เสียงหอบหายใจดังขึ้นพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวเมื่อฉันวิ่งฝ่าฝูงชนจนมายืนอยู่ตรงเกือบ ๆ หน้าเวทีได้
โชคดีที่เกิดมาเป็นคนตัวสูง น่าจะประมาณ 165 กว่า ๆ จึงทำให้ไม่เป็นปัญหากับการมองและการเบียดฝูงชนเท่าไหร่นัก
ตอนนี้ไม่รู้ว่าเพราะเหนื่อยหรือตื่นเต้น หัวใจฉันถึงได้เต้นรัวเร็วขนาดนี้แต่เดาว่าคงจะเป็นอย่างหลังซะมากกว่า
สายตาของฉันจับจ้องไปยังร่างสูงของเฮียเลบนเวที เขาก้มหน้ามองพื้นนิ่ง ๆ มือข้างขวาของเขาจับไมค์เอาไว้ด้วยท่าทางที่เเสนคุ้นชิน
เสียงอินโทรเริ่มต้นของเพลงดังขึ้นเรื่อย ๆ และฉันจำได้ว่ามันใกล้จะถึงท่อนแรกของเพลงแล้ว
คนบนเวทียกไมค์ขึ้นมาจ่อชิดตรงริมฝีปาก พร้อมกับเสียงกรี๊ดก่อนหน้าที่ที่ดังสนั่นกลับค่อย ๆ เงียบลงโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะเริ่มร้อง
เสียงนุ่ม สุขุม และแหบพร่านิด ๆ ของเขาถูกเปล่งออกมาในท่อนเเรกของเพลง
เพลงนี้เป็นเพลงของเขา เพลงที่เฮียเลแต่งขึ้นเอง
และฉันชอบเพลงนี้มาก ๆ
"เวลาดึกขนาดนี้
ทุกคนก็คงจะนอน
และล็อคประตูลงกลอน
แล้วนอนหลับไป
เหมือนฉัน ที่ยังฝันถึงเธอ
ยังคงเก็บเอาไว้
รูปเธอที่ฉันแอบถ่าย
เมื่อตอนเธอยิ้มให้กัน
จำได้ไหม เธอจำได้ไหม
เธอคงไม่รู้เลย"
ฉันได้แต่นิ่งฟังเขาด้วยความตั้งใจ คลี่ยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเมื่อได้มองเขาร้องเพลงใกล้ ๆ แบบนี้
มันใกล้ที่สุดแล้วล่ะ ในฐานะของคนที่ไม่เคยรู้จักกัน ใกล้ที่สุดสำหรับคนแบบฉันที่ได้แต่แอบมองเขา
ถึงแม้ว่าข้างหน้าจะมีผู้คนยืนบังฉันไว้อยู่ ถัดไปยังมีรั้วเหล็กกั้นเอาไว้ไม่ให้ไปถึงตัวของเขาได้
แต่ฉันก็ดีใจที่ได้มองเขาจากตรงนี้
เสียงร้องคลอตามจากผู้คนในงานดังขึ้นพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้เข้ากับจังหวะเพลง
ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ทำ...ร้องตามและโบกมือให้เฮียเลที่ยืนร้องเพลงอยู่บนเวที
ทำไมฉันละสายตาไปจากเขาไม่ได้เลยนะ ไม่กล้าหันไปมองที่อื่นเพราะเวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
อีกไม่กี่นาทีเขาก็คงร้องเพลงจบแล้ว
"แต่ว่าภาพเธอในฝัน
กอดฉันแน่นอยู่อย่างนั้น
อยากจะรู้บ้างเหลือเกิน
ว่าเธอคิดถึงบ้างไหม
หรือเป็นไปไม่ได้
ช่วยบอก ฉันที..."
"..."
