ไม่ออมมือให้แน่ๆ โทษฐานกล้าท้าทายพี่สาวตัวเอง “ส่วนแกไสหัวไปได้ล่ะ” “ลืมอะไรไปหรือเปล่าปลา?” เป็นคำถามเรียบๆ ที่แฝงด้วยการทวง “ไม่ลืมแต่ฉันไม่ให้ขึ้นไปโว้ยแกได้ยินไหมอยากอาบน้ำนักก็กลับไปหอตัวเองจะแช่ทั้งวันทั้งคืนหรือไม่ก็ปล่อยขึ้นอืดก็ตายใจเชิญ!” “งั้นบอกป๊าม๊า” มือใหญ่ล้วงเข้าไปทางด้านหลังเพื่อคว้าโทรศัพท์ออกมาเปิดแชทให้ฉันดูว่าการสนทนามีอะไรบ้าง จะไม่เดือดร้อนถ้าม๊าไม่คอยถามเป็นห่วงเป็นใยเขาด้วยถ้อยคำอ่อนโยนบอกให้ทานอาหารให้ตรงเวลานู้นนี่นั้นสุดท้ายก็บอกหาเวลาว่างมาเที่ยวหาบ้าง “พูดจริง” “ขู่เหรอ ขู่ฉันเหรอ?” “ถ้าได้...” สายตาไอ้กุนมองไปด้านในของห้องซึ่งฉันก็เข้าใจดีว่ามันสื่อถึงอะไร “ทุกอย่างก็จบไม่ฟ้อง” จบกับผีอะไรบอกตรงๆ ว่าไอ้กุนไม่เคยก้าวเท้าเข้าห้องฉันเลยแล้วดูมันทำสิที่รถแบบนี้จะไว้ใจได้หรือเปล่า ไม่แน่ “เออๆ ก็ได้อาบแล้วรีบกลับเลย”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม