“พี่ธารณ์ครับ”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยทักทายพี่ชายมาจากด้านหลัง ทำให้ทั้งสามที่นั่งอยู่หันไปมองต้นเสียงทันที
“อ่าวนายธีร์”เสียงปารเมศเรียกน้องชายที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาที่โต๊ะ
“สวัสดีครับพี่ธารณ์”
ทั้งสองหนุ่มก็ทักทายพี่ชายของเพื่อนตามปกติและกำลังเหลือบมองสองสาวอย่างงวยงง ‘เธอเป็นใครกัน’
“นี่น้องชายผม ธีร์ และหมอมังกรกับหมอวายุเพื่อนของเขา”
ปารเมศแนะนำน้องชายและเพื่อนน้องชายให้สองสาวรู้จัก
“สวัสดีค่ะ”
เฌอรีนหันไปมองพร้อมกับยกมือไหว้คนทั้งสาม แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ทำให้เธอชะงักและตกตะลึงไปชั่วครู่ เธอก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตา
“สวัสดีค่ะ”ปวีณ์พรยกมือไหว้เช่นกัน
“นั่งก่อนสิธีร์”
ปารเมศเอ่ยชวนน้องชาย แต่ทว่าน้องชายเขากลับไม่ตอบใดๆ ออกมาเขาตื่นตะลึงจนไม่อาจเคลื่อนสายตาออกห่างได้ เขาจ้องหน้าของหญิงสาวด้วยความตกใจ เหมือนกับว่าเจอคนรู้จัก ใช่! เขารู้จัก ‘เธอคนที่เขาตามหา’
“ธีร์ นายธีร์!”น้ำเสียงของภวิศดังขึ้น
“ครับพี่ธารณ์”
ปรินทร์มองสาวคนตรงหน้าอย่างไม่วางตาเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยของหญิงสาวคนที่พี่ชายแนะนำว่า ‘หมอเฌอ’ดวงตาของเขามีแววความสงสัยออกมาอย่างชัดเจน
“นั่งก่อนสิ...พี่พึ่งจะพาสองคนนี้มาทานข้าวด้วยกัน รู้จักกันไว้สิเธอสองคนนี่เป็นหมออยู่โรงพยาบาลเรานะธีร์”
“ครับ”สายตาของปรินทร์ก็ยังจับจ้องไปที่เธออีกเช่นเคย
“นั่งก่อนเถอะธีร์”
ธราธิปรีบเสนอให้เพื่อนนั่งลงเพื่อระงับอาการบางอย่างของตนเองก่อน ปรินทร์มองหญิงสาวคนนั้นแบบตาไม่กระพริบเหมือนกับว่าเธอคือคนที่เพื่อนเขารู้จัก และกำลังถูกพูดถึงเมื่อวาน
ทั้งสามคนนั่งลงโดยที่ปรินทร์นั้นนั่งตรงข้ามกับหญิงสาวทั้งสองคน เขาและธราธิปนั่งฝั่งเดียวกับพี่ชายส่วนภวิศนั่งข้างๆ หญิงสาวสองคนนั้น ทั้งหกจึงเหมือนหันหน้าเข้าหากันแบบตรงๆ
“โรงพยาบาลของพี่ธารณ์ใหญ่ขนาดนี้ มีหมอและพยาบาลเป็นพันๆ คงไม่รู้จักหรอกครับ”
ภวิศเอ่ยขึ้นเมื่อเขาก็สงสัยในอาการของเพื่อนชายของเขาเช่นกัน ‘หรือเธอคนนี้คือคนที่ปรินทร์ตามหา’
“เราสองคนทำพาร์ทไทม์ค่ะ...ไม่ได้ประจำค่ะ”
เฌอรีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเบา ตอนนี้หัวใจของเธอรู้สึกเหมือนจะเต้นผิดจังหวะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหลือบมองหน้าของชายหนุ่มคนนั้น ‘เป็นไปไม่ได้’
“คุณชื่ออะไรนะครับ”
ธราธิปถามออกไปเพื่ออยากคลายข้อสงสัยของตัวเองโดยเฉพาะเพื่อนของเขาตอนนี้แสดงออกมาอย่างชัดเจนทางสายตา
“เอ่อ...เฌอรีนค่ะ”
เธอเอ่ยออกไปอย่างไม่เต็มเสียงนัก มันเป็นความตื่นเต้นบวกกับความตกใจ หลายๆ อย่างประเดประดังเข้ามา จนเธออยาก จะลุกและเดินหนีไปไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ตรงนี้
“เฌอรีน เหรอครับ”ภวิศถามซ้ำอีกที
“มีอะไรเหรอคะ”
ปวีณ์พรที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มสามคนนี้มา ท่าทีของเฌอรีนก็เปลี่ยนไป และหนึ่งในนั้นก็คือคนที่ชื่อธีร์จ้องหน้าเพื่อนสาวของเธออย่างไม่วางตา และดูเหมือนจะเอาแต่จ้องแบบนั้น
“เปล่าครับ...พอดีเพื่อนผมเขาก็มีคนที่รู้จักเมื่อหกปีที่แล้ว ชื่อเฌอรีนเหมือนกันครับ”
คำพูดของธราธิปเหมือนฟ้าที่ผ่าฟาดมากลางวงทันที
“เหรอ...แล้วหมอเฌอล่ะรู้จักนายธีร์มั้ยครับ”
ปารเมศหันมาถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาสักเท่าไหร่
“ไม่ค่ะ”
เฌอรีนตอบเพียงสั้นๆ แต่ภายในใจของเธอกลับเต้นโครมครามราวกับกลองหัวใจเธอเต้นระรัวเร็วขึ้นหลายจังหวะ เธอบีบมือตัวเองเพื่อเตือนสติของตัวเองตลอดเวลา
“แต่ผมว่า...ผมจำคุณได้นะครับเฌอรีน”
เสียงของปรินทร์ดังขึ้นทันทีเมื่อได้สิ้นเสียงของเธอ
“เอ่อ...ยังไงครับเนี่ย”
ธราธิปเอ่ยขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด
“ดิฉันไม่เคยรู้จักคุณค่ะ”
เฌอรีนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับตอบออกไปอย่างมั่นใจ ‘เธอไม่อยากจดจำสิ่งนั้น มันทำให้เธอละอายอย่างที่สุด ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยขายตัว’ ใครจะอยากจำแบบนั้นกัน
“อืม...ผมคงจำคนผิดครับพี่ธารณ์ ขอโทษด้วยนะครับ”
ปรินทร์กล่าวคำขอโทษกับพี่ชาย หัวใจเขากระตุกวูบพร้อมกับความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มทิ่มแทง
“อ่าวเหรอ...อืม...แล้วพวกนายมาทานข้าวกันหรือไง ถึงได้มากันพร้อมหน้า วันนี้พี่มาคุยเรื่องอาการป่วยของแม่หมอเฌอด้วย และเรื่องงานวิจัยของพี่ที่จะให้หมอเฟิร์นช่วย ก็เลยพาออกมาทานข้าวด้วยกัน”
“งั้นเดี๋ยวพวกเราขอตัวก่อนนะครับ พอดีจองโต๊ะไว้น่ะครับพี่ธารณ์”
ธราธิปเอ่ยตัดบทสถานการณ์ตึงเครียดนี้
“อ่อ...ได้สิ ไว้เจอกันนะ”ปารเมศยิ้มให้ทุกคน
ทั้งสามหนุ่มลุกขึ้นและเดินออกไปยังบริเวณด้านในของห้องอาหารที่ถูกจองไว้ทันที ปรินทร์จ้องมองหญิงสาวตรงหน้านัยน์ตาสีเหล็กเหมือนมีกองไฟลุกโชนแสดงออกอย่างชัดเจน ก่อนจะเดินจากไปทันที
“นายธีร์เป็นหมอเหมือนกันครับ ครอบครัวเราเป็นหมอกันทุกคน ยกเว้นคุณแม่คนเดียวครับ”
ปารเมศเอ่ยขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยล่วงรู้เหตุการณ์นี้เลย มันอาจจะเป็นการเข้าใจผิด
“หมอธารณ์มีพี่น้องกี่คนคะ”
ปวีณ์พรพยายามคลายความรู้สึกตึงๆ ออกไปตอนนี้เธออึดอัดเป็นอย่างมาก อยากจะถามเฌอรีนเหลือเกินว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มันคืออะไรกันแน่
“สองคนครับ”
อีกด้านหนึ่งของสี่โต๊ะถัดไป...
“ธีร์...สรุปเมื่อกี้...เธอคนนั้นคือคนที่นายเคยเปิดประสบการณ์เมื่อหกปีที่แล้วใช่ไหม”
ภวิศเอ่ยถามเพื่อนชายทันที
“อืม...”ปรินทร์ตอบโดยที่สายตาของเขายังจ้องไปยังโต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่
“อ่าว...แล้วทำไมนายบอกว่านายจำคนผิดวะธีร์”
ธราธิปงงกับคำตอบของปรินทร์
“ฉันไม่อยากให้พี่ธารณ์ตกใจ...ทำไมฉันจะจำเธอไม่ได้ เธออยู่กับฉันทุกคืนตลอดหกปี...เธอจงใจที่จะจำฉันไม่ได้ ตอนนี้เธอคงมีจุดประสงค์ใหม่คือพี่ชายฉัน”
ปรินทร์มองหญิงสาวอย่างคาดโทษ ‘เธอลืม...เดี๋ยวเขาจะฟื้นความทรงจำของเธอเอง จะทำให้จำจนไม่มีวันลืมเลยทีเดียว’
“งั้นก็ดีเลย...นายไม่ต้องไปหาหมอรักษาแล้ว...โลกกลมจริงๆ ว่ามั้ย...นายเฝ้าตามหาเธอมาตลอด แต่เธอกลับมาอยู่ตรงหน้านาย โดยไม่คิดว่าจะเจอ กลับเจอด้วยความบังเอิญ”
“เธอสวยมากเลยนะธีร์ ขนาดฉันไม่ชอบผู้หญิงยังจึ้งเลย มังกรนายนี่ตาถึงมากเลยนะ ที่เลือกผู้หญิงได้ขนาดนี้”
ภวิศเอ่ยชมเพื่อนครั้งแรกเลยก็ว่าได้
“มันแน่อยู่แล้ววายุ ฉันมันพวกสายซื้อกิน ก็ต้องเลือกกินสิ่งดีๆ ถูกปากน่ะสิ”
“แหม...ชมนิดหน่อยไปไกลเลยนะ”
“นายจะเอาไงต่อวะธีร์”
ธราธิปเอ่ยถาม เมื่อเห็นเพื่อนของเขาจ้องมองโต๊ะพี่ชายอย่างไม่วางตา
“ฉันไม่ขอบอกพวกนายแล้วกัน”
น้ำเสียงของเขาขรึมลงเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องเธอเขม็ง ปรินทร์กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ‘เธอแกล้งจำเขาไม่ได้ เพราะอาจมีพี่ชายของเขาอยู่แล้วก็ได้’แต่ปรินทร์ไม่ให้เธอทำแบบนั้นเด็ดขาด สิ่งที่เขาได้รับตลอดหกปีที่ผ่านมา มันทรมานแสนสาหัส เมื่อเจอเธอแต่เธอกลับตอบเพียงสั้นๆ ว่า ‘ไม่เคยรู้จัก’เปลวไฟในดวงตาของเขาลุกโชน ความผิดหวังและความน้อยเนื้อต่ำใจพุ่งเข้ามาฉีกกระชากวิญญาณของเขาอย่างเหี้ยมโหดด้วยคำพูดของเธอเพียงประโยคเดียว!
………………..
“มันเป็นไปได้ยังไงเฌอ เฟิร์นไม่อยากจะเชื่อเลย”
ปวีณ์พรเอ่ยออกมาด้วยความตกใจและตกตะลึงกับสิ่งที่เพื่อนเธอเล่าออกมา หลังจากที่ทั้งสองกลับถึงบ้านแล้ว
“มันเป็นไปแล้วเฟิร์น เฌอเองยังตกใจไม่หายเลย เขาคือคนเมื่อหกปีที่แล้ว คนที่ซื้อเฌอด้วยเงินสามแสนห้า เฌอจะทำไงดีเฟิร์น เฌอรู้สึกแย่มากๆ สิ่งที่เฌอพยายามลืมมันมาตลอด กลับต้องมาเจออีกครั้ง”
เฌอรีนว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก สายตาของเขาจ้องเธอเขม็ง เขาต้องจำเธอได้แน่ๆ ไม่งั้นเขาจะพูดแบบนั้นทำไม
“ทำใจดีๆ นะเฌอ น้องชายของหมอธารณ์อาจจะจำคนผิดอย่างที่เขาบอกก็ได้นะ”
ปวีณ์พรพยายามปลอบเพื่อน
“เฌอไม่รู้...แต่เฌอไม่อยากเจอเขานะ...เฌอไม่ไปหาหมอธารณ์แล้ว ไม่เอาแม่ไปรักษากับหมอธารณ์แล้ว เฌอกลัวที่จะเจอเขาอีก”
เฌอรีนยังจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี เธอเฝ้าฝันถึงคืนนั้นเสมอ ไม่ว่ายามหลับหรือตื่น ชายหนุ่มที่อ่อนโยนและมอบความสุขให้กับเธอ วันนั้นเขาและเธอมีอะไรกันหลายครั้งเลยทีเดียว เขาบอกว่าเขามีความสุขมากๆ เขาถูกใจเธอเลยเขียนเช็คให้เฌอรีนอีกหนึ่งแสนบาท เรื่องนี้ปวีณ์พรเองก็ไม่ทราบมาก่อน เฌอรีนอายเพื่อนไม่กล้าบอก ความสุขที่ได้รับมันมาพร้อมกับเหตุจำเป็น
“ไม่ได้นะเฌอ...เฌอนัดหมอธารณ์แล้ว และอีกอย่างหมอธารณ์จะสงสัยเอาได้นะ ถ้าเฌอไม่อยากให้ใครรู้ เฌอต้องนิ่งๆ ไว้เขาคงไม่มาทำร้ายเฌอ หรือแฉเฌอหรอกมั้ง เขาได้เฌอไปแล้ว เขาคงไม่มีอะไรหรอก...หรืออีกเหตุผลหนึ่ง เขาอาจจะกลัวเฌอบอกพี่ชายเขาก็ได้นะ...ดูเพื่อนที่มากับเขาสิ...คนนั้นท่าทางจะเป็นเกย์นะ อาจจะเป็นแฟนเขาก็ได้ อย่าพึ่งกังวลไปเลยเฌอ”
“อืม...อาจจะจริงอย่างที่เฟิร์นบอกก็ได้นะ เฌอลืมคิดเลย เหตุผลที่เขาทำแบบนั้นเมื่อหกปีที่แล้ว เขาอาจจะพิสูจน์ตัวเองก็ได้ เขาเป็นผู้ชายที่รูปร่างหน้าตาดีมาก เขาจะมาทำแบบนั้นได้ยังไง เขาน่าจะมีเหตุผลก็ได้ เฌอนี่คิดมากเกินไปจริงๆ ด้วยเฟิร์น”
“ก็ใช่น่ะสิ...เขารวยขนาดนั้น ดูไฮโซขนาดนั้น คนแบบเราเขาไม่มองหรอกนะเฌอ...คิดแล้วเศร้าจัง”
ปวีณ์พรนึกถึงตัวเธอเอง ที่แอบปลื้มหมอธารณ์ แต่ความฝันเธอคงไปไม่ถึงหรอก เมื่อนึกถึงสภาพของตัวเอง คนชนชั้นไฮโซย่อมอยากเลือกผู้หญิงที่คู่ควรกับเขาอยู่แล้ว แบบเธอนี่คงไม่แม้แต่จะคิด ไม่มีแม้สิทธิ์ที่จะฝันได้เลย
“ใช่เฟิร์น...วันนี้เฌอเห็นเฟิร์นมองหมอธารณ์แล้ว เฟิร์นถูกใจเขาใช่ไหม แต่ดูเขาใจดีมากเลยนะ ดูอ่อนโยนแต่เฌอก็สังเกตนะว่าหมอธารณ์ก็มองเฟิร์นอยู่เหมือนกัน”
เฌอรีนไม่ได้พูดเพื่อเอาใจเพื่อน แต่เธอเห็นเป็นแบบนั้นจริงๆ หมอธารณ์มองปวีณ์พรอย่างสนใจและแสดงออกชัดเจน
“จริงเหรอเฌอ...หมอธารณ์มองเฟิร์นจริงๆ ใช่มั้ย หมอธารณ์หล่อมากเลยนะเฌอ...หล่อจนเฟิร์นอยากจะถวายหัวและตัวเลยจริงๆ”
ปวีณ์พรได้แต่ฝันลมๆ แล้งๆ เธอถูกใจหมอธารณ์เป็นอย่างมาก หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อเข้าใกล้เขา ยิ่งได้มองก็ยิ่งชอบ
“จริงสิ...แต่เฌอไม่แนะนำให้เฟิร์นคิดเกินเลยนะ คนแบบหมอธารณ์เขาคงมีสาวๆ เยอะแยะมากมายแน่ๆ เฟิร์น”
“นั่นสิ...เฟิร์นเกลียดความจนจริงๆ ชาตินี้เราคงรวยไม่ทันที่จะไปเทียบเคียงหรือคู่ควรเขาได้หรอก เห้อ...เศร้าจัง”
“T-T”
………………..