"อาจเป็นที่เราฝัน
นั้นมันเป็นคนละเรื่องกัน
และเธอกำลังจะบอก ว่าคนนั้น
ที่อยู่ข้างในฝันมันไกลจากฉันคนนี้
ในความเป็นจริงแล้ว
แม้เธออยู่ใกล้สักเพียงใด
แต่ฉันก็คงไม่อาจ
ที่จะไปนั่งข้างใน
หัวใจเธอ ได้เลย"
‘ชอบเนื้อเพลงนี้ของเฮียเลที่สุดเลย’
นี่คือความรู้สึกเเรกตั้งแต่ปีที่เเล้วที่เขาปล่อยเพลงนี้ออกมา เนื้อเพลงมันดูตรงกับความรู้สึกของฉันที่มีให้เขามาก
แต่ก็รู้เเหละว่ามันคงไม่ใช่ เขาอาจจะกำลังแอบรักผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เพราะเพลงแต่ละเพลงที่เราแต่งมักจะออกมาจากความรู้สึกลึก ๆ ของตัวเราเสมอ
และเขาก็คงเป็นแบบนั้น
เฮ้อ…
หมดหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม และฉันมันเป็นคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะเริ่มด้วย นั่นยิ่งทำให้ดูรันทดเข้าไปใหญ่
‘มึงอกหักมาเป็นปีแล้วเพิ่งรู้ตัวรึไงข้าว’
ความรู้สึกในใจร้องตะโกนบอกหัวใจเจ้ากรรมให้หยุดเพ้อฝัน เป็นแค่แฟนคลับของเขาก็พออย่าคิดเกินเลยไปมากกว่านี้เลยข้าว
ฉันยิ้มเศร้า ๆ ให้กับตัวเองสักพัก ก่อนจะรู้ตัวอีกที เพลงนี้ก็จบลงแล้ว
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
ฉันคงปฏิเสธคำนี้ไม่ได้ แต่ก็นะยังไม่อยากให้จบเลยอยากฟังเฮียร้องเพลงต่อ
อีกสักเพลงสองเพลงก็ยังดี
“สวัสดีปีใหม่นะครับทุกคน ผมขอให้ทุกคนมีความสุขในปีนี้มาก ๆ นะครับ ขอให้มีแต่สิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิตของทุกคน และหวังว่าจะชอบเพลงของผมกันนะครับ”
“ชอบมากเลยค่าาาา”
“ชอบที่สุดเลยค่าาพี่ทะเล”
“ชอบมากเลยครับพี่เลของผม”
“รักเลยจ้าาา เอาใจเจ๊ไปเลย”
“กรี๊ดดดดด พี่ทะเลเสียงโครตหล่อ โอ๊ยคนอะไรงานดีไปหมดแบบนี้”
“ชอบมากเลยค่ะสามี”
“ขออีกเพลงได้ไหมคะพี่เล”
เสียงตะโกนตอบกลับดังขึ้นจากผู้คนในงาน จนฟังแทบจะจับใจความไม่ได้ ที่พอฟังออกก็คงจะมีประมาณนี้ แต่ประโยคที่ชอบที่สุดในบรรดาเสียงที่ตะโกนบอกเขาไป คงจะเป็น
‘ขออีกเพลงได้ไหมคะพี่เล’
“ยังไม่อยากกลับเลยนะเฮียเล”
เธอเอ่ยขึ้นเสียงเบา และมันก็ถูกกลบหายไปพร้อมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังลั่นแทบจะทันที
00.39 น.
“อีข้าว นี่มึงจะนั่งซึมเป็นหมาหงอยไม่ยอมกลับหอไปหาที่นอนนุ่ม ๆ นอนจนถึงเมื่อไหร่ กระเทยง่วงแล้วค่าตอนนี้”
เสียงอีตุ๊ดแมนดังขึ้นข้าง ๆ หูแบบนี้มาได้สักพักแล้ว
แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ สติมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่ จะอธิบายความรู้สึกตอนนี้ยังไงดีล่ะ
จะสุขก็สุขไม่สุด เพราะมันมีความเจ็บปวดแฝงเอาไว้อยู่ลึก ๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อกี้ เหมือนจะเริ่มล้นเอ่อออกมาคลอในดวงตาที่เคยสดใส ทว่าตอนนี้กลับเศร้าหมองเหมือนไม่ใช่ไอ้ข้าวคนเก่าเลย เป็นแบบนี้ไม่ใช่ตัวฉันเลย แล้วต้นเหตุที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเขา...
