“หยุดก่อน!”
เสียงทุ้มต่ำ แฝงพลังอำนาจที่เหมือนจะสะกดอากาศทั้งตลาดให้หยุดนิ่ง ดังกึกก้องเหนือเสียงเซ็งแซ่ของผู้คน
ฝูงชนแตกออกเป็นสองฝั่งราวกับน้ำถูกผ่ากลางสาย สายตานับร้อยหันไปทางบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิท ที่ก้าวออกมาจากเงามืด ทุกฝีเท้าของเขาหนักแน่น และกดดันเสียจนพ่อค้าและคนงานต้องเบี่ยงหลบโดยไม่รู้ตัว ฮูดคลุมปิดบังดวงตา แต่เพียงอากัปกิริยา ก็มากพอจะทำให้ใครต่อใครไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เขาหยุดยืนตรงหน้ากรงที่กีรติถูกขังอยู่~สายตาที่มองลอดใต้เงาฮูดเหมือนทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ เธอสะดุ้งวูบ รู้สึกเหมือนร่างกายถูกตรึงให้นิ่งโดยพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
“หญิงสาวผู้นี้…ข้าจะรับไป”
น้ำเสียงเรียบง่าย ทว่าคมชัดจนไม่มีช่องให้ปฏิเสธ
พ่อค้าทาสหันขวับมามองกีรติแวบหนึ่ง ก่อนตะโกนกลับเสียงแข็ง
“ไม่ได้! นังนี่เพิ่งถูกจับมา ยังไม่ทันได้ตั้งราคาเลยด้วยซ้ำ!”
ชายชุดดำตอบสั้น ตรง และเฉียบเหมือนดาบที่ฟาดกลางอากาศ
“ข้าไม่สนราคา~ข้าต้องการนาง”
หัวใจของกีรติสะท้านแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดพวยพุ่งขึ้นในอก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่เหมือนถูกปลุกจากความฝัน อันเก่าแก่ ราวกับคำพูดของเขาได้กดปุ่มบางอย่างในจิตวิญญาณของเธอ
มือหนึ่งค่อย ๆ ยื่นผ่านซี่กรงมาหาเธอ
“ไปกับข้า…แล้วเจ้าจะปลอดภัย”
กีรติเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ เธอคิดพลัน~
“นี่ฉันควรคว้ามือเขาไว้…หรือกำลังจะพาตัวเองไปตกนรกอีกขุมกันนะ?”
แต่ก่อนที่เธอจะตัดสินใจ เสียงแหบพร่าของหญิงชราคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น~เสียงนั้นแหลมคมพอจะฉีกบรรยากาศขึงขังให้แตกออกได้
“ข้า…เอานางหนูนี่แหละ!”
กีรติแทบหายใจไม่ออก เธอหันซ้ายแลขวาอย่างตื่นตระหนก แต่ทุกสายตาที่รายล้อมล้วนเฉยชา มีเพียงหญิงชราในชุดเก่าซอมซ่อ ผู้ยืนค้ำไม้เท้าเก่า ๆ เอาไว้ ปลายไม้เท้าชี้ตรงมายังเธอ ดวงตาเหี่ยวย่นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้
ชายชุดดำเงยหน้าไปสบตานาง เสียงที่เอื้อนเอ่ยฟังดูประหลาด คล้ายจะเรียบง่ายแต่กลับอ่อนน้อมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
“ท่านพี่…”
เพียงเสี้ยววินาที หญิงชราก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มแผ่ว ๆ
“เจ้าอยากเป็นโจรปล้นโจรหรืออย่างไร…?”
บทสนทนานั้นเร็วเกินกว่าฝูงชนจะทันจับใจความ มีเพียงทั้งสองที่เข้าใจกันในความเงียบงัน
“เฮ้! เอาตัวมันออกมา!”
หัวหน้ากลุ่มทาสตะโกนเสียงกร้าว ลูกน้องรีบกระชากประตูกรงออกพร้อมเสียงเหล็กเสียดสีดังครืดคราด
กีรติถูกดึงแขนอย่างรุนแรง ร่างบางถูกลากจนล้มคว่ำลงกับพื้นทรายที่บาดผิวจนเลือดซึม
“โอ๊ย!”
เธออุทานอย่างเจ็บปวดในลำคอ แต่ไม่มีใครใยดี
“หนีไม่ได้หรอก! หึ!”
ชายฉกรรจ์หัวเราะเย้ย พลางลากเธอมาหยุดตรงหน้าหญิงชรา
กีรติรู้สึกเหมือนถูกโยนลงก้นเหวแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง หัวใจเธอร่วงวูบ ดวงตาสั่นไหว น้ำตาคลอ แต่ก็ยังพึมพำปลอบตัวเองเบา ๆ
“อย่าร้อง…ห้ามร้องนะ…”
หญิงชราโน้มตัวลงมา ดวงตาเหี่ยวย่นจับจ้องเธอไม่กะพริบ ราวกับกำลังประเมินบางสิ่งที่คนอื่นไม่อาจมองเห็น
หัวหน้าทาสหัวเราะหยัน ก่อนประกาศเสียงดังลั่นตลาด
“นังนี่~ราคาด้วยข้าวสิบกระสอบ!”
หญิงชราขมวดคิ้วทันที ตวาดเสียงหงุดหงิด
“อะไรนะ! เจ้าจะปล้นข้าเลยรึ?”
“หึ นางทั้งสาว ทั้งสวย หากส่งเข้าซ่อง ข้าจะได้กำไรนับพันเท่า ที่ให้ราคานี้ก็เพราะเห็นว่าเราค้าขายกันมาเนิ่นนาน ไม่งั้นข้าจะไม่ไว้หน้าเลยด้วยซ้ำ!”
หญิงชราหรี่ตาลง สีหน้าเหมือนจะตำหนิแต่กลับมีประกายขบขันซ่อนอยู่
“เก้ากระสอบ…มากที่สุดที่ข้ายอมให้ นางผอมบางเสียขนาดนี้ เห็นชัด ๆ ว่าขี้เกียจแน่ ๆ ข้ากลัวว่าจะเลี้ยงเสียของ”
กีรติเบิกตากว้าง
“เดี๋ยวสิ! ฉันยังไม่ได้ทำงานเลยนะ มาว่าฉันขี้เกียจได้ไง!”
เธอเถียงในใจ แต่เสียงก็ไม่พ้นริมฝีปาก
หัวหน้าทาสนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจห้วน ๆ
“ก็ได้! เก้ากระสอบก็เก้ากระสอบ! ข้าไม่อยากเถียงกับแม่เฒ่าแล้ว”
เขาสั่งลูกน้องทันที
“เอาตัวนางไปขังไว้ก่อน!”
เสียงเหล็กเสียดสีกลับมาอีกครั้งเมื่อกีรติถูกโยนเข้ากรงเหมือนสิ่งของไร้ค่า เธอทรุดตัวลง น้ำตาไหลอาบแก้ม แม้จะพยายามกลั้นไว้ แต่ความสิ้นหวังกลับหนาหนักเกินจะรับไหว
หญิงชราหันหลังช้า ๆ เอ่ยประโยคสุดท้ายที่ดังขึ้นเหมือนคำพิพากษา
“อีกสองวัน…ข้าจะเอาข้าวมา และจะรับตัวนางไปพร้อมกัน”
คำพูดนั้นประหนึ่งค้อนเหล็กที่ทุบที่กลางใจ~สองวัน…หรือโชคชะตาของกีรติจะเปลี่ยนไปตลอดกาล