CHAPTER 3
BM คันหรูทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายไม่มีคำบ่นสักประโยคเล็ดลอดออกมาให้รูหูของฉันระคายเคืองถึงแม้ก่อนหน้าจะโดนฝ่ามือเล็กฟาดศีรษะไปหยกๆ ก็ตาม ไอ้กุนมันไม่ได้เมาแค่อยากตอแหลแกล้งฉันก็เท่านั้นไม่อย่างงั้นใครจะให้ขับรถมาฉันยังไม่อยากตาย
“เดี๋ยว”
“อะไรของแกอีก?” ไอ้กุนไม่ว่าเปล่ามันกับปล่อยมือจากพวงมาลัยมายึดสายเบลท์ที่คาดกายฉันไว้เพื่อไม่ให้ฉันปลดออกดูความกวนตีนดูสิ “ปล่อยฉันจะลง”
“เห็นฉันนอนกับผู้หญิงคนอื่นจำเป็นต้องทำแบบนั้น?”
ไม่พอใจ?
ถึงกับโกรธ?
เหอะ...
“มันน้อยไป”
มันรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไรคำตอบที่แทบไม่ต้องเดาด้วยซ้ำ นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงเหมือนการจับผิดก่อนที่ใบหน้าหล่อจะจู่โจมเข้ามาในระยะประชิดกับใบหน้าฉันจนฉันถอยใบหน้าตัวเองแทบไม่ทันถึงแบบนั้นไอ้กุนก็ยังหน้าด้านหน้าทนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อีกลมหายใจแผ่วเบาผสมกับกลิ่นของแอลกอฮอล์คุกกรุ่นตีรวนให้ได้กลิ่นเป็นระยะๆมันไม่ได้ฉุนมากจากการดื่มแต่เป็นกลิ่นฉุนจากการที่ฉันราดเบียร์ลงบนตัวของมันต่างหาก
“น้อยไป?”
เสียงทุ้มถามฉันขึ้นในขณะที่ตัวมันค่อยๆ ขยับเพราะปลดสายเบลท์เรียบร้อยจึงสามารถโน้มลำตัวเข้ามาหาฉันได้อย่างง่ายดาย
“ใช่น้อยไป แกคงรู้ถ้ามากกว่านี้คนอย่างไอ้ปลาก็ทำได้”
ไม่กวนประสาท
ไม่พูดเข้าข้างตัวเอง
ไม่พูดจาข่มขู่แต่ฉันพูดจริง
“นี่ขนาดน้อยไป... ทำเหมือนกับจับได้ว่าผัวหนีไปมีกิ๊ก”
“ไอ้กุน!”
มันคิดได้ยังไงกับไอ้ความคิดบ้าๆ เหล่านี้ โอ้ย! เข้าข้างตัวเองชัดๆ ไม่เห็นจะหล่อเลิศอะไรนักแค่เพียงมีผู้หญิงเข้ามาหาหลายคนในวันเดียวก็เท่านั้น
“หรือมันไม่จริง?”
มันย้อนฉันพร้อมกับการยักคิ้วเหมือนอยากท้าทายอำนาจมืด
“ไม่จริงเพราะฉันไม่มีผัว แกก็ไม่ใช่ผัวฉันด้วย!”
มันหลงตัวเองขนาดนี้ได้ไงวะจะบ้าตาย ฉันใช้มือผลักหน้าอกมันห่างออกจากตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะตะคอกลั่นรถฉันรู้ดีว่าด้านนอกไม่มีใครได้ยินการสนทนาระหว่างเราสองคนแน่เพราะรถไม่ได้ดับเครื่องไม่ปลดล็อคอีกทั้งยังเปิดไฟสูงส่องสว่างกวนประสาทคนอื่นให้เขาสาปแช่ง
“บอกม๊าไหมล่ะ?”
“อย่า...” เป็นเสียงที่ฉันพยายามสะกดกลั้นเค้นให้มันเล็ดลอดออกมาจากปาก “กวนประสาทฉันไอ้กุน!”
