“ตกลงไม่กลับคอนโด?”
“มีเรื่องอยากคุย จะคุยไหมล่ะ”
“ได้สิ พี่ก็อยากคุยเหมือนกัน เมื่อกี้เราคุยกันไม่เคลียร์”
“ถ้างั้น...คุยกันที่ห้องนอนดีกว่าไหมคะ” ฉันแกล้งถามเสียงยั่วพร้อมกับยิ้มยั่วใส่เขา
“หึ! ห้องนอนหรือบนเตียง?”
“พี่กายว่าตรงไหนดีล่ะ แต่เพื่อนว่าห้องนอนก็ดีนะ แต่บนเตียง...สนุกกว่า”
“...”
“ยังไงดีคะ” ฉันยิ้มยั่วทั้งที่รู้ว่าเขาก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องบนเตียงหรอก
ฉันกับเขานี่นะจะคิดเรื่องนั้น แค่แว๊บเข้ามาในหัวแค่เสี้ยววินาทีก็อยากอ้วกออกมาแล้ว!
“เรามีแผนอะไรรึเปล่าพระเพื่อน”
“กล้าถามเพื่อนหลังจากที่ตัวเองวางแผนระยำมานี่นะ?” ฉันถามกลับด้วยยิ้มหวาน ๆ ที่หวานกว่ารอยยิ้มใส ๆ ของอีแพงแน่นอน
“...โอเค ไปคุยกันในห้องก็ได้” เขาดูระแวงหนักกว่าเดิมอีกก่อนจะตกลง แต่นั่นล่ะที่ต้องการ ให้พี่กายของอีแพงระแวงมาก ๆ จะได้ไม่ต้องมีความสุข!
“ไม่สนใจที่เตียงหน่อยเหรอคะ” ฉันทำหน้ายั่วใส่เขาที่กำลังจ้องหน้าฉัน
“ไร้สาระ” พี่กายพูดจบก็เดินนำหน้าไปปล่อยให้ฉันยืนยิ้มเบา ๆ อยู่คนเดียว
ถ้าปกติคงไม่ยอมให้คนอย่างผัวอีแพงด่าว่าไร้สาระแต่วันนี้ไม่เป็นไร จะยอมหูทวนลมสักวันก็ได้
“พี่กาย”
“อื้ม”
“ห้องเพื่อน” ฉันพูดจบก็เดินผ่านหน้าเขาที่เปิดประตูห้องนอนของตัวเองเอาไว้แล้วไปที่ห้องตัวเองทันที พอถึงหน้าห้องเปิดประตูเสร็จแล้วหันไปมองก็เห็นเขายืนอยู่ที่เดิมกำลังมองฉันด้วยสายตาไม่ไว้ใจซึ่งมันเป็นเรื่องที่...โคตรปกติ
“ห้องที่อีแพงนอนแก้ผ้าอยู่ในนั้นเพื่อนไม่เข้าไปให้เป็นเสนียดหรอก” ถ้าสงสัยว่าทำไมต้องเป็นห้องนี้นี่ก็คือคำตอบจากฉัน
พอพูดจบฉันก็เดินเข้าไปในห้องส่วนเขาจะตามมารึเปล่าก็วัดใจกันไปเลย
“โอเคเรามีอะไรจะคุยกับพี่ เพื่อน พระเพื่อน?”
“รอก่อนปวดฉี่!” ฉันตะโกนบอกเขาแล้วก็ยืนส่องกระจกสำรวจสภาพของตัวเองหลังจากโดนขังมาครึ่งวัน!
กล้าลองดีกับคนอย่างพระเพื่อนเองนะพี่กาย กล้าลองดีแล้วก็กล้าหยามเพื่อนด้วยการขังเพื่อนไว้แล้วจัดงานวันเกิดให้มันในเรือนหอของเราเอง!
กริ๊ก!
ฉันเดินออกจากห้องน้ำก็เห็นพี่กายกำลังยืนจ้อมาทางนี้จากกลางห้อง
“ยืนอยู่ตรงนั้นตลอด?”
“แล้วจะให้พี่นอนรึไง”
“สนใจนอนไหมล่ะคะ”
“อยาก?”
