05 มายารัก

3791 คำ
โอเคผมรู้ว่าผมอาจจะพูดเกินไปหรือรุนเเรงกับน้องเกินไปเเต่มันก็ทำไปเเล้วไงจะให้ทำไง ผมฟังเพื่อนตลอดไม่ใช่ไม่ฟังมันพูดกรอกหูผมทุกวันเรื่องรุนเเรงกับเมีย ไอ้เมียผมมันก็ใช่ย่อยที่ไหนตอนเเรกผมพยายามจะยั้งอารมณ์เเล้วเเม่งประชดมาทีอารมณ์ก็ขึ้นสิวะ ยิ่งพูดว่าร่างกายของน้องจะทำอะไรก็ได้เเม่งโครตชาเลยอยากจับมากระเเทกให้พูดคำนั้นไม่ออก อวดดีไม่มีใครเกินตัวก็เเค่นั้นยังจะกล้าใจใหญ่อีก ผมขับรถกลับมาที่บ้านด้วยเวลาอันรวดเร็วสิ่งเเรกที่ผมทำคือเดินเข้าห้องที่มีคนตัวเล็กนอนอยู่ พอเดินขึ้นมาก็เห็นไอ้ยุทธ์ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องเหมือนเดิม “คุณเอินทานข้าวทานยาหรือยัง?” ผมถามลูกน้องคนสนิท “เห็นเเม่บ้านบอกว่าคุณเอินยังไม่ตื่นครับ” “ชิบ” ผมสบถออกมาก่อนจะรีบเปิดประตูเข้าไปเห็นคนตัวเล็กนอนอยู่ที่เดิมบนร่างกายมีผ้าห่มคลุมจนถึงคอ ผมเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะค่อยๆสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาการขยับตัวของผมทำให้น้องสะดุ้งผวาจนผมต้องลูบหัวเบาๆ “เอิน” ผมเรียกน้องเบาๆ “อึก!อะอย่าพี่คาร์ล!” น้องผวาพูดออกมาพร้อมกับมือที่ยกขึ้นปัดป่ายไปทั่วทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ “ชู่ว์” ผมจับมือน้องไว้เเล้วรวบตัวน้องเข้ามากอด “อึก” น้องตัวสั่นนิดหน่อยผมลูบหัวน้องเบาๆพร้อมกับกดจมูกลงบนหัวเล็ก “ไม่เป็นไรเเล้วค่ะ ไม่ทำอะไรเเล้ว” ผมพูดพร้อมกับกอดคนตัวเล็กเเน่น โครตคิดถึงเลยว่ะเเม่ง ถึงเเม้จะได้กอดตอนน้องไม่รู้สึกตัวก็ยังดีกว่าไม่ได้กอดเเหละวะ “รักเอินรักพี่คาร์ล เอินรัก” น้องละเมอพูดออกมาผมกระชับอ้อมเเขนเเน่น “รู้ค่ะพี่รู้เเล้ว” ผมลูบแก้มน้องเบาๆ ก็อก ก็อก ผมผละออกจากน้องก่อนที่จะมองไปที่ประตูเห็นไอ้ยุทธ์เดินเข้ามา “มีอะไร?” “คุณหญิงมาครับ” “เเม่มา?” “ท่านรอที่ห้องโถงด้านล่างครับ” “อืม เดี๋ยวไป” ผมหันไปก้มลงจะกอดน้องต้องชะงักเมื่อลูกน้องคนสนิทพูดเเทรกขึ้นมา “ตอนนี้ครับ” “f**k!” ผมหัวเสียสุดๆวันนี้มีเเต่เรื่องให้อารมณ์เสีย ผมลุกจากเตียงก่อนที่จะเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดๆ ผมลงมาชั้นล่างก็เห็นคุณนายเเม่ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาพร้อมกับจิบชาอย่างสบายใจ “คุณเเม่ครับ” ใช่ครับคุยกับคนในครอบครัวต้องพูดเพราะเพราะเเม่ผมเป็นพวกผู้ดีเก่า ผมจะมีลั่นบางครั้งเฉพาะฟิวล์ขาดเท่านั้นเเหละ “พี่ไคท์ทำไมลงมาช้าคะ?” “คุณเเม่จะมาทำไมไม่บอกผมก่อนครับ” “ตอบคำถามเเม่ก่อนค่ะพี่ไคท์” “ทำงานครับ” “วันนี้ลูกไม่เข้าบริษัททั้งวันงานอะไรเอ่ย?” “เอากลับมาทำที่บ้านครับ” “ปกติพี่ไคท์ทำงานในห้องนอนเหรอค่ะ?” “...” “ว่าไงคะ?” “ครับ” “เเม่ให้ตอบอีกทีนะพี่ไคท์” “ไม่ได้ทำงานครับ” เเม่งเอ้ยก็เป็นเเบบนี้ตลอด “พี่ไคท์น้องอยู่ไหน?” “น้องหลับครับ” “งั้นบอกให้ยุทธ์ไปเรียกน้องมาให้เเม่หน่อยสิคะ” “น้องอาจจะเหนื่อยคุณเเม่อย่ากวนเลยครับ” “พี่ไคท์จะบอกคุณเเม่ได้หรือยังคะ?” “น้องลุกไม่ได้หรอกครับเพราะน้องไม่มีเเรง” ผมตอบออกไปตามความจริง “พี่ไคท์” “ผมรู้ครับว่าผมทำอะไรอยู่” “ปากบอกว่ารู้ทำไมการกระทำสวนทางคะ?” “...” “พี่ไคท์น้องมีความรู้สึกนะลูก เจ็บเป็นร้องไห้เป็นเสียใจเป็น น้องรักเราเเค่ไหนก็รู้นิฟังน้องบ้างสิคะ” “เเม่ครับเรื่องนี้เราคุยกันไปเเล้วนะครับ” “พี่ไคท์โตเเล้วนะอย่าเอาเเต่ใจตัวเองสิคะ” “ผมไม่คุยเรื่องนี้เเล้วครับคุณเเม่” “พี่ไคท์” “ผมรู้ว่าคุณเเม่โกรธผมที่ผมทำกับน้องเเบบนี้ คุณเเม่มองเห็นว่าน้องมีเหตุผลใช่น้องมีเหตุผลเเต่เเม่เคยมองมาทางผมไหมว่าผมรู้สึกยังไง ผมรักน้องเเค่ไหนคุณเเม่ก็รู้ ผมมันเเย่จนน้องมองข้ามหัวขนาดนั้นเลยหรือไง เหตุผลสั้นๆวันนั้นที่น้องบอกผมว่ามีคนอื่นเเละจะกลับไปสร้างครอบครัวกันยังติดในหัวผมไม่หาย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังตามองไปที่เเม่ผมอย่างไม่ลดละ “พี่ไคท์ยังไม่ทันเเก่เลยทำไมขี้น้อยใจเเบบนี้” เเม่ผมถอนหายใจออกมา “เป็นผัวน้อยใจไม่ได้เมียทำได้คนเดียวสินะ?” “พี่ไคท์ที่น้องโกหกเพราะน้องมีเหตุผลน้องเกรงใจมันเป็นเรื่องของครอบครัวของน้อง” “ผมก็ผัวน้องนี่ไม่ใช่ครอบครัว?” “พี่ไคท์ลองมองย้อนกลับไปว่ามันเเฟร์กับน้องเเล้วหรือที่พี่ไคท์รู้ประวัติรู้ทุกอย่างของน้องมาตลอดเเต่น้องกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่ไคท์เลย” “น้องไม่ถาม” “ฟังเเม่ครับไม่ต้องพูด” เเม่ผมบอกเสียงเด็ดขาด “เเล้วอีกอย่างพี่ไคท์ก็รู้มาตลอดว่าคุณพ่อของเราเป็นเพื่อนของพ่อน้อง เป็นพี่ไคท์ไม่ใช่หรือไงที่บอกให้คุณพ่อยื่นมือเข้าช่วยน้อง รู้ทั้งรู้ว่าคนที่น้องต้องกลับไปเเต่งงานด้วยเป็นตัวเองเเล้วยังจะมาใจร้ายใส่น้องอีก พอรู้ว่าน้องเครียดเรื่องพ่อก็กระวนกระวายกลัวเมียเครียดพอได้เมียมาอยู่ด้วยก็รังเเกตกลงคุณครรชิตจะเอายังไงคะ บอกเเม่มาสิ?” “...” “ทีเเบบนี้มาเงียบ ดื้อเงียบตลอดเลยนะพี่ไคท์” “เเม่ครับหยุดพูดเรื่องนี้เหอะ มาหาทีไรก็พูดเเต่เรื่องเดิมๆ” ผมพูดออกไปอย่างอารมณ์เสีย “พี่ไคท์ถ้ากลับไปเป็นเด็กนะเเม่จะตีให้ร้องไห้เลย เราเป็นคนมีเหตุผลกว่านี้นะพี่ไคท์” “รู้ครับรู้ ขอปรับที่ละอย่างเเล้วกันจะให้ไปทำดีปุ๊บปั๊บเดี๋ยวน้องก็ตกใจพอดี” “ร้ายไว้เยอะล่ะสิ” “เเม่ครับหยุดซ้ำเติมผมได้เเล้ว” “เมียทนไม่ไหวอย่าให้เห็นนั่งไม่ติดนะพี่ไคท์ เเม่กับพ่อไม่ช่วยนะคะบอกไว้เลย” เออเรื่องนี้เเหละที่เเม่งเครียดอยู่ตอนนี้ น้องรักผมก็จริงบางทีคนเรามีขีดจำกัดเเล้วยิ่งไปทำเเรงกับน้องเเบบนั้นถึงจะเป็นเอินก็โกรธอ่ะ “ผมยังเป็นลูกเเม่อยู่ใช่ไหมครับ?” “ถ้าพี่ไคท์ทำสะใภ้ใหญ่คนนี้หลุดมือไปเตรียมตัวนอนข้างสะพานได้เลยค่ะ เพราะเเม่จะไม่ให้อะไรพี่ไคท์สักอย่าง” เเม่ผมพูดขึ้นมา “เเม่ครับ” “เเม่ว่าเเม่กลับเลยดีกว่าเดี๋ยวน้องคิงกับพี่ภาคจะมาทานข้าวที่บ้าน ถ้าว่างหาเรื่องเมียขนาดนั้นก็ช่วยเข้าบ้านใหญ่บ้างนะคะ คุณพ่อจำหน้าลูกชายคนโตไม่ได้เเล้วค่ะ” “นึกว่าลูกชายคนโตคือพิเภกไปซะเเล้ว” “หรือว่าบ้านเราไม่มีลูกชายคนโตกันคะ เอาจริงๆเเม่เกือบจำไม่ได้เเล้วนะเนี่ย เอาเป็นว่าครั้งหน้าเเม่ต้องได้ทานข้าวกับน้องเอินนะคะ” โอเคคุณเเม่ผมไม่สนใจคำพูดผมเลยสักนิด ผมรู้ว่าทำผิดจริงก็รู้เเล้วไงเดี๋ยวสิกำลังปรับตัวพอร้ายใส่เเล้วจะให้มาทำดีง่ายๆใครจะเชื่อวะ เเม่ผมพูดจบก็เดินออกไปไม่สนคำพูดผมเลยสักนิดให้มันได้เเบบนี้สิ อนาคตหวังว่าผมคงไม่ได้เป็นขอทานหรอกนะ ผมหัวเสียไม่น้อยกับเรื่องที่เเม่พูดถึง ให้ผมทำดียังไงในเมื่อภาพในหัวน้องผมเป็นคนเลวไปเเล้วจะให้ทำไง พอไม่ได้เข้าบริษัทก็ใช่ว่าจะไม่มีงานอีเมลล์เข้ามาไม่หยุดถึงเเม้จะมีเขยเล็กช่วยงานที่เครือสิงคโปร์เเต่ในส่วนของประเทศอื่นๆผมก็ยังดูเเล