“ดิฉันเข้าใจค่ะ ขอให้เราเลิกแล้วต่อกันต่างคนต่างไปมีชีวิตของตัวเอง หากเจอกันก็ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันนะคะ ขอให้พี่ไวทย์โชคดีมีความสุขกับคุณปรีชญานะคะ สวัสดีค่ะ” วลาลีพูดจบก็ยกมือไหว้เดินจากไปด้วยหัวใจแตกสลายทำให้ไวทย์พูดไม่ออกได้แต่มองตามด้วยความเสียใจไม่แพ้กัน เธอก็ทำผิดกับแฟนหนุ่มไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนของเขาอีกทำให้วลาลีไม่กล้าสู้หน้าไวทย์ จากกันแบบนี้ดีที่สุด.....
“พี่ขอโทษหนูลี พี่จะชดใช้ให้หนูลียังไงดี บอกพี่ที” ไวทย์ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับรองอย่างเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งใจเขาทำผิดต่อคนรักอย่างไม่น่าให้อภัยสมแล้วที่วลาลีตัดขาดเขา
ฝ่ายอนลก็ตามวลาลีไปจนถึงหอพักและแอบดูหญิงสาวเดินกลับเข้าซอยทุกวันแล้ววันนี้เขาก็รวบรวมความกล้ามาดักรอเธอ
“หนูลี.”
“อุ้ยย!!, คุณอนล” วลาลีสะดุ้งก่อนจะเดินเลี่ยงไปแต่ร่างสูงของอนลก็เดินมาขวางหน้า
“หนูลีอย่าหนีสิครับ”
“ฉันไม่ได้หนี”
“งั้นก็คุยกับผมก่อน เราต้องคุยกัน"
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”
“แต่ผมมี หรือจะให้ผมพูดตรงนี้ล่ะ”
“ก็ได้ งั้นไปคุยที่โน่นละกัน” วลาลีบอกอนลก่อนจะเดินไปในซอยที่ไม่มีคนพลุกพล่านก่อนจะหยุดเดิน “พูดมาสิคะ”
“ไปหาที่เงียบๆคุยกันเถอะหนูลี” อนลมองหญิงสาวเรียบร้อยตรงหน้าที่เปลี่ยนไปทั้งกิริยาและคำพูด
“ถ้าไม่คุยที่นี่ก็ไม่ต้องคุยฉันรีบกลับห้อง”
“ก็ได้งั้นผมจะไปคุยกับพี่สาวของหนูลีก็ได้”
“คุณอนล”
“เชิญครับ”
วลาลีจำต้องเดินไปขึ้นรถกับอนลแล้วเขาก็จออดที่ร้านอาหารหรูที่อยู่ไม่ไกลจอกซอยหอพักของเธอแล้วเดินเข้าไปในร้านอาหารอนลก็ขอโต้ะด้านในสุดที่เงียบและเป็นส่วนตัว
“รีบพูดมาเถอะค่ะ.” วลาลีพูดขึ้นทันทีเมื่อนั่งลงโดยยังไม่ได้สั่งอาหาร
“สั่งอาหารก่อนเถอะครับ.”
“ถ้าไม่พูดฉันจะกลับ.”
“ครับๆ ผมจะพูดเรื่องของเราในคืนนั้น”
“ฉันลืมไปแล้วค่ะ ไม่มีเรื่องคืนนั้นหวังว่าคุณอนลจะเข้าใจที่ฉันพูดนะคะ” เธอต้องเข้มแข็งนะวลาลี หญิงสาวเตือนตัวเอง
“แต่หนูลีเสียหายนะครับ ผมจะรับผิดชอบ ผมจะแต่งงานกับหนูลี” อนลบอกวลาลีถึงแม้จะผิดใจกับเพื่อนเขาก็ยอมแม้จะรู้ว่า วลาลีจเป็นของเพื่อนมาก่อนแต่เขาไม่แคร์
“แต่งานเหรอ คุณบ้าไปแล้ว แค่นี้ฉันยังอับอายไม่พออีกเหรอคุณก็รู้ว่าฉันกับเพื่อนของคุณ..”
“ผมไม่แคร์.”
“แต่ฉันแคร์ และฉันไม่สามารถมองหน้าพี่ไวทย์ได้อีกแล้ว อย่าให้ฉันเลวไปกว่านี้เลยนะคะ ฉันขอร้องให้เรื่องทุกอย่างระหว่างเราในคืนนั้นจบกันตรงนี้และฉันจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกคุณหากเจอกันก็อย่าได้ทักทายกัน เราจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนได้มั้ยคะ ฉันขอแค่นี้ได้มั้ยคะ” วลาลีน้ำตาไหลอาบแก้มจนอนลทำอะไรไม่ถูกและคำพูดของเธอทำให้เขาทั้งเจ็บทั้งจุก
“หนูลีต้องการแบบนั้นจริงๆเหรอ คืนนั้นพี่ไม่ได้ป้องกัน.” อนลพูดเสียงแหบพร่า
“ไม่ต้องกลัวค่ะ ฉันป้องกันแล้วรับรองว่าไม่เกิดเรื่องแบบนั้นแน่นอนค่ะ” วลาลีใจหายวาบเมื่ออนลพูดถึงเรื่องป้องกัน เธอก็ได้สติจึงตอบเขาไปเพราะมัวแต่เสียใจจึงไม่ทันคิดเรื่องนี้
“พี่ขอโทษนะหนูลี พี่ไม่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นมีพนักงานเอาจดหมายมาให้พี่และบอกว่าหนูลีรออยู่ที่ห้อง พี่จึงรีบไปดูก็เจอ หนูลีนอนอยู่บนเตียงแล้วพี่รู้สึกตัวว่าโดนยาหลังจากนั้นพี่ก็ควบคุบตัวเองไม่ได้อีก ที่พี่พูดไม่ได้แก้ตัวแต่พี่รู้ว่ามีคนวางแผนให้เราไปเจอกันในสภาพนั้น”
วลาลีนิ่งไปและคิดตามที่อนลพูดเหมือนกับเธอที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาบอกเธอว่าไวทย์ให้เธอไปรออยู่ที่ห้องแล้วเขาจะไปหา แล้วทำไมเป็นอนล
“มีคนมาบอกลีว่าพี่ไวทย์ให้ไปรอที่ห้องแล้วพี่ไวทย์จะตามไป..”
“พี่กำลังตามหาพนักงานคนที่เอาจดหมายมาให้อยู่ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะวางแผนกันมาดีผู้ชายคนนั้นไม่ใช่พนักงานของโรงแรมของพี่ เดี๋ยวพี่จะกลับไปดูส่วนของหนูลี..”
“ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่อยากรู้เพราะมันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันและจากกันด้วยดีนะคะคุณอนล ต่อจากนี้ไปเราจะกลายเป็นคนไม่รู้จักกัน ฉันลานะคะสวัสดีค่ะ..”
“หนูลี” อนลนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อวลาลีพูดจบหญิงสาวก็ลุกเดินออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่เขาขาแข็งตัวชาไปกับคำพูดเด็ดเดี่ยวของหญิงสาววัยยี่สิบสองปีที่ทำให้เขารู้สึกผิดติดอยู่ในใจไปตลอดชีวิต หลังจากนั้นไวทย์กับปรีชญาก็แต่งงานเพราะเธอท้องและวลาลีก็เงียบหายไปจากทุกคน
“ตู้ดๆ ตู้ดๆๆ..”
“ว่าไงไอ้แสบ ไม่กลับบ้านกลับช่องเลยนะ” ไวทย์รับสายลูกชายที่ไม่ยอมกลับมานอนที่บ้าน อนิกม์พักที่เพนต์เฮาส์และยังมีข่าวกับสาวๆไม่ว่างเว้น
“โธ่, พ่อครับผมก็ต้องมีเวลารีแลกซ์บ้างสิครับ” อนิกม์ ราชภักดีภิมุข หรือ หนึ่ง วัย 28ปี หนุมหล่อล่ำกล้ามแน่นเป็นมัดๆรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท ผิวเข้มเล็กน้อยพราะเขาออกงานกลางแจ้งมากกว่าในห้องแอร์ มีความมั่นใจสูง กล้าได้กล้าเสีย กล้าชน ไม่เกรงกลัวอิทธิพลของใครเพราะเขาทำเพื่อความถูกต้องไม่มีหมกเม็ด และมีสาวสวยล้อมหน้าล้อมหลังจนได้ฉายา บิ๊กหนึ่ง จากคู่ควงว่าของเขาใหญ่บิ๊กเบิ้มจริงๆ ชายหนุ่มเป็นลูกชายคนโตของไวทย์กับปรีชญา
“วันนี้ไม่เข้าบริษัทเหรอ”
“กำลังไปครับ พอดีคืนนี้ผมต้องเดินทางไปลาวอีก ก็อยากปรึกษาพ่อเรื่องแบบของโรงแรมที่ลาวครับ อันเดรสมันจะให้พนักงานของเราออกแบบแล้วมาคัดเลือกดูอีกที พ่อคิดว่ายังไง”
“ก็ดีเหมือนกัน ให้โอกาสพนักงานบ้าง บางทีเขามีไอเดียดีๆอย่างที่เราคาดไม่ถึง หนึ่งก็จัดการประกวดภายในสิ มีรางวัลให้กับไอเดียของพนักงานพวกเขาจะได้มีกำลังใจ” ไวทย์บอกลูกชายเพราะทีมงานออกแบบบริษัทมีหลายทีมแต่ละสาขาทั่วประเทศก็จะมีทีมงานสถาปนิกประจำอยู่ที่บริษัทเพื่อให้คำแนะนำปรึกษากับลูกค้า
“ขอบคุณครับพ่อ” อนิกม์ขอบคุณพ่อที่แนะนำก่อนจะคุยกับพ่อเสร็จก็วางสายแล้วเดินทางไปบริษัท
ตึก TM เป็นที่ตั้งบริษัท TM ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) สำหนักงานใหญ่เป็นตึกสูงยี่สิบชั้นติดถนนใหญ่ และชั้นบนสุดเป็นเพนต์เฮ้าส์ของอนิกม์ที่ตกแต่งอย่างหรูหราเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าห้องฟิตเนต ห้องโฮมเทียร์เตอร์ ห้องนอนสามห้อง ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก และสระว่ายน้ำอยู่บนชั้นดาดฟ้า ชั้นสิบเก้าเป็นอนาจักรของน้องสาว ส่วนห้องทำงานอยู่ชั้นสิบแปดมีห้องทำงานของเขาและน้องสาวอยู่คนละฝั่งลิฟต์และบริษัทอยู่ตั้งแต่ชั้นสิบเอ็ดถึงสิบแปด
ส่วนชั้นหนึ่งถึงชั้นสิบแบ่งให้เช่าและหนึ่งในนั้นก็มี KS ฟิตเนส ฟิตเนสของคชาเช่าสามชั้นตั้งแต่ชั้นเจ็ดถึงชั้นเก้าชั้นใต้ดินถึงชั้นสองเป็นลานจอดรถชั้นสามถึงชั้นหกก็มีร้านอาหารหรูทั้งไทยและอาหารหลากหลายชาติ ร้านเพชร ร้านเสื้อผ้ากระเป๋าแบรนด์เนมเป็นแหล่งที่นิยมของกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ย่านทองหล่อที่มีทั้งชายไทยชาวต่างประเทศ
“เอางานที่ประทุมฯมาดูหน่อยสิเก่ง งานคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว” อนิกม์เปิดแฟ้มงานดูแต่ไม่เห็นแฟ้มงานก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำดื่มขนาดใหญ่ที่จะต้องติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์มากมายและทุกขั้นตอนต้องได้มาตรฐานจะผิดพลาดไม่ได้
“ผมให้คุณเนตรเตรียมไว้แล้วครับ เดี๋ยวผมจะเอามาให้” การันต์ หรือ เก่ง เลขาฝีมือดีของอนิกม์ที่ชายหนุ่มไว้ใจเดินออกไปจากห้องก็หยิบแฟ้มงานที่เขายังไม่ได้ตรวจทานมาให้เจ้านายดู “ผมยังไม่ได้ตรวจนะครับ ทางทีมสถาปนิกเขาเพิ่งส่งมาเมื่อเช้านี้เองครับ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันดูเอง อ้อ ขอกาแฟแก้วหนึ่ง แต่นายเป็นคนชง ขอบใจ” อนิกม์บอกเลขาแล้วก้มหน้าอ่านแฟ้มงานที่ทีมสถาปนิกผู้ดูแลควบคุมงานส่งมาให้
“คุณเก่งทำไมไม่บอกเนตรล่ะคะ เนตรจะได้ชงไปให้คุณหนึ่ง” กมลเนตรลุกขึ้นเมื่อเห็นการันต์ถือแก้วกาแฟออกมาจากห้องแพนทีนข้างๆ
“ไม่เป็นไรหรอกคุณเนตร ทำงานของคุณไปเถอะ.” การันต์ไม่สนใจสายตาไม่พอใจของกมลเนตรให้เขาเดาได้ว่าไม่เกินหนึ่งเดือนเขาคงต้องหาผู้ช่วยเลขาคนใหม่อีกเป็นแน่ ตอนนี้รู้สึกว่าเธอจะเยอะขึ้นทั้งที่ตอนสัมภาษณ์งานเขาไม่เห็นเธอมีท่าทีจะสนใจอนิกม์ ก็คิดว่าคงไม่มีอะไรพอเข้าเดือนที่สองออกลายเลยเชียว หากต้องหาผู้ช่วยใหม่และคราวนี้ก็ขอผู้ชายละกันไม่เอาดอกไม้สวยงามมาประดับ โต้ะถึงจะทำงานเก่งก็ไม่เอา การันต์คิดแล้วส่ายหน้าก่อนจะเอากาแฟไปให้เจ้านาย
อนิกม์อ่านรายละเอียดในแฟ้มงานของโรงงานผลิตน้ำดื่มที่สถาปนิกรายงานว่าทางบริษัทอยากลดสเป็ควัสดุเพื่อลดต้นทุนและอ้างว่างบบานปลายเกินที่กำหนดราคาไว้ ทั้งที่ทางเจ้าของโรงงานเป็นผู้เลือกวัสดุเองทั้งหมดและยอมรับทำสัญญากันไว้แล้ว แต่จะมา กลับคำตอนงานติดตั้งกำลังจะเริ่มทำให้หัวหน้าทีมสถาปนิกต้องชะงักไว้ก่อนและแจ้งเจ้านาย
“ตู้ดๆ ตู้ดๆๆ..”
“สวัสดีครับคุณหนึ่ง” พริษฐ์ สถาปนิกหนุ่มมืออันดับต้นของบริษัทที่เป็นหัวหน้าทีมผู้ดูแลรับสายเจ้านาย
“สวัสดีครับคุณต้น นัดเจ้าของงานให้ผมด้วยครับ ขอวันนี้ช่วงบ่ายนะครับ จะได้คุยกันให้เคลียให้เข้าใจตรงกัน”
“ได้ครับคุณหนึ่ง เดี๋ยวผมนัดทางโน้นแล้วจะแจ้งให้ทราบนะครับ”
“ขอบคุณครับ” อนิกม์วางสายจากสถาปนิกผู้ดูแลงานแล้วทำงานต่อจนใกล้เที่ยง
“ก๊อกๆๆ..”
“คุณหนึ่งจะรับอาหารกลางวันที่นี่หรือจะออกไปข้านอกคะ” กมลเนตรเห็นการันต์เดินไปเข้าห้องน้ำก็เติมแป้งแล้วดึงคอเสื้อลงก่อนจะลุกขึ้นเดินมาเคาะประตูห้องทำงานของเจ้านาย
“หน้าที่ของคุณเหรอ แล้วการันต์ไปไหน” อนิกม์เงยหน้ามองผู้ช่วยเลขาที่เดินมาหยุดหน้าโต้ะทำงานส่งยิ้มหวานน่าสยดสยองให้เขาไหนจะคอเสื้อที่ห้อยลงจนเห็นเต้าอวบใหญ่ล้นออกมาจากเสื้อชั้นในของกมลเนตรแต่ไม่ได้ทำให้เขาตาโต พนักงานทุกคนจะรู้ว่าอนิกม์เด็ขาดแค่ไหนเขาไม่นิยมกินไก่วัดไม่อยากเสียการปกครองหากพนักงานคนไหนล้ำเส้นเขาก็ไม่เอาไว้ซึ่งพนักงานสาวๆในบริษัทจะรู้ดีและได้แต่แอบปลื้มเจ้านาย และกมลเนตรไม่รู้ว่าชะตากำลังจะขาด ปกติถ้าเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสาวสวยที่มีชื่อเสียงการันต์ก็จะจัดการให้แต่บางทีพวกเธอก็เข้ามาหาเองและเขาก็เป็นประเภท ใจดีมีเมตตาก็ช่วยๆกันไป
“คุณเก่งไปไหนไม่รู้ค่ะ เนตรกลัวคุณหนึ่งหิวก็เลยเข้ามาถามค่ะ” กมลเนตรก้มลงเพื่อให้เจ้านายหนุ่มเห็นหน้าอกอวบใหญ่ของเธอชัดๆ
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวการันต์ก็จัดการเอง ผมว่า” อนิกม์มองผู้ช่วยเลขาขึ้นลงแล้วใช้ปากกาชี้ไปที่กมลเนตร “ผมไม่ชอบผู้ช่วยเลียขา ผมต้องการผู้ช่วยเลขาคนทำงานที่มีประสิทธิภาพมากว่าพวกที่พยายามใช้เต้าไต่เพราะผมไม่นิยมกินไก่วัด อ้อ อีกอย่างที่คุณจะต้องรู้ ผมไม่ใช่ผู้ชายที่กินไม่เลือกแต่ผมจะเลือกกินเองฉะนั้น คุณ เก็บข้าวของแล้วไปรับซองขาวที่แผนกบุคคล ผมไล่คุณออก” อนิกม์พูดเสียงเรียบและเด็ดขาดจนกมลเนตรอึ้ง
“คุณหนึ่งขา เนตรขอโทษค่ะ อย่าไล่เนตรออกเลยนะคะ เนตรสัญญาค่ะว่าต่อไปเนตรจะไม่ทำอีกจะตั้งใจทำงาน อย่าไล่เนตรออกเลยนะคะ” กมลเนตรได้สติละล่ำละลักขอร้องเจ้านายหนุ่มจนไม่กล้าขยับตัวเมื่อเห็นสายตาแข็งกร้าวของอนิกม์
“เกิดอะไรขึ้นครับ” การันต์เดินกลับมาไม่เห็นกมลเนตรที่โต้ะทำงานจึงเดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านายก็เห็นคนที่เขามองหาอยู่ในห้อง
“ฉันไล่ผู้ช่วยของนายออก จัดการให้ด้วยแล้วรับสมัครผู้ช่วยใหม่อย่าให้มีปัญหาอีกไม่งั้นนายก็จะมีสภาพเหมือนผู้หญิงคนนี้ ออกไปได้แล้ว” อนิกม์พูดจบก็เดินไปทางด้านหลังห้องที่มีห้องน้ำและประตูเปิดออกไปมีบันไดวนขึ้นไปเพนต์เฮ้าส์ของเขา
“ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าอย่าหาเรื่อง แล้วเป็นไงล่ะทีนี้สมใจมั้ยล่ะ” การันต์ดึงทึ้งผมตัวเองด้วยความหงุดหงิดทั้งที่เตือนแล้วแต่กมลเนตรไม่ฟัง
“เนตร ฮึ้กๆ เนตรขอโทษคุณเก่งช่วยเนตรด้วยนะคะ” กมลเนตรร้องไห้ออกมาเมื่อรู้ตัวว่าถูกไล่ออกจากงานจริงๆไม่คิดว่า อนิกม์จะเด็ดขาดอย่างนี้ เธอเห็นเขาควงสาวสวยไม่ซ้ำหน้าก็คิดว่าอ่อยง่ายแต่ผิดคาดเขาไม่สนใจสักนิดแถมเธอยังถูกไล่ออกอีกจึงขอร้องให้การันต์ช่วย
“ให้ตายเถอะคุณกมลเนตร คุณไม่ได้ยินเหรอว่าเจ้านายพูดว่ายังไง ผมคงช่วยคุณไม่ได้ ผมก็ใกล้ชะตาขาดก็เพราะคุณนั่นแหละ” การันต์มองตัวต้นเหตุไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดีที่หวังรวยทางลัดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือทั้งที่เตือนไปแมบๆก็ยังก่อเรื่องอีก
“คุณเก่งช่วยเนตรด้วยนะคะ จะให้เนตรทำยังไงก็ยอมอย่าให้คุณหนึ่งไล่เนตรออกนะคะ ฮื้ออๆๆ..”