“ก็ถ้าไม่ใช่ผัวอีแพงคงอยากอยู่”
“อ่าส์! เมื่อไหร่จะเลิกพูดคำนี้สักที”
“เลิกพูดไม่ได้หรอกเพราะมันเรื่องคือจริง”
“พอ ๆ พี่ไม่อยากทะเลาะกันเรื่องเดิม ๆ แล้ว”
“ไม่อยากทะเลาะกันเรื่องเดิม ๆ แล้วพี่กายวนอยู่กับคนเดิม ๆ ทำไม”
“แล้วไปเที่ยวแย่งแฟนเขาไม่จบไม่สิ้นทำไม”
“ก็รู้คำตอบแล้วจะถามทำไม”
“ถ้างั้นเราก็ต้องรู้คำตอบว่าเพราะอะไรพี่ถึงยังวนเวียนอยู่ในชีวิตพระแพง” ได้ยินคำตอบฉันก็มองบนทันที
“ข้ออ้างทั้งนั้น ตลกร้ายกว่านั้นคือทุ่มให้มันมีความสุขมากจนยอมทำร้ายเพื่อน”
“ก็ลองเลิกแย่งแฟนพระแพงสิจะได้รู้ว่าเป็นข้ออ้างรึเปล่า”
“ไม่ล่ะ เลิกได้มันก็หาเรื่องมาอยู่ใกล้พี่กายอยู่ดี ใจนึงมันก็อยากได้พี่กายคืนทำไมเพื่อนจะไม่รู้”
“พี่กับพระแพงเป็นแค่พี่น้องกันแล้วพระเพื่อน หยุดทำแบบนี้เถอะพี่ขอร้องมันไม่มีอะไรดีเลยยิ่งทำเรายิ่งเสียหาย”
“เพื่อนเสียหายแต่มันเสียใจแทบเป็นแทบตาย เพื่อนว่ามันก็คุ้มอยู่นะพี่กาย”
“...อ่าส์!” จนปัญญาจะคุยเรื่องอีแพงกับฉันสินะ ความจริงก็จนปัญญาแบบนี้มาแล้วครั้งแล้วนะแต่สุดท้ายก็หาปัญญามาพูดเรื่องมันได้เหมือนเดิมอยู่ดี
“เพื่อนว่าพี่กายควรหยุดพูดเพื่อช่วยอีแพงตั้งแต่ปีก่อนแล้วนะ สงสารเมื่อยปากแย่”
“แล้วไม่ห่วงตัวเองเหรอพระเพื่อน ผู้ชายที่เราเที่ยวไปหลอกคบไม่กี่วันแล้วเลิกคิดว่าจะมีกี่คนที่ยอมเลิกง่าย ๆ”
“ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวแค่ได้ยินชื่อพ่อหรืออ้างว่าผัวจับได้พวกนั้นก็หนีหางจุกตูดแล้ว”
“หึ!” พี่กายแค่นเวียงใส่ฉันแถมยังทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ฉันเลยยิ้มยั่วแล้วเดินนวยนาดไปหา ไอ้คนตรงหน้าถึงกับมองฉันด้วยสายตาไม่ไว้ใจมากกว่าเดิมอีก
ฉันไปหยุดตรงหน้าก่อนจะเอามือวางบนอกเขาช้า ๆ แล้วลูบไล้เบา ๆ ท่ามกลางการสบสายตาที่ไม่ได้มีอารมณ์พิศวาสแม้แต่นิดเดียวจากเขา
“พี่กายหึงเหรอ”
“ไร้สาระ”
“เพื่อนก็ว่างั้น อย่างเพื่อนไม่ใช่สเป็คพี่กายหรอกเนอะ ก็แค่หลงผิดชั่ววูบ”
“รู้?”
“รู้ตั้งแต่แรกแล้วค่ะที่รัก แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวเพื่อนไปลากหัวอีคนที่เป็นสเป็คพี่กายมาให้เอง” ฉันพูดไปก็ยิ้มไปส่วนผัวเก่าอีแพงก็ทำหน้าระแวงมากกว่าเดิมซะอีก
“หมายความว่าไง”
“ก็หมายความว่า...”
