เขาออกไปเเล้วครับออกไปที่ไหนไม่รู้ ผมไม่มีสิทธิ์ถามไม่มีสิทธิ์ห้ามเขา เขาใจร้ายมากครับที่ทำกับผมเเบบนี้เขาทำเหมือนผมเป็นของตายเขาทำเหมือนผมไม่มีชีวิตจิตใจเขาไม่เคยใจร้ายกับผมขนาดนี้ ผมยอมครับยอมทำงานยอมลำบากสิบเท่าตัวดีกว่าต้องทนอยู่เเบบนี้ ผมเดาไม่ออกว่าในหัวเขาคิดอะไรอยู่ บางทีก็เหมือนจะดีเเต่ก็ไม่ใช่เขายังคงดูถูกผมพูดจาไม่ดีใส่ผม ขอได้ไหมครับขอเขาคนเดิมกลับมา
ผมพยายามไม่คิดเรื่องที่เขาออกไปข้างนอกผมหวังในใจลึกๆว่าเขาอาจจะไปที่ไหนสักทีที่ไม่ใช่จบลงบนเตียงกับใคร ผมรักเขาไม่เเปลกที่ผมจะหวงเขารู้ครับว่าตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ เเต่ทำไมผมยังเจ็บผมเจ็บที่ต้องมารับรู้ว่าเขาออกไปไหนไปกับใครเขาไม่กลับมานอนที่บ้านเลยสักครั้งหลังจากเรามีอะไรกันเสร็จเขาทำเหมือนผมไม่ใช่เมียเขาปากบอกว่าผมเป็นเมียเเต่การกระทำไม่ใช่เลยสักนิดเขาทำเหมือนผมเป็นเด็กขายเป็นสนามอารมณ์ให้เขาระบาย เเต่เเปลกดีทำไมผมถึงยอมเเละทำไมผมถึงทนไม่ใช่ที่เขาหยิบยื่นข้อเสนอให้ครอบครัวผมหรอกผมยอมเพราะผมรักเขา รักเขามากผมอยากทำให้ดีที่สุดถึงเเม้เขาจะไม่เห็นก็ตามก็เเค่หวังว่าจะมีวันนั้นวันที่เขารักผมเหมือนเดิม
พอคิดเเล้วน้ำตาก็ไหลผมพยายามไม่ร้องไห้เเต่ก็ทำไม่ได้ตั้งเเต่เจอเขาไม่มีวันไหนที่ผมไม่ร้องไห้ เมื่อก่อนเขาเกลียดน้ำตาผมที่สุดไม่มีสักนิดที่เขาจะทำให้ผมร้องไห้เเล้วมองกลับมาตอนนี้สิมีสักวันไหมที่เขาจะพูดจาดีๆใส่ผมมีไหมที่จะไม่ดูถูกพูดจาร้ายๆใส่ผมคงไม่มีทางหรอกผมนี่ก็เเปลกหวังอะไรอยู่
“คุณเอินขึ้นนอนเถอะครับคุณครรชิตคงไม่กลับเเล้ว”
พี่ยุทธ์เดินมาบอกผม ใช่ครับผมนั่งรอเขานั่งรอทั้งๆที่ไม่รู้เขาจะกลับมาไหม
“เราขอรออีกสักเเป๊ปได้ไหม?” ผมถามออกไปเสียงเบาก่อนจะชันขาขึ้นกอดเข่าไว้
“ได้ครับ”
พี่ยุทธ์ถอยห่างออกไปจากผม ผมนั่งกอดเข่าเเน่นตามองไปที่หน้าประตูบ้านไม่มีท่าทีคนตัวสูงจะกลับมา เฮ้อผมทำอะไรอยู่เขาบอกเองว่าเขาจะไม่กลับทำไมผมยังรออยู่ ผมนั่งรอเกือบชั่วโมงคิดอะไรเพลินๆเสียงเดิมก็ทักผมขึ้นมาอีก
“คุณเอินครับขึ้นนอนเถอะครับ นานมากเเล้ว”
“คุณครรชิตเขาไม่กลับมาเเล้วเหรอครับ?” ผมถามออกไปเสียงเศร้า
“ไม่ทราบครับ”
“คุณครรชิตออกไปเเบบนี้ทุกวันไหมครับ?” ผมใจกล้าถามไปถึงเเม้คำตอบที่ได้จะทำให้ผมเจ็บ
“นานๆครั้งครับ”
“เเสดงว่าตั้งเเต่เรามาอยู่ที่นี่เขาออกทุกวันเลย อาจจะเป็นเพราะเราก็ได้ที่ทำให้เขาไม่อยากอยู่บ้าน” ผมรีบยกมือเช็ดน้ำตาที่หางตาออก
“อย่าคิดแบบนั้นเลยครับ”
“ช่างเถอะครับ งั้นเราไปนอนเเล้วนะขอบคุณมากที่อยู่เป็นเพื่อน”
ผมเดินขึ้นชั้นบนด้วยใบหน้าหงอยรอเขากลับมาเเต่เขาก็ไม่กลับ เฮ้อ ไม่เป็นไรนะเอินอดทนไว้เดี๋ยวมันจะดีขึ้นเอง
บรื้นนนนน
ผมยังเดินขึ้นบันไดได้ไม่ถึงไหนก็ได้ยินเสียงรถผมหันกลับไปเห็นคนตัวสูงเดินเข้ามาผมรีบวิ่งลงบันไดเพื่อไปหาคนตัวสูงทันที
“อย่าวิ่ง” คนตัวสูงพูดขึ้นเสียงดุผมนี่หงอยเลย ลืมตัวไปเลยว่าทำเหมือนเดิมไม่ได้เเล้ว
“ขะขอโทษครับ” ผมพูดออกไปเสียงเบา ดีใจอ่ะที่เขากลับมา
“ฉันบอกว่าไง?”
“เอินอยากรอครับ” ผมก้มลงมองปลายเท้ามือบีบเข้าหากันเเน่น
“ฉันบอกว่าไม่ต้องรอ”
“ขะขอโทษครับ”
“จะขอโทษอะไรนักหนา” ทำไมต้องหงุดหงิดใส่ด้วย
“ขอโทษที่รอครับเเละก็ไม่ฟังคุณครรชิต”
“เเล้วทำไมต้องรอ?”
“กะก็เอินอยากให้กลับบ้านครับ”
“ขึ้นไปนอน” ผมส่ายหน้ารัวทันที
“คุณครรชิตจะไปไหนอีกเหรอครับ?” ผมใจกล้าถามไปถึงเเม้จะโดนด่ากลับมา
“ทำไมอยากให้ฉันอยู่?”
“กะก็ใช่ครับ” ผมตอบออกไปเบาๆ
“ขึ้นห้องไปนอน”
เฮ้อ เขาคงไม่มาสนใจผมหรอกเขาคงออกไปหาคนใหม่ๆก็ที่บ้านมีผมนิ ผมที่เขาเกลียดนักเกลียดหนา
“ตะเเต่คุณครรชิตจะไปไหนครับมันดึกเเล้วนะ”
“ถามทำไมเยอะ” คนตัวสูงจ้องหน้าผมนิ่งผมเม้มปากเเน่น
“อะเอ่อ คุณครรชิตนอนที่บ้านได้ไหมครับ” ผมอาจจะทำมากไปที่ไปขอเขาทั้งๆที่คนอย่างเขาคงให้ไม่ได้
“ฉันบอกว่าไง?” คนตัวสูงกดเสียงต้ำ
“ตะเเต่”
“ก็ตามใจฉันขึ้นนอนละ ถ้าไม่ขึ้นก็หาที่นอนเเถวหน้าบ้านก็เเล้วกัน” ผมอ้าปากเหว่อทันทีรู้ตัวอีกทีคนตัวสูงก็เดินขึ้นบันไดไปเเล้ว วันนี้เขาจะนอนที่นี่ใช่ไหมผมยิ้มออกมาทันที
คนตัวสูงที่เดินเข้ามาในห้องก่อนพอผมเดินตามเข้ามาในห้องกลับเงียบกริบผมไม่กล้าพูดอะไรต่อกลัวว่าจะสะกิดต่อมโมโหเขา ผมเลยรีบเดินไปเอาผ้าเช็ดตัวพาดไว้ที่บนโซฟาพร้อมกับหาชุดนอนให้คนตัวสูงพับไว้ข้างๆผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำบีบยาสีฟันใส่เเปรงไว้ให้เเล้วเดินออกมาคนตัวสูงขมวดคิ้วนิดหน่อยผมจึงพูดออกไปเพื่อคลายความสงสัยของคนตัวสูง
“เอินเตรียมไว้ให้หมดเเล้ว คุณครรชิตอาบน้ำเถอะครับ”
“อืม” เเปลกทำไมไม่มีด่าว่ายุ่งเรื่องของเขากันนะ
“ละเเล้วคุณครรชิตทานอะไรมาหรือยังครับ?”
“ยัง”
“เอินทำให้ไหมครับ ลงไปทำเเป๊ปเดียวเองพี่คาร์ลอยากทานอะไร?” ผมเผลอพูดคำท่ี่ผมใช้กับเขา
“...”
“เอินขอโทษครับ งะงั้นเอินไปทำให้นะครับ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที
“ไม่ต้อง” คนตัวสูงเเทรกขึ้นมา
“....”
“สภาพเเย่ขนาดนั้นก็ไปพักเถอะ”
“ตะเเต่คุณครรชิตยังไม่ได้ทานอะไรเลยนะครับ”
“ช่างฉันเถอะ”
“เอินทำให้ได้นะครับถะ..”
“อย่าเถียง”
“ครับงั้นเอินนอนก่อนนะครับ”
ผมเดินก้มหน้าหงอยนอนลงบนเตียงกระชับผ้าห่มมากอดเเน่น คนเป็นห่วงเห็นไม่ได้กินอะไรเลยก็เเค่อยากทำให้ทำไมต้องดุด้วยพูดจาดีๆใส่กันไม่ได้เลยหรือไง เเค่บอกว่าไม่กินง่ายๆเเค่นี้ก็ไม่ได้ทำไมต้องโมโหต้องดุใส่ เเล้วที่สภาพเป็นเเบบนี้ไม่ใช่เพราะเขาหรือไงที่ทำ
เเกร็ก!
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกมาผมได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ผมรีบหลับตาปี๋พร้อมกับกระชับผ้าห่มเเน่น ผมนอนหันหลังให้กับคนตัวสูง เเสงไฟในห้องถูกปิดลงกลายเป็นมืดสนิทเตียงกว้างยวบลงบ่งบอกว่ามีใครอีกคนขึ้นมานอนด้วยผมกัดปากตัวเองเเน่นมือขยุ้มผ้าห่มเเน่นจนยับ ผมตื่นเต้นครับเป็นวันเเรกที่ผมนอนร่วมเตียงกับเขาโดยที่เสื้อผ้าผมยังอยู่ครบ ภายในห้องเงียบสงัดไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมามีเเต่เสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่ ผมอยากหันไปหาเขาเเต่ผมไม่กล้าคงได้เเต่รอให้เขาหลับซะก่อน
ผมพยายามข่มตานอนเเล้วครับเเต่ก็นอนไม่หลับอยากพลิกไปหาเเต่ก็กลัวเขายังไม่หลับถ้าผมเผลอไปกอดเขาคงได้เป็นเรื่องใหญ่พอดี ผมรอสักพักคาดว่าคนตัวสูงคงน่าจะหลับไปเเล้วผมค่อยๆพลิกตัวให้เบาที่สุดหันไปทางคนตัวสูงที่นอนอยู่ ผมเขยิบตัวเข้าไปใกล้ใจผมเต้นสั่นไม่หยุดกลัวโดนจับได้ว่าเเอบขยับเข้ามาใกล้เขา
เเสงจากดวงจันทร์ข้างนอกสาดส่องเข้ามาทำให้ผมเห็นใบหน้าของเขารางๆ เขายังคงหล่อเหมือนเดิม ยังคงเป็นคนที่ผมรักเหมือนเดิมเขาไม่เปลี่ยนไปเลย ผมรักเขาจริงๆ
