เจ้าสาวผู้ถูกหมางเมิน... ep3
“ใครอยู่ข้างนอก...เข้ามา...”
น้ำเสียงทรงพลังดังราชสีห์ออกคำสั่งเสร็จสิ้นไม่ถึงอึดใจประตูห้องหอก็เปิดออกกว้างพอให้ข้ารับใช้วัยชราผู้หนึ่งเดินเข้ามาค้อมตัวคารวะ
“ท่านอ๋องมีสิ่งใดจะสั่งหรือขอรับ”
“ประเดี๋ยวไปปัดกวาดเรือนไผ่งาม”
พ่อบ้านหม่าเงยหน้ามองประมุขจวนด้วยสีหน้างวยงง ก่อนจะบังอาจถามด้วยความสงสัย
“จะให้พระชายาไปอยู่ที่นั่นหรือขอรับ”
“มิใช่นาง แต่เป็นตัวข้าเอง ข้าจะไปพักที่นั่นสักระยะหนึ่ง”
“แต่ว่าท่านอ๋อง...เรือนไผ่งามอยู่ด้านหลังสุดของจวน ทั้งเล็ก และรกร้าง ห่างไกลจากที่นี่มากอยู่นะขอรับ” พ่อบ้านหม่าเอ่ยเตือน
“ที่นั่นอยู่ติดค่ายฝึกทหาร ข้ามีภารกิจที่ต้องทดสอบสมรรถภาพของกองทัพสกุลเซวียหลังจากที่มิได้กลับมาตรวจความพร้อมเสียนาน ไม่อยากเดินทางไปกลับให้เสียเวลา ไม่ต้องซักถามอะไรมาก ไปจัดการตามที่สั่งก็พอ”
“แล้วคืนนี้...”
“ข้าจะอยู่ห้องหนังสือ ห้ามใครเข้าไปรบกวน”
น้ำเสียงสั่งการเฉียบขาดก่อนจะเดินพ้นประตูออกไป ไม่ว่าใครก็มิอาจทัดทานเปลี่ยนแปลง พ่อบ้านชราได้แต่โค้งตัวคำนับตอบรับคำสั่ง นึกเห็นใจชายาอ๋องผู้นี้ยิ่งนัก ไม่รู้นี่คือวาสนาดีหรือว่าชะตาร้ายที่ต้องแต่งเข้าจวนอ๋องของผู้ได้สมญาเทพสงคราม
เซวียเย่าอ๋องเป็นทายาทตระกูลแม่ทัพมาตั้งแต่ต้นปฐมกษัตริย์ที่มีความสามารถเก่งกาจ น่าเกรงขาม รบชนะเหนือจรดใต้จนได้สมญาเทพสงครามได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์แต่งตั้งเป็นจวิ้นอ๋อง บุรุษผู้ไม่เคยเหลือบแลสตรีใด เล่าขานกันว่าโหดร้ายจนแม้แต่ยุงตัวเมียก็ยังไม่กล้าบินผ่านค่าย การแต่งงานครั้งนี้หากมิใช่สมรสพระราชทาน เกรงว่าพ่อบ้านผู้เฒ่าอย่างเขาคงไม่มีโอกาสเห็นคุณชายใหญ่ตระกูลเซวียกลับจวนเป็นแน่
ฟ้ายังมิทันสาง เสียงไก่ขันแว่วอยู่ภายนอกปลุกให้กู้อันเฉิงขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบห้องหอทุกอย่างยังดูปกติ หมอนไม่มีร่องรอยคนนอนเคียงข้าง ดูท่าเมื่อคืนนางคงถูกทิ้งให้เฝ้าหอเพียงลำพัง ก็ดี...นี่แสดงให้เห็นว่าอ๋องผู้นี้ไม่ได้ยินดีกับการแต่งชายาสักเท่าใดนัก หากพบหน้าเรื่องการเจรจาต่อรองก็ไม่ใช่เรื่องยาก
“หวางเฟยตื่นแล้ว ล้างหน้าล้างตาหน่อยนะเจ้าคะ” ถานเอ๋อร์สาวใช้ประจำตัวของเวยเซี่ยวเอ่ยเมื่อประครองชามใบใหญ่ใส่น้ำไว้กว่าครึ่งเดินผ่านประตูเข้ามา
“เหตุใดหวางเฟยยังอยู่ในชุดนี้... แล้วท่านอ๋องล่ะเจ้าคะ”
“เจ้าถามข้าแล้วข้าต้องถามใคร” กู้อันเฉิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
ถานเอ๋อร์จัดการดูแลคุณหนูของนางอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ล้างหน้าสีฟันยันเปลี่ยนเสื้อผ้า จากชุดแต่งงานสีแดงสดต้องมาสวมชุดกระโปรงสีขาวที่ดูเรียบง่ายสำหรับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ทว่าสำหรับกู้อันเฉิงผู้ที่เคยสวมใส่เฉพาะชุดบุรุษและเครื่องแบบทหาร พอได้สวมใส่ชุดสตรี ก็เกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่มาก ยิ่งต้องมาถูกปรนนิบัติประหนึ่งทารกแบเบาะเช่นนี้แล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่คุ้นชิน แต่พอหมุนตัวมองเรือนร่างผ่านกระจกทองแดง มิอาจไม่ยอมรับว่าร่างนี้เป็นดรุณีน้อยที่งดงามยิ่งนัก
“งดงามมากเลยเจ้าค่ะ”
“เจ้าเรียกข้าเหมือนเดิมที่เจ้าเคยเรียกเถอะ เรียกหวางเฟย ข้าไม่คุ้นชิน”
“จะดีหรือเจ้าคะ”
“เถอะน่า...สำหรับเจ้าคนสนิทของข้า ข้าอนุญาต”
พอได้ยินคุณหนูยกให้นางเป็นคนสนิท ถานเอ๋อร์ฉีกยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ หมายมั่นตั้งใจปรนนิบัติพระชายาจะไม่ยอมให้มีขาดตกบกพร่องแม้แต่เรื่องเดียว
เสียงเคาะประตูจากภายนอกดังขึ้น กู้อันเฉิงสั่งให้ถานเอ๋อร์ไปเปิดประตู พบชายสูงวัยมาพร้อมบ่าวรับใช้อีกสองคนยืนรออยู่ภายนอก
“เป็นผู้ใด...มีเรื่องอันใด?” กู้อันเฉิงเอ่ยถาม
เมื่อต้องเข้ามาเป็นผู้อาศัยคนใหม่ ภายในจวนอ๋องแห่งนี้นางมิอาจไว้วางใจใครมากพอที่จะยอมให้คนแปลกหน้าเดินผ่านเข้าออกประตูโดยมิได้ตรวจสอบให้ชัด
“ข้า...พ่อบ้านหม่า ท่านอ๋องให้มาเตือนพระชายาว่า เช้านี้ต้องเข้าวังไปถวายพระพรฮ่องเต้ขอรับ” พ่อบ้านผู้เฒ่าค้อมตัวรายงานอย่างสุภาพ
“แล้วท่านอ๋องล่ะ”
“รับประทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ท่านอ๋องกำลังรอพระชายาอยู่หน้าจวนขอรับ”
“รับประทานมื้อเช้าแล้ว? ตั้งแต่ไก่โห่นี่นะทั้ง ยังไม่เชิญหวางเฟยร่วมโต๊ะ นี่หมายความว่าอย่างไร” ถานเอ๋อร์ถามออกไปด้วยความไม่พอใจ คุณหนูของนางถูกหมางเมินตั้งแต่คืนเข้าหอแล้วยังไม่พอ แม้แต่อาหารมื้อเช้าท่านอ๋องยังไม่สนใจจะให้ร่วมโต๊ะ
“แล้วท่านอ๋องรับประทานอาหารที่ใด” กู้อันเฉิงมิได้สนใจ นางได้แต่ถามไปตามธรรมเนียม อย่างน้อยใครก็ไม่อาจพูดได้ว่านางไม่ใส่ใจสามี
“ที่เรือนไผ่งามขอรับ ที่นั่นใกล้ลานฝึกทหาร ท่านอ๋องบอกว่าช่วงนี้มีงานฝึกทหารจำเป็นต้องพำนักที่นั่นชั่วระยะหนึ่ง ทั้งยังเห็นแก่หวางเฟยที่อาจต้องใช้เวลาปรับตัว” พ่อบ้านชราเอ่ย แล้วก็ค่อยสังเกตสีหน้าผู้เป็นนายหญิงคนใหม่ของจวน เขาพยายามหาเหตุผลที่ฟังแล้วเข้าทีในการอธิบาย เพื่อมิให้เกิดเรื่องผิดใจกันเพียงวันแรกที่ได้อยู่ร่วมฐานะสามีภรรยาระหว่างเซวียเย่าอ๋องกับหวางเฟย
“ถึงท่านอ๋องจะพำนักที่เรือนหลัก เจ้านายข้าก็หาใช่คนเรื่องมาก” ถานเอ๋อร์แย้ง
“หากท่านอ๋องพำนักอยู่ที่นี่ จะมีทหารเดินเข้าเดินออกแทบทุกชั่วยาม อาจสร้างความรำคาญให้หวางเฟยได้” พ่อบ้านหาข้ออ้างได้ลงตัวนัก
“คุณหนูของข้าเป็นถึงบุตรีภรรยาเอกของจวนเสนาบดี แต่งเข้าจวนอ๋องในฐานะชายาเอก ท่านอ๋องทำเช่นนี้ช่างไม่เห็นแก่หน้า...” ถานเอ๋อร์พยายามเรียกร้องความเป็นธรรมให้คุณหนูของนาง
“ช่างเถอะ... ข้าเองก็ต้องการความสงบ วันนี้ต้องเข้าเฝ้าเพื่อขอบพระทัยฝ่าบาทที่พระราชทานสมรสให้ใช่หรือไม่”
“ขอรับ”
“ก่อนจะไปเข้าเฝ้าฯ ท่านอ๋องคงไม่ว่ากระไรหากจะรออีกสักหน่อย ข้าจะทานมื้อเช้าก่อน รบกวนพ่อบ้านยกสำรับอาหารมาที่นี่” กู้อันเฉิงกล่าว ตอนแรกนางเองก็รู้สึกได้ว่ากำลังถูกหยามศักดิ์ศรีของสตรี หากเป็นสตรีอื่นถูกทิ้งร้างไร้ความใส่ใจจากสามี พวกนางคงได้แต่ร้องไห้ โวยวาย ผูกคอตาย แต่พอได้ยินว่าจวนอ๋องแห่งนี้มีลานฝึกทหาร นางกลับยินดียิ่ง นี่เป็นโอกาสเหมาะที่นางจะได้ฝึกฝนร่างกายที่เปราะบางนี้ให้แข็งแกร่งดังเดิม
“ได้ขอรับ” พ่อบ้านโค้งคำนับก่อนจะหันหลังกลับ
“เดี๋ยว...ข้ายังไม่สั่งรายการอาหารเลย”
“ขอรับ...” พ่อบ้านหันกลับมารับคำสั่ง
“ข้าต้องการเนื้อไม่ติดมันย่างสุกพอดีอย่าเกรียมมากสักหกชั่ง ไข่ต้มสิบฟอง แตงกวาห้าลูก ผักสดสักจาน อ้อ...อย่าลืมข้าวอีกสองถ้วย”
รายการอาหารที่ชายาอ๋องสั่งนั้น ทำเอาพ่อบ้านหม่าถึงกับทำตาโต อึ้งจนมิอาจกล่าว ทำได้เพียงโค้งคำนับอีกครั้งแล้วถอยหลังออกไป
“เดี๋ยว”
เสียงเรียกของพระชายาดังขึ้นก่อนที่พ่อบ้านชราจะออกไปพ้นประตู พ่อบ้านหม่าหันกลับมารอรับคำสั่งอีกรอบ ในใจคิดว่าพระชายาคนนี้ดูแปลก แตกต่างจากคุณหนูสูงศักดิ์คนอื่นๆที่เขาเคยเห็นมา
“พระชายามีอะไรจะสั่งเพิ่มขอรับ”
“เรื่องอาหารการกินของข้า ต่อไปข้าจะให้สาวใช้ส่งรายการอาหารไปให้ล่วงหน้าทุกวัน วานท่านพ่อบ้านช่วยจัดอาหารให้ตามรายการนั้นด้วย จะได้หรือไม่”
เหมือนจะเป็นคำขอร้อง แต่พ่อบ้านหม่ารู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เป็นคำสั่งของชายาอ๋องที่เขาไม่อาจปฏิเสธหรือโต้แย้งหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงในการจัดสนองความต้องการ พ่อบ้านหม่าโค้งคำนับรับคำสั่งอีกครั้งก่อนจะดึงบานประตูปิดเข้าหากันดังเดิม
“คุณหนู! จะรับประทานแบบนั้นได้หรือเจ้าคะ”แม้แต่ถานเอ๋อร์ยังทำตาโตเท่าไข่เป็ด
“ก็แค่เนื้อไม่กี่ชั่ง ไข่ไก่ไม่กี่ฟอง แตงกวาไม่กี่ลูก ผักสดตามฤดู มีอะไรน่าแปลก”
“มันเยอะเกินไป คุณหนูไม่เคยทานอาหารประเภทนี้ และเยอะขนาดนี้” ถานเอ๋อร์แย้ง
“มิน่า ร่างกายนี้ถึงได้ผอมโซไร้เรี่ยวแรงนัก อาหารมื้อนี้แค่เล็กน้อยพอให้กระเพาะคุ้นชิน เห็นทีข้าต้องเริ่มต้นขุ่นตัวเองแล้วล่ะ จะค่อยๆเพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้นกว่านี้อีก เจ้าเองก็ต้องกินเหมือนอย่างที่ข้ากิน ต่อไปใครก็ไม่อาจรังแกเจ้าได้” กู้อันเฉิงเอ่ยก่อนจะหันมาสนใจชุดที่ตนสวมใส่ “ข้าไม่ชอบชุดนี้ ดูรุ่มร่ามพิลึก ไว้กินข้าวเสร็จเจ้าไปหาชุดใหม่มาเปลี่ยนให้ข้าที ขอชุดที่ดูรัดกุมกว่านี้หน่อย”
“ชุดรัดกุมไม่ได้นะเจ้าคะ คุณหนูต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ชุดที่สวมก็ต้องเป็นชุดกึ่งพิธีการหน่อย บ่าวจำได้ว่าเอามาจากจวนหลายชุด รอสักครู่นะเจ้าคะ...”
ถานเอ๋อร์รีบรุดออกไปจากห้องเพื่อหาชุดใหม่มาเปลี่ยน พอกลับมาถึงก็พบว่าอาหารที่สั่งถูกนำมาวางไว้เต็มโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
“กินก่อนค่อยเปลี่ยนชุด” กู้อันเฉิงสั่ง นางนั่งลงทั้งพยักหน้าให้สาวใช้นั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน ถานเอ๋อร์จะยังอิดออดลังเล แต่เมื่อเห็นสายตาคมดุที่จ้องมองมานั้นนางก็รีบปฏิบัติตามทันที นับจากนี้คำสั่งของคุณหนูรองคือประกาศิต เมื่อสั่งแล้วถานเอ๋อร์มิอาจไม่ทำตาม
ที่แท้อาหารที่สั่งมามากมายคุณหนูสั่งมาเผื่อนาง คุณหนูให้นางร่วมโต๊ะรับประทานอาหารถือว่าเป็นวาสนาสุดหาใดเปรียบ ทว่าคำสั่งที่ให้นางกินเนื้อสามชั่ง กินไข่ต้มห้าฟอง รวมไปถึงข้าวหนึ่งถ้วยและผักอีกครึ่งจานนี่สิ ตัวนางเล็กแค่นี้ ตัวคุณหนูของนางยิ่งบอบบางเข้าไปใหญ่ไฉนเลยจะจัดการได้หมด แต่ผิดคาดสุดท้ายบนโต๊ะอาหารก็หลงเหลือเพียงจานเปล่า ไม่เหลือเศษข้าวติดถ้วยเลยแม้สักเม็ด ไม่อยากจะเชื่อ นี่คือคุณหนูรองผู้บอบบางที่ไม่มีแม้กระทั่งแรงเชือดไก่ของนางจริง ๆ หรือ