หมับ~
“พระเพื่อนทำอะไรวะ!” เขาสะบัดตัวหนีหลังจากที่ฉันเอามือปิดลงไปที่จมูกเขาแล้วบดขยี้ถูมือไปเต็มหน้ากับจมูกเขา
“เรื่องของเพื่อน ส่วนพี่...หลับไปก่อนนะคะที่รัก”
“...ตัวแสบ~” เขาทำท่าจะพุ่งมาหาฉันแต่ฉันหลบทันแล้วสุดท้ายพี่กายก็โอนเอนตัวไปล้มลงที่เตียงของฉัน
“เพื่อนขยะแขยงร่างกายพี่กายมากหน่อยเพราะพี่ไปกับอีแพงมา แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาเหงื่อมันมาซักผ้าปูที่นอนเอง” ฉันพูดไปยิ้มไปส่วนอีกคนหลับไปแล้วล่ะ ยาสลบที่ใช้มันแรง ดมนาน ๆ ในปริมาณมากอาจจะทำให้เป็นเจ้าชายนิทราได้เลยด้วยซ้ำพอแน่ใจว่าเขาสลบไปแล้วเลยแกล้งมีน้ำใจไปเอาผ้าเปียกมาเช็ดหน้าให้สักหน่อย
เอาล่ะจัดการสุดที่รักของอีแพงเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่ฉันจะไปจัดการกับอีแพงสักที ป่านนี้อีนั่นมันหลับสบายไปรึยังนะแต่ไม่เป็นไรถึงมันหลับฉันก็ปลุกมันขึ้นมาเพื่อถีบมันกลับนรกได้
-เวลาต่อมา-
ก๊อก ๆๆ
ก๊อก ๆๆ
ก๊อก ๆๆ
ตื๊ดดดดด ตื๊ดดดด
ติ๊ด!
(...)
“มึงยืนอยู่หน้าประตูกูรู้นะอีแพง”
(...เพื่อนมีอะไร)
“ไม่ต้องมาทำเสียงสั่นเปิดประตูเดี๋ยวนี้อีตอแหล”
(...)
“เปิด!”
กริ๊ก!
แค่ได้ยินเสียงลูกบิดฉันก็เดาออกว่าประตูเปิดออกอีกแพงจะทำหน้ายังไง ทำหน้าเหมือนลูกไก่ตกน้ำกำลังจะขาดใจตายไง แต่ไม่ใช่ลูกไก่ของจริงนะคะเป็นแค่งูพิษที่สวมหน้ากากลูกไก่เอาไว้หลอกควายเฉย ๆ
“...เพื่อนมีอะไรเหรอ” นี่ไง หน้าเดิม ๆ คำถามเดิม ๆ น้ำเสียงเดิม ๆ
หมับ!
แล้วก็ตบท้ายด้วยการกระชากของแขนมันแบบเดิม ๆ ของฉัน!
“พะ เพื่อน เพื่อนจะพาแพงไปไหน” อีแพงถามฉันที่กำลังกระชากมันมาโดยที่มันเองก็รู้ว่าต้องไปไหนกับฉันแน่นอนมันถึงได้ดึงประตูปิดระหว่างที่กำลังโดนฉันกระชากไง
“ถ้ารู้ก็ไม่ต้องสาระแนถามหรอกอีตัวดี!” ฉันหันไปตะคอกใส่แล้วลากอีคนที่กำลังน้ำตาคลอให้เดินตามมา
เห็นน้ำตาอีแพงที่คลอเบ้าฉันยิ่งหงุดหงิด โคตรเกลียดมันเลยมันเองก็รู้เต็มอกว่าฉันดูมันออกแต่มันก็ยังกล้าแกล้งทำเป็นกลัวฉันตลอดเวลา
ฉันไม่พูดอะไรนอกจากกระชากมันลงมาที่ลานจอด รปภ. ยืนมองนะคะแต่ทำอะไรไม่ได้ จะทำอะไรได้ยังไงในเมื่อฉันเป็นลูกสาวเจ้าของโครงการนี้
“เพื่อนแพงเจ็บ”
“นั่นแหละสิ่งที่กูต้องการ” ยิ่งมึงเจ็บก็ยิ่งสะใจถ้าเอามีดเชือดคอมึงได้กูทำไปนานแล้วอีแพง!