“คุณครรชิต” ผมเรียกเบาๆไม่มีเสียงตอบกลับมาผมถอนหายใจออกมาเบาๆเขาคงหลับไปแล้ว
ผมค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้อีกนิดนิ้วเรียวลูบไล้ใบหน้าคมเบาๆผมกัดปากตัวเองเเน่นเเค่เห็นหน้าเขาก็เเทบอยากจะร้องไห้เเล้วไม่รู้ทำไม มันคิดถึงคิดถึงมากๆทำไมถึงได้ใจร้ายใส่กันขนาดนี้
“พี่คาร์ลใจร้ายกับเอินมากเลยรู้ไหม” ผมพูดออกไปเบาๆก่อนจะลูบเเก้มอีกคน
“เอินอ่ะไม่เคยไม่รักพี่เลยนะ ฮึก! เอินอ่ะรักพี่มากๆเลย” ผมยื่นหน้าหอมเเก้มคนตัวสูงเบาๆพยายามกลั้นเสียงร้องไห้ไว้
“พี่อย่าใจร้ายกับเอินได้ไหม เอินรักพี่คาร์ลเอินรักคนเดียว เอินมีเเค่พี่คนเดียวนะเชื่อเอินนะ ฮืออ”
ผมร้องไห้ออกมาเบาๆพร้อมกับขยับหัวเข้าไปใกล้อีกคนเเขนเล็กโอบกอดคนตัวสูงพร้อมกับร้องไห้ออกมา ผมคงทำได้เเค่นี้ได้เเค่เเอบกอดเขาตอนหลับไม่รู้ถ้าเขารู้เขาต้องโกรธผมมากเเน่ๆ
“เอินขอโทษเอินขอโทษ เอินยอมเเล้วพี่คุยกับเอินเหมือนเดิมได้ไหม เอินเจ็บ ฮึก! ไม่ต้องรักเอินก็ได้เเต่ทำดีกับเอินบ้างได้ไหม ฮือ” ผมร้องไห้ออกมาพร้อมกับกอดเขาไปด้วยจังหวะนี้ถ้าเขาตื่นผมก็จะไม่ปล่อยเขา
“ได้โปรดพี่คาร์ลเอินเจ็บ เอินไม่เอาเเล้วเเบบนี้เอินทนไม่ไหวพี่คาร์ลอย่าใจร้ายกับเอินเลย”
ผมร้องไห้ออกมาไม่หยุดผมพูดอะไรไม่รู้ออกไปเยอะเเยะไม่รู้หรอกว่าเขาจะได้ยินไหมเเต่ผมอยากพูดอยากกอดอยากอยู่ใกล้เขามากๆ ยอมเเล้วขอเเค่เขากลับมาทำดีกับผมก็พอ ผมไม่รู้ว่ากอดเขาเเน่นเเค่ไหนร้องไห้ออกไปมากเเต่ไหนรู้เเค่ว่าร้องไห้จนเหนื่อยเหนื่อยจนปวดใจปวดตาไปหมด พอร้องไห้เยอะก็เริ่มง่วงผมไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหนผมกอดเขาเเน่นมากดวงตาปรือจะหลับพยายามฝืนตัวเองเเต่ก็ฝืนไม่ไหวจนต้องหลับไปผมไม่รู้ว่าผมฝันหรืออะไรเเต่ผมได้ยินเสียงเหมือนเสียงของเขาก่อนผมจะหลับไป
“พี่รักเอินค่ะ”
ผมตื่นขึ้นมาในท่าที่ผมกอดเขาไว้อยู่ ความรู้สึกผมตอนนอนเหมือนผมฝันว่าเขาบอกรักผมไม่ใช่ผมที่เป็นคนกอดเขาเเต่เป็นเขาที่กอดผมกอดเเน่นมากด้วย ผมคงจะบ้าไปเเล้วฝันเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมรีบเด้งตัวกลับมาที่เดิมทันที ดีนะที่ผมตื่นก่อนเขาไม่งั้นคงได้ด่าผมเเต่เช้าเเน่ที่กล้ามากอดเขา
ผมรีบลุกออกจากเตียงเพราะเช้าเเล้วผมอยากทำตัวดีๆให้เขาได้เห็นจะได้ใจอ่อนพูดดีๆกับผมสักที ผมเดินเข้าไปล้างหน้าเเปรงฟันในห้องน้ำไม่ลืมบีบยาสีฟันใส่ไว้ให้เขาด้วยก่อนจะออกมาเตรียมชุดทำงานให้เขาไปด้วยไม่รู้ว่าเขาจะใส่ไหมถ้าไม่ใส่ผมก็เเค่เฟลเเค่นั้น ผมลงไปชั้นล่างทำอาหารเช้าง่ายๆพวกไข่ดาวเเละขนมปังปิ้งไว้ให้คนตัวสูง ใช่ครับพี่คาร์ลไม่ชอบทานอาหารเช้าบางทีไม่ทานเลยสักวันถ้าจะเป็นอาหารเช้าที่กินได้มากสุดก็คงเป็นพวกขนมปังไข่ดาวนี่เเหละครับ
“เสร็จเเล้ว ตื่นยังนะ” ผมวางจานอาหารไว้บนโต๊ะอาหารก่อนจะพึมพำออกมากคนเดียว
“ถ้าไม่ตื่นเราควรปลุกหรือให้เขาตื่นเองนะ”
ผมเถียงกับตัวเองสักพักก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นห้องไปดูอีกคนพอเปิดประตูเข้าไปคนตัวสูงก็ไม่อยู่บนเตียงเเล้ว เสียงน้ำกระทบพื้นดังออกมาคงอาบน้ำอยู่ ผมเดินเข้ามาจัดหมอนให้เข้าที่พร้อมกับพับผ้าห่มให้เรียบร้อยเป็นจังหวะเดียวที่คนตัวสูงเดินออกจากห้องน้ำพอดี
ผมหันหน้าหนีเเทบไม่ทันเมื่อคนตัวสูงถอดผ้าเช็ดตัวออกเดินไปมาใส่ชั้นในเปลี่ยนเป็นชุดทำงานที่ผมเตรียมให้ไอ้ดีใจมันก็ดีใจหรอกเเต่จังหวะนี้มันดีใจไม่ออกไม่เห็นเหรอว่าผมอยู่ในห้องด้วย ก็จริงที่ผมเห็นบ่อยเเต่ใครจะชินกับอะไรเเบบนี้เล่า!
ผมหันไปมองคนตัวสูงนิดหน่อยตอนนี้อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีดำดูดีเป็นบ้าเลย ผมเดินไปหยิบเนกไทที่เตรียมไว้ขึ้นมาก่อนจะเดินไปหาอีกคนอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ขอโทษนะครับ เดี๋ยวเอินผูกเนกไทให้” ผมพูดออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆยังไงก็ต้องโดนปฏิเสธอยู่เเล้ว
“อืม” ผมหูฟาดไปใช่ไหม!
