ตอนที่ 3

3640 คำ
“งานเข้าแล้วล่ะไอ้ไวทย์” ธรรศว่าเพื่อนที่มีปรีชญาเดินเกาะแขนไปทั่วงานอย่างไม่เกรงใจแฟนสาวของเพื่อน “หนูลีเป็นคนมีเหตุผลน่า” ไวทย์ชักไม่แน่ใจและเขาก็ช้าไม่ได้แล้วพรุ่งนี้ต้องคุยกับวลาลีให้เข้าใจ....... “ไอ้นลมันไปไหนวะ” “นั่นสิหายไปนานแล้วว่ะ.” “เมื่อกี้แป๋มเห็นคุยกับเพื่อนพี่ปี่อยู่ด้านโน้นค่ะ” โชติกาบอกญาติผู้พี่กับเพื่อนก่อนทุกคนจะดื่มและคุยกันแล้วไวทย์ก็ไปนั่งคุยกับผู้ใหญ่ “ว่าไงนายไวทย์เมื่อไหร่จะแต่งงานล่ะ หนูปี่สวยแบบนี้เดี๋ยวก็มีหนุ่มมาฉกไปหรอกอย่ามัวแต่ช้าสิหลาน” สมบัติพ่อของโชติกาแซวหลานชายที่ยังครองตัวเป็นโสดและไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานสักทีและมีคนเดียวที่เป็นข่าวด้วยกันบ่อย “คงอีกไม่นานครับคุณน้า เดี๋ยวผมจะพาแฟนมาให้รู้จักครับ ที่จริงวันนี้ก็มานะครับแต่กลับไปก่อน” “อะไรนะ ตาไวทย์จะมีแฟนได้ยังไงในเมื่อคบกับหนูปี่อยู่ไม่ใช่เหรอ” คุณสุรางค์มองหน้าไวทย์และถามกลางโต้ะทำให้ไวทย์หันไปมองปรีชญา “คือผม..” ไวทย์อ้าปากจะพูดแต่แม่ขอเขาส่ายหน้าจึงทำให้ชายหนุ่มหยุด “คุณแม่คะ มันไม่ใช่..” “น้าไม่ยอมนะตาไวทย์ ตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจว่าหนูปี่เป็นแฟนเราอย่างนี้ลูกสาวน้าก็เสียหายสิ เธอจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอหวาน” สุรางค์พูดขึ้นอย่างไม่พอใจเพราะข่าวของไวทย์กับปรีชญามีออกสื่อบ่อยๆและยังออกงานด้วยกันอีก แล้วมาบอกว่ามีแฟนอย่างนี้ลูกสาวเธอก็เสียหายแล้วจะเอาหน้าไปไว้ไหนในสังคม “ปิ้กใจเย็นๆก่อนนะ” จารุมลบอกเพื่อนที่ไม่พอใจลูกชายของเธอทั้งที่คุยกันแล้วว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของลูกๆและปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง แล้วไวทย์ก็พูดออกสื่อตลอดว่าปรีชญาเป็นน้องสาวไม่ใช่แฟนทำไมเพื่อนถึงโวยวายและไม่เข้าใจ “เธอก็พูดได้สิหวาน ลูกชายเธอไม่เสียหายนี่” “คุณปิ้ก เบาๆสิอายคนอื่นเขาบ้าง” ดิลกปรามภรรยาที่โวยวายด้วยความไม่พอใจ “คุณดามอย่ามาห้ามฉัน เรื่องนี้ฉันไม่ยอมแน่ ตาไวทย์ต้องรับผิดชอบที่ทำให้ลูกเราเสียหาย” “เอาอย่างนี้นะคุณปิ้ก เราค่อยนัดคุยกันนะครับ ที่นี่ไม่เหมาะจะคุยเรื่องในครอบครัวครับ” ต่อลาภบอกเพื่อนของภรรยาที่เอาแต่โวยวาย “นัดมาละกันนะหวานฉันขอตัวก่อน คุณดามหนูปี่กลับบ้าน” สุรางค์พุดจบก็ลุกขึ้นเรียกสามีและลูกสาวกลับบ้าน “คุณแม่คะ” ปรีชญายังไม่อยากกลับแต่เห็แม่กำลังโกรธก็ยกมือไหว้ทุกคนก่อนจะลุกตามแม่กับพ่อเดินออกไปจากงาน “แกไปมีแฟนตอนไหนนายไวทย์.” ดิลกถามลูกชายลูกชาย “สองปีแล้วครับคุณพ่อ ผมรอให้เธอเรียนจบก่อนและวันนี้จะพามาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่รู้จักแต่เธอกลับไปก่อนครับ.” “อย่าบอกนะว่าหนูลีเป็นแฟนเรา” ชลาลัยแม่ของโชติกาถามหลานชายเพราะมีวลาลีคนเดียวที่มางานวันเกิดของหลานชาย “ครับน้าแหว๋ว หนูลีเป็นแฟนผมครับ” ไวทย์ตอบอย่างหนักแน่น “ตาไวทย์นะตาไวทย์ เฮ้อ แม่กลับบ้านก่อนนะพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน ไปค่ะคุณพี่ พี่กลับก่อนนะแหว๋ว คุณบั้ด.” จารุมลบอกน้องสาวกับน้องเขย “งั้นแหว๋วกลับพร้อมพี่หวานเลยดีกว่าค่ะ ไปค่ะคุณ” ชลาลัยก็ลุกขึ้นกลับพร้อมพี่สาวพี่เขยส่วนลูกสาวก็ยังสนุกอยู่จึงให้คนขับรถกลับมารับ ไวทย์ก็หมดสนุกจึงเอาแต่ดื่มเพราะเรื่องของปรีชญา มันเกิดอะไรขึ้นทั้งที่ทุกคนก็รู้ว่าเขารักปรีชญาเหมือนน้องสาวแล้วเธอไปบอกแม่ของเธอว่าคบกับเขาได้ยังไง “เกิดอะไรขึ้นวะ” รณชัยถามเพื่อที่มานั่งด้วยแล้วเอาแต่ดื่ม “งานเข้าน่ะสิ ฉันบอกพ่อกับแม่ว่ามีแฟนแล้ว แต่น้องปี่ดันไปบอกแม่ของเธอว่าคบกับฉันทั้งที่รู้ว่าฉันคุณน้าปิ้กก็โวยวายน่ะสิ อยากจะบ้าจริงๆ” ไวทย์ยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มเหมือนกับน้ำเปล่า “กูว่าแล้วไง งานเข้ามึงแล้วไงไอ้ไวทย์” ธรรศพูดขึ้นเขาคิดอยู่ว่าปรีชญาไม่ปล่อยไวทย์แน่แต่ไม่คิดว่าจะเล่นแบบนี้ “แล้วแกจะทำยังไงวะ” “ก็ไม่ทำอะไร ฉันไม่ได้รักยัยปี่ ฉันจะแต่งงานกับหนูลีคนเดียวเท่านั้น” ไวทย์พูดไปก็ดื่มไปกับเพื่อนๆจนลืมแขกที่ทยอยกันกลับจนเหลือแค่เพื่อนๆที่ยังดื่มกินกันด้วยความสนุกขณะเจ้าของงานกำลังมึนเมาได้ที่ อนลเดินไปที่ลิฟต์ตามที่วนาลีเขียนในกระดาษว่าเธอรอเขาอยู่ที่ห้องสวีทพร้อมกับแนบการ์ดเข้าห้องมาให้ อนลก็ร้อนใจกลัวว่าหญิงสาวจะเป็นอะไรและไม่เข้าใจว่าทำไมวลาลีถึงไปอยู่ที่ห้องสวีทได้ “เป็นอะไรวะ” อนลเซไปพิงผนังลิฟต์แล้วส่ายหน้าร่างกายร้อนวูบวาบจนขนลุก “บ้าเอ้ย” ชายหนุ่มสบถเสียงดังเขาไม่ใช่ไก่อ่อนที่ไม่รู้ว่าตัวเองถูกวางยาปลุกเซ็กซ์ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไปที่ห้องของวลาลีอย่างรวดเร็ว “ก๊อกๆ.” อนลเคาะประตูแล้วก็สอดการ์ดเข้าไปประตูก็เปิดออกร่างสูงก็เดินเข้าไปในห้องมองหาหญิงสาวที่นัดเขามาก็ไม่เห็นก่อนจะเดินไปดูในห้องนอน “หนูลี” อนลครางในลำคอเมื่อเห็นร่างบางอวบอิ่มขาวโพลนนอนบิดตัวไปมาอยู่กลางเตียงด้วยคววามทรมาน “ร้อน อื้ออ ลีร้อน ช่วยด้วยค่ะ” วลาลีมองเห็นเงาคนเข้ามาในห้องก็เรียกร้องขอความช่วยเหลือ “หนูลีเป็นอะไรครับ” อนลเดินไปที่เตียงก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของแฟนเพื่อน “พี่ไวทย์ ช่วยลีด้วย อื้ออ อ่าา ลีร้อน อื้ออ..” วลาลีพูดไปมือก็ดึงผ้าห่มออกจากกายคิดว่าเป็นแฟนหนุ่มจึร้องขอความช่วยเหลือ “หนูลีมีสติหน่อยครับ ผมไม่ใช่นายไวทย์ เดี๋ยวผมไปตามนายไวทย์ก่อนนะครับ” อนลข่มความต้องการที่ประทุขึ้นมาเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มแต่มือนุ่มปัดป่ายร่างกายของเขาไปมา “มะ ไม่ คุณนลช่วยลีด้วย อื้ออ ลีร้อนไม่ไหวแล้ว อ่าา ซี้ดด อื้ออ..” วลาลีครองสติแทบไม่อยู่เมื่อร่างกายของเธอต้องการปลดปล่อยจนลมหายใจหอบกระชั้นสองมือบีบนวดสองเต้าอวบอิ่มอย่างแรงหน้าตาบิดเบี้ยวตัวแดงก่ำ อนลมองร้างบางเปลือยเปล่าพยายามช่วยเหลือตัวเองจากความทรมานด้วยความผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นแล้วร่างกายของเขาที่โดนยาปลุกเซ็กซ์ก็ไม่ต่างจากวลาลี มือหนาลูบไล้ผิวนุ่มไปตามลำตัวอวบอิ่มแล้วก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มบดจูบขยี้อย่างดูดื่มดุดันเมื่อความกำหนัดมันพุ่งพล่านตามความแรงของยาปลุกเซ็กซ์ที่ถาโถมเข้าใส่สองหนุ่มสาวอย่างบ้าคลั่งจนไม่มีสติว่าทำอะไรลงไปนอกจากปลดปล่อยความทรมานที่อัดแน่นในกายให้มันหายครั้งแล้วครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าฤทธิ์ยาจะหมดทั้งสองก็สบักสะบอมสลบตามกัน ส่วนไวทย์ก็ดื่มหนักจนเมามายทำให้ธรรศกับรณชัยที่เมาน้อยกว่าก็ให้คนขับรถของไวทย์พาเจ้านายกลับไปที่คอนโดท่ามกลางสายตาของรสรินกับกานดาที่คอยดูไวทย์และรายงานปรีชญาที่นั่งรออยู่ที่รถเพราะกลัวไวทย์จะตามวลาลีไปพอเพื่อนโทรมาบอกว่าไวทย์กำลังกลับเพื่อนกำลังจะกลับเธอจึงเตรียมตัวรอก่อนจะบอกให้คนขับรถ ขับตามไปที่คอนโดรอจนพวกเขาแยกกันเข้าห้องพักของใครของมันปรีชญาก็บอก สุบันคนขับรถของไวทย์ว่าเธอจะดูแลชายหนุ่มเองทำให้สุบันจำต้องออกจากห้องแล้วกลับไปที่ห้องพักของเขาที่อยู่ชั้นล่าง เพราะเห็นเพื่อนทั้งสองของเธอมาด้วย “พวกเธอกลับไปได้แล้ว” ปรีชญาบอกเพื่อนเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเธอ “แหมทีอย่างนี้ไล่เพื่อนเลยนะยัยปี่” กานดาแซวเพื่อน “ถ้าเธอได้คุณไวทย์สมใจแล้วก็อย่าลืมสัญญานะจ้ะปี่” รสนันส์ทวงสัญญากับเพื่อนที่บอกให้เธอสองคนช่วยหากสำเร็จจะซื้ตั๋วทัวร์ยุโรปให้แถมพ็อกเก็ตมันนี่ให้อีก “ไม่ลืมหรอกน่า พวกเธอเตรียมตัวไปเที่ยวได้เลย” “งั้นขอให้เธอได้สมหวังนะจ้ะปี่..” “ขอให้สมหวังนะเพื่อนรัก” กานดากับรสนันส์เดินออกจากห้องพักของไวทย์ก็เหลือแต่ปรีชญาที่อยู่ในห้องก่อนหญิงสาวจะเดินไปในห้องนอนของไวทย์แล้วถอดชุดของเธอออกกองข้างเตียงทั้งชั้นนอกชั้นในจนเปลือยเปล่าอย่างไม่อายเพราะไวทย์นอนเมาจนไม่มีสติก่อนจะถอดเสื้อของชายหนุ่มออก “พี่ไวทย์ถอดเสื้อก่อนค่ะจะได้เช็ดตัว” ปรีชญาพูดเบาๆแล้วถอดเสื้ออกจากตัวของชายหนุ่มได้สำเร็จ “อื้มม หนูลี..” ไวทย์ครางเบาๆในใจก็คิดถึงแฟนสาวเพราะวลาลีมีการ์ดเข้าออกคอนโดของเขาแต่เคยมาแค่ครั้งเดียวนานแล้ว “ขยับตัวหน่อยสิคะปี่จะถอดกางเกงให้” ปรีชญากัดฟันบอกไวทย์แล้วถอดกางเกงออกจนร่างใหญ่เหลือแต่กางเกงในตัวเดียวจึงเช็ดตัวให้เขาและไม่พอใจที่ชายหนุ่มเอาแต่พร่ำเพ้อถึงแฟนสาว “หนูลีจ๋า หนูลีกาบมาหาพี่แล้วช่ายม้าย..” “อุ้ยย..” ปรีชญาถลาไปตามแรงดึงของไวทย์ล้มลงในอ้อมกอดของเขากอดรัดแน่นเพราะคิดว่าเป็นแฟนสาวก่อนจะตะโบมจูบด้วยความคิดถึง “อื้มม พี่ อึ้กก คิดถึงหนูลี หนูลีจ๋าม่ายโกดพี่แล้วช่ายม้าย..” ไวทย์พูดไปปากและมือก็ปลุกเร้ากายสาวจนเร่าร้อนเธอก็ตอบสนองเขาอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน สองร่างรุกเร้ากันอย่างดุเดือดไวทย์สอนรักแฟนสาวอย่างถึงพริกถึงขิงปลดปล่อยความทรมานอัดอั้นใส่เต็มที่จนหมดแรงไปด้วยกัน เวลา05.10น. วลาลีลืมตาขึ้นช้าๆมองไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นตาก่อนจะคิดออกว่าไวทย์ให้เธอมารอในห้องแล้วเธอก็ร้อนมากจนอยากอาบน้ำจึงถอดเสื้อผ้าออกแต่ไปไม่ถึงห้องน้ำเพราะร่างกายของเธอมันเสียวซ่านจึงล้มตัวนอนบนเตียงจากนั้นล่ะไวทย์มาหาเธอนี่ วลาลีขยับแล้วร้องครางเบาๆด้วยความเจ็บระบมมองคนที่นอนกรนเบาๆอยู่ข้างเธอแล้วยกมือขึ้นปิดปาก ไม่ใช่ไวทย์แต่เป็นอนลเพื่อนของเขา วลาลีนั่งตัวแข็งทื่อในหัวตันไปหมดคิดอะไม่ออกน้ำตาก็ไม่มีจะไหลก่อนจะลุกขึ้นช้าๆขยับร่างกายที่ร้าวระบมลงจากเตียงเก็บเสื้อผ้าที่เธอถอดทิ้งไว้เดินกระย่องกระแย่งเข้าห้องน้ำแล้วมองสภาพน่าสมเพชของตัวเองในกระจกก่อนจะรีบล้างหน้าล้างตาแล้วใส่เสื้อผ้าย่องออกจากห้องขณะที่อนลยังนอนหลับสนิทแล้วกลับบ้าน “ฮือๆ ฮืออๆๆ ทำไม ฮืออๆ ทำไมเป็นแบบนี้ ฮืออๆๆ..”เมื่อถึงบ้านหญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าและโชคดีที่พี่สาวเธอไปพักผ่อนกับครอบครัวแฟนหนุ่มที่สวิตฯไม่งั้นเธอคงโดนซักฟอกแน่ อนลตื่นขึ้นมาปากคอแห้งผากชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเพื่อจะไปหาน้ำดื่มแต่มองรอบห้อง “นี่มันโรงแรมเรานี่ เมื่อคืน เฮ้ย หนูลี.” อนลมองข้างกายก็ไม่เห็นวลาลีมีแต่ร่องรอยของหญิงสาวและกลิ่นหอมของเธออบอวลอยู่ในห้อง “หนูลีครับ” อนลลุกขึ้นทั้งที่เปลือยเปล่าเข้าไปดูในห้องน้ำก็ไม่เห็นแต่ยังมีร่องรอยของคนใช้เพราะผ้าขนหนูยังเปียกอยู่ “หนูลีไปแล้วเหรอ” อนลจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อลงไปสอบถามที่ล็อบบี้ว่าวลาลีออกไปตอนไหนแล้วค่อยกลับมาสะสางเรื่องเมื่อคืนว่าใครเป็นคนทำแต่ไม่มีใครเห็นว่าวลาลีออกไปตอนไหนจนอนลเรียกดูกล้องวงจรปิดก็เห็นร่างเล็กเดินกระย่องกระแย่งไปที่ประตูแล้วไปขึ้นแท็กซี่ที่หน้าโรงแรมชายหนุ่มจึงให้พนักงานก็อปปี้ภาพจากห้องงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนเมื่อคืนนี้ให้ทั้งหมดก่อนจะกลับคอนโดและจนกินอะไรไม่ลงนอกจากกาแฟแก้วเดียว “ทำยังไงดีวะ ทำยังไงดี ไอ้ไวทย์เอากูตายแน่ๆ” อนลคิดไม่ตกว่าจะบอกเพื่อนดีหรือไม่จึงเดินวนเวียนหน้าห้องของไวทย์ไม่ว่ายังไงเขาจะรับผิดชอบวลาลี คุณจรุมลรอลูกชายจนสายก็ไม่ติดต่อไม่ได้ด้วยความร้อนใจเพราะเพื่อนรักมารอจนหงุดหงิดทำให้เธอชวนกันมาหาลูกชายที่เพนต์เฮ้าส์ พอออกจากลิฟต์ก็เห็นเพื่อนลูกชายยืนอยู่หน้าห้องของไวทย์ “อ้าวตาอนลมายืนทำอะไรตรงนี้ลูก” คุณจารุมลถามเพื่อนลูกชาย “สวัสดีครับคุณแม่ คุณป้า ผมมาหานายไวทย์ครับคุณแม่.” “อ่อ แล้วทำไมไม่เข้าไปล่ะ นี่แม่ก็มาหาพ่อตัวดีนั่นเหมือนกันก่อเรื่องไว้แล้วหายหัวไปเลย แม่ต้องมาตาม.”คุณจารุมลพูดถึงลูกชายตัวดีอย่างหงุดหงิดเพราะเพื่อนรักยืนข้างๆกดดันเธอจนต้องมาตามลูกชายถึงคอนโด “ก๊อกๆ ก๊อกๆ” “ผมเปิดเองครับ” อนลพูดจบก็กดระหัสห้องของเพื่อนเมื่อประตูเปิดออกคุณจารุมลกับคุณสุรางค์ก็เดินเข้าไปในห้อง “เอ้ะ นี่กระเป๋าของยัยปี่นี่” คุณสุรางค์มองกระเป๋าถือของลูกสาวที่วางอยู่บนโต้ะตรงโซฟาแล้วมองรอบๆห้องของไวทย์ก็เห็นประตูห้องนอนสองห้อง “หนูปี่มาทำอะไรที่นี่ตาอนลรู้มั้ยลูก” จารุมลถามเพื่อลูกชาย “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ.” อนลมองตาคุณสุรางค์เดินไปเปิดห้องนอนห้องแรกก็ไม่เห็นลูกสาวจึงเดินไปอีกห้องแล้วเปิดประตูเข้าไปมองเห็นสองหนุ่มสานอนกอดกันอยู่บนเตียงมีเสื้อผ้ากระจัดกระจายบนพื้นไม่ต้องบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น “ตาไวทย์ /ยัยปี่.” สองแม่เรียกลูกของตัวเองดังลั่นด้วยความตกใจจนสองหนุ่มสาวสะดุ้ง “คุณแม่/ คุณแม่.” “แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วออกไปคุยกันข้างนอก” เสียงคุณสุรางค์สั่นพร่ามองลูกสาวกับไวทย์ด้วยสายตาผิดหวัง แต่ในใจกลับยิ้มแย้มเมื่อลูกสาวสมหวัง “ปิ้กใจเย็นๆก่อนนะ” สุรางค์พูดกับเพื่อนเพราะยังไงลูกชายของเธอก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขากระทำ “เธอจะให้ฉันใจเย็นได้ยังไงหวาน ตาไวทย์บอกว่ามีแฟนที่จะแต่งงานกันแล้วมาทำแบบนี้กับลูกสาวของฉัน ลูกชายเธอไม่เสียหายนี่.” “ไปกันใหญ่แล้วปิ้ก ฟังฉันก่อนสิลูกชายฉันต้องรับผิดชอบหนูปี่แน่นอน เธอไม่ต้องห่วงหรอก ที่ฉันพูดอยากให้เธอใจเย็นคุยกันด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์เท่านั้น.” จารุมลบอกเพื่อนอย่างหนักใจและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นลูกชายถึงได้ทำแบบนี้ ไวทย์มองปรีชญาด้วยความผิดหวังที่ใช้วิธีนี้เพื่อให้เขาแต่งานกับเธอ เมื่อคืนเขาดื่มหนักมากจนมองเห็นปรีชญาเป็นวลาลี “เธอเข้ามาในห้องของพี่ได้ยังไง” “ปี่ ฮือๆ ปี่เป็นห่วงพี่ไวทย์ก็เลยตามมาดู แต่พี่ไวทย์ไม่ฟังปี่เลย ปี่ห้ามแล้วนะ ฮืออๆ..” ปรีชญาร้องไห้เมื่อเห็นท่าทางหัวเสียของไวทย์แทนที่เขาจะต้องดีใจที่เธอเก็บพรหมจรรย์ไว้ให้เขา “โธ่โว้ยย,เป็นแบบนี้ได้ยังไงวะ” ไวทย์สบถอย่างหัวเสียเแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำอย่างไม่สนใจปรีชญาที่นอนระบมอยู่บนเตียงทั้งที่ผ่านความเร่าร้อนด้วยกันมาทั้งคืน เมื่อสองหนุ่มสาวเดินออกมาจากห้องในชุดเรียบร้อยมานั่งตรงข้ามผู้เป็นแม่ของพวกเขาและอนลมองเพื่อนอย่างเข้าใจว่าพลาดไปแล้วเต็มๆจึงนั่งนิ่งอย่างคนน้ำท่วมปาก “ไวทย์ทำแบบนี้กับน้องเท่ากับดูถูกครอบครัวของน้านะ เห็นน้องปี่เป็นของเล่นเป็นลูกไม่มีพ่อแม่หรือไง” สุรางค์ต่อว่าไวทย์ “ผมขอโทษครับคุณน้า” “ขอโทษเหรอ ไวทย์จะไม่รับผิดชอบในสิ่งทำกับน้องปี่เหรอ แค่นี้น้าก็เอาปี้บคลุมหัวแล้วมีลูกไม่รักดีอย่างนี้รู้ไปถึงไหนได้อับอายขายหน้าไปทั้งตระกูล” “ปิ้กฟังก่อนสิ.”จารุมลบอกเพื่อนที่เอาแต่ว่าไม่ยอมฟัง “ผม ผมจะรับผิดชอบลูกสาวคุณน้าครับ จะให้ผมทำยังไงก็บอกมาเลยครับ รบกวนคุณแม่ช่วยจัดการให้ด้วยนะครับ” ไวทย์บอกแม่ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้อง “ตาไวทย์/พี่ไวทย์คะ.” จารุมลกับปรีชญาเรียกตามหลังไวทย์และอนลก็ลุกเดินตามเพื่อนออกไปจากห้อง “ดูสิตาไวทย์ทำกับหนูปี่ของฉันแล้วยังไม่ให้เกียรติอีก ฉันต้องการให้ตาไวทย์แต่งงานกับหนูปี่ให้เร็วที่สุด.” “ได้สิ ฉันจะจัดการให้ คงต้องหาฤกษ์หายามกันก่อนนะปิ้ก ป้าขอโทษด้วยนะหนูปี่..” จารุมลจับมือหลานสาวที่เห็นมาแต่เล็กแต่น้อยแอบหวังไว้ว่าอยากได้เป็นลูกสะใภ้แต่ตอนนี้เธอกลับสับสนคงต้องคุยกับลูกชายก่อนว่าเรื่องราวเป็นมายังไง แต่ไวทย์ต้องแต่งงานกับปรีชญา “ปี่ไม่เป็นไรค่ะป้าหวาน ฮึ้กๆ.” ปรีชญาสะอื้นไห้ทำให้คุณจารุมลสงสารก่อนจะพากันกลับบ้านและนัดคุยกันเรื่องแต่งงานพร้อมหน้าพร้อมตาในวันพรุ่งนี้ ไวทย์เดินไปที่ห้องของอนลแล้วทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา “ไวทย์ มันเกิดอะไรขึ้นทำไมยัยปี่ไปนอนในห้องมึงได้” “กูไม่รู้ กูนึกว่าเป็นหนูลี เมื่อคืนกูเมามากไอ้ธรรศกับไอ้ชัยพากูมาส่ง กูจำได้แค่นี้แหละ.” ไวทย์ทิ้งตัวลงนอนอย่างหนักใจไหนจะแฟนสาวอีกล่ะเขาจะบอกวลาลียังไงดี “แล้วแกจะทำยังไงกับหนูลีล่ะ” อนลน้ำท่วมปากพูดไม่ออกแต่เขาจะรับผิดชอบวลาลีในเมื่อไวทย์จะแต่งงานกับปรีชญาและเขาก็ไม่ถือที่หญิงสาวไม่บริสุทธิ์ “กูไม่รู้” หลังจากวันนั้นไวทย์ก็ติดต่อแฟนสาวไม่ได้ ไปถึงบ้านก็ไม่เจอแม้แต่อนลไปดักรอก็ไม่เจอเพราะวลาลีขอพี่สาวย้ายไปอยู่หอพักใกล้ที่ทำงาน และข่าวของไวทย์ ราชภักดีภิมุข นักธุรกิจหนุ่มหล่อชื่อดังหมั้นหมายกับ ปรีชญา พรมพิมาน ลูกสาวนักธุรกิจสังหาริมทรัพย์จะแต่งงานกันก็ดังชั่วข้ามคืนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยกบ้างก็บอกว่าเรือร่มในหนองทองจะไปไหน วลาลีอ่านข่าวแล้วก็ยิ่งทำให้เสียใจเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในงานวันเกิดของแฟนหนุ่มและเธอไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าตัวเองถูกวางยาปลุกเซ็กซ์ แต่ใครทำล่ะเธอก็กินและดื่มเหมือนทุกคนหรือว่าน้ำส้มแก้วนั้น วลาลีคิดว่าเป็นอนลแล้วเขาทำเพื่ออะไรในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นแฟนของไวทย์ ยิ่งคิดก็ทำให้เธอเครียด วลาลีจึงทุ่มเทกับงานและพยายามลืมเรื่องที่เกิดขึ้น “ลีมีคนมาหาจ้ะ” เพื่อนร่วมงานเดินมาบอกวลาลี “ใครคะพี่” “คุณไวทย์น่ะสิ ลีรู้จักเขาด้วยเหรอจ้ะ” “อ่อ. เจ้านายเก่าค่ะ เดี๋ยวหนูมานะคะ” วลาลีตัดสินใจคุยกับไวทย์เพื่อจะได้จบกันสักทีถึงแม้ไวทย์จะไม่แต่งงานกับปรีชญาเธอเองก็ไม่สามารถแต่งงานกับเขาได้เหมือนกัน “หนูลี” ไวทย์นั่งรอวลาลีที่ห้องรับรองรอพอเห็นแฟนสาวก็ถลาเข้าไปหา “หยุดตรงนั้นค่ะคุณไวทย์” “หนูลี” ไวทย์ชะงักกับน้ำเสียงห่างเหินของแฟนสาว “คุณไวทย์มีธุระอะไรกับดิฉันคะ รีบพูดมาเถอะค่ะดิฉันเกรงใจเพื่อนร่วมงาน” “พี่ขอโทษหนูลี พี่ผิดไปแล้วแต่พี่ไม่.” “ดิฉันเข้าใจค่ะ ขอให้เราเลิกแล้วต่อกันต่างคนต่างไปมีชีวิตของตัวเอง หากเจอกันก็ทำเหมือนไม่เคยรู้จักกันนะคะ ขอให้พี่ไวทย์โชคดีมีความสุขกับคุณปรีชญานะคะ สวัสดีค่ะ” วลาลีพูดจบก็ยกมือไหว้เดินจากไปด้วยหัวใจแตกสลายทำให้ไวทย์พูดไม่ออกได้แต่มองตามด้วยความเสียใจไม่แพ้กัน เธอก็ทำผิดกับแฟนหนุ่มไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนของเขาอีกทำให้วลาลีไม่กล้าสู้หน้าไวทย์ จากกันแบบนี้ดีที่สุดม้นแนะนำไรท์ได้นะคะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม