กวินเดินลงบันไดใหญ่ด้านหน้าตามปกติ เพราะไม่อยากให้ใครสงสัยเรื่องที่ไม่เห็นเขาในงาน และก็เป็นไปตามคาดเมื่อเขาเจอน้องชายและเพื่อนของมันคนที่บอกว่าชอบขวัญเอยกำลังคุยกันอยู่หน้าบ้าน สองเท้าจึงรีบเข้าไปหลบหลังบานประตูไม้ขนาดใหญ่ในเงามืดเพื่อฟังบทสนทนานั้นทันที
“แกว่าถ้าฉันบอกเอยว่าฉันชอบเขา เอยจะว่ายังไงวะไอ้เล็ก” ตรีทศเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข เขาแอบรักขวัญเอยมานานจนกระทั่งเพื่อนยอมไฟเขียวให้ วันนี้เขาจึงคิดว่าจะตัดสินใจบอกความในใจให้หญิงสาวทราบเสียที
“ก็ดีนะ แค่แกอย่าเผลอตื่นเต้นต่อหน้าน้องสาวฉันก็พอ” กรวิทย์แกล้งแหย่
“วันนี้เอยสวยมาก สวยจนสะกดสายตาฉันไม่ให้ไปมองใครได้อีก แกรู้มั้ยไอ้เล็กว่าฉันชอบน้องแกมาก ชอบจนถึงขั้นอยากจะคบเอยแบบจริงจังด้วยซ้ำ ติดอย่างเดียวที่ฉันไม่รู้ว่าเอยคิดยังไงกับฉันกันแน่”
“เอยเป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยพูดหรอก บางทีลึกๆในใจน้องฉันก็อาจจะชอบแกบ้างก็ได้” คนพูดกระดกแก้วเหล้าในมือ รู้ดีว่าคำพูดพวกนี้ก็แค่แกล้งปลอบใจเท่านั้น
“งั้นวันนี้ฉันจะสารภาพรักกับเอยเลยนะ แกโอเคใช่มั้ย?” ตรีทศถลามาจับแขนเพื่อนเขย่าไปมาด้วยความดีใจ
“เออ...ถ้าแกขอเอยเป็นแฟนได้ ฉันจะยกเอยให้แก”
และคำพูดนั้นก็ทำให้ใครอีกคนที่ได้ฟังอยู่เผลอกำหมัดแน่นขึ้นมาทันที ใบหน้าที่มีความเคร่งเครียดเป็นทุนเดิมดูแข็งกร้าวขึ้นอย่างประหลาด หัวใจก็คล้ายจะกระตุกวูบขึ้นมายามที่ได้ยินน้องชายตัวเองเอ่ยอะไรแบบนี้ นี่มันไม่คิดจะหวงน้องสาวที่มันบอกว่ารักปานแก้วตาดวงใจบ้างหรือไงกัน!
กวินตัดสินใจเดินผ่าวงสนทนาออกไปทันที อยากรู้เหมือนกันว่าถ้ามีเขายืนอยู่ตรงนั้นด้วย ไอ้น้องชายตัวดีกับไอ้หน้าอ่อนนั่นมันยังจะกล้าพูดอะไรบ้าๆแบบนี้อีกมั้ย
“อ้าว! สวัสดีครับพี่ใหญ่” ตรีทศที่เห็นกวินก่อนยกมือไหว้คนเป็นพี่ชายของเพื่อนทันที
“มายืนทำอะไรกันตรงนี้” กวินไม่รับไหว้แต่สวนคำถามกลับไป
“พอดีที่หน้าเวทีคนเยอะ ผมก็เลยเดินแยกออกมา แล้วนี่พี่ใหญ่จะไปไหน ดื่มกับผมกับไอ้ตรีก่อนมั้ย?”
“ไม่ล่ะ ฉันจะไปนั่งกินคนเดียว”
“โธ่! ก็ดื่มด้วยกันตรงนี้จะเป็นไรไปล่ะครับ”
“อย่าเซ้าซี้ไอ้เล็ก แกก็รู้ว่าฉันชอบดื่มคนเดียว”
“งั้นก็ได้ ว่าแต่...นี่พี่ใหญ่เห็นเอยบ้างหรือเปล่า ผมเดินหามาสักพักแล้วยังหาน้องไม่เจอเลย ไม่รู้ไปแอบอยู่ตรงไหน เห็นบ่นว่าในงานคนเยอะจนน่าปวดหัว”
“แล้วแกจะตามหาเอยไปทำไม” กวินแกล้งถาม สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของตรีทศที่ดูเหมือนจะแดงระเรื่อขึ้นยามที่เขาถามคำถามนี้ออกไป นี่มันคิดจะจริงจังกับขวัญเอยจริงๆสินะ!
“พอดีมีคนอยากสารภาพรักกับน้องสาวเราน่ะพี่ใหญ่ เอ้า...ผมยังพูดไม่จบเลย จะรีบไปไหนล่ะพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ครับ!” กรวิทย์ตะโกนไล่หลังพี่ชายไป งุนงงและไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆพี่ชายก็ทำท่าทีไม่พอใจและเดินหนีเอาดื้อๆแบบนี้
กวินเดินวนกลับมาที่โต๊ะตัวเดิม มือข้างหนึ่งก็คว้าเอาแก้วน้ำสีอำพันที่เหลืออยู่มากระดกกินหลายอึกเพื่อดับความรู้สึกในใจที่ปะทุขึ้นมาในยามนี้ เขาไม่เข้าใจตัวเองนักหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นยามที่ได้ยินน้องชายบอกว่าไอ้บ้านั่นมันจะสารภาพรักกับขวัญเอย แต่เขายอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้ เขาไม่ต้องการให้หญิงสาวเดินออกจากบ้านนี้ไป มันเรื่องอะไรที่เจ้าหล่อนจะได้หลุดพ้นออกไปจากบ้านเขาง่ายดายขนาดนั้น เขาไม่ยอมหรอกน่า!
ผ่านไปกว่าสี่สิบนาที กว่าที่กวินจะกลับขึ้นมาบนห้องนอนตัวเองอีกครั้ง ชายหนุ่มเดินออกไปหาพ่อกับแม่ที่หน้าเวทีอยู่ครู่ใหญ่เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตมากนัก ก่อนจะไปดวลเหล้าแบบเพียวๆกับลูกน้องในบริษัทของครอบครัวต่ออีกครู่ใหญ่ กว่าจะเดินโซเซมาถึงห้องนอนตัวเองก็กินเวลาไปจนล่วงเข้าวันใหม่แล้ว แต่หญิงสาวบนเตียงก็ยังคงนอนนิ่งคล้ายกับหลับไปอยู่ที่เดิมไม่หนีหายไปไหน
ชายหนุ่มเดินเข้าไปอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคลแบบลวกๆอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะคว้าเอาผ้าขนหนูมาพันรอบเอวสอบไว้ และตัดสินใจเดินออกไปยืนเท้าเอวมองร่างแน่งน้อยที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาอ่านยาก...ยากแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตอนนี้เขาเมามากเขารู้ตัว สำนึกผิดชอบชั่วดีในใจก็เริ่มตีรวนกันไปมาอีกครั้งจนเขายากจะห้ามใจ เสียงพูดคุยของพ่อกับแม่ที่นำเสนอลูกสาวคนเล็กให้เพื่อนในงานยังตามมาหลอกหลอนเขาไม่หาย รวมถึงคำพูดของน้องชายที่บอกเขามันก็ยังคงดังก้องอยู่ในหัว เขาเลยเริ่มสับสนและเกือบจะตัดสินใจยุติทุกอย่างแล้ว ถ้าหากว่าขวัญเอยจะไม่ดิ้นไปดิ้นมาจนชายกระโปรงมันเปิดขึ้นจนเห็นเรียวขานวลเสียก่อน
กวินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง ชายหนุ่มขยับตัวเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น และขวัญเอยก็เริ่มดิ้นมากขึ้นคล้ายกับหญิงสาวยังไม่สร่างเมา เธอสะลึมสะลือเหมือนจะเพ้อหาอะไรสักอย่าง มือน้อยไขว่คว้าอากาศไปทั่ว แข้งขาถีบไปมาจนคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงจึงตัดสินใจทิ้งตัวนั่งลงไปบนเตียงนุ่ม