“งะงั้นคุณครรชิตก้มลงมาหาเอินหน่อยครับ”
ใจผมเเทบหยุดเต้นเมื่อคนตัวสูงก้มลงมาจนใบหน้าเเทบชิดกับใบหน้าผม เกินไปเเล้วใกล้เกินไปผมเหมือนจะตาย ผมนิ่งค้างอยู่เเบบนั้นจนอีกคนทักขึ้นมา
“จะเสร็จไหมวันนี้?” ผมสะดุ้งเซถอยหลังไปก้าว
“ขอโทษครับจะรีบผูกให้”
“ขยับเข้ามา ขยับไปไกลขนาดนั้นจะผูกยังไง” คนตัวสูงพูดเสียงติดดุ
ผมอ้าปากค้างเมื่อเเขนเเกร่งโอบเอวผมให้ขยับเข้ามาใกล้มือใหญ่ยังคงจับเอวผมไว้ผมเขย่งตัวขึ้นนิดหน่อยก่อนจะผูกเนกไทให้กับคนตัวสูง เป็นการผูกที่ยาวนานมากครับผมเเทบจะไม่กล้าหายใจ
“เสร็จเเล้วครับ”
“อืม”
“เดี๋ยวก่อนไปทำงานคุณครรชิตทานข้าวก่อนนะครับเอินทำให้เเล้ว เมื่อคืนก็ไม่ทานข้าวเดี๋ยวจะปวดท้องเอานะครับ” ผมเผลอบ่นออกไปเหมือนที่ทำประจำ
“ฉันไม่กินอาหารเช้า”
“เอินไม่ได้ทำอาหารหนักๆครับ เอินทำที่คุณครรชิตกินได้เเละกินประจำ อะเอ่อขอโทษครับ” ผมเผลอพูดสิ่งที่เคยชินอีกเเล้ว
“....”
“ยังไงทานข้าวก่อนนะครับ”
“อืม”
ผมยิ้มออกมาทันทีไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลง เกินคาดมากครับผมคิดว่าเขาจะพูดจาดูถูกผมเเต่ไม่ใช่ครับ ผมรอคนตัวสูงเเต่งตังเสร็จก็เดินตามคนตัวสูงลงมาห้องทานข้าว คนตัวสูงนั่งลงก่อนที่ผมจะวางจานอาหารไว้ตรงหน้าคนตัวสูง เขาไม่เเสดงสีหน้าอะไรออกมามีเเต่ทำหน้านิ่งผมทำตัวไม่ถูกจึงเลือกที่จะเดินไปเอาน้ำให้ ยังไม่ทันเดินไปไหนเสียงเข้มก็ดังขึ้นก่อน
“จะไปไหน?” ทำไมเสียงมันดุตลอดเลยอ่ะ
“ไปเอาน้ำมาให้ครับ คุณครรชิตทานรอไปก่อนนะครับเดี๋ยวเอินมา”
“ไม่ต้อง นั่งลง” คนตัวสูงสั่งเสียงเข้ม
“ตะเเต่”
“ให้เเม่บ้านเอามาให้”
“โอเคครับ งั้นเอินไม่กวนเวลาทานข้าวคุณครรชิตเเล้วนะครับ” ผมบอกออกไปก่อนจะลุกขึ้นอยู่ไปก็กลัวเขาจะรำคาญ
“ฉันบอกว่ายังไง?”
“เเต่เอิน”
“นั่งลงอย่าให้ได้พูดเป็นครั้งที่สามระวังจะนั่งไม่ได้” คนตัวสูงพูดพร้อมกับเงยหน้ามองผมผมกัดปากตัวเองเเน่นก่อนจะนั่งลงที่เดิม
อึดอัดครับเป็นครั้งเเรกที่ผมร่วมโต๊ะอาหารกับเขาเเล้วอึดอัดขนาดนี้ ผมไม่กล้ามองครับไม่กล้ามองหน้าเขากลัวเขาจะรำคาญ พอผมเเอบมองเขากินก็จะเห็นดวงตาสีเทามองผมอยู่ตลอด ฮือนี่ผมทำอะไรให้เขาไม่ถูกใจอีก
“จะมองอีกนานไหม?” คนตัวสูงพูดพร้อมกับวางส้อมลง เเงผมทำเขาหงุดหงิดอีกเเล้ว
“เอินขอโทษครับ ไม่มองเเล้วครับ”
“ขอโทษทำไมนัก เป็นพวกที่ใช้คำขอโทษได้เปลืองจริงๆ” ผมหน้าหงอยลงทันทีเมื่ออีกคนดูเหมือนจะไม่ชอบที่ผมขอโทษ ก็จะให้ทำไงเล่าจะรู้ได้ไงว่าเรื่องไหนพอใจหรือไม่พอใจ
“ก็เอินไม่รู้ คุณครรชิตอาจจะไม่พอใจเอินก็ได้นิครับ” ผมพูดออกไปเสียงเบา
“ฉันจะไม่พอใจเธอเรื่องอะไร?”