เฮียเล
ไอ้ผู้ชายใจร้าย ใจดำ
ถ้าจะร้องอีกเพลงแล้วเอาผู้หญิงที่เป็นคู่อริของฉันขึ้นมาร้องด้วยแบบนั้น ก็เอามีดมาแทงหัวใจฉันเลยดีกว่า มันก็เจ็บไม่ต่างกันหรอกนะ
“ฮึก...มึง! กูเสียใจ ทำไมวะ ร้องเพลงคนเดียวมันจะตายรึไงทำไมต้องเอาผู้หญิงคนอื่นขึ้นมาร้องด้วย ฮึก...”
“เฮ๊ย! อีข้าวนี่มึงเฮิร์ทขนาดนี้เลยเหรอวะ มึงก็รู้นี่ว่าอีชะนีแอ๊บแบ๊วนั่นมันเป็นคนยังไงเฮียเลมึงไม่ได้คิดอะไรหรอกคงปฏิเสธไม่ได้มากกว่า”
อีแมนลูบหลังปลอบใจฉันเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยปลอบออกมาเมื่อเห็นว่าฉันร้องไห้ขึ้นมาจริง ๆ
ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นศัตรูกับฉัน ฉันจะไม่เสียใจเลยนะ
แต่นี่มัน...หยามกันเกินไป
อีชะนีแอ๊บแบ๊วที่อีแมนมันพูดถึงชื่อ 'มิลค์' มันตั้งตัวเป็นคู่เเข่งกับฉันตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเท้าก้าวแรกเข้ามาในมหา'ลัย
มันกับฉันเรียนคณะเดียวกันสาขาเดียวกันปีเดียวกัน เเละเจอกันเกือบทุกวันเพราะวิชาที่ลงเรียนของสาขาเรามักจะต้องเรียนด้วยกันตลอด
ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือกิจกรรม มันจะชอบเอาชนะฉันเสมอ ทั้ง ๆ ที่ฉันก็อยู่ของฉันดี ๆ ไม่เคยคิดที่จะไปแข่งอะไรกับมัน หน้าตาฉันก็ไม่ได้สวยไม่ได้น่ารักเหมือนมันด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ว่าเป็นโรคจิตรึเปล่าถึงชอบมาแข่งกับฉันได้ทุกเรื่อง หาเรื่องได้ทุกวี่วันพยายามจะเก่งกว่าฉันอยู่ได้
ฉันไม่เข้าใจ
ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องเฮียเล พอมันรู้ว่าฉันชอบเฮียเลเมื่อปลายเดือนที่แล้วที่มันบังเอิญมาได้ยินฉันเพ้อให้อีแมนฟังพอดี ตั้งแต่นั้นมามันก็ชอบหาเรื่องไปใกล้ชิดกับเฮีย และก็ทำสำเร็จซะด้วย
เฮ้อ...ก็นะดาวคณะกับเดือนคณะมันก็สมกันอยู่แล้วนี่
แต่ทำไมล่ะ ทำไมต้องมายุ่งกับเฮียเลของฉันด้วยเพราะฉันรู้ว่านิสัยมันไม่ได้ดีเหมือนหน้าตามันไง ฉันเลยไม่อยากให้เฮียตกหลุมพรางผู้หญิงเหลี่ยมจัดที่สวมหน้ากากแอ๊บแบ๊วไว้ ทั้งที่ความจริง
นางมันอสรพิษชัด ๆ!
“กูแม่งโคตรเสียความรู้สึก แม่งวันแรกของปีกูก็ต้องมาร้องไห้เพราะเขา แล้ววันต่อ ๆ ไปที่เหลือกูไม่เป็นหมาเลยเหรอวะอีแมน”
“อีชะนีน้อยยย มึงก็อย่ายอมแพ้มันสิวะ อีชะนีแอ๊บแบ๊วนมปลอมนั่นน่ะมันก็สวยด้วยมีดหมอทั้งหน้านั่นแหละ มึงจะไปกลัวอะไรเก่งมึงก็เก่งกว่ามัน ร้องเพลงมึงก็ร้องเพราะกว่า แถมหน้าตามึงก็ยังสวยกว่ามันตั้งเยอะ”
อีแมนพูดปลอบใจฉันยกใหญ่ แต่เอ๊ะ?
ทุกอย่างที่มันพูดมาก็ถูกหมดนะ แต่ไอ้ประโยคสุดท้ายนี่มันใช่เหรอ?
“กูเนี่ยนะสวย อีแมน...มึงไม่ต้องพยามปลอบใจกูขนาดนั้นก็ได้ กูโอเค”
“อีข้าววว นี่มึงไม่รู้ตัวเหรอยะมึงสวย อีชะนีไม่ส่องกระจก กูไม่รู้จะด่ามึงยังไง มึงน่ะทั้งน่ารักทั้งสวยแต่มึงแค่ไม่ยอมแต่งหน้าแต่งตัวให้ดี ๆ ก็เท่านั้นเอง มัวแต่ทำตัวอินดี้ไม่สนใจโลกของแฟชั่นและการรักสวยรักงาม วัน ๆ เอาแต่เพ้อถึงเฮียเล ๆ จนกูเก็บเฮียมึงไปฝันเปียกหลายรอบแล้วเนี่ย แต่แม่งมึงก็ไม่ยอมเปลี่ยนตัวเองสู้เพื่อตัวเอง แบบนี้มันได้เหรอวะอีข้าว”
รัวเลย อีตุ๊ดมันด่าฉันรัวเลยค่ะ แต่เพิ่งรู้ว่ามันแอบเอาเฮียฉันไปฝันเปียก
หยี! อีต๊ดบ้ากาม
แต่ว่าที่มันพูดนี่ไม่ได้อำฉันเล่นจริง ๆ ใช่ไหม
“จริงเหรอมึง”
ถามกลับด้วยความสงสัยที่เเสนจะใสซื่อ
“เออสิ ยังมีหน้ามาถาม มึงไม่เอะใจบ้างรึไงล่ะว่าทำไมอีชะนีแอ๊บแบ๊วนั่นถึงชอบมาแข่งกับมึงก็เพราะมึงเหนือกว่ามันไงมันเลยไม่อยากเป็นที่สอง”
เพิ่งรู้วันนี้อีกแล้วเหมือนกัน นี่ชะนีแอ๊บแบ๊วมันไม่ชอบฉันเพราะแแบบนี้เองเหรอ
“ฟังกูนะอีข้าว มึงต้องเปลี่ยนตัวเองมึงต้องไม่ยอมแพ้มัน และปีนี้มึงต้องเอาเฮียเลที่มึงเพ้อฝันถึงเขามาเป็นปี ๆ มาเป็นผู้มึงให้ได้”
“มึงพูดบ้าอะไรของมึงอีแมน กูกับเขามันอยู่คนล่ะชั้นกันเขากับกูต่างกันแค่ไหนมึงก็รู้”
ฉันหันไปมองหน้าอีแมนทันทีที่มันพูดแบบนั้นออกมา ก่อนจะปฏิเสธมันไปโดยที่ไม่ต้องคิดให้มาก
เคยได้ยินไหมล่ะ
เพลงคนละชั้นน่ะ แม่งโคตรตรง
~ ~ ก็เรานั้นมันคนล่ะชั้น จะทำเช่นไรให้มองเห็นกัน ~ ~
ตรงเกิ๊นนนน
“กูไม่ได้พูดบ้า ๆ กูเอาจริงนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปมึงต้องเป็นอีข้าวคนใหม่ มึงต้องสวย มึงต้องเด่น มึงต้องเริ่ด ต้องเชิ่ด แล้วเฮียเลก็จะต้องหลงรักมึงแน่นอนกูเอาเกียรติของสายเลือดตุ๊ดกูมารับประกันเลย!”
“มึง! นี่มึงเอาจริงเหรอ กูเนี่ยนะ?”
ถามกลับไปเพื่อย้ำในความต้องการของมัน ชี้มาที่ตัวเองด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเสักเท่าไหร่
“เออ!!! มึงเนี่ยแหละเลิกเฮิร์ทเลิกเศร้า กลับหอไปนอนให้เต็มอิ่มพรุ่งนี้กูเนี่ยแหละจะเปลี่ยนหงส์อินดี้ไม่ยอมแต่งสวยให้กลายเป็นพญาหงส์เอาให้อีชะนีแอ๊บแบ๊วตะลึงกระเด็นตกสระอโนดาตหลังมอไปเลยคอยดู”
"..."
แต่ถ้าอีตุ๊ดจะเอาจริงแล้วก็ไม่มีใครขัดใจมันได้ทั้งนั้น...
หมายเหตุ :
ฝันคนละเรื่อง - PONWP x PONCHET