ฉันผลักมันขึ้นไปบนรถแล้วขึ้นไปขับรถออกมาจากคอนโดด้วยความเร็ว หงุดหงิดมาทั้งวันพอเห็นหน้าสำออยของมันก็ยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมแต่อีกไม่นานหรอก อีกไม่ถึงสิบนาทีฉันจะระบายความหงุดหงิดที่เกิดจากมันออกมาให้หมด!
ฉันใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ขับรถมาถึงบ้านของพี่กายที่มันเป็นบ้านของฉันเหมือนกันแต่ไม่ค่อยอยากมานอนค้างหรอกนอกจากมีเรื่องจำเป็นจริง ๆ จะให้นอนได้ยังไงเสนียดชีวิตจะตาย!
“ลงไป”
“เพื่อนพาแพงมาบ้านพี่กายทำไม”
หมับ!
“โอ้ย! เพื่อนแพงเจ็บ ฮื่อ ๆๆ” ฉันใช้มือข้างเดียวจับหน้าแล้วกระชากให้หน้าด้าน ๆ ของมันหันมาพร้อมกับบีบเต็มแรงที่หน้าของมัน
“บ้านพี่กาย?”
“พะ เพื่อน” อีแพงมองหน้าฉันสีหน้าดูลนลานแต่มันพูดอะไรมากไม่ได้หรอกเพราะโดนบีบหน้ากับคางเอาไว้
“มึงเรียกเรือนหอของกูสองคนว่าบ้านพี่กายเหรออีแพง? มึงท้าทายกูเหรอ!”
ผลัก!
“โอ้ย! ฮื่อ ๆๆ แพงขอโทษ~” ฉันผลักมันจนหัวมันไปชนกับประตูรถ แต่มันก็แค่นั้นไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นหัวแตกหรอกจะสำออยเพื่ออะไรนอกจากเพื่อยั่วโมโหฉันให้ทำร้ายมันมากกว่าเดิมไง ทำจนมันบาดเจ็บแล้วคนที่โดนคนอื่นด่าก็คือฉัน
“มึงเอากองไว้บนหน้ามึงเถอะอีแพงเพราะกูไม่เคยคิดจะยกโทษให้คำขอโทษปลอม ๆ ของมึง ลงไป!”
“เพื่อนพาแพงมาทำไม ไม่อยากให้แพงเข้าใกล้พี่กายแล้วจะพาแพงมาทำไม”
“มึงก็รู้นี่ว่ากูไม่อยากให้มึงใกล้พี่กาย แล้วมึงเสือกมาอ้อนขอให้เขาจัดงานวันเกิดให้มึงในบ้านของกูสองคนทำไมอีแพง” เสียงฉันเริ่มแข็งมากขึ้นด้วยความโมโหส่วนมันก็มองมาที่ฉันพร้อมกับน้ำตาที่อาบหน้า
“พี่กายก็แค่หวังดีอยากให้แพงได้ฉลองวันเกิดเหมือนคนอื่นบ้าง”
“ก็ไปฉลองกับแม่มึงโน่นไม่ใช่มาฉลองบ้านคนอื่นเขามันทุเรศแล้วก็น่าสมเพช!”
“พี่กายเขาแค่เห็นแพงเป็นน้อง อยากจัดงานวันเกิดให้น้องแค่นั้นเองเพื่อน”
“หึ! น้องที่พร้อมแบให้พี่ชายเอาตลอดเวลาน่ะเหรอ? ตลก! มึงไปสร้างสตอรี่หลอกเพื่อนโง่ ๆ ของมึงเถอะอีแพง!” ฉันตอกหน้าเข้าให้อีแพงก็เลยมองหน้าฉันทั้งน้ำตา โกรธล่ะสิ โกรธแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถ้าตอบโต้รุนแรงเมื่อไหร่ภาพนางเอกที่มันสร้างมาช้านานจะจบลงทันที
“...แล้วเพื่อนจะเอาอะไรจากแพงนักหนา จะอยากแย่งใครไปแพงก็ยอมแพ้หมด แพงขอแค่ความเป็นพี่น้องของแพงกับพี่กายแค่นั้นไม่ได้เลยเหรอเพื่อน แพงขอแค่นี้ไม่ได้เลยเหรอ ฮึก!เพื่อนก็รู้ว่าคนนี้...เขาเป็นผัวของแพง~”