“...” ตอบไปได้ไหมล่ะเรื่องที่ผ่านมาที่ทำให้เขาเป็นเเบบนี้นี่เเหละ
“ไม่รู้ครับ” ผมตอบออกไปเบาๆผมได้ยินเสียงหึออกมาจากคนตัวสูง
“เหมือนจะรู้เเต่ก็ไม่รู้ หรือเเสร้งทำเป็นไม่รู้” อีกเเล้วนะเหมือนจะดีอยู่เเล้วทำไมมันพังลงไปเเบบนี้
“ถ้าคุณครรชิตไม่พูดเอินจะรู้ไหมครับ”
“ทำไมฉันต้องพูด คนผิดควรรู้ตัวเองไม่ใช่หรือไง?”
“เเล้วเอินผิดอะไร คุณครรชิตบอกเอินมาสิว่าเอินผิดอะไรมีตรงไหนที่เอินยังเจ็บไม่พออีก” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังคนตัวสูงมองผมด้วยสายตาดุดันก่อนจะพูดออกมา
“อย่าพูดว่าตัวเองเจ็บถ้ามันไม่ได้ครึ่งของฉัน”
คนตัวสูงพูดขึ้นเสียงเข้มก่อนจะลุกเดินออกไปผมรีบวิ่งไปตามไปทันที ทำไมผมจะไม่เจ็บทำไมผมจะไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไง เขาเจ็บที่ผมโกหกเเต่ผมล่ะเจ็บที่เขากระทำเเบบนี้ใส่ผมเเบบนี้มันยังไม่พออีกเหรอ ทั้งดูถูกทั้งรังเเกทำเหมือนเราไม่เคยรักกันเเบบไหนที่เรียกว่าเจ็บถ้าที่ผมเจอมันยังไม่พอ
“พี่คาร์ล!” ผมเรียกออกไปเสียงดังคนตัวสูงหยุดเดินทันที
“...”
“งั้นก็ช่วยบอกเอินมาเถอะว่าอะไรที่จะทำให้เอินเจ็บมากกว่าพี่” ผมหายใจเข้าลึกๆพยายามไม่ร้องไห้ออกมาไม่อยากอ่อนเเอต่อหน้าเขาอีกเเล้วเมื่อคืนก็ร้องทั้งคืนเเล้ว
“....”
“ถ้าตอนนี้เอินยังเจ็บไม่พอก็ช่วยบอกมาเถอะ ถือว่าเอินขอถ้ามันทำให้เอินเจ็บมากกว่าพี่ เอินก็จะยอม” ผมพูดออกไปเสียงสั่น
“...”
“พะพี่คาร์ล” ผมพูดเสียงสั่นน้ำตาเริ่ทไหลออกมาไม่มีเลยเหรอ เขาโกรธผมมากขนาดนั้นเลยเหรอ
“รู้ไหมสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือการโกหก”
“รู้เอินรู้ เเต่พี่คาร์ล..”
“เเล้วรู้ไหมว่าถ้าโกหกฉันมันจะเป็นยังไง?”
“ฮืออฮึก รู้เอินรู้”
“เเล้วทำไมถึงทำ?”
“พี่คาร์ลเอินขอโทษ ฮึกขอโทษ” ผมร้องไห้ออกมา
“...”
“ฮืออ บอกเอินนะบอกเอิน เอินต้องทำยังไงพี่คาร์ลถึงจะกลับมา” ผมร้องไห้ไม่หยุด
“เปลี่ยนเป็นฉันโกหกบ้างดีไหม? จะได้รู้ว่าใครจะเจ็บมากกว่ากัน”