“ผมไม่สามารถช่วยเหลือคุณได้จริงๆ หากคุณเชื่อผมสักนิดเราจะเป็นผู้ร่วมงานที่ดีต่อกัน เอาเถอะผมจะเขียนใบผ่านงานให้คุณและแนะนำบริษัทคู้ค้าให้ แต่ถ้าคุณยังทำแบบนี้ก็ไม่มีใครช่วยคุณได้ เก็บของแล้วไปรับซองขาวที่ฝ่ายบุคลเถอะ..” การันต์เดินไปเปิดประตูและบอกกมลเนตรที่ร้องไห้เดินระทดระทวยออกจากห้องทำงานของเจ้านายไปเก็บของ เธอได้ยินกิตศัพท์ของอนิกม์ว่าชายหนุ่มไม่มองพนักงานในบริษัทของตัวเองแต่เธอคิดว่ารูปร่างสัดส่วนความสวยของเธอเทียบเท่าคู่ควงของเขา อนิกม์คงจะสนใจเธอบ้างไม่มากก็น้อยแต่เธอคิดผิดจริงๆก่อนจะเก็บของส่วนตัวใส่กล่องทั้งหมดแล้วเดินไปที่ลิฟต์ไม่บอกลาการันต์สักคำ
“อ้าวไปแล้ว เฮ้อ เกือบซวยไปแล้วมั้ยล่ะไอ้เก่ง..” ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานแล้วล็อคห้องเข้าลิฟต์ขึ้นไปเพนต์เฮ้าส์ของเจ้านาย เขาให้แม่บ้านวัยกลางคนผู้ดูแลห้องพักของอนิกม์เป็นคนนำอาหารไปจัดขึ้นโต้ะให้เจ้านาย
“คุณเก่งเจ้านายเป็นอะไรค่ะ” จำเริญ แม่บ้านหญิงที่ได้รับอนุญาติให้ขึ้นมาทำความสะอาดเพนต์เฮ้าส์และดูแลทำความสะอาดห้องทำงานของอนิกม์พร้อมกับนกแก้วแม่บ้านอีกคนที่มาช่วยงานเพราะเจ้านายไม่ชอบให้คนมาวุ่นวายจึงคัดเลือกแม่บ้านที่ไว้ใจได้และตั้งใจทำงานอย่างจำเริญ กับ นกแก้ว หญิงวัยกลางคนทั้งสองก็ทำงานดีมาตลอดหลายปี
“มีคนมาลองของน่ะป้าเริญ ไม่มีอะไรแล้วป้าไปกินข้าวเถอะ.” การันต์บอกแม่บ้านก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาหารก็เห็นอนิกม์นั่งกินข้าวอย่างสบายอารมณ์ทั้งที่เมื่อกี้แทบจะหักคอกมลเนตร
“มองฉันแล้วนายอิ่มเหรอ” อนิกม์พูดทั้งที่ไม่มองเลขาคนเก่ง
“ไม่อิ่มหรอกครับ เจ้านายทำให้ผมกินข้าวไม่ลงต่างหากล่ะ แล้วอย่างนี้ใครจะประสานงานให้ผมล่ะครับ” การันต์ตองเจ้านายก่อนจะนั่งมองอาหารแสนน่ากินตรงหน้าแต่เขากลับกินไม่ลงเพราะคืนนี้ต้องเดินทางไปลาวแต่ไม่มีใครอยู่ประสานงานให้เขา
“ก็ให้คุณไฝเธอช่วยก่อนแล้วนายก็ติดประกาศรับผู้ช่วยเลขารอบนี้อย่าให้มีปัญหานะเก่งฉันไม่อยากหาเลขาใหม่” อนิกม์ขู่เลขาคนเก่งที่หน้าจ๋อยอย่างขำๆ
“คุณหนึ่งครับ ผมว่าไปตามคุณสมรกลับมาดีกว่าครับ” การันต์บอกเจ้านายเพราะคุณสมรผู้ช่วยเลขาของเขาลาออกไปเลี้ยงลูกจึงทำให้ได้ผู้ช่วยเลขามาใหม่คือกมลเนตรที่ทำงานได้ไม่ถึงสองเดือนก็ถูกไล่ออกไปซะแล้ว
“นายไปตามมาสิ” อนิกม์ยังเสียดายคุณสมรที่ทำงานเก่งพอๆกับการันต์ทั้งที่ไม่ได้จบเลขาแต่เขาเลือกมาจากแผนกฝ่ายบุคคล
“ถ้าทำได้ผมทำไปแล้ว ผมคงต้องติดประกาศรับสมัครผู้ช่วยเลขาวงเล็บว่าเฉพาะผู้ชายเท่านั้น ดีมั้ยครับเจ้านาย” การันต์บอกเจ้านายที่เงยหน้ามองแล้วยิ้ม
“นายน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรกแล้วนะเก่ง”
“ครับผมเจ้านาย” เมื่อเรื่องผู้ช่วยเลขาเคลียแล้วการันต์ก็หิวขึ้นมาทันที
เมื่อกินอาหารอิ่มแล้วทั้งสองก็เดินทางไปที่ไซร์งานก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำดื่มที่จังหวัดประทุมธานีตามที่สถาปนิกได้แจ้งมาว่านัดเจ้าของโรงงานไว้ตอนบ่ายสามโมง แต่อนิกม์กับการันต์ไปก่อนเพื่อจะคุยกับทีมงานก่อน
ร่างสูงของรักธุรกิจหนุ่มหล่อสุดฮ็อตของวงการก่อสร้างเดินเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิตชั่วคราวที่มีทีมงานรออยู่
“สวัสดีครับคุณหนึ่ง” พริษฐ์ไหว้เจ้านายหนุ่มรุ่นน้อง
“สวัสดีครับคุณต้น อยู่กันครบนะครับ” อนิกม์ถามหัวหน้าทีมสถาปนิกก่อนจะกวาดสายตามองทุกคนแล้วยิ้มให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่าง
“อยู่ครบทุกคนครับ”
“งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยครับ ใครมีความคิดเห็นยังไงก็บอกมาเลยครับ เพราะงานนี้จะผิดแบบไม่ได้ถ้ามีการตรวจสอบแล้วบอกว่างานของเราไม่ได้มาตรฐานตามที่ยื่นเสนอกับทางราชการไป ผลเสียจะตกที่เราทั้งหมด บริษัทของเราจะได้รับความเสียหายและลูกค้าจะไม่เชื่อใจเรา” อนิกม์ขอความคิดเห็นจากทีมสถาปนิกที่รับผิดชอบงาน
“ที่จริงเราได้ทำสัญญากับทางลูกค้าไว้แล้วตั้งแต่ต้น แล้วเขามาเปลี่ยนตอนท้ายแบบนี้ ทางเขาก็เป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อนนะครับคุณหนึ่ง” คนิต หนึ่งในทีมพูดขึ้นเพราะเขายึดสัญญาที่ถูกต้องเป็นหลักในเมื่อตกลงกันแล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้
“มันก็ถูก ผมไม่อยากมีปัญหา เราต้องแก้ไขงานให้มันจบให้ได้และต้องพอใจด้วยกันทุกฝ่าย” เขาเลือกประนีประนอมเพื่อจบงานหากไม่มากจนเกินไป แต่ถ้ายังมีปัญหาเขาก็พร้อมจะชนและทีมงานก็รู้ดี
“งั้นเราก็ชี้แจงข้อดีข้อเสียของวัสดุเน้นความแข็งแรงและสะอาดปลอดภัย หากผลิตน้ำดื่มออกไปแล้วไม่ได้มาตรฐานตลาดก็ไม่รองรับจะทำให้เขาเสียหายมากกว่าที่จ่ายไป” พริษญ์พูดขึ้นเพราะเจ้าของโรงงานเล่นแง่หัวหมอแต่คงลืมไปว่าตัวเองผลิตน้ำดื่มมันต้อมีการตรวจสอบก่อนจะผลิตหากโรงงานและอุปกรณ์ในกรผลิตไม่ถูกต้องตามที่แจ้งไปก็จะมีปัญหาได้อาจจะทำให้ไม่ผ่านการตรวจสอบก็ได้ทีมงานทั้งสิบคนก็พูดเสียงเดียวกันและยืนยันทำตามแบบเดิมหากเจ้าของไม่ยอมก็พร้อมจะถอยตามที่สัญญาระบุไว้
เวลาบ่ายสามโมงตรงเจ้าของบริษัทก็มาถึงเสี่ยเม้งลงจากรถพร้อมกับเจ้หลินภรรยาและมิกกี้ลูกชายเดินมาที่ตู้คอนเทนเนอร์ออฟฟิตชั่วคราวและทักทายกับทุกคนก่อนจะนั่งลง
"มาพร้อมกันแล้วเชิญเสี่ยเม้งครับ" พริษฐ์เชิญเสี่ยเม้งพูดก่อน
"ตามที่ผมแจ้งทีมงานไปว่าจะเปลี่ยนสเป็คอุปกรณ์บางส่วนมีปัญหาอะไรครับ"
“ทางบริษัททำตามความต้องการของเสี่ยไม่ได้ครับ งานทุกอย่างวางแพลนไว้หมดแล้วหากยกเลิกมันจะเสียหายหลายฝ่ายครับ ” อนิกม์พูดขึ้นตามความจริง