ยิ่งลูกเขยท่านฑูตติดเมียงานทุกอย่างก็ต้องกลายเป็นผมที่ต้องจัดการ ผมกลับมานั่งทำงานที่ห้องทำงานปกติวันไหนที่ผมไม่เข้าบริษัทก็ก็จะนั่งทำที่บ้านน้อยครั้งมากครับที่ผมจะเอากลับมาทำ เช่นวันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมทำงานที่บ้านจะไปก็ห่วงเมียเเม่ง ยิ่งได้กอดเเม่งก็อยากกอดอีก อยากหอมอยากจูบอยากฟัดให้เเม่งช้ำทั้งตัว เออหลงโครตรักโครตหลง ลองเเม่งเปลี่ยนจากประชดเป็นอ้อนสิผมใจเหลวไปเเล้วครึ่ง ผมนั่งตรวจนั่งเช็คเอกสารจนตอนนี้เกือบหกโมงเย็นผมนั่งอยู่ในห้องทำงานเกือบครึ่งค่อนวัน ไม่รู้ว่าน้องตื่นหรือยังจนถึงตอนนี้คงตื่นเเล้วมั้ง ผมปิดเเฟ้มงานทุกอย่างก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ผมเดินเข้ามาให้ห้องนอนกลับไม่พบคนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียง เชี่ยเมียหายไปไหนวะ ผมเดินไปเปิดประตูห้องน้ำก็ไม่มี “ไอ้ยุทธ์!” ผมตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิท “ครับคุณครรชิต” “เมียกูไปไหน?” ผมพูดออกไปเสียงเข้ม “คุณเอินเดินลงไปชั้นล่างครับ” “ไปไหว?” “เเย่อยู่ครับ” “กูบอกให้สั่งให้เเม่บ้านยกข้าวยกยามาให้เมียกูไม่ใช่หรือไง?” “เเม่บ้านยกขึ้นมาเเล้วครับเเต่คุณเอินบอกว่าอยากทำเองครับ” ทำเอง? ทำอาหารเองในสภาพนั้นเนี่ยนะ? “อวดดีไม่มีใครเกิน!” น่าโมโหจริงๆ ไม่ให้หัวร้อนใส่ได้ไง “คุณครรชิตครับ” “อะไรอีกวะ?” “คุณนายใหญ่บอกให้เตือนว่าอย่ารุนเเรงกับคุณเอินครับ” ไอ้ยุทธ์ก้มหน้าพูด “ตกลงมึงทำงานให้ใครกันเเน่วะ?” “อย่าให้ผมเลือกเลยครับคุณครรชิต คุณก็รู้ว่าใครใหญ่” เออเเม่กูสินะใหญ่ “เออ” ผมตอบเเค่นั้นก่อนจะวิ่งลงบันไดไปยังชั้นล่าง ผมค่อยๆเดินเข้าไปในครัวเห็นคนตัวเล็กยืนหันหลังทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ได้กลิ่นหอมของอาหารไอ้ที่หนีมาทำอาหารยังไม่โกรธเท่าที่เเม่งเเต่งตัวอะไรลงมาวะ จะทำให้หัวร้อนใส่ทั้งวันเลยใช่ไหมเเม่ง หงุดหงิดชิบหาย ไม่ให้หงุดหงิดได้ไงกล้าใส่ลงมาได้ไงวะคนตัวเล็กในชุดเสื้อเชิ้ตตัวเดียวที่คลุมถึงต้นขาอ่อนเเล้วไอ้รอยที่ผมทำมันไม่ได้น้อยๆไงยิ่งใส่สั้นก็ยิ่งเห็นรอยกัดช้ำเลือดพร้อมกับรอยมือรอยบีบจนเเดงไปทั่วต้นขาเเม่งเอ้ยหงุดหงิดวะ เเล้วเเค่ยืนยังขาสั่นขนาดนั้นยังอวดดีลงมาชั้นล่างอีก ผมค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เเผ่นหลังเล็กเป็นจังหวะที่คนตัวเล็กเขย่งตัวขึ้นหยิบกระปุกเกลือชั้นบน ไอ้เหี้ยเอ้ยฟัดเมียอีกรอบได้ไหมวะเเค่เขย่งตัวขึ้นเสื้อเชิ้ตที่ใส่อยู่ก็ยิ่งถกขึ้นเเม่งเห็นขาเรียวเต็มไปด้วยรอยไปหมด สาบานได้เลยถ้ามีลูกน้องผมคนไหนเห็นภาพนี้ผมจะควักลูกตาให้ดู! “ทำอะไร?” ผมถามออกไปเสียงเข้มคนตัวเล็กสะดุ้งเผลอปัดกระปุกเกลือหล่นผมรับไว้ได้ทันพอดีเกือบโดนหัวเเล้วไหม “ตกใจหมดเลยครับ ขะขอโทษเอินขอโทษ” คนตัวเล็กหันมาขอโทษยกใหญ่พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มมีน้ำตาคลอร้องไห้อีกร้องเข้าไปยังไม่ทันได้ทำอะไรสักอย่าง “โง่ดี” ตบปากตัวเองได้ไหมวะ “ขอโทษเอินขอโทษ ฮึก!” เวรร้องไห้จนได้ “ร้องทำไม?” ผมกอดอกมองคนตัวเล็กที่น้ำตาเริ่มไหลอาบเเก้มตาก็บวมขนาดนั้นยังจะร้องอีก “มะไม่รู้ครับ เอินขอโทษอย่าทำอะไรเอินนะครับ” “ร้องทำไมยังไม่ได้ทำอะไร” ผมพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆคนตัวเล็กยังคงตัวสั่น “มะ..ไม่รู้มันร้องเอง ขอโทษครับเอินขอโทษ” คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกออกมาไม่หยุด เวรจริงๆอ่อนไหวชิบหาย “หยุดขอโทษ” ผมพูดพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ก้มหน้าลงจนเกือบชิดใบหน้าอีกคน คนตัวเล็กหลับตาปี๋ “อ่ะ!อย่าครับ” คนตัวเล็กพูดออกมาด้วยความตกใจ “อย่าอะไรฉันปิดเเก๊ส จะระเบิดบ้านฉันหรือไง?” ผมส่ายหน้าไปมาก่อนจะขยับยืดตัวขึ้นออกห่างจากคนตัวเล็ก ตลกว่ะกลัวไรขนาดนั้นวะ “ขะขอโทษครับ” พูดอีกทีมีจูบ “หยุดขอโทษ” “ครับ” ผมตัวเล็กกัดปากตัวเองเเน่นเเม่งอยากกอดชิบหาย “ใครสั่งให้ลงมา?” ผมถามเสียงเข้มคนตัวเล็กหน้าซีดทันที “เอินลงมาเองครับ” “ฉันทำเบาไป?” “อะเอ่อไม่! เอินหิวครับ” “ฉันสั่งให้เเม่บ้านเอาขึ้นไปให้เเล้วทำไมยังอวดดี?” “เอินไม่อยากกินโจ้กครับ” คนตัวเล็กตอบเสียงเบาตามองปลายเท้า “กล้าดียังไงใส่ชุดเเบบนี้ลงมา?” “กะก็อะเอินไม่มีชุดนิครับ” คนตัวเล็กตอบเสียงสั่น “ต้องการยั่วใครกันเเน่?” “...” “ไปเปลี่ยนชุด” ผมสั่งเสียงเข้ม “อะเอินใส่ของคุณครรชิตไม่ได้ครับ” “ไอ้ยุทธ์!” ผมตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิทคนตัวเล็กสะดุ้งจนตัวสั่นคงติดตาเรื่องที่ผมทำไว้ “ครับคุณครรชิต” “ชุดเมียกูที่สั่งอยู่ไหน” ผมยืนบังคนตัวเล็กไว้ “อยู่นี่ครับ” “มึงเดินถอยหลังมาหากูอย่าให้เห็นเมียกูเเม้เเต่ปลายผม” ผมสั่งออกไปเสียงเข้ม “ครับ” ไอ้ยุทธ์หันหลังเเล้วเดินถอยเข้ามาหาผมพร้อมกับยื่นถุงเเบรนด์ให้กับผม “มึงไปจับตามองไว้ระหว่างที่เมียกูเดินไปเปลี่ยนชุดอย่าให้ไอ้หน้าไหนเข้ามาเห็น” “ครับคุณครรชิต” ผมสั่งออกไปลูกน้องคนสนิทผมก็เดินออกไป ผมมองคนตัวเล็กที่ตัวสั่นเเทบจะกลั้นหายใจอาจจะกลัวว่าผมจะใจร้ายใส่เหมือนเมื่อเช้า “เปลี่ยน” ผมยื่นถุงเสื้อผ้าให้ “ตะเเต่” ปัญหาเยอะจังวะไอ้พวกเมียๆเนี่ย “ถ้ายังไม่รีบฉันจะช่วยเปลี่ยนตรงนี้เเละเดี๋ยวนี้” ผมพูดออกไปเสียงเข้มคนตัวเล็กรีบดึงถุงเข้าไปกอดไว้ทันที “คะคุณครรชิตครับผมมีเรื่องจะขอ” “ไปเปลี่ยนชุด” “ตะเเต่” “ตอนนี้” ผมสั่งเสียงเข้มตามองไปที่คนตัวเล็ก ปากเล็กกัดเข้าหากันเเน่นก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัว ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ระหว่างรอคนตัวเล็กลงมาส่วนอาหารที่ทำทิ้งไว้ก็ให้เเม่บ้านทำต่อจนตอนนี้มันวางไว้อยู่บนโต๊ะอาหารคนตัวเล็กเดินลงมาผมเเอบมองอยู่นิดหน่อยน้องคงเจ็บอยู่มากเพราะก้าวลงบันไดเเต่ละทีขาเเม่งสั่นเเทบจะล้มไหนจะใบหน้าที่บึ้งตึงนั่นอีกดูรู้เลยว่ากำลังไม่พอใจ “มากินข้าว” “เเต่เรื่องที่เอินจะคุย..” “กินข้าว” “ตะเเต่” “งั้นก็ไม่ต้องคุย ฉันไม่ใช่พวกพูดอะไรซ้ำซากอย่าให้ได้พูดเป็นครั้งที่สามจากทานข้าวจะกลายเป็นทานอย่างอื่นเเทน” ผมขู่ออกไปคนตัวเล็กยอมนั่งลงทานข้าวทันที ทำไมชอบให้โหดวะพอพูดดีๆเเม่งก็ไม่ฟังไง ผมเเอบมองคนตัวเล็กที่ค่อยๆตักข้าวเข้าปากกินอย่างกับเเมวดมเเบบนี้คงจะโตอยู่หรอก จับทีเเทบจะหักคามือพอทำเเม่งเเรงๆก็เเม่งกลัวเอวหลุดชิบหาย คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองผมเป็นจังหวะที่ผมจ้องมองอยู่พอดีคนตัวเล็กสะดุ้งรีบหลบตาทันที จะกลัวอะไรขนาดนั้นวะเคยตบเคยตีที่ไหนมีเเต่เเม่งนั้นเเหละตบกูมาสองครั้งละ เมียหรอกถึงยอม “กินเข้าไปอีก” ผมสั่งเสียงเข้มเมื่อคนตัวเล็กวางช้อนลงกินเเค่นั้นอิ่ม? กูก็ออกจะรวยทำไมเมียกูผอมขนาดนี้วะหงุดหงิดชิบหาย “อะเอินกินไม่ไหวเเล้วครับ” น้องพูดออกมาเบาๆ “ถ้ากินเเค่นี้ก็อย่ากินเสียเวลาคนทำให้กิน” น้องหน้าหงอยทันทีก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาอีกครั้ง เเต่หน้าเเม่งจะร้องไห้อีกละอะไรวะกินข้าวก็จะร้องไห้ “งะงั้นเอินกินอีกก็ได้ครับ” น้องพูดเสียงสั่น “ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน” “ตะเเต่ว่า” “เอาไปเก็บเเล้วเอายาให้คุณเอินกิน” ผมหันไปสั่งเเม่บ้าน เเม่บ้านรีบยกข้าวออกไปก่อนจะวางยาเเละเติมน้ำในเเก้วให้กับคนตัวเล็ก “ขอบคุณครับ” คนเล็กพูดกับเเม่บ้านก่อนจะกินยาตาม “อะเอ่อ คะคุณครรชิตครับ” คนตัวเล็กชั่งใจอยู่นานก่อนจะพูดขึ้นมา “พูดมา” “อะเอินขาดงานหลายวันเเล้วพรุ่งนี้เอินขอไปทำงะ..” “ไม่ได้!” ผมพูดเสียงเข้มพร้อมกับปิดหนังสือพิมพ์ลงทันที ทำไมวะถึงอยากทำนักหนาเพราะมีไอ้คนชื่อภพเหรอ รู้ว่าเมียกูอ่ะไม่ได้คิดอะไรเเต่เเม่งมันคิดกับเมียกูไงใครจะเฉยให้เเม่งมาใกล้วะ ที่ผ่านมาเฉยมานานเเล้ว “เเต่นี่มันงานเอินนะครับ” คนตัวเล็กพูดเเย้งขึ้นทันที “ฉันไม่ให้ทำ” “คุณครรชิตมีเหตุผลหน่อย” “เป็นถึงเมียครรชิตเเต่ทำงานเป็นเลขาคนอื่นมันหยามกันเกินไปมั้ง?” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน “มันไม่ใช่เเบบนั้นครับ เอินเเค่อยากทำงาน” “ฉันรวยขนาดนี้เธอจะทำงานไปทำไม” “คุณครรชิตถือว่าเอินขอ” “ทำไมอยากเจอมันมาก? อยากทำงานกับมันมากสินะ?” “โอเคๆครับโอเค เอินไม่ทำเเล้วครับหยุดพูดจาเเบบนี้สักที” คนตัวเล็กรีบยกมือห้ามทันที “อย่าให้ฉันรู้” “เเต่ขอให้เอินได้บอกพี่ภพได้ไหมครับ เอินไม่อยากให้พะ..” “หยุดพูดถึงมันสักทีผัวนั่งอยู่ตรงหน้ายังกล้าพูดถึงผู้ชายคนอื่น” หงุดหงิดว่ะทำไมต้องพูดถึงเเม่งบ่อยๆด้วยวะ “คุณครรชิต!” “อยากลามากก็ลากันซะให้พอ” ผมโยนโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าคนตัวเล็ก ก่อนจะลุกเดินหนีเเต่ก็มีเสียงเล็กดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงเท้าที่เดินตามมา “เอินไม่โทรเเล้วครับ คะคุณครรชิตจะไปไหน?” คนตัวเล็กถามอย่างกล้าๆกลัว “ขึ้นไปนอนไม่ต้องรอ” ผมบอกเสียงเข้มอยากหันไปดูหน้าชิบหายว่าเเม่งทำหน้ายังไงอยู่ “คุณครรชิตจะไปข้างนอกเหรอครับ?” “อืม” “ละเเล้วกลับมานอนที่บ้านไหมครับ” คนตัวเล็กถามเสียงสั่นเเต่เเม่งสั่นขนาดนั้นไม่รู้เลยว่าร้องไห้ “ฉันบอกว่าไม่ต้องรอ” “มะไม่ไปไม่ได้เหรอครับ” เชี่ยใจกูเเม่ง “มีสิทธิ์มาขอฉันด้วยเหรอ?” “มะไม่มีครับ ฮึก!” เวรร้องไห้เข้าไป “ก็ดีที่รู้ตัว” ผมพูดเเค่นั้นก่อนจะเดินออกมาจากบ้านก่อนจะขับรถออกมาที่เดิมครับบ้านไอ้เต ผมเเค่อยากรู้ว่าน้องจะคิดยังไงตอนนี้คงคิดว่าผมไปนอนกับคนอื่นอยู่เเล้วมั้งเเม่งคิดมากขนาดนั้น ถ้าอ้อนกูอีกนิดนะเเม่งเอ้ยจะอยู่ด้วยทั้งคืนเลย ผมจอดรถไว้ที่ประจำก่อนจะเดินเข้าบ้านเพื่อนสนิท “มึงจะมาทุกวันเลย?” “เออน่าหลบไปกูจะเข้าบ้าน” ผมดันไหล่เพื่อนออกก่อนจะเดินเข้าบ้าน “สรุปทะเลาะกับเมียอีก?” “ไม่” “เป็นบ้าไรถามหน่อยชอบเเกล้งเมียจังวะ เมียมึงเข้าใจผิดเเล้วมั้งว่าผัวมานอนกกผู้หญิงอยู่ที่อื่นอ่ะ พอเอาเข้าจริงก็ทำไม่ลงเพราะโครตรักเมีย” “กูมาขออยู่ไม่ถึงห้าชั่วโมงอย่าบ่น” “มึงนี่ยังไงวะ พูดดีๆก็ได้นอนกอดเมียนานเเล้วไหมไม่ใช่มาหลบที่บ้านกูเเล้วพอเมียหลับก็กลับไปกอดเมีย” “เออ” “พูดให้มึงคิดช่วยคิดตามด้วยไม่ใช่ขานรับส่งๆ คิดได้ยังหน้ามึงดูออกเลยว่าอยากกลับเเค่ไหน เอาไงสภาพนี้คงอยู่ไม่ถึงยี่สิบนาทีอ่ะ” ไอ้เตยังคงพูดย้ำผม “ไม่กลับ” “เออให้มันได้เเบบนี้ มึงก็ตีเนียนกลับๆไปเหอะหาเรื่องเมียยังหามาด่าได้ กับอีเเค่หาเหตุผลกลับบ้านมึงคงคิดได้อยู่เเล้ว” มึงจะย้ำอะไรนักหนากับเรื่องเมียกูเนี่ย “คิดออกกูก็กลับเเล้วสิวะ” “เออเเล้วเเต่ปล่อยให้เมียนอนร้องไห้ไปเหอะ ผัวมันยังไม่สนใจเลย” “กูกลับละ” ผมลุกขึ้นทันที “เดี๋ยวกูบ่นเเค่นี้เองไหม มึงจะไปไหนถ้าจะไปเมากูบอกเลยว่ากูไม่ไปเเบกมาหรอกนะไอ้สัดหนักอย่างกับควาย” มันน่าตีปากจริงๆ “ไม่ได้ไปเมา” “มึงจะไปไหน?” “กลับบ้าน” “มึงดูว่างนะไคท์มึงถ่อมาหากูเเค่ไม่กี่นาทีเเล้วกลับไปนอนกอดเมียเนี่ยนะ พระเจ้าไคท์สมเป็นมึงจริงๆ” “เออ” “สรุปยังไง?” “กลับบ้าน” “เเล้วเหตุผลที่กลับ?” “กูอยากกอดเมียชัดพอยัง?”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม