ตอนที่ 3 : คุณลุงสุดแซ่บ
รมิตาแอ่นอกรับสัมผัสสยิวนั้นอย่างลืมอาย ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไปทั่วทุกอณูรูขุมขน เผลอส่งเสียงครางออกมาราวกับสาวร้อนรัก หมอกระทิงที่เห็นดังนั้นยิ่งเพิ่มแรงดูดดึง ขบแม้ม และแรงนวดคลึงด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ราวกับตัวเองได้ย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นครั้งที่ได้ลองมีเซ็กส์ครั้งแรก
เมื่อดื่มด่ำกับเนินอกคู่สวยจนพอใจชายหนุ่มก็เลื่อนมือมาสัมผัสดอกไม้งามภายใต้กางเกงในตัวจิ๋ว เขาใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาทีก็สามารถรุดมันออกจากสะโพกกลมกลึงได้อย่างง่ายดาย
ร่างบางสะดุ้งสั่นสะท้านเมื่อนิ้วเรียวยาวแข็งแกร่งกดลงบนจุดกึ่งกลางที่ไวต่อสัมผัส แล้วหยอกเย้าเกสรนั้นด้วยการบดขยี้มันแรงๆ ส่งผลให้ร่างกายของเธอผลิตน้ำหวานออกมาจนไหลเยิ้มชื้นแฉะอำนวยให้นิ้วกลางของเขาแทรกเข้ามาในกลีบเกสรอวบอูมแล้วชักมันเข้าออกอย่างมันมือ
รมิตาส่ายหน้าไปมาจนเส้นผมกระจายเต็มหมอน ใบหน้าสวยงามบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน เธอเปล่งเสียงครางกระเส่าไม่หยุด เพราะความช่ำชองของคนสอนเพลงรักนั้นทำให้ไฟปรารถนาในกายของเธอทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายของเธอแทบจะถูกเผาให้กลายเป็นจุณ
หมอกระทิงที่ได้เตรียมร่างกายให้เธอจนพร้อม ปลดผ้าขนหนูชิ้นเดียวที่ติดกายของตนโยนมันลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี จับท่อนเอ็นแข็งแกร่งใหญ่โตมาจ่อเตรียมเข้าปากถ้ำแทนนิ้วเรียวของตนเอง
“อ๊ะ…เบาๆ…เจ็บ!”
เขาชะงักนิ่งด้วยความตกใจ สัมผัสได้ถึงความคับแน่นและแรงบีบรัดที่รุนแรงจากคนตัวเล็ก จากการที่เคยมีประสบการณ์บนเตียงกับสาวๆ มาแล้วเกือบทุกรูบแบบทำให้เขารับรู้ได้ในทันทีว่าเธอยังไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนอย่างแน่นอน
“ยังไม่เคยงั้นเหรอ?”
ถามคนใต้ร่าง ซึ่งตอนนี้เธอถูกไฟปรารถนาแผดเผาจนผิวขาวเนียนแดงก่ำไปหมด รมิตาเม้มริมฝีปากแน่นอดทนต่อความเจ็บปวดโดยไม่ยอมปริปากพูดอะไร เพราะตอนนี้เธอไม่สามารถหาทางออกให้กับตัวเองได้แล้ว นอกจากวิธีนี้ และดูเหมือนเขาจะเข้าใจมันดี
‘นี่เราเป็นผู้ชายคนแรกของเธองั้นเหรอ’
หมอกระทิงถามตัวเองในใจ พร้อมกับขบกรามแน่นควบคุมอารมณ์ดิบเถื่อนในกายไม่ให้เผลอทำรุณแรงกับเธอ
เขาสาบานกับตัวเองว่าจะสร้างความประทับใจครั้งแรกให้เธอจดจำมันไปตลอดทั้งชีวิตจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว
“ไม่เป็นไรนะ แล้วทุกอย่างจะดีเอง”
เขาปลอบโยนพร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจูบหน้าผากมนสวยอย่างอ่อนโยนเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย ก่อนที่จะเริ่มบรรเลงเพลงรักอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้จบ เพราะเขาไม่สามารถหยุดมันตอนนี้ได้แล้วนั่นเอง
และกว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้ รมิตาต้องขอร้องเขาอีกหลายต่อหลายครั้งจนกว่าฤทธิ์ยาจะหมด โดยที่เขานั้นยินดีและเต็มใจที่จะช่วยเธออย่างเต็มที่ทุกรอบ โดยไม่บ่นหรือรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
…………………………………
รมิตาสดุ้งตื่นมาในตอนสายของอีกวัน เธอค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ ด้วยความรู้สึกปวดระบมไปทั่วทั้งร่างจากเพลงรักเร่าร้อนเมื่อคืน
ถึงแม้ว่าสติของเธอจะถูกครอบงำด้วยฤทธิ์ยา แต่ก็พอจะรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้างเลยไม่ได้รู้สึกตกใจกับร่างสูงใหญ่ที่ทอดกายนอนอยู่ข้างๆ
ด้วยความอยากเห็นหน้าของคนที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนชัดๆ ก็ขยับมาใกล้ๆ แอบกวาดสายตาสำรวจใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ ขณะที่เขานอนหลับอยู่
จากใบหน้าก็เลื่อนมามอง รูปร่างแข็งแรงกำยำแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน นึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็อดรู้สึกหน้าร้อนซ่านไม่ได้
ผู้ชายอะไรเร่าร้อน ไฟลุก แทบจะทำเธอขาดใจหลายต่อหลายรอบ ที่รอดมาได้ถือว่าบุญมากแล้ว
เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครชื่ออะไร รู้แต่เพียงว่าเขาคือคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอ แต่ก็น่าแปลกที่เธอยอมพลีกายให้เขาสัมผัสร่างกาย และมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดให้เขาไปอย่างไม่รังเกียจ ซึ่งแตกต่างจากเสี่ยโยคินที่เธอรู้สึกขยะแขยงอย่างชัดเจน
“จ้องผมขนาดนี้ อยากจะกลืนกินผมอีกรอบหรือไง”
คนที่เธอคิดว่าเขากำลังหลับอยู่เอ่ยถามพร้อมกับเปิดเปลือกตาขึ้น ทำให้คนที่เผลอจ้องใบหน้าหล่อเหลาสะดุ้งสุดตัวก่อนที่จะรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความเขินอาย
“เอ่อ…ปะ…เปล่าสักหน่อย”
รมิตารีบเบือนหน้าหลบดวงตาคู่คม ไม่อยากโดนเขาจับได้ว่าเธอกำลังคิดถึงเพลงรักเร่าร้อนของเขาเมื่อคืนอยู่ จะว่าไปแล้วเธอไม่ได้กลืนกินเขาสักหน่อย มีแต่เขานั่นแหละที่กินเธอทั้งตัว
‘ไม่น่าเชื่อ…ว่าผู้ชายที่ฉันเสียซิงให้จะรูปหล่อปานเทพบุตรขนาดนี้ ว่าแต่…เขามีลูกมีเมียหรือยังเนี่ย!’
ความคิดฟุ้งซ่านก่อเกิดขึ้นมาในหัวสมองอันน้อยนิดของรมิตา แค่ครู่ต่อมาจิตสำนึกแห่งความชั่วดีก็ขัดขึ้น
‘ผู้ชายที่หล่อเหลาขนาดนี้จะไม่มีเจ้าของได้ยังไง เขาต้องมีเมียแล้วแน่เลย’
“ผมอยากจะรับผิดชอบเรื่องเมื่อคืน ถ้าคุณต้องการเรียกร้องอะไรจากผมก็เชิญว่ามาเลย”
ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ เช่นเดียวกับใบหน้าเรียบขรึมไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกใดใดออกมา ถึงเมื่อคืนเขาจะไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน แต่เมื่อตระหนักได้ว่าเขาเป็นคนแรกของเธอเขาก็ไม่อยากเอาเปรียบหญิงสาวแต่อย่างใด
‘ทำเป็นสุภาพบุรุษอยากรับผิดชอบ แกล้งให้เข็ดเลยดีไหมเนี่ย!’
ใครว่าเป็นผู้หญิงแล้วจะต้องรู้สึกเสียหายหรือเสียดายกับเรื่องเมื่อคืนกันล่ะ บางทีผู้ชายที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเขาก็คงเสียหายไม่ต่างกันที่อยู่ดีๆ ต้องมาเสียตัวให้กับผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จัก ในสมัยที่ผู้หญิงกับผู้ชายมีความเท่าเทียมกันก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย
ถึงแม้จะพยายามเตือนตัวเองให้หยุดกวนเขาแล้วยุติทุกอย่างด้วยกันรีบลุกจากเตียงมาจัดการกับเสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องซะ! แต่เพราะนิสัยขี้เล่น ซุกซนที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้รมิตาอดไม่ได้ที่จะทำสีหน้าจริงจังเพื่อเจรจากับเขาต่อ
“แล้วลุงมีลูกมีเมียหรือยังล่ะ”
ถามออกไปตรงๆ ตามที่ใจอยากรู้ พร้อมกับหันมาจ้องใบหน้าหล่อเหลาอย่างตั้งอกตั้งใจรอฟังคำตอบ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคำเรียนแทนของตัวเองจะไปกระตุกต่อมอารมณ์ข้างในของอีกฝ่ายให้ขุ่นมัว
‘ลุง..งั้นเหรอ’
หมอกระทิงหรี่ตาจ้องคนตัวเล็กตรงหน้านิ่ง เรียกพี่เหมือนเมื่อคืนก็ดีอยู่แล้วแต่เช้ามาเจ้าหล่อนกลับเรียกแทนซะใหม่ แถมเป็นคำเรียกแทนที่ฟังแล้วรู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิด ลุง…ฟังดูแก่ชะมัด! แต่ยังไม่ทันได้ต่อว่าอะไรเจ้าหล่อนก็เร่งทวงคำตอบเสียก่อน
“ว่าไงคะ สรุปลุงมีลูกมีเมียหรือยัง”