Summer 4
“เข้าบ้านผิดหรือเปล่าคะ” แกล้งถามพี่ชายที่ไม่เจอหน้ากันนานเกือบสองสัปดาห์
“เออ หรือผิดวะ” พี่ไฉมองซ้ายขวาเล่นตามน้ำ เมื่อโดนฉันแกล้ง
“ฮ่า ๆ ๆ ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”
“ขอบคุณครับ พี่หิวมีอะไรกินไหม?” พี่ชายเดินเข้ามาใกล้ ฉันจึงยืนชี้นิ้วสั่งให้หยิบรองเท้าในบ้านมาสวมทันที ไม่ยอมให้เดินเท้าเปล่าในบ้าน และพี่ไฉเองก็ทำตามอย่างง่ายดาย
“มีก๋วยเตี๋ยวพี่กินได้ไหม?”
“ได้ กินหมดอะตอนนี้หิวมาก” พี่ชายตัวสูงเอ่ยตอบขณะที่เดินเข้าไปยังห้องน้ำชั้นล่าง ก่อนจะออกมาพร้อมนั่งกินมื้อเย็น ฉันที่สั่งก๋วยเตี๋ยวมาเผื่อตัวเองกินพรุ่งนี้เช้าก็แบ่งมาให้พี่ชายหนึ่งถุง ผักและแคบหมูถูกจัดใส่จานวางไว้กลางโต๊ะพร้อมกับเราสองพี่น้องที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน
“รอบนี้หายไปนานมาก”
“อือ นานจริง”
“ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหมคะ?” ระหว่างที่ถามก็คีบลูกชิ้นไปใส่ชามให้พี่ชายเรื่อย ๆ จนหมดทั้งห้าลูก ฉันไม่ค่อยกินลูกชิ้นหมูหรือเนื้อน่ะ แต่ก๋วยเตี๋ยวที่สั่งมาดันเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูเลยได้ลูกชิ้นมาเสียหลายลูก ดีที่มีพี่ชายนั่งกินด้วยเลยแบ่งไปให้ได้
“ไม่เจ็บ สบายมาก”
“โอเค แค่ไม่บาดเจ็บหนูก็เบาใจแล้วค่ะ”
“ได้พักกี่วัน” และยังคงถามไถ่พี่ชายต่อไปด้วยความคิดถึง
“พักเจ็ดวัน”
“โอเค ฝากทำความสะอาดบ้านด้วยนะคะ”
“ได้ จัดให้” เราสองพี่น้องนั่งคุยกันนานมาก ไม่รู้สรรหาเรื่องอะไรมาคุยกันมากขนาดนี้ กินข้าวเสร็จก็เอาขนม เอาผลไม้ไปนั่งกินด้วยกันที่หน้าทีวี คุยเล่นกันอย่างสนุก ทั้งยังเปิดเพลง เปิดหนังดูด้วยกัน เครื่องดื่มหลายสิบกระป๋องถูกเปิดดื่มอย่างเพลิดเพลิน
ความคิดถึงที่มีต่อพี่ชายลดน้อยลงมาก หลังจากที่ไม่ได้เจอ ไม่ได้ติดต่อกันเลย เมื่อพี่ชายถูกเจ้านายใหญ่สั่งให้ไปจัดการงานอะไรบางอย่างให้ จากที่กังวลกลัวพี่ชายจะบาดเจ็บ แต่ตอนนี้ฉันเบาใจขึ้นมากแล้วจริง ๆ
เกือบสี่ทุ่มครึ่งเราสองพี่น้องถึงได้แยกย้ายกันไปนอนพักผ่อน ฉันที่วันนี้ดื่มเยอะและรู้สึกเพลียเป็นทุนเดิมเมื่ออาบน้ำเสร็จก็หลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง อะไรจะเมาขนาดนั้นก็ไม่รู้นะ
กระทั่งช่วงเช้าของวันที่มีนัดกับเพื่อน ฉันรีบตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไปรับเพื่อนที่คอนโดฯ วันนี้เราสองคนมีนัดไหว้พระด้วยกัน แน่นอนว่าเราสายมูมากขนาดนี้ต้องขอเงินทองและการงานเท่านั้นค่ะ เนื้อคู่อะไรหนูไม่ต้องการ หนูต้องการเงินเยอะ ๆ และขอให้งานทุกอย่างราบรื่นเท่านั้น!
“ไหวไหมเนี่ย เปลี่ยน ๆ เดี๋ยวขับให้เอง” จิงจิง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันรีบบอกอย่างตกใจเมื่อเห็นหน้าฉัน แม้จะถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางแล้วก็ตาม
“อื้อ ง่วงนิดหน่อยแกขับหน่อยนะ” บอกเพื่อนสนิทก่อนจะแวะเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อเปลี่ยนที่นั่ง เมื่อเริ่มต้นเดินทางฉันหลับไปนิดหน่อยก่อนจะตื่นเพราะเพื่อนจะเติมน้ำมันอีกครั้ง และนั่นจึงทำให้เราได้แวะซื้อกาแฟกันคนละแก้ว
“เดี๋ยวฉันขับต่อเอง สดชื่นละ” บอกเพื่อนสนิทและเปลี่ยนคนขับมาเป็นตัวเองพร้อมกับความสดชื่น ปลายทางของเราวันนี้คือจังหวัดฉะเชิงเทราที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรานัก เรียกได้ว่าเราแทบจะไปทุกเดือนกันเลยแหละ บางครั้งก็จะมีพี่ ๆ ที่แผนกบัญชีไปด้วยกัน เมื่อไหร่ที่พี่ ๆ ไปทริปนั้นจะเป็นทริปค้างคืน
แต่วันนี้เราเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับแต่ถึงอย่างนั้นหากคำนวณเวลาดี ๆ เราสามารถไหว้ขอพรได้เกือบ ๆ สี่ที่เลยนะ และแน่นอนว่าฉันวางแผนมาแล้วอย่างดี
ไหว้ขอพรจุดแรกเสร็จก็แวะกินข้าวเช้าด้วยกันก่อน เสร็จแล้วก็เดินทางไปไหว้วัดที่สอง และนั่นจึงเป็นจังหวะที่พี่ชายโทร. เข้ามาหาฉันหลังจากที่ไหว้เสร็จและกำลังเดินเลือกซื้อของกิน
“ค่ะพี่”
(อยู่ไหนน่ะ?)
“ฉะเชิงเทราค่ะ มาทริปกับจิงจิง ทำไมเหรอ?”
(ตกใจตื่นมาไม่เจอ ไปสองคนเหรอ?) พี่ไฉถามต่อ แต่เสียงที่เอ่ยถามนั้นคงความงัวเงียอยู่อย่างชัดเจน
“ใช่ค่ะ”
(ขับรถระวังด้วย กลับมากินข้าวที่บ้านนะ เดี๋ยวสั่งมารอ)
“ได้เลยค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะเดี๋ยวต้องเดินทางต่อแล้ว”
รีบบอกพี่ชายก่อนวางสาย เมื่อได้ขนมและน้ำมะพร้าวมาคนละแก้วเราสองคนก็ออกเดินทางกันต่อเพื่อไปยังวัดที่สามในช่วงเวลาเกือบเที่ยง
“เจียกินข้าวก่อนไหมหิวอะ” จิงจิงที่นั่งอยู่เบาะ ข้าง ๆ เอ่ยถามระหว่างที่เรากำลังเดินทางไปยังวัดที่สามของวัน
“ได้นะ งั้นเจอร้านไหนจะจอดเลยนะ” บอกเพื่อนสนิทอย่างไม่คิดอะไรมาก เพราะฉันเองก็เริ่มที่จะหิวแล้วเหมือนกันยังไงล่ะ
“ได้ แวะเลย” จิงจิงเห็นด้วย นั่นจึงทำให้ฉันขับรถช้าลง ชะลอรถเพื่อดูร้านอาหารข้างทางว่าจะมีร้านให้เราแวะบ้างไหม ขับมาเรื่อย ๆ จวบจนใกล้ถึงปลายทางถึงได้เห็นร้านอาหาร และนั่นจึงทำให้เราแวะกินข้าวด้วยกันเพื่อเติมพลังในมื้อเที่ยงของวัน
“จิง ช่วงวันหยุดยาวเราไปทริปกันไหม?” จู่ ๆ ก็เอ่ยชวนเพื่อนสนิทที่นั่งกินข้าวอยู่ฝั่งตรงข้าม จิงจิงเงยหน้าขึ้นมองทั้งยังหรี่ตามองอย่างจับผิดที่จู่ ๆ ฉันก็ชวน
“อารมณ์ไหนเนี่ย”
“อยากไปไหว้พระแล้วก็พักสักคืนอะ”
“เอาสิ เดี๋ยวใกล้ถึงวันค่อยจองห้อง ต้องถูกหวยบ้างละ” จิงจิงยกกำปั้นฮึบสู้กับตัวเอง