“ก็แค่นี้”
“เฮ้ย! นะ”
ก็จะแค่นี้นั้นแหละถ้ามันไม่ได้โน้มตัวเข้ามาอีกครั้งแบบรวดเร็วจู่โจมกว่าครั้งก่อนลมหายใจอุ่นๆ หายใจรดกับใบหูข้างซ้ายของฉันหลายครั้งถึงจะดีดดิ้นเพียงไหนก็เท่านั้นเมื่อมือทั้งสองถูกล็อคด้วยมือใหญ่ของมันทั้งสองข้าง
“ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้”
“ยิ่งสั่งก็เหมือนยิ่งยุเธอน่าจะรู้ดีปลา”
“…”
ความเงียบงันเข้ามาเมื่อฉันตัวแข็งทื่อไม่กล้าพูดหรือกล้าขยับตัวจะเลือกทำทางไหนมันก็เสียเปรียบทั้งสองทาง รู้ไหมว่าถ้าฉันขยับตัวหน้าอกก็จะเบียดกับแผ่นอกใหญ่ของไอ้กุนที่มันแนบอยู่ถึงจะยังมีระยะห่างนิดๆ ก็เถอะแต่ถ้าจะให้พูดก็เหมือนเป็นการสั่งให้มันทำอะไรมากกว่านี้ ให้มันได้แบบนี้สิวะ!
“ไม่นึกว่าเธอจะกลัวฉันด้วยเงียบเชียว?” ใบหน้าไอ้กุนหันข้างมาพูดกับฉันในระยะที่ยังเรียกว่าล่อแหลมไม่ปลอดภัยเพราะริมฝีปากได้รูปยังคลอเคลียตรงบริเวณแก้มฉันรู้สึกได้ “จะเก่งจะกล้ามากเพียงไหนก็หยุดได้เมื่อโดน... ”
“แกพูดดีๆ”
“โดนประชิดตัวจริงมั้ยปลา?”
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
ไม่ทันที่ฉันจะทันตอบเสียงเคาะกระจกรถข้างฉันก็ดังขึ้นเพียงแต่ว่าไม่สามารถหันไปดูได้ว่าเป็นฝีมือใครใบหน้าของไอ้กุนมันอยู่ฝั่งนั้นพอดีและแล้วมือฉันที่ถูกล็อคก็ถูกปล่อยเป็นอิสระข้างซ้ายไม่นานเสียงเลื่อนกระจกรถก็ดังขึ้น
“ไง”
“อ้าวเฮียกุน หวัดดีครับ”ได้ยินเสียงนี้ฉันก็รีบหันหน้าไปตามเสียงทันทีก็พบว่าเป็นไอ้ปุณน้องชายแก่แดดแท้ๆ ที่คลอดท้องเดียวกันมากำลังส่งยิ้มล้อเลียนมาทางฉัน รอยยิ้มพวกนั้นมันแสดงให้ฉันรับรู้ว่าชาตินี้จะไม่มีทางจางหายไปเด็ดขาดเพราะจะมีการล้อเรื่อยๆ “หวัดดีเจ๊ปลา สวีทมากเลยน๊า”
“แกเงียบไปเลยไอ้ปุณ!” ใช่น้องฉันจริงๆ ใช่ไหมเห็นพี่สาวตกอยู่สถานการณ์แบบนี้ต้องรีบช่วยดิไม่ใช่ยืนกอดอกแซวพร้อมกับยิ้มหวาน นาทีต่อมาฉันก็ผลักร่างใหญ่ของไอ้กุนไปจากตัวซึ่งมันก็ยอมโดยดีเสร็จแล้วก็หันหน้ามาหาน้องชายตัวเองต่อก็พบว่ามันหันไปคุยกับคนที่พึ่งลงจากรถไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “ไอ้ปุณ”
“ดูฝีมือเจ๊คนสวยของปุณดิ เอาเบียร์ราดตัวเฮียเหม็นหมดหอก็อยู่ไกลอีกอยากอาบน้ำจะแย่”
“เล่นแรงนะเจ๊ปลา” สายตาของน้องชายตัวเองจับจ้องฉันเขม็งทั้งที่สายตานั้นมันควรจะใช้กับผู้ชายอีกคนยืนข้างตัวซึ่งไม่ใช่เจ๊คนนี้ ตกลงไอ้ปุณเป็นน้องใครกันแน่ทำไมถึงได้เข้าข้างคนอื่น “ดูดิเฮียกุนเหม็นยิ่งกว่าตกบ่อส้วมอีก”
“โคตรเหม็นเลยเนาะปุณเนาะ”
เออออกันเข้าไปเข้าข้างกันเข้าไปอย่าให้ต้องได้เข้าไปจัดการเองไอ้ปลาคนนี้จะเอาหัวชนกันให้ดู
“ไม่ใช่เรื่องของฉันจบไหม”
อยากท้าท้ายเองจุดจบมันก็ควรเป็นแบบนี้ไม่ใช่นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองคนตัวสูงตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก็ยังเห็นว่าอยู่ดีมีสุขไม่สึกหรอตรงไหนติดเพียงแค่กลิ่น
กลิ่นเบียร์แรงไม่เกี่ยวกันฉัน
“แล้วถ้าป๊าม๊ารู้ว่าเจ๊ทำเฮียกุนมันจะจบไหมล่ะ?” จบประโยคมันก็หันไปยักคิ้วกับไอ้กุนอย่างรู้กัน
ผวัะ!
“ตกลงแกเป็นน้องฉันจริงไหมไอ้ปุณ!” มือขาวเอื้อมไปตบหัวน้องชายทันทีไม่มีการรีรอใดๆ ทั้งสิ้น ทำไมต้องทำให้อารมณ์เสียด้วยวะสองคนแพคคู่นี้เจอกันทีไรกวนประสาทได้ทุกเมื่อก่อนที่ในหัวจะชุกคิดอะไรขึ้นมาจากนั้นสายตาขี้สงสัยก็เข้าไปทอดมองยังน้องชายตัวแสบ “ว่าแต่แกเถอะมาทำไมแถวนี้?”
ฉันจะไม่เอ็ดไม่โกรธและก็ไม่เซ้าซี้ให้อิสระกับน้องชายเต็มที่ถ้าเกิดตอนนี้มันยังไม่ถึงเที่ยงคืนซึ่งน้องชายตัวเองเรียนอยู่แค่ม.5 อยู่ถึงเวลานี้มันใช่เหรอถึงพรุ่งนี้จะเสาร์อาทิตย์ก็ตามป่านนี้ไอ้ปุณควรนอนหลับอยู่บนเตียงเพื่อเตรียมตื่นเช้าขึ้นมาช่วยป๊าม๊าเปิดร้าน
ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้
“ปุณมาเที่ยวกาดหน้ามอเจ๊ไงแต่ดูเหมือนเที่ยวเพลินไปหน่อย”
“เที่ยวเพลิน?”
ฉันทวน ย้ำว่าแค่ทวนเท่านั้นซึ่งนาทีนี้ตัวเองรู้ดีเลยว่าไอ้ปุณน้องชายตัวเองรับรู้ถึงชะตาตัวเองแล้วมันจึงค่อยๆ ก้าวเท้าถอยหลังก่อนเคลื่อนไปอยู่ทางด้านหลังไอ้กุน
“...”
“ออกมาก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
เสียงขู่เล็ดลอดไรฟันออกมากแบบช้าๆ แต่เมื่อไอ้น้องตัวแสบไม่ออกมาจากแผ่นหลังใหญ่ฉันจึงเลือกเดินเข้าไปเพื่อจะกระชากมันออกมาเอง
“หยุดๆ”
แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องเป็นอันหยุดชะงักเพราะมีร่างสูงของไอ้กุนเข้ามาขวางเพื่อไม่ให้ฉันเข้าถึงตัวของไอ้ปุณน้องชายตัวแสบ
“ถอยไป”
“ปุณไม่ได้ผิดเขาแค่อยากเที่ยว”
ใช่เหรอ?
“นายแหกตาดูเวลาเสียบ้างว่าตอนนี้ควรเที่ยวหรือว่านอนอยู่บ้าน” ฉันตะคอกใส่หน้าไอ้กุนด้วยความฉุนที่มันกล้าเข้าข้างน้องตัวเองแบบผิดๆ “ผู้ชายแม่งมันเป็นแบบนี้หมดหรือไงวะ!”
“ปุณขอป๊ากับม๊าแล้วเจ๊ปลาแล้วอีกอย่างก็รอเพื่อนมารับหน้าหอเจ๊” คราวนี้เป็นสียงของไอ้ปุณที่มันกล้าเดินออกมาเผชิญหน้ากับฉันคงเพราะเห็นว่าเจ๊มันคนนี้ไม่ได้มีความล้อเล่นหรือไม่ก็ปกป้องไอ้กุน ไม่อยากให้ไอ้กุนโดนลูกหลงจากฉันเอง “นั่นไงมาพอดี”
เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันก็โล่งใจในระดับหนึ่งจึงหันหลังกลับไปมองรถคันหรูเข้ามาจอดข้างรถของไอ้กุน เพื่อนน้องฉันคงเป็นลูกคนรวยอีกตามเคยสินะเพราะเท่าที่ฉันเห็นมาทุกคนที่ไอ้ปุณนับว่าเพื่อนล้วนมีฐานะไม่ธรรมดาซักคนไม่เว้นแม้แต่... ไอ้กุนที่มันนับถือว่าเป็นเฮีย
“ไปแล้วนะเฮียกุน หวัดดีครับ” จากนั้นไอ้ปุณก็หันมาสบตากับฉันก่อนยกมือขาวๆ ขึ้นมาไหว้ “ไม่ต้องห่วงเจ๊ถึงบ้านเดี๋ยวปุณไลน์บอก หวัดดีครับเจ๊”
ความก๋ากั่นไปเร็วมาเร็วไม่รู้ว่าได้เชื้อติดมาจากใครแป๊บเดียวไอ้ปุณก็ขึ้นรถทว่าพอฉันกำลังจะหันกลับเพื่อเดินเข้าหอบ้างเสียงเรียกของน้องชายตัวแสบก็ดังขึ้น ไอ้ปุณให้เพื่อนลดกระจกรถลงส่งยิ้มให้ฉันแบบกลุ้มกริ่ม
“พาเฮียกุนขึ้นไปอาบน้ำด้วยนะเจ๊ปลาไม่งั้นปุณบอกป๊าม๊าแน่”
“เหรอนึกว่าเจ๊มึงกลัวหรือไง?” ฉันยกหัวไหล่พร้อมกับผายมือทั้งสองข้างท้าทาย รู้ดีว่าถ้าจะคุยกับป๊าม๊าต้องมีหลักฐานแล้วไอ้ปุณก็ไม่มี “ไปนอนดื่มนมซะไอ้ปุณ”
“รูปเฮียกุนเปียกปอนด้วยเบียร์รูปนี้อาจไปถึงหูตาป๊าม๊าน๊า” ชัดเจนรูปบนโทรศัพท์มือถือไอ้ปุณแสดงชัดเจนว่ามันได้ถ่ายเอาไว้จริงๆ กับการกระทำของฉัน “อย่าลืมล่ะเจ๊ปุณไปล่ะ บาย”
จบประโยครถคันตรงหน้าก็แล่นออกไปทันทีด้วยความรวดเร็วฉันจึงหันกลับก็พบว่าไอ้กุนยังยกนิ้วโป้งทำสัญลักษณ์เยี่ยมค้างกลางอากาศอยู่คงทำลับหลังฉันตั้งแต่เมื่อกี้แล้วแหละ ราวหลังถ้าเจอกับไอ้ปุณน้องชายตัวแสบอีกบอกเลยบอกจะจัดชุดใหญ่ไม่ออมมือให้แน่ๆ โทษฐานกล้าท้าทายพี่สาวตัวเอง
“ส่วนแกไสหัวไปได้ล่ะ”
“ลืมอะไรไปหรือเปล่าปลา?” เป็นคำถามเรียบๆ ที่แฝงด้วยการทวง
“ไม่ลืมแต่ฉันไม่ให้ขึ้นไปโว้ยแกได้ยินไหมอยากอาบน้ำนักก็กลับไปหอตัวเองจะแช่ทั้งวันทั้งคืนหรือไม่ก็ปล่อยขึ้นอืดก็ตายใจเชิญ!”
“งั้นบอกป๊าม๊า” มือใหญ่ล้วงเข้าไปทางด้านหลังเพื่อคว้าโทรศัพท์ออกมาเปิดแชทให้ฉันดูว่าการสนทนามีอะไรบ้าง จะไม่เดือดร้อนถ้าม๊าไม่คอยถามเป็นห่วงเป็นใยเขาด้วยถ้อยคำอ่อนโยนบอกให้ทานอาหารให้ตรงเวลานู้นนี่นั้นสุดท้ายก็บอกหาเวลาว่างมาเที่ยวหาบ้าง “พูดจริง”
“ขู่เหรอ ขู่ฉันเหรอ?”
“ถ้าได้...” สายตาไอ้กุนมองไปด้านในของห้องซึ่งฉันก็เข้าใจดีว่ามันสื่อถึงอะไร “ทุกอย่างก็จบไม่ฟ้อง”
จบกับผีอะไรบอกตรงๆ ว่าไอ้กุนไม่เคยก้าวเท้าเข้าห้องฉันเลยแล้วดูมันทำสิที่รถแบบนี้จะไว้ใจได้หรือเปล่า ไม่แน่
“เออๆ ก็ได้อาบแล้วรีบกลับเลย”